ตอนที่ 6
วิชาอัญเชิญ
“ช่างง่ายดายเสียเหลือเกิน....เท่านี้พลังของข้าก็จะกลับมาอีกครั้ง”หญิงสาวที่กำลังจับไปที่ลำคอของทารกหญิงพูดด้วยใบหน้าพึงพอใจก่อนจะเริ่มออกแรงกดที่คอน้อยๆของทารกอย่างไม่ไยดีชั่วพริบตาที่ร่างมนุษย์ตาย ิญญาของเทพก็จะกลับขึ้นไปบน์พริบตานั้นล่ะคือ่เวลาที่นางจะสามารถลงมือดูดซับพลังเทพได้
วูบ!!
ขณะกำลังลงมือสังหารแสงสีทองก็สว่างวาบขึ้นมาเบื้องหน้าหญิงสาวก่อนที่จะ
เปรี้ยง!!
ร่างของหญิงสาวที่กำลังจะลงมือสังหารเด็กทารกถูกพลังบางอย่างโจมตีกลับอย่างจังก่อนที่ร่างของนางจะแตกสลายกลายเป็ฝุ่นผงไปในทันที
“...........”ช่างไม่เจียมเนื้อเจียมตัวยิ่งนักนี่คือสิ่งที่ชายหนุ่มคิดในใจเมื่อได้เห็นภาพตรงหน้าไม่ทราบหรอกว่านางเป็มารหรือเทพอะไรแต่ลงมือทำร้ายท่านเทพต้นกำเนิดแบบนี้ผลลัพธ์ก็เป็อย่างที่เห็นในตอนที่เขาโจมตีท่านเทพต้นกำเนิดลำดับ 2 เขาต้องใช้เกราะที่สร้างขึ้นเป็พิเศษเพื่อต้านรับพลังเทพที่จะสะท้อนกลับมาตอนโจมตีแต่ถึงอย่างนั้นเกราะนั่นก็สลายหายไปทันทีที่ฝ่ายเทพต้นกำเนิดโจมตีกลับมาคิดว่าคงไม่มีสสารใดป้องกันพลังของเหล่าเทพต้นกำเนิดได้จริงๆหรอกกระมัง
“เมื่อครู่เสียงอะไรกัน”แม้เมื่อครู่จะมีเหตุการณ์อย่างมารตนหนึ่งโดนพลังของท่านเทพต้นกำเนิดทำให้สลายไปแต่เสียงที่คนภายนอกได้ยินกลับเหมือนมีสิ่งของบางอย่างตกลงพื้นเท่านั้นแต่ถึงจะเป็เพียงเสียงเล็กน้อยแต่ หลี่เอ้อหลาง มารดาของเด็กทั้งสองกลับอดไม่ได้ที่จะเข้ามาตรวจสอบว่าภายในห้องที่ตนทิ้งเด็กทั้งสองเอาไว้เกิดอะไรขึ้น
“.............”แม้มารดาผู้เข้ามาจะไม่พบสิ่งใดผิดปกติแต่ฝ่ายชายหนุ่มผู้อยู่ในร่างของบุตรชายของนางกลับมองไปทางผู้เป็มารดาไม่วางตานี่นะหรือตระกูลหงสานิรันดร์ที่เจียอีพูดถึง เท่าที่ฟังมาเผ่าหงสานิรันดร์เป็ลูกหลานของมนุษย์ผู้หนึ่งที่ได้ดื่มเืของวิหคะตนหนึ่งซึ่งเป็สัตว์ในตำนานของโลกใบนี้หลังจากนั้นบุตรหลานของคนในตระกูลนี้ก็สืบสายเืของวิหคะสีทองตนนั้นเรื่อยมาจนถูกเรียกว่าตระกูลหงสานิรันดร์
ร่างกายภายนอกส่วนใหญ่แล้วไม่ต่างจากมนุษย์เท่าไหร่โดยคนในตระกูลหงสานิรันดร์จะมีเส้นผมและดวงตาสีทองเป็เอกลักษณ์และมีพลังิญญาที่มากกว่าคนปกติหลายเท่าและเหนือสิ่งอื่นใดที่ทำให้ท่านเทพต้นกำเนิด้าจะลงมาจุติเป็คนในตระกูลหงสานิรันดร์ก็คืออายุขัยที่ยืนยาวกว่าคนปกตินั่นเอง
“ลู่ชิง ตื่นแล้วเหรอลูก”หลี่เอ้อหลางมารดาของเด็กทั้งสองเห็นบุตรชายมองตนไม่วางตาก็พลันยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยนนามของชายหนุ่มในร่างนี้ก็คือ หลี่ลู่ชิง ส่วนทารกหญิงข้างๆก็มีนามว่า หลี่หลินเยว่นั่นเอง ด้วยการจัดการของเจียอีและเทพสูงสุดของโลกใบนี้ทำให้ทั้งสองลงมาเกิดอย่างปลอดภัยในหมู่บ้านเล็กๆที่แสนสงบสุขทำให้ใน่วัยเด็กพวกเขาไม่ต้องกังวลเื่อันตรายใดๆ
.
.
.
“พี่ลู่ชิง ท่านยังฝึกอยู่อีกเหรอ”เผลอเพียงครู่เดียวหลี่ลู่ชิงและหลี่หลินเยว่ก็อายุครบ 10 ปีเสียแล้ว ยามนี้หลี่หลินเยว่กลายเป็สาวน้อยน่ารักที่ผู้คนทั้งหมู่บ้านพากันรักใคร่ส่วนหลี่ลู่ชิงเองก็ไม่ต่างกัน แม้จะเป็เด็กผู้ชายแต่เพราะเด็กหนุ่มที่นั่งรวบรวมพลังิญญาอยู่ใต้ต้นไม้ผู้นี้เป็ฝาแฝดของหลี่หลินเยว่ทำให้ใบหน้าของหลี่ลู่ชิงออกไปทางงดงามเสียมากกว่าหล่อเหลาเสียอีกไม่ใช่เท่านั้น บางทีหลี่ลู่ชิงก็แอบคิดว่าท่านเทพสูงสุดของโลกใบนี้ต้องแอบทำอะไรแน่ๆใบหน้าของหลี่หลินเยว่ผู้เป็ร่างจุติของท่านเทพต้นกำเนิดถึงได้ดูจะงดงามเสียกว่ามารดาเสียอีกเพราะแบบนั้นเขาเลยได้รับผลกระทบจากรูปร่างหน้าตานั้นไปด้วย
“คราวนี้ต้องสำเร็จแน่ๆ”หลี่ลู่ชิงยิ้มออกมาก่อนจะเริ่มใช้พร์ ที่ติดตัวมาั้แ่เกิด พริบตาที่ลู่ชิงใช้พร์ออกมาเบื้องหน้าของเขาก็ปรากฏอักขระมนตร์ถูกเขียนขึ้นมาบนพื้นก่อนที่พร์แห่งผู้อัญเชิญจะเริ่มทำงาน
ตุบ....
ใช้พลังิญญาไปจนแทบหมดร่างจนวิชาอัญเชิญสำเร็จผลในที่สุดลูกม้าตัวหนึ่งก็ปรากฏขึ้นมาเบื้องหน้าของหลี่ลู่ชิงและหลี่หลินเยว่จนได้แม้หลี่หลินเยว่จะไม่เข้าใจก็ตามว่าเหตุใดพี่ชายฝาแฝดของนางถึงต้องทุ่มพลังทั้งหมดเพื่ออัญเชิญม้าตัวหนึ่งออกมาก็ตาม
“เยี่ยม ในที่สุดข้าก็ได้พบเ้าเสียทีเ้าเพื่อนยาก”ทันทีที่อัญเชิญลูกม้าตัวหนึ่งออกมาได้ใบหน้าของหลี่ลู่ชิงก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความดีใจอย่างเห็นได้ชัด แถมเ้าม้าเองพอเห็นผู้อัญเชิญมันออกมาก็ทำท่าทีดีใจพร้อมวิ่งเข้าไปคลอเคลียเ้านายของมันอย่างรู้ใจอีกต่างหาก
“เ้านี่มัน...ม้าที่ท่านขี่มาตอนนั้นงั้นเหรอ”หลี่หลินเยว่อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมพี่ชายของนางถึงได้ดีใจขนาดนั้นนางจึงลองเพ่งมองเ้าม้าตรงหน้าอย่างตั้งใจจนพบว่าม้าตัวนี้ไม่ใช่ม้าของมิตินี้แต่เป็ม้าที่ถูกอัญเชิญมาจากมิติอื่นต่างหากซึ่งนั่นก็เป็การทำงานของวิชาอัญเชิญอยู่แล้ว ทว่า....สามารถเลือกสัตว์อัญเชิญจากมิติอื่นได้ตาม้าเช่นนี้คงต้องใช้ความสามารถไม่น้อยมันยากกว่าการอัญเชิญปีศาจจากมิติอื่นแบบสุ่มมาเสียอีก สมแล้วที่เขาเคยบุกเข้าไปในมิติต้นกำเนิด
“ใช่แล้ว แต่เพราะพลังิญญาของข้าไม่พอก็เลยอยู่ในร่างลูกม้าแบบนี้แต่ได้พบกับมันอีกครั้งก็ถือว่าสำเร็จแล้ว”หลี่ลู่ชิงยิ้มกว้างออกมาอย่างดีอกดีใจขณะเล่นกับเ้าลูกม้าที่อัญเชิญออกมาอย่างคุ้นเคย
“นี่ท่านอุตส่าห์เลือกพร์ติดตัวมาเพื่อม้าของท่านงั้นเหรอ”หลี่หลินเยว่ยิ่งฟังก็ยิ่งใตอนนั้นที่เขาเลือกวิชาอัญเชิญมาเป็พร์ติดตัวก็น่าสงสัยพออยู่แล้วยิ่งได้รู้ว่าแท้จริงแล้วเขาเพียง้าอยากพบม้าของเขาอีกครั้งก็ยิ่งทำให้หลี่หลินเยว่แปลกใจมากขึ้นไปอีกตอนนั้นนางให้เขาเลือกพร์ได้ตามใจ ต่อให้เขาเลือกพร์ที่ทำให้เขากลายเป็ผู้ยิ่งใหญ่ของโลกใบนี้ก็ไม่มีใครกล้าห้ามแท้ๆ
“เ้าไม่เข้าใจหรอก ม้าตัวนี้เป็สหายร่วมศึกกับข้ามานับครั้งไม่ถ้วนสายสัมพันธ์ของข้ากับมันเป็สายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นเสียยิ่งกว่าพี่น้องเสียอีก”ลู่ชิงตอบออกมาโดยไม่สนใจท่าทีแปลกใจของน้องสาวเสียด้วยซ้ำแต่พอได้รับคำตอบแบบนั้นหลี่หลินเยว่กลับมีท่าทีไม่ค่อยพอใจเสียอย่างนั้น
“เช่นนั้นท่านก็หมายความว่าท่านรักม้าตัวนี้มากกว่าน้องสาวอย่างข้าอีกนะสิ”หลี่หลินเยว่ทำท่าทีงอนๆออกมาให้เห็นทำเอาหลี่ลู่ชิงอดที่จะส่ายหน้าไม่ได้ไหนตอนแรกเกิดนางยังไม่ยอมจะเป็น้องสาวอยู่เลยไม่ใช่หรือเหตุใดตอนนี้ถึงมาทวงสิทธิ์การเป็น้องเสียเล่า
“ถูกแล้วเ้านี่เป็น้องชายที่แสนดีเชียวล่ะ”หลี่ลู่ชิงตอบพลางลูบหัวของเ้าลูกม้าอย่างเอ็นดูแต่คำตอบของเขากลับทำให้หลี่หลินเยว่ยิ่งแก้มป่องขึ้นเรื่อยๆเสียอย่างนั้น
“แต่น่าเสียดายนะที่เ้านี่กินขนมแบบพวกเราไม่ได้ขนมชิ้นนี้คงต้องให้น้องสาวกินแทนกระมัง”แหย่น้องสาวไปนิดหน่อย หลี่ลู่ชิงก็นำขนมถั่วตัดออกมาชิ้นหนึ่งน่าเสียดายที่ท่านเจียอีเหมือนจะไม่ได้บอกเื่อาหารให้ท่านเทพสูงสุดได้ทราบทำให้ท่านเทพสูงสุดไม่ได้สนใจเื่อาหารในหมู่บ้านเสียเท่าไหร่แม้โลกนี้จะมีวัฒนธรรมการกินอาหารที่ยอดเยี่ยม แต่ถูกส่งมาอยู่ในหมู่บ้านห่างไกลเช่นนี้เลยหาขนมหวานกินไม่ค่อยได้แม้อาหารอื่นๆจะไม่เลว แต่กับเด็กแล้วเื่ขนมหวานนี่เกรงว่าจะแยกกันไม่ออก
“.............”แม้จะยังงอนพี่อยู่นิดหน่อยที่ลู่ชิงเห็นม้าเป็พี่น้องมากกว่าตนแต่พอพูดเื่ขนมหลี่หลินเยว่ก็ลดท่าทีโกรธๆลงอย่างเห็นได้ชัด ตอนแรกแค่นางได้ดื่มนมของมารดาเป็ครั้งแรกมันก็ทำให้นางตื่นตาตื่นใจกับการกินอาหารของมนุษย์ไม่น้อยพอโตมาอีกหน่อยท่านแม่และท่านพ่อก็เริ่มให้กินอาหารหลากหลายมากขึ้นเรียกได้ว่า่เวลานั้นเป็่เวลาอันแสนยอดเยี่ยมของนางเลยก็ว่าได้ ทว่า...ในเหล่าอาหารมากมายที่ได้กินขนมรสหวานนี่ล่ะคือของที่ยอดเยี่ยมที่สุดแล้วแถมในหมู่บ้านยังไม่ค่อยมีพ่อค้าผ่านมาทำให้ขนมง่ายๆอย่างถั่วตัดชิ้นนี้ก็ถือเป็ของหายากแล้วพี่ชายของนางเอาขนมชิ้นนี้มาล่อจะถือว่าเป็เื่ขี้โกงก็ไม่เกินไปนัก
“นับว่าท่านยังรู้จักแยกแยะ”หลี่หลินเยว่ว่าพลางเดินเข้าไปรับขนมจากมือพี่ชายมานั่งกินอยู่ข้างๆด้วยใบหน้ามีความสุขเสียอย่างนั้นทำเอาหลี่ลู่ชิงอดที่จะอมยิ้มตามไม่ได้
ั้แ่ลงมาเกิดในโลกใบนี้ก็ผ่านไปแล้ว10 ปีเต็ม เวลาขนาดนี้ทำให้ท่านเทพต้นกำเนิดกลายเป็น้องสาวแสนน่ารักอย่างเต็มตัวเสียแล้วแม้ตอนแรกนางจะไม่ยอมรับเท่าไหร่เพราะนางสั่งให้เทพสูงสุดทำให้นางเกิดก่อนลู่ชิงนางจะได้มีศักดิ์เป็พี่แต่เพราะทั้งสองเป็ฝาแฝดกันทำให้เวลาเกิดห่างกันไม่มาก สุดท้ายหลี่ซุนผู้เป็พ่อเลยให้หลี่ลู่ชิงเป็พี่เพราะอยากให้บุตรชายคอยดูแลบุตรสาวเสียอย่างนั้นทำให้ศักดิ์ของหลี่หลินเยว่กลายเป็น้องเสียอย่างนั้น
แน่นอนว่าตอนแรกนางยังไม่ยอมเสียเท่าไหร่แต่เพราะโดนท่านแม่ปะเหลาะอยู่บ่อยครั้งนางเลยยอมแต่โดยดี แถมคำพูดคำจาที่ติดมาจากการเป็พี่ใหญ่แห่งเหล่าเทพต้นกำเนิดก็เริ่มหายไปั้แ่เมื่อไหร่ไม่ทราบตอนนี้หลี่หลินเยว่เรียกหาหลี่ลู่ชิงเป็พี่ชายได้อย่างเต็มปากแถมว่ากันตามตรงร่างกายเป็เด็กเช่นนี้เหมาะกับท่านเทพต้นกำเนิดเสียยิ่งกว่าร่างเทพของนางเสียอีกเพราะนางยามได้ลงมายังโลกก็ทำตัวเหมือนเด็กทั่วๆไปทันที นอกจากจะชอบของกินแล้วยังตื่นตาตื่นใจกับสิ่งรอบข้างอยู่ตลอดไม่ว่าใครจะพูดเื่อะไรนางก็ตื่นเต้นดีใจไปกับคนเ่าั้ทั้งนั้นเพราะแบบนี้กระมังนางถึงกลายเป็ขวัญใจของคนในหมู่บ้านไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ไปจนถึงเหล่าาุโทั้งหลายอีกด้วย
แม้จะลำบากกับการต้องไล่เ้าพวกเด็กผู้ชายที่พยายามจะมาจีบหลี่หลินเยว่อยู่บ้างแต่ชีวิตเช่นนี้ก็สุขสบายดีไม่น้อย หากสามารถพาสหายในชาติก่อนมาร่วมผ่อนคลายได้คงดีไม่น้อยเลย
.
.
.
ตุบ.....
แม้หมู่บ้านจะสงบสุขเพียงใดก็ไม่มีที่ไหนในโลกที่จะไม่ต้องเผชิญกับอันตรายเลยยามนี้ภายในป่าที่ควรจะมีเพียงสัตว์ป่าทั่วไปอาศัยอยู่กลับปรากฏร่างของหมีั์ตนหนึ่งกำลังเดินผ่านต้นไม้เข้ามาใกล้หมู่บ้านอย่างเชื่องช้าร่างกายของมันใหญ่โตกว่าหมีทั่วไปแถมที่อกยังมีลวดลายสีแดงเพลิงราวกับบนิัมีดวงไฟกำลังลุกโชนอยู่ไม่มีผิดหมีตนนี้คือสัตว์อสูรที่อยู่อาศัยในโลกเดียวกันกับที่ท่านเทพต้นกำเนิดลงมาจุติและมันก็เป็ต้นเหตุของความเปลี่ยนแปลงของอนาคตอันแสนสงบสุขของหลี่ลู่ชิงอีกด้วย