ภายในผับชื่อดังย่านธุรกิจที่วันนี้ยังคงเนืองแน่นไปด้วยนักท่องราตรีที่ออกมาหาความสำราญกันอย่างคึกคักภานุชายหนุ่มรูปร่างหล่อเหล่าดูภูมิฐานด้วยดีกรีผู้บริหารใหญ่นั่งดื่มอยู่เพียงลำพังตรงมุมโซฟาด้านในสุด
วันนี้เขาตั้งใจจะลงมานั่งข้างล่างปะปนกับผู้คนมากมายแทนที่จะเป็ห้องวีไอพีที่เป็ส่วนตัวเหมือนทุกครั้งเพราะอยากจะเจอหญิงสาวที่เขามาหาความจริงบางอย่างกับเธอในค่ำคืนนี้...แม้จะมีอีกเื่ที่กำลังรบกวนจิตใจของเขาอยู่ก็ตาม
เมื่อเย็นเขาโทรไปที่บ้านเพื่อบอกกล่าวว่าเขาจะอยู่ค้างที่คอนโดอีกคืนแต่เมื่อได้ยินสาวใช้รายงานว่านาวินมาค้างที่บ้านและตอนนี้ก็อยู่ที่เรือนเล็กกับนมอิ่มทำให้หัวใจดวงแกร่งเกิดความว้าวุ่นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกเขาจึงเปลี่ยนใจและบอกว่าจะกลับไปค้างที่บ้านแต่คงดึกหน่อย
‘ทำไมนายถึงกลับไปอยู่บ้านได้ล่ะนายวินเห็นทีคราวนี้เขาคงต้องหาทางตัดไฟให้สิ้นเชื้อโดยเร็วที่สุดแล้วหละ’
ชายหนุ่มคิดกังวลอยู่ในใจพลางยกแก้วเหล้าในมือขึ้นดื่มแล้วกวาดสายตาไปรอบๆร้านเพื่อมองหาใครบางคน แต่ก็ไม่มีวี่แววของหญิงสาวที่เขากำลังตามหาเลยแม้แต่เงาส่วนคนที่เขาพึ่งพาถามไถ่ได้อย่างเจนนี่ก็ไม่มาเสียด้วย ‘จะได้เื่ไหมเนี่ยวันนี้’ ภานุเริ่มรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาเล็กน้อย
ส่วนอีกมุมหนึ่งของผับร่างผอมเพรียวในชุดเกาะอกสีแดงเพลิงกำลังยักย้ายส่ายสะโพกอย่างบ้าคลั่งแข่งกับเสียงเพลงประกอบกับฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไปไม่น้อยทำให้เธอรู้สึกคึกคักมากเป็พิเศษ
ดวงตาคมเฉี่ยวกวาดมองไปทั่วห้องที่มืดมิดแต่มีแสงไฟสลัวๆแค่พอมองเห็นก่อนจะสะดุดที่ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลามาดผู้ดีมีระดับที่นั่งดื่มอยู่คนเดียวตรงมุมลับตา...‘คุณภานุ!’
นิลณีย์เดินกลับมาที่โต๊ะของตัวเองซึ่งมีเพื่อนสาวชาวไทยนั่งอยู่สี่ห้าคนริมฝีปากสีแดงสดคลี่ยิ้มอย่างสมใจเมื่อจู่ๆเหยื่อที่เธอคิดหมายมั่นเอาไว้ก็มาปรากฏตรงหน้า แถมยังอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมอีกด้วย
ภาพของชายหนุ่มหน้าตาดีที่มีสาวสวยแวะเวียนเข้าไปนั่งคุยด้วยไม่หยุดหย่อนประกอบกับสายตาคมที่แพรวพราวทรงเสน่ห์นั้นยังแอบแฝงไปด้วยแรงดึงดูดบางอย่างทำให้คนที่ได้สบพบเห็นต้องขนลุกเกรียวและนั่นก็ทำให้เธอยิ่งมั่นใจมากขึ้นว่าคืนนี้เขาต้องเสร็จเธอแน่ๆ ‘ดูท่าคงไม่เบาเหมือนกันนี่คะท่านประธาน...อยากรู้นักว่าลีลาบนเตียงจะสู้น้องชายได้หรือเปล่า’นิลณีย์พึมพำเหน็บแนมชายหนุ่มอยู่ในใจ
“นี่ นีล่า เหนื่อยแล้วเหรอ” สาวสวยร่วมอาชีพแอร์โฮสเตรสคนหนึ่งถามขึ้นเมื่อเห็นเพื่อนใหม่นั่งเงียบไป
“เปล่าหรอก ฉันแค่เจอผู้ชายที่ถูกใจน่ะ” นิลณีย์ปรายตามามองและตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งๆเหมือนเป็เื่ปกติ
“เหรอ ไหนๆ คนไหนล่ะ หล่อไหม” สาวอีกคนในกลุ่มรีบหันมาถามอย่างสนใจ
“นั่นไง... คนที่นั่งตรงมุมโซฟาคนเดียวน่ะ” นิ้วเรียวของนิลณีย์กรีดชี้ไปทางชายหนุ่มที่เธอหมายตา
“เห้ย! นั่นท่านประธานนี่” คนมองตามถึงกับตะลึงเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มคนนั้นเป็ใครก่อนที่สาวๆ ในกลุ่มจะเห็นพ้องตรงกัน
“เออ... ใช่จริงๆ ด้วย”
“นีล่า เธอจำท่านประธานไม่ได้เหรอ” เสียงเพื่อนสาวคนหนึ่งถามขึ้นเหมือนเป็การเตือนสติมากกว่า
“จำได้สิ ฉันตั้งใจที่จะจำด้วยนะ ฮึฮึ” ริมฝีปากสีแดงสดยิ้มหยันใส่คนถามอย่างไม่หวั่นเกรง
“แล้วทำไมถึงบอกว่าถูกใจล่ะ ก็เธอคบกับคุณนาวินน้องชายของเขาอยู่ไม่ใช่หรือไง”สาวสวยคนเดิมยังคงถามต่อ ทำให้คนอื่นๆในกลุ่มต่างหันมามองนิลณีย์ด้วยความสนใจ
“คบได้ก็เลิกได้ ทีเขายังไม่เห็นสนใจฉันเลยนี่” นิลณีย์ยักไหล่แล้วตอบออกไปอย่างไม่ใส่ใจเมื่อเย็นเธอโทรไปชวนนาวินแล้วแต่เขาก็ปฏิเสธ แถมยังตัดสายใส่เธอไปเฉย
นาวินทำให้เธอโมโหจนต้องควักเงินก้อนโตมาจ้างคนพวกนี้ให้มาเที่ยวกับเธอแทน
“นี่อย่าบอกนะว่าเธอจะ...” คนพูดชะงักไว้เพราะรู้สึกกระดากปากเมื่อคิดว่าอีกฝ่ายกำลังจะหวังไกลถึงขั้นได้ชายหนุ่มเ้าของสายการบินใหญ่ทั้งสองคน
“ใช่... พวกเธอมีปัญหาเหรอ... เอาเป็ว่าถ้าใครอยากสุขสบายมีงานทำมีเงินใช้และยังได้เที่ยวฟรีกินฟรีแบบนี้ก็อย่าขัดใจฉัน แล้วก็หุบปากเอาไว้ให้ดีๆ ด้วยล่ะ”
คำพูดของคนที่อ้างว่าเป็ใหญ่ในการตัดสินใจของหนึ่งในผู้บริหารระดับสูงทำให้ทุกคนต่างก้มหน้าก้มตาซ่อนความไม่พอใจเอาไว้จนมิดเพราะกลัวอีกฝ่ายจะหาเื่ทำให้พวกเธอต้องตกงานกันเป็แถว
เมื่อสั่งปิดปากทุกคนเรียบร้อยแล้วนิลณีย์ก็ผุดลุกขึ้นยืนแล้วกล่าวประโยคสุดท้ายเป็การอำลา
“อ่อ เดี๋ยวฉันจะเช็กบิลเลยนะ อีกสักพักพวกเธอก็กลับกันได้เลย” พูดจบร่างเพรียวที่ดูเย้ายวนก็เดินออกไปจากโต๊ะท่ามกลางสายตาอึ้งๆระคนมึนงงของทุกคน
ภานุมองไปรอบๆตัวอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์นักเขาอุตส่าห์ลงทุนเปลืองตัวมานั่งตรงนี้เพื่อหวังจะได้เจอกับเธอแบบชัดๆ อีกครั้ง
แต่สิ่งที่เริ่มสร้างความรำคาญให้เขาก็คือสาวสวยมากหน้าหลายตาที่หมั่นเข้ามาหาชวนเขาพูดคุยและเขาก็ต้องคอยยิ้มรับไมตรีจากพวกเธอเ่าั้จนรู้สึกเมื่อยกามไปหมด‘วันนี้เขาพลาดที่จะได้เจอเธอหรือไงนะ แก้วตา’ชายหนุ่มนึกถามตัวเองถึงหญิงสาวที่เขาอยากเจอ
“สวัสดีค่ะ ท่านประธาน” เสียงหวานใสดังขึ้นข้างๆดึงเขาให้กลับมาจากความคิดที่ล่องลอยไปไกล
ภานุเหลือบมองไปยังที่มาของเสียงสาวสวยในชุดเกาะอกสีแดงเพลิงที่รัดรูปอวดทรวดทรงอย่างจงใจหน้าตาจัดจ้านถึงขั้นดูดีในความคิดของเขา... แต่ดูคุ้นๆ อย่างไรชอบกลแถมสรรพนามที่เธอเรียกยังเป็ตำแหน่งหน้าที่การงานของเขาอีกด้วยแสดงว่าเธอต้องเป็คนในบริษัทแน่ๆ
นิลณีย์ฉีกยิ้มหวานละไมมาให้ชายหนุ่มจริตมารยาที่สะสมอยู่ในตัวมีเท่าไรเธอพร้อมจะงัดมันออกมาเพื่อใช้สำหรับผู้ชายคนนี้โดยเฉพาะ
“ครับ สวัสดีครับ เอ่อ... คุณ” ภานุตอบตะกุกตะกักด้วยสีหน้าที่แปลกใจเล็กน้อย
“นีล่าค่ะ” เสียงหวานเอ่ยบอกอย่างมีจริต
“ครับ คุณนีล่า” ชายหนุ่มยิ้มรับไมตรีจากหญิงสาวเป็มารยาทก่อนจะนึกสะดุดใจที่ชื่อของเธอ ‘นีล่า...? นิลณีย์ใช่แล้ว! เธอคือแอร์โฮสเตสแฟนสาวคู่ควงของนายวิน’ในที่สุดเขาก็จำได้ผู้หญิงที่เขานึกไม่ชอบใจในพฤติกรรมของเธอั้แ่วันนั้น
“ขอนีล่านั่งด้วยได้ไหมคะ” นิลณีย์กล่าวขออนุญาตแม้จะไม่ค่อยแน่ใจนักว่าอีกฝ่ายจำเธอได้หรือเปล่าแต่จะจำได้หรือไม่นั้นก็ไม่ใช่สิ่งสำคัญอะไรอีกแล้วเพราะยังไงคืนนี้เขาจะต้องจดจำเธอไปตลอดชีวิตแน่นอน
“ได้ครับ เชิญตามสบายครับ”
เมื่อเขาผายมือไปที่โซฟาฝั่งตรงข้ามเป็การอนุญาตแล้วร่างบางจึงเดินไปหย่อนตัวลงนั่งแล้วยกขาขึ้นมาไขว้กันไว้อย่างจงใจ
“ท่านประธานมาคนเดียวหรือคะ”
“ครับ... เอ่อ อยู่ข้างนอกไม่ต้องเรียกตำแหน่งของผมก็ได้ แค่เรียกชื่อก็พอ”ภานุตอบคำถามแล้วยิ้มให้อย่างฝืดฝืนพลางเหลือบมองเรียวขาที่เธอตั้งใจจะโชว์เขาด้วยแววตามึนงงเล็กน้อย...เธอคิดจะทำอะไรกันแน่
“ค่ะคุณภานุ”
“แล้วคุณล่ะครับ มาคนเดียวหรือเปล่า” เ้าของโต๊ะเอ่ยถามพร้อมกับยกแก้วเหล้าในมือขึ้นดื่มไปอึกใหญ่
“นีล่ามากับเพื่อนๆ น่ะค่ะ พอดีว่าพวกเขาจะไปที่อื่นกันต่อแต่นีล่าไม่ค่อยชอบเที่ยวกลางคืนเท่าไรก็เลยขอตัวไม่ไปด้วย” นิลณีย์จีบปากจีบคอใช้จริตดัดเสียงหวานพูดกับชายหนุ่ม
“อ่อ ครับ” ภานุกดยิ้มมุมปากนิดๆแล้วนึกเหน็บแนมหญิงสาวอยู่ในใจ ‘นี่ขนาดไม่ชอบเที่ยวนะยังเตรียมพร้อมขนาดนี้ทั้งสั้น ทั้งฟิต ทั้งยั่วยวน’
“แล้วไม่ชวนนายวินมาเที่ยวด้วยล่ะครับ... เป็แฟนกันไม่ใช่เหรอ”
คำถามของชายหนุ่มตรงหน้าทำให้นิลณีย์สะอึกเล็กน้อย‘แสดงว่าเขาจำเธอได้แต่เขาคงไม่รู้ตื้นลึกหนาบางเื่ของเธอกับนาวินเท่าไรหรอกเพราะเธอกับนาวินคบกันตอนที่อยู่ต่างประเทศและนาวินก็บอกกับเธอเองว่าคนเป็พี่ชายไม่ได้สนใจอะไรกับชีวิตความเป็อยู่ของเขาที่นั่น’หญิงสาวคิดเข้าข้างตัวเองอย่างสบายใจ
“เอ่อ... นีล่ากับวิน ตอนนี้เราก็ห่างๆ กันแล้วค่ะ จริงๆเราก็ห่างกันั้แ่ก่อนมาเมืองไทยแล้วด้วยซ้ำ แต่วินเขายังไม่มีใครก็เลยโทรชวนนีล่าไปไหนมาไหนเป็เพื่อนบ่อยๆและ่นี้นีล่าก็ไม่ค่อยอยากเจอเขาเท่าไรด้วย”
“อ้าว!? ทำไมล่ะครับ”
ภานุเริ่มนึกสนุกกับการเล่นละครของหญิงสาว‘ฮึ วันแรกที่เหยียบเมืองไทยก็ลากกันขึ้นเตียงั้แ่บ่ายจนค่ำยังจะมาโกหกอีก’ เขารู้ทุกความเคลื่อนไหวของน้องชายนั่นแหละเพียงแต่ระยะวันสองวันนี้เขาเพิ่งสั่งยกเลิกไปเพราะเห็นว่าอีกฝ่ายเริ่มประพฤติตัวเข้ารูปเข้ารอยที่เขาวางไว้แล้ว
“ก็วินน่ะสิคะ ชอบหึงหวงนีล่าไม่เข้าเื่ ทั้งๆ ที่เราก็ห่างกันแล้ว...นีล่าจะคุยกับใครก็ไม่ได้” นิลณีย์ตีหน้าเศร้าเพื่อเรียกร้องความสนใจจากชายหนุ่มที่เป็เป้าหมายรายต่อไป
“ขนาดนั้นเลยหรือครับ” ภานุเลิกคิ้วย้อนถามด้วยอาการงงๆในเมื่อเธออยากโชว์ฝีมือการเล่นละครเขาก็จะใจดียอมเล่นด้วยสักฉากสองฉากอย่างน้อยก็เพื่อแก้ความน่าเบื่อที่เขากำลังเป็อยู่ตอนนี้
“ค่ะ วินน่ะ ขี้หึง และก็โมโหร้ายด้วยนะคะ เวลาที่วินไม่พอใจทีไรนีล่าตัวเขียวช้ำไปหมดทุกทีเลยค่ะ”
“ครับ ผมเห็นใจคุณนะครับ แต่เื่แบบนี้ผมคงเข้าไปยุ่งด้วยไม่ได้แม้ว่าผู้ชายคนนั้นจะเป็น้องแท้ๆ ของผมก็เถอะ” ภานุพ่นลมหายใจออกมาหนักๆทำหน้าเหมือนเห็นใจอย่างที่ปากว่า พร้อมทั้งเน้นย้ำในประโยคท้ายเพื่อให้หญิงสาวรู้ตัวว่าเธอไม่ควรยั่วยวนเขา
“นีล่าเข้าใจค่ะ”
“เอ่อ คุณจะสั่งเครื่องดื่มไหมครับ เดี๋ยวผมจัดการให้” เ้าของโต๊ะเอ่ยชวนอย่างมีน้ำใจ
“ไม่ดีกว่าค่ะ เมื่อกี้นีล่าดื่มกับเพื่อนไปเยอะแล้ว ตอนนี้รู้สึกมึนๆ มากกว่าค่ะ”คนมีแผนเริ่มมีท่าทีออดอ้อนส่งตาหวานระยับมาให้ชายหนุ่มอย่างเปิดเผย
“ครับ” ภานุรับคำแบบฝืนๆรู้สึกขนลุกเกรียวขึ้นมาทันทีเมื่อเจอสายตาหยาดเยิ้มของหญิงสาวตรงหน้า... คนที่อยากเจอก็ไม่ได้เจอส่วนนางมารร้ายนี่ก็พยายามยั่วเขาเหลือเกิน
“งั้นนีล่าขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ” นิลณีย์บอกเสียงหวานแล้วค่อยๆขยับตัวลุกขึ้นยืนช้าๆ เพื่อเรียกความสนใจจากชายหนุ่ม
“ครับ เชิญครับ” เสียงเข้มรับคำพร้อมทั้งส่งยิ้มให้บางๆเป็มารยาท และโดยที่ไม่ทันตั้งตัว จู่ๆร่างเพรียวที่แสนเย้ายวนของหญิงสาวที่ทำท่าจะเดินออกไปกลับซวนเซเข้ามาหาเขาเหมือนตั้งใจจนชายหนุ่มต้องลุกขึ้นแล้วประคองเธอเอาไว้ในวงแขนอย่างเสียไม่ได้
“อุ๊ย... ขอโทษค่ะ” คนพูดช้อนตาขึ้นมองเขาแล้วทำท่าทีเอียงอาย
“คุณเดินไหวหรือเปล่า ให้ผมพาไปไหมครับ” คนเป็สุภาพบุรุษแสดงน้ำใจ...ทำไมเขาจะไม่รู้มารยาของเธอ เพียงแต่เขาไม่อยากหักหน้าเธอตอนนี้เพราะเขามีวิธีที่จะสนองความ้าของเธอให้อย่างสาสมทีเดียว
“นีล่ารู้สึกเวียนหัวน่ะค่ะ อยากกลับบ้านมากกว่า เอ่อ คุณภานุจะกรุณา...เอ่อ...” นิลณีย์ทำเป็อึกอักเว้นช่องว่างให้ชายหนุ่มเข้าใจเอาเองและเขาก็รู้ใจเธอเสียด้วย
“ก็ได้ครับ งั้นเดี๋ยวผมไปส่งคุณเอง... คุณจะเข้าห้องน้ำไหมครับผมขอเช็กบิลก่อน” ภานุก้มหน้าซ่อนยิ้มร้ายแล้วพูดบอกกับหญิงสาวด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มจนร่างบางแทบละลายลงไปตรงหน้า
“ขอบคุณค่ะ” นิลณีย์ยิ้มหวานให้เขาอย่างสมใจเธอไม่คิดเลยว่าอะไรๆ มันจะง่ายดายถึงเพียงนี้เพราะดูท่าแล้วผู้บริหารหนุ่มคงจะหลงเสน่ห์เธอเข้าอย่างจัง ‘ฮึ ผู้ชายก็แบบนี้ทุกคนนั่นแหละ ยั่วนิดยั่วหน่อยก็อ่อนเป็ขี้ผึ้งลนไฟ’หญิงสาวคิดในใจก่อนจะผละเดินออกไปที่ห้องน้ำเพื่อปล่อยให้เขาจัดการเช็กบิลและเคลียร์ธุระของตัวเองให้เรียบร้อย
ทางด้านหญิงสาวที่ถูกขอร้องให้มาช่วยงานก็เอาแต่นอนแหม็บอยู่ที่โซฟาภายในห้องทำงานของผู้เป็อาซึ่งเป็เ้าของร้านอย่างหมดสภาพ
เธอมาช่วยงานที่ร้านั้แ่หัวค่ำแล้วเมื่อรู้ว่าเจนนี่ไม่มาทำงานเธอจึงไม่อยากออกไปเสี่ยงเดินเสิร์ฟข้างนอกก็เลยขอเป็ฝ่ายจัดเตรียมเครื่องดื่มข้างหลังร้านแทนแต่เพราะธรรมชาติของผู้หญิงที่จู่โจมเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัวทำให้เธอต้องมานอนซมอยู่แบบนี้ั้แ่สองชั่วโมงก่อน
“แก้ว เป็ยังไงบ้างเรา” มานพเอ่ยถามหลานสาวที่นอนนิ่งอยู่บนโซฟาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะขยับไปไหน
“ปวดท้องน่ะสิคะอานพ ถามได้... แก้วจะกลับบ้านได้หรือยังคะเนี่ย” แก้วตาบอกเสียงอู้อี้แสดงถึงความทรมานจนยากจะทนไหว
“แล้วกินยาหรือยัง” ผู้เป็อาถามขึ้นอีกครั้งด้วยความเป็ห่วง
“กินแล้วค่ะ แต่ยังไม่ดีขึ้นเท่าไร” เสียงอู้อี้ยังคงตอบกลับมาอย่างเหนื่อยล้า
“งั้นรอแป๊บนึงนะ เดี๋ยวอาออกไปสั่งงานไว้ก่อนเจนนี่ก็ลาหยุดด้วยวันนี้เลยวุ่นวายไปหมด” มานพบอกหลานสาวที่แสนรักก่อนจะเดินออกไปจากห้องเพื่อสั่งงานลูกน้องในร้านไม่นานก็กลับเข้ามาแล้วช่วยประคองพาคนป่วยไปที่ลานจอดรถ
เมื่อมาถึงที่รถแก้วตาก็ก้าวขึ้นไปนั่งข้างๆคนขับแล้วหันไปคว้าเข็มขัดนิรภัยมาคาดเหมือนเช่นทุกครั้งระหว่างที่เหลียวมองไปรอบๆ นั้นดวงตากลมโตก็เหลือบไปเห็นภาพสองหนุ่มสาวที่กำลังเดินประคองโอบกอดกันออกมาอย่างสนิทสนมจนเกินงามทำให้เธอนึกต่อว่าในใจ ‘แหม่แต่งตัวก็ดีมีฐานะไม่น่าไร้มารยาทไร้ยางอายแบบนี้เลย’ แก้วตาส่ายหน้าให้กับพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ของสองหนุ่มสาวนักเที่ยวก่อนจะใอ้าปากค้างเมื่อเห็นใบหน้าของชายหนุ่มคนนั้นชัดๆ
‘เห้ย! นั่นมันอีตาท่านประธานบ้ากามนี่นา คืนนี้เขามาที่นี่จริงๆ ด้วยดีนะที่เธอไม่เสนอหน้าออกไปเสิร์ฟข้างนอก แต่เอ๊ะ ผู้หญิงคนนั้นหน้าตาคุ้นๆ’
แก้วตาทำท่าครุ่นคิดแล้วเหลือบมองอีกฝ่ายเป็ระยะจนกระทั่งนึกออก
‘นั่นมันยัยจิ้งจอกปากแดงแฟนคุณนาวินนี่นาแล้วทำไมถึงมาอี๋อ๋อกับท่านประธานได้ล่ะอย่าบอกนะว่าสองคนพี่น้องแบ่งกันกินแบ่งกันใช้... อี๋ น่าขยะแขยงที่สุดผู้ชายสกปรก นอกจากจะลามกบ้ากามแล้วยังสกปรกอีก นายนี่มันไม่มีดีเลยจริงๆอีตาท่านประธานเฮงซวย’ แก้วตาต่อว่าชายหนุ่มอย่างนึกรังเกียจในพฤติกรรมมั่วกามของเขา
“เป็อะไรยัยแก้ว เห็นนั่งพึมพำๆ อยู่คนเดียว” มานพเอ่ยถามเมื่อเข้ามานั่งประจำที่ของตัวเองเรียบร้อยแล้ว
“ปะ เปล่าค่ะอานพ เราไปกันเถอะค่ะ แก้วง่วงนอนแล้ว” หญิงสาวหันมาตอบผู้เป็อาแล้วอ้าปากทำท่าหาวนอนอย่างน่าสงสาร
“อืม โอเค” ผู้ปกครองอมยิ้มให้อย่างนึกเอ็นดูในความไร้เดียงสาของหลานสาวที่ไม่ว่าจะกี่ปีก็ยังเหมือนเด็กตัวเล็กๆในสายตาของเขา ‘เฮ้อ...ชาตินี้จะหาแฟนได้ไหมเนี่ยยัยตัวแสบของอา’
ภานุประคองพานิลณีย์มาที่รถสปอร์ตคันหรูของตัวเองก่อนจะค่อยๆ ส่งร่างบางที่นุ่งน้อยห่มน้อยดูยั่วยวนลงไปนั่งที่เบาะข้างๆคนขับให้เรียบร้อยจากนั้นร่างสูงก็อ้อมไปอีกฝั่งเพื่อประจำที่ของตัวเองแล้วพาขับออกไปอย่างรวดเร็ว
นิลณีย์แกล้งทำเป็หลับแต่ภายในใจนั้นยิ้มกริ่มพองโตจนแทบจะทะลุออกมานอกอกยังไงซะวันนี้ผู้บริหารหนุ่มจะต้องเป็ของเธออย่างแน่นอนเพราะดูจากท่าทางแล้วเขาคงเป็ผู้ชายที่ร้อนแรงไม่เบาและที่สำคัญยังเป็พวกจุดปุ๊บติดปั๊บอีกด้วย
เมื่อรถเคลื่อนตัวออกไปได้สักพักร่างบางของหญิงสาวที่ดูเหมือนว่าหลับอยู่ก็ค่อยๆ เอนมาซบที่ไหล่ของชายหนุ่มจนเขาต้องเหลือบตามองก่อนจะตามมาด้วยฝ่ามือน้อยๆ ที่ลูบไล้วนเวียนไปทั่วแผงอกแกร่งอย่างเรียกร้อง ‘จะมาไม้ไหนอีกเนี่ย... มารยาเยอะจริงๆ ผู้หญิงคนนี้’ภานุส่ายหน้าน้อยๆ อย่างนึกระอาแต่ก็ไม่ได้คัดค้านอะไรเขาปล่อยให้มือนุ่มๆ นั้นลูบไล้สาบเสื้อตามแนวกระดุมของเขาไปเรื่อยๆแม้บางครั้งต้องแอบสูดลมหายใจเข้าปอดบ้างเพราะความปั่นป่วนแต่เขาก็ไม่หลงกลเธออย่างแน่นอน
ไม่นานภานุก็เลี้ยวรถเข้ามาในโรงแรมระดับกลางๆที่ไม่ได้หรูหราห้าดาวเหมือนเช่นทุกครั้งที่เขาหิ้วผู้หญิงสวยๆ มาหาความสุขนิลณีย์แอบปรือตาขึ้นมองแล้วต้องผิดหวังเล็กน้อยแต่คิดว่าเขาคงกลัวเสียชื่อเสียงและอยากปิดเป็ความลับก็เลยเลือกสถานที่ที่ไม่น่าสนใจแบบนี้
“ถึงหอพักแล้วหรือคะ” คนแกล้งหลับทำเหมือนเพิ่งรู้สึกตัวเมื่อรถจอดสนิทในโรงจอดรถที่ด้านหลังมีม่านสีเข้มเลื่อนมาปิดคลุมอย่างมิดชิดส่วนด้านหน้านั้นเป็ประตูห้องพัก
“ผมรู้ว่าคุณไม่ได้อยากกลับไปที่นั่นหรอก” ภานุจับมือนุ่มนิ่มที่ยังลูบไล้ไม่หยุดเอาไว้แล้วบีบเบาๆเพื่อยืนยันในสิ่งที่เขาพูด
“แหม่... คุณภานุพูดอะไรก็ไม่รู้ นีล่าอายนะคะ” นิลณีย์ช้อนตาขึ้นมองเขาอย่างสื่อความหมายลึกซึ้งก่อนที่หัวใจนางมารร้ายจะกระตุกวาบและสั่นรัวเมื่อเขาก็จ้องเธอกลับมาด้วยแววหิวกระหายที่ร้อนแรงเช่นกัน
ภานุผละออกจากร่างบางช้าๆแล้วเปิดประตูรถก้าวลงมา ก่อนจะอ้อมไปอีกฝั่งเพื่อเปิดประตูให้หญิงสาว
“เชิญครับ ลงมาเถอะ”
“ขอบคุณค่ะ” นิลณีย์ก้มหน้าซ่อนรอยยิ้มสมใจแล้วขยับตัวลงมายืนข้างๆ เขาด้วยท่าทีเขินอาย
“คุณเข้าไปรอผมในห้องก่อนก็แล้วกัน เดี๋ยวผมขอสั่งเครื่องดื่มก่อน” ภานุบอกพร้อมทั้งชี้มือไปที่บานประตูห้องซึ่งอยู่ตรงหน้าหญิงสาว
“ค่ะ” เสียงหวานรับคำแล้วปรายตามองเขาอย่างมีจริตก่อนจะสาวเท้าไปที่ประตูตามคำสั่งของเขา
ลับหลังหญิงสาวไปแล้วภานุมองบานประตูที่เพิ่งปิดลงไปด้วยใบหน้าสะอิดสะเอียนชวนสยดสยองก่อนที่พนักงานดูแลจะเข้ามาต้อนรับชายหนุ่มพูดบอกสิ่งที่้าสองสามคำแล้วควักธนบัตรใบใหญ่ในกระเป๋าส่งให้ปึกหนึ่งโดยไม่ต้องนับ...บางทีเงินจำนวนนี้อาจจะน้อยไปด้วยซ้ำหากเทียบกับการตกแต่งห้องใหม่หลังจากที่เขากลับออกไปแล้ว
เมื่อจัดการเื่ที่พักเรียบร้อยแล้วร่างสูงก็เปิดประตูเข้าไปในห้องและทันทีที่เขาปรากฏตัวร่างบางของหญิงสาวที่ตั้งท่ารออยู่ก่อนแล้วก็โผเข้ามาหาเขาเหมือนมีแม่เหล็กดึงดูดจนเขาตั้งตัวแทบไม่ทันและก่อนที่จะได้เอื้อนเอ่ยคำใดๆ ออกมาริมฝีปากสีแดงสดก็ปิดทับที่ริมฝีปากหยักของเขาทันทีอย่างรวดเร็วและร้อนแรงก่อนที่ภานุจะยกลำแขนขึ้นมาโอบกอดร่างของนิลณีย์ให้เข้ามาแนบชิดกับอกแกร่งของเขามากขึ้นแล้วจูบตอบกับเธอด้วยความรุนแรงเร่าร้อนไม่แพ้กันหญิงสาวที่เจนจัดในรสรักเป็อย่างดีเผยอปากรับลิ้นอุ่นๆ ของเขาอย่างรู้งาน
ทั้งสองยืนจูบกันเพียงครู่ร่างสูงของภานุก็ขยับขาดันร่างบางให้ไปล้มลงบนเตียงกว้างก่อนที่เขาตามลงมาทาบทับอย่างแนบสนิทอีกครั้งระหว่างที่ริมฝีปากกำลังทำหน้าที่สร้างความเพลิดเพลินให้หญิงสาวอยู่นั้นมือหนาก็สาละวนกับการปลดเปลื้องอาภรณ์ของคนใต้ร่างไปด้วยไม่นานร่างบางก็เปลือยเปล่าไร้สิ่งปิดกั้นใดๆนิลณีย์เบียดเสียดร่างกายถูไถไปตามลำตัวชายหนุ่มเพื่อเติมไฟปรารถนาให้เขามือเรียวอ่อนนุ่มพยายามจะปลดกระดุมเสื้อและกางเกงของเขาแต่เ้าของร่างสูงกลับคว้ามือที่ซุกซนของเธอเอาไว้แล้วรวบให้อยู่เหนือศีรษะจนได้ยินเสียงจิ๊จ๊ะขัดใจจากปากของหญิงสาวเมื่อเขาไม่ยอมตามใจเธอและไม่ยอมให้เธอแตะต้องเนื้อตัวของเขาอีกด้วย
ขณะที่นิลณีย์กำลังหลงใหลไปกับรสจูบที่ดุดันร้อนแรงนั้นจู่ๆ ภานุก็ผละออกแล้วก้มมองเรือนร่างที่ไม่ได้แตกต่างไปจากผู้หญิงคนอื่นๆที่เขาเคยพามาขึ้นเตียงด้วยเลยสักนิดดวงตาคมเข้มที่ฉายแววซาบซ่านหวานหยดในตอนแรกเริ่มแปรเปลี่ยนเป็แข็งขึงชิงชังพร้อมทั้งเหยียดยิ้มหยันใส่หญิงสาวที่นอนเปลือยอยู่ตรงหน้า
“ฮึ ฮึ” เสียงเข้มหัวเราะในลำคอก่อนที่ร่างสูงจะค่อยๆลุกออกจากตัวของหญิงสาว
“คุณหัวเราะทำไมคะ” นิลณีย์ขมวดคิ้วมุ่นแล้วมองเขาอย่างไม่เข้าใจ
“ผมก็หัวเราะในความแพศยาและไร้ยางอายของคุณน่ะสิ คุณนิลณีย์” ร่างสูงผุดลุกขึ้นยืนแล้วปรายตามองหญิงสาวด้วยแววรังเกียจ
“คุณหมายความว่ายังไงคะคุณภานุ”
ร่างบางลุกขึ้นนั่งแล้วเอื้อมดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดเรือนร่างเปลือยเปล่าของตัวเองเอาไว้ตอนนี้เธอเริ่มรู้สึกอายและรู้สึกเสียหน้าอย่างบอกไม่ถูก เมื่อจู่ๆผู้ชายที่กำลังจะสร้างความสุขให้กับเธอก็เปลี่ยนใจมายืนด่าเธอฉอดๆ แบบนี้
“ก็หมายความว่าผมไม่ได้โง่อย่างที่คุณคิดยังไงล่ะ” ภานุหันมาบอกด้วยน้ำเสียงหยันๆแล้วทำท่าจะเดินผละออกไป แต่นิ้วเรียวของหญิงสาวก็ฉุดรั้งเขาเอาไว้ได้ทัน
“เดี๋ยวค่ะคุณภานุ เกิดอะไรขึ้นคะ นีล่าไม่เข้าใจ” นิลณีย์ตัดใจใช้มารยาครั้งสุดท้ายออดอ้อนเขาเสแสร้งทำใสซื่อจนชายหนุ่มนึกหมั่นไส้ไม่อาจฝืนใจทนดูต่อไปได้จำต้องตะคอกบอกความจริงออกไปอย่างเหลืออดพร้อมทั้งสะบัดแขนให้หลุดจากการเกาะกุมของเธอ
“ฮึ เลิกเล่นละครได้แล้ว คุณมันนางมารร้ายชัดๆคุณคิดได้ยังไงจะให้พี่น้องสมสู่ผู้หญิงคนเดียวกันน่ะ”
“ตะ แต่เมื่อกี้คุณยัง...” คนเสียหน้าพยายามรื้อฟื้นการกระทำของเขาที่มีต่อเธอก่อนหน้านี้ซึ่งเขาไม่ได้แสดงออกเลยสักนิดว่ารังเกียจเธอแต่ทำไมตอนนี้ถึงเปลี่ยนจากหน้ามือเป็หลังมือได้
“ก็คุณเสนอมา ผมก็สนองให้ไปตามน้ำ แต่ก็ฝืนได้เท่านี้แหละ บอกตรงๆผมขยะแขยงคุณมากจนไม่รู้จะเปรียบกับอะไรดี”
ภานุเหลือบมองหญิงสาวด้วยสีหน้าสะอิดสะเอียนพร้อมทั้งขยับจับดึงเสื้อผ้าของตัวเองให้เข้าที่เรียบร้อยแล้วทำท่าจะเดินออกไปอีก
“ไม่นะคุณภานุ อย่าไปค่ะ คุณภานุ” นิลณีย์ละล่ำละลักรีบลงจากเตียงแล้วงัดไม้เด็ดครั้งสุดท้ายนั่งลงกอดขาของเขาเอาไว้แน่นนาทีนี้เธอยอมทำทุกอย่างขอแค่เธอได้เขาและทรัพย์สมบัติของเขารวมถึงความสุขสบายที่จะตามมาในภายภาคหน้าก็พอ...แต่ดูเหมือนจะไร้ผลเพราะเขาไม่ได้สนใจเธอเลยสักนิด
“อ่อ แล้วผมขอเตือนเอาไว้ก่อนเลยนะอย่าคิดแตะต้องผมอีกไม่อย่างนั้นนอกจากคุณจะไม่มีงานทำแล้วคุณจะไม่ได้เดินเฉิดฉายอยู่บนผืนแผ่นดินนี้อีกอย่างแน่นอน”
ภานุก้มมองการกระทำที่ไร้ศักดิ์ศรีของนิลณีย์แล้วชี้หน้าพูดบอกกับเธอเป็ครั้งสุดท้ายก่อนที่ร่างสูงจะขยับขาอย่างแรงจนร่างบางล้มคะมำเพราะไม่ทันตั้งตัวจากนั้นก็ตรงดิ่งไปที่ประตูแล้วก้าวออกไปทันทีโดยไม่ได้หันมาสนใจเสียงกรีดร้องโวยวายของหญิงสาวในห้องอีกเลย
กรี๊ดดดด!กรี๊ดดดด! กรี๊ดดดด!
“ไอ้ผู้ชายบ้า ไอ้โง่ ไอ้งี่เง่า ฉันเกลียดแก”
พอพ้นร่างชายหนุ่มนิลณีย์ก็กรีดร้องออกมาอย่างบ้าคลั่ง พร้อมทั้งขว้างปาข้าวของที่อยู่ใกล้ๆจนกระจัดกระจายไปทั่วเพื่อบันดาลโทสะ เธอไม่เคยอับอายแบบนี้มาก่อนเลย ไม่เคยมีสักครั้งที่เธอจะถูกผู้ชายปฏิเสธได้อย่างไร้เยื่อใยถึงเพียงนี้เธอทั้งอับอายทั้งโกรธและเคียดแค้น
“ฮึย!... คอยดูเถอะ ฉันจะต้องแก้แค้นให้ได้ฉันจะทำให้แกครวญครางร้องขอแต่ฉันทั้งคืนเลยคอยดู ไอ้ท่านประธานไร้น้ำยา”
นิลณีย์กัดฟันคาดโทษภานุอย่างหมายมั่นดวงตาคมเฉี่ยวแดงก่ำไปด้วยไฟแห่งความโกรธแค้น
เสียงโวยวายและข้าวของแตกหักภายในห้องทำให้พนักงานสองสามคนพากันวิ่งกรูเข้ามาดูเพื่อหวังจะช่วยเหลือและห้ามปราม
“คุณคะ คุณ มีอะไรให้ช่วยไหมคะ” พนักงานทำความสะอาดคนหนึ่งที่ผลักประตูเข้ามาเป็คนแรกร้องทักด้วยอาการแตกตื่น
“ไม่มี! ออกไป ออกไปให้หมด ออกไป” นิลณีย์ตวัดมองตาขวางแล้วคว้าของใกล้มือเขวี้ยงปาใส่พนักงานจนทุกคนวิ่งหนีกระเจิดกระเจิงกันไปหมดหลังจากนั้นร่างบางก็ผุดลุกขึ้นยืนแล้วก้มหยิบเสื้อผ้าของตัวเองจนครบก่อนจะเดินกระแทกเท้าเข้าห้องน้ำไปด้วยความโกรธจัด
ภานุขับรถออกมาจากโรงแรมได้อย่างสบายใจปลอดโปร่งเพราะเขาใช้เงินก้อนโตปูทางไว้หมดแล้ว
‘ฮึ คิดจะจับทั้งพี่ทั้งน้องอย่างนั้นเหรอนังจิ้งจอก ฝันไปเถอะ! เธอยังรู้จักฉันน้อยไปนิลณีย์’
ชายหนุ่มยิ้มร้ายแฝงไปด้วยความสะใจแล้วรีบบึ่งรถกลับไปที่บ้านของตัวเองเพราะเขายังมีอีกเื่หนึ่งที่ต้องจัดการ... เห็นทีคราวนี้เขาคงต้องทำอะไรๆให้มันชัดเจนขึ้นหรือบางทีอาจจะต้องประกาศออกสื่อกันไปเลยเพื่อตัดปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นตามมาได้
ไม่นานภานุก็มาถึงคฤหาสน์หลังใหญ่ของตัวเองชายหนุ่มจอดรถเข้าที่ประจำเรียบร้อยแล้วก่อนจะเหลือบไปเห็นมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ของนาวินเขาจึงแหงนหน้าขึ้นไปมองตรงที่เป็ห้องนอนของอีกฝ่ายก็เห็นว่ายังเปิดไฟสว่างจ้าอยู่แสดงว่าน้องชายของเขานอนค้างที่นี่จริงๆ ชายหนุ่มกดยิ้มที่มุมปากอย่างมีเลศนัยก่อนจะล้วงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วกดโทรออก
‘เอ่อ น้องป่านนอนหรือยังครับ พอดีพี่เพิ่งกลับมาแล้วรู้สึกปวดหัวน่ะรบกวนเอายามาให้พี่หน่อยได้ไหมครับ’
‘ครับ พี่จะรอนะครับ’
เมื่อสั่งเสร็จสรรพแล้วร่างสูงก็เดินตรงดิ่งเข้าไปในบ้านแล้วนั่งรอหญิงสาวอยู่ที่ห้องโถงรับแขกอย่างใจเย็น
สายป่านก้มมองโทรศัพท์ในมือนิ่งเหมือนกำลังตัดสินใจไม่ใช่ว่าเธอไม่อยากไปดูแลชายหนุ่มเ้าของบ้านหรอกนะแต่เพราะเธอไม่อยากเจอเ้าของบ้านอีกคนที่ยังอยู่ชั้นบนของบ้านนั่นต่างหากล่ะวันนี้ทั้งวันนาวินเอาแต่ขลุกอยู่กับยายของเธอที่เรือนหลังเล็กแถมยังมาป้วนเปี้ยนใกล้ๆเธอจนน่ารำคาญ ‘เขาไม่คิดจะออกไปไหนบ้างหรือไงนะ’หญิงสาวว่าพลางแหงนหน้าขึ้นไปมองยังห้องนอนของเขาที่อยู่ตรงกับห้องนอนของเธอเมื่อเห็นว่าเขายังเปิดไฟสว่างอยู่หัวใจดวงน้อยก็สั่นรัวโครมครามเกิดความประหม่าขึ้นมาทันทีอย่างห้ามไม่อยู่
‘พี่นุอยู่ด้วย เขาคงไม่กล้าทำอะไรเธอหรอกมั้ง’
หญิงสาวพึมพำบอกกับตัวเองก่อนจะค่อยๆสาวเท้าออกไปจากห้องอย่างเบาที่สุดเพื่อไม่ให้รบกวนการนอนหลับของผู้เป็ยายที่อยู่ในห้องติดกัน
สายป่านหยิบยาพร้อมกับแก้วที่มีน้ำเกือบเต็มเดินเข้าไปในบ้านก็พบภานุนั่งเอนกายอยู่ที่โซฟารอเธออยู่ก่อนแล้ว
“ยาค่ะพี่นุ” เสียงหวานร้องบอกแล้ววางยากับแก้วน้ำลงตรงหน้าของชายหนุ่ม
“อืม ครับ” ภานุขยับตัวขึ้นนั่งแล้วหยิบยาใส่ปากก่อนจะดื่มน้ำตามลงไปจนหมดแก้ว
“ขอบใจนะครับน้องป่าน” ชายหนุ่มบอกด้วยรอยยิ้มบางๆแล้วทำท่าจะลุกขึ้นยืนแต่ก็ซวนเซทรุดลงไปนั่งที่โซฟาอีก
“พี่นุ เมาหรือเปล่าคะ” สายป่านเห็นท่าไม่ดีจึงเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วง
“ก็นิดหน่อยน่ะ พอดีเจอเพื่อนเก่าที่ไม่ได้พบกันนานเลยดื่มหนักไปหน่อย”
“งั้นให้ป่านช่วยพยุงขึ้นไปส่งดีกว่านะคะ” หญิงสาวผู้ห่วงใยเสนอตัวเข้าช่วยอย่างจริงใจจะว่าไปนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอเห็นเขาเมากลับมาแบบนี้ และเธอก็เป็คนดูแลเขามาโดยตลอดอยู่แล้วเพื่อตอบแทนบุญคุณของเขาที่ส่งเสียเลี้ยงดูเธอกับยายมาจนป่านนี้
“เอาอย่างนั้นก็ได้ครับ” ภานุยิ้มรับแล้วปล่อยให้หญิงสาวเข้ามาประคองเขาให้ลุกขึ้นยืน ‘ตัวก็เล็กนิดเดียวถ้าเขาเมาจริงๆ เธอจะประคองไหวหรือเปล่า’ ชายหนุ่มนึกขำในท่าทางน่ารักน่าเอ็นดูของคนตัวเล็ก
ทางด้านนาวินที่กำลังพักผ่อนดูทีวีการแข่งขันกีฬารายการโปรดอยู่ภายในห้องของตัวเองเมื่อได้ยินเสียงคนคุยกันดังแว่วผ่านหน้าห้องไปมือหนาจึงคว้าหยิบรีโมทขึ้นมาปรับลดเสียงลงแล้วเดินไปที่ประตู ก่อนจะค่อยๆเปิดให้แง้มออกเพียงเล็กน้อย
ภาพที่เห็นทำให้หัวใจดวงแกร่งกระตุกวาบและปวดหนึบขึ้นมาทันทีอย่างยากจะต้านทานภานุพี่ชายของเขากำลังโอบกอดหญิงสาวตัวเล็กที่ช่วยประคับประคองกันเดินด้วยความห่วงใยใบหน้าหวานที่ดูยินดีและเต็มใจนั้นทำให้เขายิ่งรู้สึกเ็ป ‘นี่เขาอยู่ผิดที่ผิดเวลา หรือว่ารนหาที่เองกันแน่นะ’ นาวินนึกโทษตัวเองอยู่ในใจส่วนดวงตาคมเข้มก็ยังจับจ้องอยู่ที่สองหนุ่มสาวตรงหน้า
จนกระทั่งทั้งสองหายเข้าไปในห้องของฝ่ายชายเป็นานมันนานจนคนที่เฝ้ามองไม่อาจคิดเป็อื่นไปได้นอกจากว่าสองคนนั้นจะพลอดรักกันอยู่ภายในห้องและคงจะตลอดทั้งคืนนี้แน่ๆ
คิดได้เพียงเท่านั้นมือหนาของนาวินก็บีบกำเข้าหากันแน่นจนเห็นเป็เส้นเืปูดโปนออกมาก่อนที่ร่างสูงจะเดินดิ่งเข้าห้องน้ำแล้วกลับออกมาด้วยชุดที่เตรียมพร้อมจะออกไปข้างนอกจากนั้นก็หันไปคว้ากุญแจรถแล้วกระชากประตูออกไปอย่างแรง
เสียงประตูที่ดังสนั่นหวั่นไหวทำให้สองหนุ่มสาวที่อยู่ภายในห้องใกล้ๆต้องสะดุ้งเล็กน้อยแล้วหันมองหน้ากันด้วยอาการงงๆ
“สงสัยนายวินคงรีบออกไปหาเพื่อน” ภานุพูดขึ้นขณะที่หญิงสาวกำลังเช็ดตัวให้เขาอยู่บนเตียง
“ค่ะ” สายป่านรับคำเบาๆ ด้วยสีหน้าเป็กังวล เธอรู้ดีว่าเสียงนั้นเกิดจากความไม่พอใจของอีกฝ่ายแน่ๆแต่ด้วยสาเหตุอะไรกันล่ะ เธอก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี
หลังจากสายป่านมาส่งภานุที่ห้องแล้วชายหนุ่มก็ขอร้องให้เธอช่วยเช็ดตัวให้ด้วยทำให้เธอต้องใช้เวลาอยู่ในห้องนี้นานพอสมควรจนดูเหมือนว่าหญิงสาวจะไม่กลับออกไปอีก
ภานุเหลือบมองไปที่ประตูห้องแล้วลอบยิ้มพอใจ‘ฉันปล่อยให้แกป้วนเปี้ยนใกล้น้องป่านของฉันมากเกินไปแล้วนายวิน ฮึฮึ’คนเป็พี่บอกความในใจถึงคนเป็น้องอย่างผู้ที่กำชัยชนะเอาไว้ในมือแต่เพียงผู้เดียว
.........................
สนใจนิยายเล่มนี้ในรูปแบบ E-Book สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่
mebmarket...และ...ธัญวลัย
หรือ้าลิ้งค์ซื้อ E-Book สามารถติดต่อผู้แต่งได้โดยตรงทาง
E-mail : oilza24@hotmail.com
ไลน์ : oilza_writer
(ในเว็บไม่สามารถวางลิ้งค์ได้ค่ะ)
ขอบคุณค่ะ
^_^