“และพรุ่งนี้ก็เป็วันครบรอบการจากไปของเพื่อนรัก พวกเขาเลยใช้วันนั้นเป็วันที่จะสงบศึกกันน่ะ”
“บางทีมิตรภาพก็เป็อะไรที่ซับซ้อนดีนะคะ” ฉันยิ้มให้พี่เขาพลางมองรอบร้านเพื่อสำรวจ
“จะไม่สงสัยหน่อยเหรอเดือน ว่าทำไมพวกเขาถึงได้ใช้ที่นี่เป็สถานที่นัดเจอกันเพื่อไว้อาลัยให้กับเพื่อนตัวเอง”
“สงสัยก็ได้ค่ะ” ฉันหัวเราะกับเธอสองคน
“คนที่ก่อตั้งภัตตาคารรุ่นแรกเป็เหมือนแม่ของพวกเขาเพราะเริ่มต้นจากศูนย์มาด้วยกัน ประมาณว่าท่านคือคนที่ปราบพยศเด็กแสบอยู่หมัดก็เลยทำให้ทุกคนสนิทกันมาก”
“คุณยายในรูปนี้เหรอคะ” ฉันกับพี่เขาเดินกันมาจนเกือบสุดทาง และหยุดลงที่กรอบรูปขนาดใหญ่ซึ่งมีคุณยายท่านหนึ่งนั่งยิ้มอยู่ท่ามกลางพนักงานของร้าน
“ใช่จ้ะ ท่านใจดีมาก และดูแลชีวิตพนักงานทุกคนดีจนขนาดที่จ้างให้ลาออกก็ไม่มีใครคิดจะรับเงินพวกนั้นเลย”
“ท่านดูใจดีนะคะ” ฉันยืนมองคนในรูปพลางนึกถึงแม่ตัวเองที่ไม่ได้เจอกันนานเป็ปี
แต่ก็ต้องสะบัดความอ่อนแอออกไปเมื่องานและเงินกำลังรอเราอยู่
วันงานจริง
09:23 p.m.
“เร็วเข้า รีบเดิน!” ฉันยืนมองพนักงานมากมายวิ่งวุ่นอยู่ทางเดินด้านนอก ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและว่องไวเมื่อขบวนชายชุดดำพากันเดินเข้ามาเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้ว
เพราะการป้องกันแ่ามากเลยทำให้ฉันมองไม่เห็นผู้นำที่ว่า ทั้งที่อุตส่าห์ตั้งใจอยากเห็นให้ได้ แต่ก็ต้องกินแห้วไป
“ข้างในเป็ไงเสิร์ฟอาหารครบหรือยัง?” เสียงพี่รุ้งที่ฉันได้ยินมาั้แ่่เย็นจนถึงตอนนี้พี่เขาก็ยังไม่ได้พักหรือนั่งเลย
แม้จะรู้สึกเห็นใจแต่ก็นับถือในความแกร่งของพี่เขามาก เธอคือผู้จัดการแบบอย่างเลย
ไอ้เราก็อยากช่วยนะ แต่เพราะยังมือใหม่ก็เลยมายืนว่างงานอยู่คนเดียวแบบนี้หลังอาหารถูกยกออกไปจนหมดแล้ว
ก็เหลือแต่รอเสิร์ฟนี่แหละ
“ป้าคะหนูขอไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ” ฉันถอดผ้ากันเปื้อนพลางหันไปสบตาป้าใจดีที่อยู่โซนด้านใน
ไม่กี่นาทีผ่านไป
ห้องน้ำ
“…” ฉันมองตัวเองในกระจกระหว่างก้มตัวล้างมือ จากนั้นก็จัดแต่งทรงผมให้เข้าที่ก่อนจะเดินออกมายืนบิดี้เีตรงประตูทางออก
“นี่เธอ” ยังไม่ทันได้ก้าวเท้าเสียงของหนึ่งในพนักงานทีมเสิร์ฟก็กวักมือเรียกฉันรัว ๆ
การที่ฉันแยกออกได้เพราะพนักงานที่นี่ทุกคนต้องใส่ปลอกแขนบอกว่าใครทำตำแหน่งไหนโดยแยกตามสี
“รีบยกนี่ไปเร็ว” ไม่ทันไรเธอก็ยัดถาดที่มีจานกับข้าวสไตล์อาหารจีนมาไว้ในมือฉัน
“เอ่อ...คือหนูอยู่ใน...”
“ไป ๆ คนต่อไปมาเลยอย่าเสียเวลา” เธอไม่ฟังฉันและไม่ดูให้ดีด้วยว่าปลอกแขนที่ฉันใส่มันคือสีไหน สุดท้ายก็ถูกดันไปตรงโซนห้องส่วนตัวเสียแล้ว
“นี่มันอะไรเดือน” พี่รุ้งที่คอยดูแลด้านในรีบเดินมาหาฉัน
“เดือนก็ไม่รู้ ออกมาจากห้องน้ำก็ถูกจับถาดยัดมาแล้ว”
“พี่รุ้งช่วยออกมาดูข้างนอกหน่อยพี่” พี่รุ้งที่กำลังจะมาหยิบถาดฉันไปเสิร์ฟเองก็ต้องชะงัก และมองสลับระหว่างฉันกับพนักงานอีกคน
“เดือนทำได้ใช่ไหม”
“ได้ค่ะ พี่รุ้งไปดูแลข้างนอกก่อนเถอะ” ฉันพูดอย่างมั่นใจเพราะไม่อยากให้พี่เขาเป็กังวล ทั้งที่ความจริงไอ้เดือนคนนี้ใจเต้นตึกตักชนิดที่ว่าหากใครมาเปิดอกหัวใจคงได้โลดแล่นออกมาดิ้นด้านนอกแล้ว
“ฮึบไว้เดือน” ฉันมองทางตรงข้างหน้าที่มีเหล่าชายชุดดำยืนมองกันและกันแบบพร้อมฆ่า พลางกลืนน้ำลายลงคอเมื่อนึกได้ว่าตัวเองต้องเดินผ่านสายตาเ่าั้ไปเสิร์ฟอาหารในห้องที่อยู่ในสุด
นับถือพนักงานเสิร์ฟเลยต้องจิตใจแข็งมากแน่
“…” จะมัวแต่คิดมากหรือยึกยักก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา เอาเป็รีบทำให้เสร็จดีกว่า
แอ๊ด~
พอเดินผ่านมรสุมก่อนหน้ามาได้ก็มาเจอพายุทรายในห้องนี้อีก ไอ้บรรยากาศอึมครึมและหายใจไม่สะดวกเหมือนไม่มีออกซิเจนนี่คืออะไร
ฉันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากพลางมองสองโต๊ะกลมที่ตั้งอยู่คนละโซน
โต๊ะแรกเต็มไปด้วยชายมีอายุที่ดูดีกำลังนั่งจิบน้ำชา
ฟังจากที่พูดก็ดูธรรมดาแต่ทว่าหน้างานจริงกลับมีรังสีบางอย่างแผ่ออกมาไม่หยุดและขนลุกซู่ทุกครั้งที่มองไป
ถาดที่ฉันถือมาเสิร์ฟไม่ใช่ของโต๊ะนี้แต่เป็โต๊ะถัดไปมากกว่า ซึ่งมันเป็โต๊ะที่รวมเหล่าชายดูดี (?) เอาไว้ทีเดียว
ฉันพูดไม่ผิดหรอก...โต๊ะนั้นเป็โต๊ะของเด็กหนุ่มซึ่งคาดว่าคงจะเป็ทายาทของโต๊ะรุ่นเก๋าก่อนหน้า
ใบหน้าของแต่ละคนช่าง...
ดูดีจนแสบตา แม้แต่คนที่นั่งหันหลังอยู่ดูก็รู้ว่าถ้าเห็นหน้าคงจะหล่อไม่แพ้พวกที่นั่งหันมาทางฉัน
ท่องไว้เดือน อย่าทำพลาด อย่าทำพลาด
“ขออนุญาตค่ะ” ก่อนเสิร์ฟฉันก็ต้องเอ่ยบอกคนที่นั่งอยู่ก่อน จากนั้นก็หยิบทีละจานมาวางลงบนโต๊ะอย่างระมัดระวัง
กระทั่งถึงจานสุดท้าย
หมับ!
“!” ฉันเม้มปากแน่นกลั้นเสียงร้องเอาไว้เมื่อน้ำหนักมือที่ชายคนนี้จับลงมาบนข้อมือฉันมันแรงมาก
ชายที่ว่าเขามีใบหน้าละม้ายคล้ายผู้หญิง ตัวเล็กที่สุดในกลุ่ม แต่กลับมีแรงมหาศาลต่างจากที่เห็น ั์ตาน้ำตาลเข้มที่ใช้จ้องมองฉันแม้จะดูอ่อนหวานและขี้เล่นแต่ก็แฝงไปด้วยความน่ากลัว นอกจากนี้บนหลังมือเขาก็สักรูปใบหน้าสุนัขจิ้งจอกแถมยังทาเล็บสีดำ หากมองไปทางด้านหลังดูเหมือนจะพกกระเป๋ากีตาร์มาด้วย
แต่ฉันชอบทรงผมเขานะ มันหยิกเหมือนหางหมูเลย เขาเรียกว่าอะไรนะ ดัดลอนดัดวอลูมหรือเปล่า
“ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน”
“มาทำงานที่นี่วันแรกเหรอครับคนสวย” เขายิ้มหลังจากพูดจบ และฉันก็รับรู้ได้ทันทีว่าผู้ชายคนนี้คือไอ้หูดำ (พวกเ้าชู้) แน่
ฉันต้องห้ามสร้างความเดือดร้อน เขาถามฉันก็ต้องตอบ
“…” ทว่าปากฉันมันกลับไม่ยอมขยับตามที่คิดจนเวลาล่วงเลยไปได้สักพัก
“ปล่อย” เสียงติดเ็าเอ่ยดังขึ้น
—————— ༻・ॐ・༺ ——————
ปล.หากอ่านแล้วชอบหยกรบกวนนักอ่านที่น่ารักช่วย กดถูกใจ กดเพิ่มเข้าชั้น และพิมพ์คอมเมนต์ ส่งเข้ามาเป็กำลังให้หยกหน่อยนะคะ ????
————— ꧁༻・ॐ・༺꧂ —————
ฝากกดติดตามกันด้วยน้า : เพจ Sunisayok - นักเขียนนิยาย
(https://www.facebook.com/SunisayokWriter)
—————— ༻・ॐ・༺ ——————