The SRP (ปราชญ์พิสดาร ผนึกมาร สังหารเทพ)

    เล่มที่ 2 บทที่ 87 ทั้งรักทั้งเกลียด

            เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จสรรพ มิเนอร์วาก็เดินจากไปพร้อมกับซิลเวีย โดยที่ไม่ได้รู้ตัวเลยว่าอีกไม่นานจะมีพายุลูกใหญ่พัดเข้ามา ข่าวที่มิเนอร์วาเดินทางกลับมายังวังมรณะสาบสูญก็ได้ถูกแจ้งไปหาเวอร์โนอย่างเร่งด่วน เป็นเวลาเดียวกันกับที่พวกเขาศิษย์อาจารย์เดินทางไปถึงฐานที่มั่นของกลุ่มนูเอล หลังจากพูดคุยตกลงกันอยู่พักหนึ่ง เป็นเอ็มม่าที่ไหวพริบเป็นเลิศใช้ออกซึ่งกลอุบายทางวาจา เวอร์โนเองก็ได้แต่ส่ายศีรษะยอมแพ้ ไม่อยากจะเถียงด้วย แต่ไม่ใช่กับอลิซที่มีความดื้อด้านที่มากกว่า



            หลังจากมิเนอร์วาจัดการสะสางธุระของตัวเองจนเสร็จสรรพ จึงออกเดินทางกลับไปยังเขตใต้ของเมืองหลวง ซิลเวียที่ติดตามมาทีหลังก็เดินทางกลับไปพร้อมมิเนอร์วาเช่นกัน ท้องฟ้าในวันนี้ช่างอึมครึมหม่นหมอง กลุ่มเมฆารวมตัวกันจนผืนนภาเป็นสีเทา แม้จะยังไม่มีทีท่าว่าฝนจะตก แต่ก็พาให้ผู้คนรู้สึกเบื่อหน่ายอยากขดตัวอยู่บนที่นอน อินทรีเกล็ดศิลาบินฝ่าแหวกอากาศไปด้วยความเร็วสูง ใช้เวลาเพียงไม่นานก็พาร่างของทั้งคู่มาส่งจนถึงที่หมายอันเป็นปลายทาง



            ที่เขตทักษิณนี้ซัลวาโตเรไม่มีที่มั่นเป็นของตนเอง และไม่จำเป็นต้องมีในตอนนี้ กลุ่มนูเอลที่ควบคุมพื้นที่ทางด้านตะวันออกของเขตทักษิณจึงเป็นหมากตัวสำคัญ ที่ชายหนุ่มได้เลือกวางไว้บนกระดานของเกมนี้ เมื่อผู้นำของกลุ่มคาบาน่าและมาริบูได้รับรายงานเรื่องการกลับมาของมิเนอร์วา พวกเขาทั้งสองก็ดูจะตื่นตัวไม่ใช่น้อย รีบจัดแจงหาสตรีรวมไปถึงของกำนัลมาเผื่อไว้ ในขณะที่พวกเขาทั้งสองกลุ่มยังไม่ทันได้ออกเดินทาง ข่าวล่าสุดก็ถูกส่งต่อมาอย่างรวดเร็ว มีการต่อสู้เกิดขึ้นบริเวณพื้นที่ฝั่งตะวันออกใกล้กับฐานที่มั่นของกลุ่มนูเอล



            ต้นไม้ใบหญ้ามากมายล้วนสิ้นสูญ ดับมลายหายไปเป็นวงกว้าง เกิดเป็นการห้ำหั่นกันจนพื้นที่โดยรอบกลุ่มนูเอลนั้นเสียหาย ต้นเหตุนั้นมาจากการต่อสู้ปะทะกัน ดวลพลังโจมตีไม่ยั้งแรงหรือออมมือ เวอร์โนยืนนิ่งจ้องมองออกไปอย่างราบเรียบไม่เปลี่ยนสีหน้า เอ็มม่าเองก็ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน มันดันพลาดเรื่องนี้ไปเสียได้ ไม่คิดว่าสตรีสาวนางนี้เองก็ใจร้อนไม่แพ้กัน เพียงทั้งคู่สบตากันก็รู้ได้โดยสัญชาตญาณว่าอีกฝ่ายนั้นคือศัตรูทางธรรมชาติระหว่างกัน แผ่จิตอาฆาตออกมาจนผู้คนสัมผัสได้



            พวกนางพุ่งตัวเข้าใส่กันราวกับนัดแนะกันไว้อยู่ก่อนแล้ว มือขาก็ใช้ตบ ใช้ตี ริมฝีปากนุ่มก็ใช้ด่าทอจนฟังแทบไม่ทัน เกิดเป็นความเงียบวังเวงไม่มีใครอยากจะเอ่ยอะไรขึ้นมาก่อน มิเนอร์วายกมือขึ้นมานวดหน้าผากอย่างเหนื่อยอ่อน เบื่อในเรื่องพวกนี้เต็มที บรรยากาศโดยรอบจู่ๆ ก็หนาวเย็นขึ้น ความสยดสยองไต่ลามไปตามตัวของทุกคน อลิซและซิลเวียสะดุ้งเฮือกตื่นตกใจ ร่างของทั้งคู่หยุดนิ่งค้างสัมผัสได้ถึงบางอย่างที่กำลังจับบ่าของพวกนาง ผู้คนมากมายต่างจ้องมองไปที่มิเนอร์วาอย่างตกใจ แต่แล้วก็เกิดเสียงร้องหวีดหวาดกลัวดังขึ้นมาเรียกความสนใจให้มองกลับไป



            ร่างของอลิซและซิลเวียตกใจร้องเสียงหลง ลืมตัวกอดกันอย่างแนบแน่น หวาดกลัวตกใจเมื่อได้เห็นสิ่งที่กำลังจับบ่าของตนเองไว้ เป็นหัวกะโหลกของปลาประหลาดน่าขยะแขยงตัวหนึ่ง มันไม่ได้จับแต่มันใช้ปากที่ไร้ฟันนั้นงับไปที่บ่าของทั้งสอง ไม่พอหัวปลาปีศาจนี้ยังหัวเราะส่งเสียงแปลกพิกล จนทำให้ทั้งคู่รู้สึกได้ถึงความน่าขยะแขยง หวีดร้องกอดกันอย่างกลมเกลียว ชายหนุ่มเดินเข้าไปทักทายเวอร์โนอย่างเคารพ มังกรอัสนีเองก็ทักทายอย่างเป็นมิตร เอ่ยเล่าว่าเดินทางผ่านมาแถวนี้พอดี และก็คงจะบังเอิญเสียเหลือเกิน ที่ดันมารู้อะไรเข้าตอนมาเยือนที่ถิ่นนี้



            “ฮ่าๆ ๆ นายน้อยแห่งวังมรณะเราเติบโตเป็นชายเต็มตัวแล้ว ข้าล่ะยินดีจริงๆ”



            “ผู้อาวุโสท่านล้อข้าเล่นแล้ว ท่านเองก็รู้ดีว่าข้าทำแบบนี้ไปทำไม ข้าล่ะปวดหัวจริงๆ”



            เอ็มม่าไม่ได้เอ่ยขัดบทสนทนาของทั้งคู่ ไม่สนใจด้วยซ้ำว่ามิเนอร์วารักซิลเวียหรือไม่ นางท้องแล้ว! นั่นต่างหากที่เป็นผลลัพธ์ที่มันต้องการ เมื่อสมปรารถนาในแผนแรกแล้วก็ทำเพียงรอเวลา ในฐานะผู้นำกลุ่มนูเอลแล้ว ตัวมันไม่อาจเอาอารมณ์ส่วนตัวมาปนกับความปลอดภัยของกลุ่มได้ ต้องค่อยๆ ดูให้ดี แล้วจึงลงเดิมพันหมดหน้าตักในฝั่งของผู้ที่จะชนะ แต่หลังจากนี้อีกหนึ่งเดือน พวกเขาทุกคนก็คงจะได้รับรู้ว่าฝั่งไหนกันจะเป็นผู้ชนะ เกมเดิมพันด้วยชีวิตได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว…



            “ข้ารู้ดีว่าเจ้าทำแบบนี้ไปทำไม แต่ข้าพูดออกมาจากใจจริง แล้วเจ้าจะได้รู้ว่าการเป็นชายเต็มตัวนั้นน่าปวดหัวเพียงไหน เริ่มต้นจากนังหนูทั้งสองคนนั้นก่อนเลยเป็นอย่างไร? ไปจัดการปัญหาของเจ้าให้จบเสียที ข้าล่ะปวดหัวที่ต้องตะลอนไปมาเพราะห่วงศิษย์”



            เวอร์โนยังคงรักษาท่าทีเคร่งขรึมเอาไว้ ทำมาเป็นพูดว่าต้องตามมาปกป้องศิษย์ หากกาลเวลาไหลไม่ผิดทิศ มันคือคนแรกที่แปลงกายเป็นอัสนีพุ่งฝ่าพาอลิซมาที่นี่ จะอย่างไรก็เป็นผู้หลักผู้ใหญ่จึงต้องมีหน้าเหลือไว้อยู่บ้าง เรื่องของเด็กๆ ก็ให้พวกเขาไปจัดการตกลงกันเอาเอง เรื่องนี้เอ็มม่าเองก็รู้ดีจึงยืนนิ่งเช่นกันปล่อยเลยตามเลย มิเนอร์วามีหรือจะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคิดอะไร จึงได้แต่ส่ายหัวอย่างจนใจ หมุนตัวเดินกลับไปหาสตรีทั้งสองที่หลับตากอดกันอยู่



            “อยู่ร่วมกันก็ทำได้นี่ ใยพวกเจ้าสองคนถึงไม่พูดคุยกันดีๆ ยังไม่ทันได้รู้จักกันเลยด้วยซ้ำ เหตุใดจึงอยากฆ่าแกงกันอย่างไร้เหตุผลเช่นนี้ ค่อยๆ พูดทีละคน ตกลงหรือไม่? เริ่มจากเจ้าก่อนเลย… อลิซ”



            “ผู้ชายเช่นเจ้า วาจาเป็นเพียงผายลมหรืออย่างไร? ในคืนนั้นเจ้าบอกกับข้าว่า ยังไม่อาจจะรักใครได้ในตอนนี้… แล้วนี่มันเรื่องอะไรกัน? กล้าสาบานหรือไม่ว่าเจ้าไม่ได้มีอะไรกับนาง! ขอให้พระเจ้าลงทัณฑ์ดีหรือไม่!”



            ซิลเวียหันใบหน้างามจดจ้องไปยังมิเนอร์วา บุรุษผู้นี้ปากก็พูดว่าไม่ได้รัก แต่กลับล่อลวงสตรีมากมายให้ติดกับ เป็นกับดักทางใจอย่างหนึ่งที่นางเองก็รู้ดี จะด้วยรักก็ดี จะด้วยหลงก็ช่าง มิเนอร์วาไม่ได้ปฏิเสธในคำถาม ตอบกลับไปเป็นคำพูดที่แฝงไว้ซึ่งคำตอบ



            “มันเป็นเรื่องของธรรมชาติ และปัญหาของตระกูลข้า หลายสิ่งที่ข้าทำลงไปก็เพราะมีเหตุผลที่จำเป็นต้องกระทำ ดวงตะวันตกทางประจิมทิศฉันใด ความรู้สึกในวันวานของข้าก็ยังเป็นฉันนั้น ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ซัลวาโตเรที่เหลือข้าเพียงคนเดียวไม่อาจปกป้องผู้ใดได้ เรื่องราวในคราวนี้มันใหญ่โตมากเกินไป จะกระทำการใดข้าก็ต้องพร้อมเสี่ยงลงพนันเอาชีวิตเป็นเดิมพัน หากเข้าใจแล้วก็จงหยุดทะเลาะกันเสียที… เจ้าเองก็เหมือนกันซิลเวีย พอสักที!”



            ซิลเวียโดนดุทันทีที่กำลังจะอ้าปากด่าออกมา อลิซเองก็ไม่ใช่คนโง่รู้ดีอยู่เต็มอก แต่ความริษยาอิจฉาล้วนมีมากในตัวของสิ่งมีชีวิตที่คิดได้ ซิลเวียที่โดนดุได้แต่รีบงับปากเพราะตกใจ เมื่อทั้งสองคนตั้งสติได้ก็พบว่ากำลังกอดกันอยู่ ต่างคนต่างตกใจลนลานรีบแยกตัวออกห่าง แต่มีหรือที่อลิซจะยอมจบไปง่ายๆ นางกัดฟันเค้นคำพูดระบายสิ่งที่คิดออกมา โดยไม่สนใจว่าจะมีผู้ใดรับฟังอยู่



            “ดีมาก! เจ้าเลือกที่จะไม่ปฏิเสธ และเลือกที่จะไม่พูดว่ายอมรับ เพื่ออนาคตของซัลวาโตเรใช่หรือไม่? เช่นนั้นข้าก็จะมอบทุกสิ่งของข้าให้เจ้าเช่นกัน เพื่อซัลวาโตเร เพียงเท่านี้เจ้าก็ไม่มีเหตุผลให้ปฏิเสธข้าแล้ว ซัลวาโตเรจะมีทรัพยากรมากขึ้นยิ่งกว่าเดิม พื้นที่ที่พวกข้าดูแลอยู่ก็กว้างขวาง เพียงเท่านี้เจ้าก็ยอมตกลงแล้วใช่หรือไม่?”



            “มันไม่ใช่แบบนั้น… เจ้าฟังข้าสิ ข้า…”



            ซิลเวียก็ไม่รู้นึกทะลึ่งอะไรพรวดพราดพุ่งเข้ามากอดแขนชายหนุ่มเอาไว้แน่น นางเบียดตัวจนร่างชิดแนบแน่นกับท่อนแขน ท่าทางก็ยั่วเย้าหยอกล้ออลิซอย่างเป็นสุข มิเนอร์วาเป็นต้องขมวดมุ่นคิ้วไม่พอใจ แต่หากให้ลงมือรุนแรงกับซิลเวียที่ตรงนี้ก็จะดูไม่เหมาะในสายตาของผู้ใหญ่ ภูเขาไฟลูกใหญ่สั่นเทากระเพื่อมไหว สายลมร้อนฟึดฟัดหอบจนหายใจถี่ ความเดือดดาลที่ได้เห็นภาพนี้เต็มสองตาจึงเอ่อล้น เมื่อไม่อาจเก็บกักไว้ได้อีกจึงจำเป็นต้องระบายออก ทนไม่ไหวเอ่ยถามด้วยความโมโหเป็นที่สุด



            “ถ้าไม่ใช่แบบนั้น แล้วที่พวกเจ้ากำลังทำกันอยู่นั่นเรียกว่าสิ่งใด? คงมีความสุขกันมากใช่หรือไม่? มิเนอร์วาหากท่านต้องการให้ข้าหยุด ก็จงตอบคำถามข้ามา 3 ข้อ แล้วข้าจะไม่วุ่นวายกับเจ้าอีก ข้อแรก… เจ้ารู้สึกดีหรือไม่ที่ได้ทำกับนาง?”



            “...”



            มิเนอร์วาได้แต่นิ่งเงียบไม่กล้าเอ่ยอธิบายสิ่งใดออกไป ได้แต่พยักหน้ายอมรับไปตามตรง เรื่องพรรค์นี้หากจะบอกว่าไม่สุขก็มุสา ธรรมชาติของมนุษย์ย่อมรู้สึกเป็นสุขเมื่ออารมณ์ต่างๆ ได้ถูกสนอง หางตาของอลิสรื้นไปด้วยหยาดน้ำตาที่คลอเอ่อ นางเชิดหน้าขึ้นรักษาท่าทีเอาไว้ และมองสบตากับชายหนุ่มตาไม่กะพริบ อลิซเอ่ยถามต่อไปน้ำเสียงแฝงไว้ด้วยความเศร้าอยู่ 3 ส่วน



            “ข้อที่สอง… มากกว่า 1 ครั้ง ใช่หรือไม่?”



            “...”



            ราวกับกลัวพิกุลทองจะร่วงออกจากปาก มิเนอร์วาไม่กล้าอ้าปากเอ่ยจำนวน จึงได้แต่เงียบแล้วพยักหน้ายอมรับเช่นดังเดิม หากปราบม้าพยศลงได้ในทีเดียว นั่นก็คงจะเป็นเรื่องแปลกแล้ว พูดก็ตาย ไม่พูดก็ตาย เช่นนั้นยอมรับแต่ไม่พูดเสียยังจะดีกว่า ชายหนุ่มค่อนข้างปวดหัวในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก ไม่ทันได้คาดคิดเอาไว้ ดังเช่นที่เอ็มม่าเองก็ไม่เคยจะคิดถึง



            “ข้อสุดท้าย… สาเหตุที่ท่านไม่เลือกข้านั้น เป็นเพราะข้าไม่อาจมอบความสุขให้ท่านได้ใช่หรือไม่?”



            อลิซจ้องตามิเนอร์วาลึกเข้าไปภายในเป็นครั้งสุดท้าย เมื่อพูดจบก็รีบหลับตาหมุนกายเดินจากไปอย่างเงียบๆ อาจจะเป็นเพราะหวาดกลัวในคำตอบ นางไม่ได้รอฟังหรือรอดูการพยักหน้าให้คำตอบ เดินหายจากไปไกล ซิลเวียที่มองเห็นมิเนอร์วาหันหน้ามาจ้องตนก็รีบปล่อยมือผละออกมา ชายหนุ่มหรี่ตาจ้องมองนางอย่างละเอียด สิ่งที่เฟรเกียเคยบอกกล่าวตนเองไว้ก็ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องคิด ชายหนุ่มเองก็ค่อนข้างระวังตัวเองอยู่บ้านเช่นกัน แต่สถานการณ์พามาในรูปแบบนี้ก็ได้แต่จำยอมให้เป็นไป



            มิเนอร์วาไม่ได้เดินตามไปอธิบายหรือมอบคำตอบสุดท้ายให้แก่อีกฝ่าย เวอร์โนเองก็รู้ดีว่าเข้าไปปลอบตอนนี้ไม่ช่วยอะไร กว่ากุหลาบงามจะเบ่งบานก็ต้องต่อสู้กับโรคภัย และเหล่าแมลงร้าย การปล่อยให้นางรักษาจิตใจตัวเองอยู่เงียบๆ ย่อมดีกว่า มังกรอัสนีจึงเดินมาหยุดอยู่ข้างกายมิเนอร์วา จากนั้นจึงเอ่ยแนะนำราวกับผู้มีประสบการณ์



            “ให้เวลานางสักหน่อยก็แล้วกัน… เด็กคนนี้ถูกข้าตามใจมาช้านานจึงมีบ้างที่ชอบเอาแต่ใจ แต่ก็อย่างที่นางพูด หากข้าเป็นนางก็คงน้อยใจไม่ต่างกัน สิ่งใดที่กลุ่มนูเอลมอบให้เจ้าได้ เจ้าคิดว่าตัวข้ามังกรอัสนี มีดวงแก้วล้ำค่าซ่อนเอาไว้น้อยกว่าพวกมันหรืออย่างไร? ศิษย์ของข้าชอบเจ้าความจริงนี้ดูเหมือนจะแน่แท้ แล้วตัวเจ้าเล่าคิดอย่างไรกับนางกันแน่… ถามตัวเองให้ดีแล้วพูดกับนางด้วยปากของเจ้า ลูกผู้ชายจะทำสิ่งใดต้องชัดเจน เจ้าไม่ควรทำให้สตรีต้องกังขาในท่าทีของเจ้า…”



            กล่าวจบคำเวอร์โนก็เดินจากไปอีกทิศทางหนึ่ง เอ็มม่ายิ้มแห้งโบกมือเป็นเชิงว่าไม่เป็นไร ความเสียหายที่เกิดขึ้นตัวมันย่อมรับได้ เมื่อเทียบกับผลลัพธ์ที่ได้ดูเหมือนทุกอย่างเอง ก็กำลังไปได้ดีไม่มีข้อผิดพลาด ซิลเวียชะงักร่างค้างเพราะมิเนอร์วาส่งเสียงมาเตือนอย่างเงียบๆ ร่างของนางสั่นสะท้านรีบก้มหน้าสำนึกผิด แต่ท่าทีเช่นนี้เองก็ดูเหมือนจะแฝงความดีใจตื่นเต้นเอาไว้อยู่หลายส่วน เป็นอาการที่สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่า



            ชายหนุ่มถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย สตรีนางนี้นั้นดื้อเกินไป ยากที่จะดัดนิสัยให้เชื่อฟัง เมื่อมองรอบด้านอยู่พักหนึ่ง ก็หมุนกายเดินจากไปเพียงลำพัง ซิลเวียยืนนิ่งเลือกที่จะไม่ตามชายหนุ่มไป นางรู้ดีว่าเมื่อใดควรบุก เมื่อใดควรถอย เอ็มม่าที่เห็นดังนั้นก็กวักมือเรียกบุตรีแล้วพากันเดินจากไปเช่นกัน อลิซที่กำลังจมอยู่กับความเสียใจก็เดินไปอย่างไร้จุดหมาย เดินไปเดินมาอยู่นาน ไม่รู้ไปทำอีท่าจึงเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าร้านเหล้าแห่งหนึ่ง



            แม้ในยามนี้จะเป็นเวลาช่วงกลางวัน แต่ด้วยชั้นเมฆหนาที่อึมครึม พาให้ซึมอยากนอนหลับ อลิซจึงเปิดประตูเดินเข้าไปนั่งอยู่ภายใน เพียงไม่นานสุราขวดใหญ่ก็ถูกยกมานำเสิร์ฟ บรรยากาศภายในค่อนข้างเอะอะ เต็มไปด้วยเหล่าบุรุษผู้ชอบในความเมามาย สุราแก้วแล้วแก้วเล่าถูกยกซดกระดกลงคอ ด้วยหวังว่าจะกล่อมปลอบอารมณ์ด้วยความมึนเมาไม่ได้สติ เวลาค่อยๆ ผ่านไปจนมืดค่ำ



            เมื่อยามราตรีได้มาเยือน เหล่าผู้หลงใหลในความมืดต่างก็พากันออกเดินเที่ยว เสียงหัวเราะสนุกสนานปะปนไปกับเสียงด้วยตรีที่ลอยแว่วมาตามลม อลิซยังคงนั่งดื่มอยู่เช่นนั้นแต่เพียงลำพัง มีบุรุษมากมายพยายามที่จะเข้ามาทักทาย แต่พวกมันหลายคนก็ต้องรีบตีตัวออกห่าง เพราะอีกฝ่ายมองพวกมันอย่างรำคาญใจ ท่าทางเต็มไปด้วยความฉุนเฉียวไม่พอใจ



            มิเนอร์วาเองก็หาได้รู้ตัวเองไม่ ในเวลานี้เขากำลังรวบรวมวัตถุดิบเท่าที่จะหาได้เพื่อเตรียมตัว เตรียมความพร้อมของทุกสิ่งตามแผนการ เมื่อทุกสิ่งได้เตรียมพร้อมอย่างเสร็จสรรพก็คิดจะเก็บตัว แต่เมื่อกำลังนั่งสมาธิ จิตใจก็วุ่นวายสงบไม่ลง จิตยุ่งเหยิงเพราะมีห่วงกังวลเป็นปัญหา ภายในใจก็คิดไปถึงคำพูดของเวอร์โน นั่งคิดอยู่นานว่าจะทำอย่างไรดี จนแล้วจนรอดก็ตัดสินใจได้ รีบลุกขึ้นเดินจากไปเพื่อสะสางตามหาความสงบ



            แต่น่าเสียดายที่ความสงบนี้อยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ แม้แต่ผู้เป็นอาจารย์อย่างเวอร์โนก็ไม่ทราบว่าอลิซไปเที่ยวเล่นอยู่ที่ใด มังกรอัสนีผู้นี้ดูไปแล้วเหมือนจะไม่รู้สึกทุกข์ร้อนในสิ่งใด มันยังฝากกำชับให้ชายหนุ่มรีบจบปัญหานี้เสียที เรื่องราวของวังมรณะสาบสูญยังมีอีกมากรออยู่ให้กลับไปสะสาง ชายหนุ่มก็ได้แต่เออออเล่นตามน้ำ เขาจากไปและออกตามหาอลิซไปเสียทุกที่



            สถานที่อย่างเมืองหลวงเขตทักษิณด้านตะวันออก ย่อมไม่ใช่สวนหลังบ้านที่คับแคบมีเพียงไม่กี่ไร่ การตามหาสตรีนางหนึ่งจึงค่อนข้างใช้เวลาอยู่บ้าง แต่ยามราตรีเช่นนี้ ย่อมเป็นสภาพที่สามารถแสดงศักยภาพของชายหนุ่มออกมาได้เต็มที่ กองทัพวิญญาณฝูงห่าผีจึงได้เริ่มกระจายตัวกันออกไป ไม่ว่าจะผ่านไปที่ใด ก็ล้วนนำพาความเย็นเยียบน่าขนลุกไปด้วยตลอดเส้นทางที่ค้นหา



            หลังจากเดินตามหาอยู่นาน วิญญาณตนหนึ่งก็รีบกลับมาหา บอกเล่าว่าเห็นอลิซกำลังเมามายไม่ได้สติ ถูกบุรุษฉกรรจ์มากมายรายล้อมกักขัง หน่วงเหนี่ยวเอาไว้ที่ร้านเหล้า มิเนอร์วาก็ได้แต่ส่ายหัวจนปัญญา ดูๆ ไปแล้วนางคงจะเสียใจมากจริงๆ หญิงสาวที่เคยร่าเริงและช่างพูด ยามนี้กำลังตกอยู่ในอันตราย ชายหนุ่มรู้สึกเป็นห่วงจนภายในอกนั้นร้อนรุ่ม เกิดเป็นความกังวลใจอย่างหาได้ยาก



            เมื่อทราบพิกัดร้านเหล้าแห่งนั้นจนแน่ชัด มิเนอร์วาก็ออกคำสั่งไปยังฝูงห่าผีทุกตน ขบวนวิญญาณกรีดร้องไร้เสียงกำลังมุ่งหน้าไปรวมตัวกัน โดยมีจุดหมายที่แน่นอนแล้วอยู่ที่ร้านเหล้า มิเนอร์วาก้าวเดินออกไปอย่างช้าๆ ทีละก้าว หนึ่งก้าว หนึ่งสถานที่ คือพลังของผู้สำเร็จปฐวีกสิณ ความน่าสยดสยองเสียวสันหลังแผ่ซ่านไปรอบด้าน ผู้ใดสัมผัสได้ต่างก็หวาดกลัวไม่กล้าออกจากที่พัก เป็นดั่งสัญชาตญาณที่ร้องเตือนตามธรรมชาติ



            อลิซตอนนี้กำลังถูกรายล้อมไปด้วยบุรุษ พวกมันทั้งหมดต่างก็ไม่รู้ว่านางนั้นเป็นใครมาจากไหน เห็นเป็นเพียงสตรีต่างถิ่นผู้หนึ่งก็เท่านั้น ความงดงามของนางนั้นโดดเด่นเป็นอย่างมาก ดูๆ ไปแล้วก็มีความคล้ายคลึงกับซิลเวียอยู่ไม่น้อย หากจะกล่าวถึงความต่างนั้น ก็คงมีเพียงใบหน้าออดอ้อนอันเป็นเอกลักษณ์ยากจะหาผู้ใดเหมือน และสัดส่วนทางธรรมชาติ ที่กะประมาณแล้วดูจะมีอยู่มากกว่าล้นกำมือ แม้จะเมามายไม่ได้สติ แต่นิสัยโดยธรรมชาติของอลิซนั้นก็ยากที่จะอนุญาตให้บุรุษใดได้เข้าใกล้



            มิเนอร์วานั้นถือเป็นกรณีพิเศษเป็นอย่างยิ่ง คงไม่มีผู้ใดคิดจะผลักไสไล่ส่งคนที่ตนเองชอบ อลิซเองก็เช่นกัน แต่สุราที่ดื่มมากไปตั้งแต่ช่วงกลางวันก็หาใช่น้ำเปล่า สายตาที่เลือนรางจึงมองเห็นภาพตรงหน้าเป็นร่างของชายหนุ่มที่แอบชอบ สองมือนุ่มกำลังโอบประคองแก้มของบุรุษผู้ที่ตนนั้นหลงใหล เมื่อเห็นว่าใบหน้านี้ยิ้มเคลิ้มจึงหมั่นไส้ นางสะบัดมือตบออกไปอย่างลืมตัว ปากก็พ่นด่าไม่ได้สติ



            “คนมักมากเช่นท่าน ข่าล่ะชิงชังนัก ข้าเกลียดรอยยิ้มนี้! ข้าหนีมาอยู่คนเดียว แต่ท่านก็ยังตามมาหาข้า หลอกให้ข้ารักข้าหลงแล้วทำร้ายข้า… จงรีบไปให้ไกลเลยนะ คนใจร้าย!”

    คล้ายกับเรื่องThe SRP (ปราชญ์พิสดาร ผนึกมาร สังหารเทพ) ที่คุณอ่าน