บทที่ 1 สุดเนี้ยบ (ตอนแรก)
ตัวละคร
ครอบครัวชาติดำรงศักดิ์ ครอบครัวนักธุรกิจค้าเพชรพลอย
นวลแข มารดาสหวัฒน์ ปรารถนาที่จะให้บุตรชายเป็ทองแผ่นเดียวกันกับครอบครัวชาติดำรงศักดิ์
สหวัฒน์ บุตรชายที่มีความเนี้ยบ ทุกอย่างต้องเป็ระเบียบ สะอาด ไร้ที่ติ
ครอบครัวสิริพันธนา ครอบครัวนักธุรกิจค้าน้ำมัน
คุณย่าใหญ่ ผู้ดูแลบ้านสิริพันธนา
อาจหาญ บุตรชายคนโตของคุณย่าใหญ่
สีนวล ภรรยาคุณอาจหาญ
ระวีกาญจน์ บุตรสาวคนเดียวของอาจหาญและสีนวล ผู้มีกริยาเรียบร้อย และเป็คู่แข่งของละอองพรรณ
อำนวย บุตรชายคนเล็กของคุณย่าใหญ่
พรรณี ภรรยาคุณอำนวย
ละอองพรรณ บุตรสาวคนเดียวของอำนวยและพรรณี
แสงชัย บุตรชายคนสวนที่ได้รับการอุปถัมภ์จากคุณย่าใหญ่ เป็คนรักของระวีกาญจน์ แต่ถูกกีดกัน
ละอองพรรณ หญิงสาววัย 21 ปี ผู้มีปรารถนาอันแรงกล้าที่จะอยากจะแต่งงานกับคุณสหวัตน์ นักธุรกิจหนุ่มค้าเพชรพลอย ทั้งหล่อ หน้าตาดี ดูสำอาง ร่ำรวย แลดูดีมีชาติตระกูล ซึ่งความเป็จริงครอบครัวของสหวัตน์ได้มาทาบทาบหลานสาวของคุณย่าใหญ่แห่งตระกูลสิริพันธนา ซึ่งมีสองคน คนแรกชื่อระวีกาญจน์ เป็บุตรสาวของลูกชายคนโตของคุณย่าใหญ่ (อาจหาญ) กับสีนวล ส่วนหลานสาวคนที่สอง ก็คือ ละอองพรรณเอง เธอเป็บุตรสาวของลูกชายคนเล็กของคุณย่าใหญ่ (อำนวย) กับพรรณี
ละอองพรรณได้เล็งเห็นแล้วว่าตนเองไม่อาจเทียบกับระวีกาญจน์ซึ่งเป็ลูกพี่ลูกน้องกับเธอได้ เหตุเพราะระวีกาญจน์เป็ผู้หญิงสวย เรียบร้อย มีกริยามารยาทงดงาม เก่งการบ้านการเรือน
ด้วยความที่ละอองพรรณอยากจะชนะระวีกาญจน์ และอยากจะคุณสหวัตน์ให้ได้ ดังนั้นเธอจึงตัดสินใจมาขอพรจากเรือนกาญจนา ความจริงเธอก็ไม่เชื่อเื่นี้ เพราะมันเป็เพียงคำเล่าลือเท่านั้น แต่ตัวเธอทั้งอยากจะพิสูจน์และอยากจะสมความปรารถนา จึงลองเสี่ยงที่จะไปป่าแห่งนั้นดู
ในกลางดึกของคืนหนึ่งละอองพรรณถือไฟฉายเดินไปในป่าแห่งนั้นแต่เพียงผู้เดียว ใจจริงเธอก็กลัวแต่เธอก็ท่องในใจว่า “เพื่อชายที่ตนแอบรัก ต้องไม่กลัว” และแล้วก็สมกับความพยายามของเธอ แสงสีทอง เรืองรอง อร่ามตา ได้ปรากฏชัดต่อสายตาของเธอ เธอรีบก้าวเดินไปก็เห็นเรือนหลังหนึ่งที่เป็สีทอง เรือนหลังนี้มีระฆัง และนาฬิกา ซึ่งออกแบบได้แปลกมาก เพราะในใจละอองพรรณนึกว่าเรือนกาญจนาจะเป็บ้านเรือนไทยเสียอีก
สักพักก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินออกมาจากบ้าน เธอเป็ผู้หญิงสวย ใส่ชุดในยุคปัจจุบัน ถือตะเกียงเดินออกมาจากบ้านหลังนั้น
“ยินดีต้อนรับค่ะ คุณละอองพรรณ”
“เธอเป็ใคร เป็ผี หรือเป็คน” ละอองพรรณกล่าว
“เรียกฉันให้ดีๆ หน่อยค่ะ ฉันชื่อ อุไร ให้ถือซะว่าฉันเป็เ้าที่ที่ดูแลเรือนหลังนี้ก็แล้วกัน” อุไรแนะนำตัว
“ฉันสามารถขอพรได้จริงๆ ใช่มั้ย” ละอองพรรณไม่แน่ใจ
“ฉันได้รับรู้ความปรารถนาอันแรงกล้าของคุณแล้ว คุณอยากคุณสหวัตน์มาก คุณจึงสามารถมองเห็นเรือนหลังนี้” อุไรกล่าว
“แล้วต้องทำยังไง ฉันถึงจะสมหวังล่ะ” ละอองพรรณถาม
“เงื่อนไขก็คือ คุณจะต้องอยู่ในเรือนหลังนี้เป็เวลา 10 วัน โดยคุณจะต้องยินยอมทำตามกฎทุกอย่าง หากคุณทำไม่ได้ คุณก็จะไม่มีวันสมหวังกับชายคนนั้นอีกเลย และเมื่อคุณออกจากเรือนหลังนี้ไปแล้ว คุณห้ามแพร่งพรายเื่ราวที่คุณประสบและเื่ของเรือนกาญจนาเด็ดขาด มิเช่นนั้นคุณจะประสบเคราะห์ภัย ดีไม่ดีอาจถึงแก่ชีวิตได้” อุไรกล่าว
“ทำไมน่ากลัวอย่างนั้นล่ะ” ละอองพรรณเริ่มกลัว
“มันขึ้นอยู่กับคุณ ว่าจะยอมรับเงื่อนไขหรือไม่ คุณลองตัดสินใจดีๆ ก็แล้วกัน” อุไรกล่าว
“ได้ เพื่อคุณสหวัตน์ ฉันยอม” ละอองพรรณมุ่งมั่น
อุไรพาหญิงสาวเดินเข้าไปในบ้าน เธอจะต้องเดินผ่านหมอกควัน จนกระทั่งเข้าไปเห็นภายในตัวบ้าน แต่ทว่าทำไมมันยิ่งกว่าปราสาทราชวังเสียอีก
“นั่นมันคุณสหวัตน์นี่ ทำไมเขาถึงได้ไปนั่งบนบัลลังก์ตรงนั้นได้” ละอองพรรณแปลกใจ
“ก่อนไปดูตรงนั้น ฉันขอแนะนำให้เธอรู้จัก แม่บ้านญินดาเสียก่อน เขาจะเป็ผู้ดูแลเธอที่นี่ตลอดสิบวัน มีอะไรก็คุยกับแม่บ้านเขานะ ฉันขอตัวก่อน” อุไรก็หายตัวแว๊บไป
“สวัสดีค่ะคุณแม่บ้าน” ละอองพรรณทักทาย
“ต่อไปเธอจะต้องเป็สาวใช้ของที่นี่ และต้องทำงานทุกอย่างตามที่ฉันสั่ง และถ้าหากเธอทำได้ดี คุณสหวัตน์เขาถึงจะยิ้มให้กับเธอ พร้อมกับยืนและโบกมือให้ แต่ถ้าท่านไม่พอใจ เขาจะนั่งหน้าบึ้งอยู่อย่างนั้น” แม่บ้านกล่าว
“ได้ ฉันยินดีทำตามทุกอย่าง” ละอองพรรณกล่าว
“งานแรกของเธอก็คือ ทำความสะอาดปราสาททั้งหลังให้สะอาด จนกว่าคุณสหวัตน์จะพอใจ” แม่บ้านกล่าว
แม้ละอองพรรณจะไม่ชอบงานบ้าน แต่เธอก็ยินยอมทำความสะอาด ผ่านไปสามชั่วโมงเธอก็ทำเสร็จ
“เสร็จแล้วค่ะแม่บ้าน” ละอองพรรณกล่าว
“ไปทำมาใหม่ ดูซิยังมีฝุ่นตรงราวบันไดอยู่เลย เห็นมั้ยล่ะ คุณสหวัฒน์หน้าบูดหนักกว่าเดิมอีก” แม่บ้านกล่าว
“ค่ะ ค่ะ เดี๋ยวจะรีบไปทำให้ใหม่เดี๋ยวนี้” ละอองพรรณกล่าวอย่างเหนื่อยล้า
ผ่านไปสองชั่วโมง ละอองพรรณก็เดินไปหาแม่บ้าน “ทำเสร็จแล้วค่ะ”
“เฮ้อ เธอนี่ มันก็ยังไม่สะอาด เอาเป็ว่าวันนี้ปล่อยผ่านไปก็แล้วกัน แล้วพรุ่งนี้ค่อยทดสอบใหม่ ยังมีงานอีกเยอะให้เธอทำ” แม่บ้านกล่าว
“อะไรนะคะ ยังมีงานอื่นอีกนอกจากทำความสะอาดอีกหรอคะ” ละอองพรรณใ
“ใช่ ต่อไปเธอก็ไปทำกับข้าว ให้คุณสหวัตน์ทาน ต้องสะอาดและอร่อยรู้มั้ย” แม่บ้านกล่าว
“ค่ะ เดี๋ยวจะรีบไปทำเดี๋ยวนี้ค่ะ” ละอองพรรณกล่าว
ละอองพรรณเข้าครัวไปทำกับข้าว ผ่านไปสองชั่วโมงเธอก็ทำเสร็จ “กับข้าวเสร็จแล้วค่ะ”
“ไหนดูซิ โอ๊ย ทำไมมีเส้นผมหล่นไปในกับข้าวด้วยล่ะ มันไม่สะอาดแล้วเห็นมั้ย ไปทำมาใหม่เดี๋ยวนี้” แม่บ้านท้วง
“ค่ะ ค่ะ เดี๋ยวจะรีบไปทำให้ใหม่” ละอองพรรณกล่าว
ผ่านไปอีกสองชั่วโมง ละอองพรรณก็ทำเสร็จ เธอจึงยื่นให้แม่บ้านตรวจสอบ
แม่บ้านตรวจสอบความสะอาด “อื้อ สะอาดใช้ได้ เดี๋ยวฉันจะเป็คนนำไปให้ท่านทานเองก็แล้วกัน”
แม่บ้านยกอาหารไปให้คุณสหวัตน์ ยังไม่ถึงห้านาที แม่บ้านก็ยกลงมาเสียแล้ว
“คุณสหวัฒน์ ไม่พอใจในฝีมือทำอาหารของเธอ วันพรุ่งนี้ค่อยแก้ตัวใหม่ก็แล้วกัน ยังมีงานอื่นให้เธอไปทำอีก” แม่บ้านกล่าว
ในใจละอองพรรณคิดว่า “นี่ฉันก็ทำจนสุดฝีมือแล้วนะ ยังไม่พอใจอีกหรอ และยังจะมีงานอื่นอีก”
“งานต่อไปก็คือ ไปจัดสวนดอกไม้” แม่บ้านกล่าว
“ห๊า แต่นั่นเป็งานต้องใช้จอบใช้เสียมนี่” ละอองพรรณกล่าว
“ทำไม แค่นี้ทำไม่ได้งั้นหรือ” แม่บ้านกล่าว
“ได้ๆ เดี๋ยวจะไปทำเดี๋ยวนี้ล่ะ” ละอองพรรณยอมทำเพื่อเธอจะได้สมหวัง
ละอองพรรณปลูกดอกกุหลาบจนสุดฝีมือ ทำให้สวนดูงดงาม แต่ทว่าเธอก็เตรียมใจไว้แล้วว่า แม่บ้านต้องติอีกอย่างแน่นอน
“ฉันจัดสวนเสร็จแล้วค่ะ ฉันยังคงต้องทำใหม่อีกใช่มั้ยคะ” ละอองพรรณกล่าว
“อื้อ สวยดี งั้นเข้าบ้านได้” แม่บ้านกล่าว
“ห๊า ไม่ต้องทำใหม่หรอคะ” ละอองพรรณแปลกใจ
“อ้าว อยากทำใหม่หรอ” แม่บ้านกล่าว
“เปล่าค่ะ ก็เห็นแม่บ้านไม่เคยพอใจในฝีมือฉันเลยน่ะ” ละอองพรรณกล่าว
“เปล่าหรอก คุณสหวัตน์ออกมาดูนอกบ้านไม่ได้น่ะ เลยไม่รู้ว่าท่านชอบมั้ย แค่นี้ฉันว่ามันก็โอเคนะ” แม่บ้านกล่าว
“แล้วคุณจะให้ฉันทำทำไมล่ะเนี่ย” ละอองพรรณบ่น
“อย่าบ่นเลย ตอนนี้มันก็ค่ำแล้ว คุณไปทานอาหารแล้วไปพักเถอะ พรุ่งนี้ค่อยเริ่มต้นใหม่” แม่บ้านกล่าว
เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ละอองพรรณจะต้องทำทั้งทำความสะอาดปราสาท ล้างห้องน้ำ ทำอาหาร ซักผ้า ซ่อมแซมข้าวของ ทำสวน ฯลฯ เป็เวลา 9 วัน ถึงกระนั้นละอองพรรณก็ไม่เคยเห็นรอยยิ้มของสหวัตน์เลยแม้แต่น้อย
ละอองพรรณคิดว่าตัวเองทำดีที่สุดแล้ว เธอเลยสงสัยมากว่าทำไมเขาถึงไม่พอใจเสียที เลยจะขึ้นไปถามสหวัตน์ให้รู้เื่ เมื่อเธอกำลังจะขึ้นไป แม่บ้านก็รีบเข้ามาห้ามไว้ทันที ละอองพรรณไม่ฟัง เธอรีบวิ่งขึ้นไปจนถึงหน้าบัลลังก์ เธอก็ถึงกับผงะ…..
สหวัตน์ที่เธอเห็น เขาเป็เพียงหุ่นที่ทำหน้าบูดตลอดเวลา
“นี่มันหมายความว่ายังไงนี่ พวกคุณหลอกฉัน เขาเป็เพียงหุ่นเท่านั้น” ละอองพรรณโกรธมาก
อุไรปรากฏตัว “อ้าว ก็ตัวจริงเขา ยังอยู่ในมิติปัจจุบัน พวกเราจะไปนำเขามาที่นี่ได้ยังไงล่ะ”
“แต่พวกคุณหลอกฉันให้ทำงานเพียงเพื่อให้เขายิ้มนี่” ละอองพรรณกล่าวอย่างโมโห
“ซึ่งเธอก็ทำได้ดีนี่ และอีกวันเดียวเท่านั้นเธอก็จะสมปรารถนากับเขาแล้วนะ” อุไรกล่าว
“ไม่ ฉันจะกลับแล้ว ฉันไม่้าพรอะไรบ้าบอนั่นอีกแล้ว” ละอองพรรณกล่าว
“คิดดูดีๆ นะ อย่ายกเลิกเพียงเพราะเธอโกรธ ไม่งั้นเธอจะไม่มีวันสมหวัง” อุไรเตือน
“ฉันคิดดีแล้ว พาฉันกลับเดี๋ยวนี้” ละอองพรรณกล่าว
“แต่เธอจะไม่มีวันสมหวังกับคุณสหวัตน์อีกเลยนะ” อุไรกล่าวย้ำ
“อื้อ พอแล้ว ไม่สมหวังก็ไม่สมหวัง” ละอองพรรณกล่าว
“งั้นตามฉันออกมา” อุไรกล่าว