ตอนที่ 32
ฮือ !!!!!!!!! เสียงร้องไห้ของญาติคนไข้ที่รออยู่หน้าห้องร้องออกมาหลังจากหมอมิโฮะเดินออกมาแจ้งผลการผ่าตัดของคนไข้
“พวกเราเสียใจด้วยค่ะพวกเราทำการผ่าตัดอย่างเต็มที่แล้ว” หมอมิโฮะพูดเสียใจกับญาติๆของคนไข้อีกครั้งเธอก้มหัวขอโทษอยู่นานก่อนจะเหลือมองดนัยที่ก้มหัวขอโทษอยู่ข้างๆเธอตั้งแต่ที่คนไข้เสียชีวิตดนัยก็ไม่พูดอะไรเลยขนาดประกาศเวลาเสียชีวิตของคนไข้หมอมิโฮะยังเป็นคนประกาศเอง
ดูเหมือนจะช็อกสินะรู้สึกว่านี่จะเป็นเคสแรกที่คนไข้ตายต่อหน้าของหมอดนัย หมอมิโฮะคิดในใจก่อนจะเงยหน้าขึ้นมา
“ถ้าอย่างไรเรื่องของการนำศพกลับไปจะให้พยาบาลเป็นคนแจ้งอีกทีนะคะพวกเราต้องขอตัวก่อนขอแสดงความเสียใจอีกครั้งนะคะ” หมอมิโฮะพูดก่อนจะกระตุกแขนเสื้อดนัยเบาๆให้ตามเธอมา
ดนัยเดินตามหมอมิโฮะไปเสมือนคนไร้วิญญาณเขาเดินมาจนถึงห้องพักแพทย์
“นั่งก่อนนะหมอดนัยฉันจะไปเอาน้ำมาให้” หมอมิโฮะพูดกับดนัยแต่ดนัยก็ยังไม่ตอบสนองอะไร
“เฮ้อ....” เธอถอนหายใจออกมาเบาๆก่อนจะพาดนัยไปนั่งที่โต๊ะทำงานของเขาและเดินไปหยิบน้ำออกมาวางให้ตรงหน้าดนัย
แปะ !! หมอมิโฮะที่เห็นดนัยมีสภาพดังนี้ก็ใช้มือทั้งสองข้างของเธอตบลงไปที่แก้มทั้งสองข้างของดนัยเบาๆก่อนจะยกหน้าของดนัยขึ้นมาให้สบตากับเธอ
“ตั้งสติเอาไว้หมอดนัยตอนเย็นเธอยังมีผ่าตัดอีกนะ” หมอมิโฮะพูด
“มะ มะ หมอมิโฮะ ผะ ผะ ผม....” ดนัยเหมือนกำลังจะพยายามพูดอะไรบางอย่างแต่เขาก็หยุดไปดื้อๆ
“ฉันรู้ว่าเธอเจ็บปวดที่สูญเสียคนไข้ไปวันนี้...ฉันเองก็เคยพบกับความเจ็บปวดที่เธอเผชิญมาเช่นกันหมอทุกคนในโรงพยาบาลนี่ก็เคยพบกับความเจ็บปวดจากการสูญเสียคนไข้ไปแต่เธอห้ามไปจมปลักกับความเจ็บปวดนี่เด็ดขาดเธอเป็นหมอยังมีหน้าที่ต้องทำอีกมากมาย” หมอมิโฮะพยายามพูดปลอบใจดนัย
“ตะ แต่ว่าเพราะผมคนไข้คนนั้นถึงตาย....ผม....ผ่าตัดผิดพลาด” ดนัยพูดก่อนจะยกมือทั้งสองข้างของเขาขึ้นมาทันทีที่เขาเห็นมือของตัวเองความรู้สึกตอนใช้มีดกรีดลงไปบนตับของคนไข้ก็ผุดขึ้นมาอีกครั้ง
พะ...เพราะเราไม่ระวังทำให้ตอนนั้นมีดของเราพลาดกรีดลงไปบนตับของคนไข้ ดนัยมองมือของตัวเอง
“ฉันเองก็เคยพลาดหมอดนัยแต่ฉันไม่ได้จมอยู่กับความรู้สึกนั้นฉันเลือกเอาความผิดพลาดตรงนั้นไปพัฒนาตนเองให้ไม่พลาดอีกในครั้งต่อไปฉันเชื่อว่าเธอเองก็จะทำแบบฉันได้....ลองคิดดูนะหมอดนัยว่าเธอจะทำยังไงกับความผิดพลาดของเธอในครั้งนี้” หมอมิโฮะพูดก่อนจะเดินไปนั่งที่ของเธอปล่อยให้ดนัยได้ใช้ความคิดกับตัวของเขาเอง
หลังจากหมอมิโฮะปล่อยให้ดนัยอยู่คนเดียวดนัยก็นั่งเงียบไปก่อนน้ำตาจะค่อยๆไหลลงมาจากหางตาของเขา
หงะ...ถึงกับร้องไห้นี่หมอดนัยเป็นคนอ่อนไหวขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย หมอมิโฮะอุทานอยู่ในใจเธอนั้นแอบมองหมอดนัยอย่างเป็นห่วงจากโต๊ะของเธอ
ดนัยจมอยู่กับความรู้สึกของตัวเองนานนับชั่วโมงส่วนหมอมิโฮะนั้นเธอไปกินข้าวกลางวันตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงก่อนแล้วเธอนั้นมีผ่าตัดตอนบ่ายอีกถ้าไม่กินอะไรซักหน่อยเธอจะไม่ไหวเอา
แกร๊ก !! ประตูห้องพักศัลยแพทย์ถูกเปิดเข้ามาก่อนหมอนากิสะจะเดินเข้ามาเธอเดินไปนั่งที่โต๊ะก่อนจะเอ่ยเสียงเรียก
“หมอดนัย !!” หมอนากิสะเรียกดนัยเขาค่อยๆหันไปตามเสียงเรียกก่อนจะเห็นหมอนากิสะส่งสัญญาณมือให้เดินไปหาเธอที่โต๊ะ
“ครับหมอนากิสะเรียกผมมามีอะไรหรือเปล่าครับ” ดนัยยืนอยู่ที่หน้าโต๊ะของเธอก่อนจะถามว่ามีอะไร
“ฉันได้ยินเรื่องจากหมอมิโฮะมาแล้วคนไข้เมื่อเช้าเสียชีวิตสินะ” หมอนากิสะพูด
อึก !! ดนัยที่ได้ยินถึงกับสะอึก
“ขอโทษครับทั้งหมดเป็นเพราะผมเอง” ดนัยขอโทษเธอ
“ฉันไม่ได้จะโทษเธอทั้งหมดหรอกนะหมอดนัยเพราะส่วนหนึ่งฉันเองก็ผิดด้วยที่หลงไว้ใจคิดว่าเธอมีฝีมือโดยลืมคิดไปว่าเธอนั้นเป็นหมอมือใหม่” หมอนากิสะบอกดนัยที่ได้ยินดังนั้นได้แต่เงียบไป
“เอาเป็นว่าวันนี้เธอเลิกงานไปเลยก็ได้การผ่าตัดของเธอที่เหลือในวันนี้ฉันขอยกเลิก” สิ่งที่หมอนากิสะพูดออกมาทำให้เขาลนลานไปทันที
“ไม่นะครับผมยังไหวครับหมอนากิสะให้ผมผ่า.......”
“เธอจัดการความรู้สึกของเธอตอนนี้ได้งั้นเหรอหมอดนัยมั่นใจมั้ยว่าความรู้สึกของเธอตอนนี้จะไม่ทำให้การผ่าตัดตอนบ่ายผิดพลาดน่ะ” หมอนากิสะพูดแทรกขึ้นมาก่อนที่ดนัยจะพูดจบ
“แต่ว่า...”
“กลับไปก่อนเถอะหมอดนัยกลับไปพักซะ...ฉันขอสั่งในฐานะหัวหน้าของคุณ” หมอนากิสะพูดอย่างเด็ดขาด
“ครับ” ดนัยหลับตาลงพลางสูดหายใจเข้าลึกๆและตอบกลับมาเขาเดินไปที่โต๊ะของเขาเก็บข้าวของซึ่งก็ไม่มีอะไรมากก็แค่มือถือและกระเป๋าสตางค์หลังจากเก็บของเสร็จแล้วดนัยก็เดินกลับไปที่ห้องพัก
ที่ห้องพัก
ฮิคารินั้นอาศัยอยู่ในห้องของดนัยเธอนั้นไม่กล้าไปอาศัยอยู่ในห้องของคนอื่นเพราะไม่รู้จักเธอกำลังกินข้าวกล่องที่ดนัยทำไว้ให้เมื่อเช้าอยู่
แกร๊ก !! เสียงประตูถูกเปิดออกทำให้ฮิคาริมองไปที่ประตูอย่างแปลกใจก่อนจะเห็นดนัยเดินเข้ามา
“อ้าวดนัยกลับมาทำไมอ่ะลืมของเหรอ...อ๊ะหรือว่าไม่ได้กินข้าวกลางวันกับฉันแล้วกินไม่ลงเลยต้องรีบกลับมากินข้าวกับฉันล่ะ” ฮิคาริพูดแต่ดนัยนั้นไม่ได้ตอบอะไรเขาเดินมานั่งลงตรงข้ามเธอและก็ฟุบหน้าลงไปกับโต๊ะ
แกร๊ก !! ฮิคาริวางข้าวกล่องในมือลงบนโต๊ะก่อนจะเอ่ยถามดนัย
“เกิดอะไรขึ้นดนัย” ฮิคาริรู้สึกว่าดนัยนั้นไม่ปกติแต่ทว่าดนัยนั้นไม่ตอบอะไรฮิคาริเลยเขาเลือกที่จะเงียบและฟุบหน้าอยู่อย่างนั้น
“นี่ดนัยฉันเป็นผีนะฉันออกไปถามคนอื่นไม่ได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับนายถ้านายไม่เล่าให้ฉันฟัง” ฮิคาริพูด
“ปล่อยฉันอยู่แบบนี้สักพักเถอะนะฮิคาริฉันจะไม่เป็นไร” ดนัยพูดตอบฮิคาริในที่สุดแต่น้ำเสียงของเขานั้นดูหมดแรงและดูหดหู่มาก
“งะ งั้นเหรอ” ฮิคาริรู้สึกได้จากคำพูดและน้ำเสียงของดนัยมันจะต้องมีอะไรเกิดขึ้นแน่ๆเธอค่อยๆยื่อมือออกไปหวังจับมือของดนัยเอาไว้แต่ทว่ามือของเธอก็ทะลุผ่านมือของดนัยไปเธอได้แต่มองมือของเธอที่ทะลุผ่านไป
ฉันไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับนายแต่นายจะไม่เป็นอะไรดนัยฉันจะอยู่ข้างๆนายเอง ฮิคาริคิดอยู่ในใจก่อนจะนั่งอยู่อย่างนั้นเงียบๆเป็นเพื่อนดนัย
หลายชั่วโมงต่อมา
“อืม.....” ดนัยค่อยๆตื่นขึ้นมาเขานั้นเผลอหลับไปเมื่อไหร่ก็ไม่รู้เขามองไปข้างนอกก่อนจะเห็นว่าฟ้าได้มืดลงแล้ว
“นี่เราเผลอหลับจนเย็นเลยเหรอเนี่ย...หิวจังแฮะจะว่าไปข้าวกลางวันเรายังไม่ได้กินนี่นาหิวก็ไม่แปลก” ดนัยพูดขึ้นมาก่อนจะลุกขึ้นไปเปิดแปะ
แปะ !! เมื่อเขาเปิดไฟห้องก็สว่างขึ้นก่อนจะเห็นฮิคาริฟุบหลับอยู่ที่โต๊ะตรงข้ามกับที่เขานั่งเมื่อครู่
“อ้าวผีก็ต้องหลับด้วยเหรอเนี่ย” ดนัยพูดขึ้นมาอย่างแปลกใจเพราะนึกไม่ถึงว่าผีจะต้องหลับต้องนอนกับเขาด้วยดนัยมองดูข้าวกล่องที่วางอยู่ตรงหน้าฮิคาริมันเป็นของที่เขาส่งให้เธอเมื่อเช้าเธอกินมันไปเพียงครึ่งกล่องเท่านั้น
เธอคงเป็นห่วงเรามากสินะเธอนี่ดีกับฉันเสมอเลยนะฮิคาริฉันจะทำอะไรเพื่อเธอได้บ้างนะ ดนัยคิดในใจเขานั้นไม่รู้ว่าพอจะมีอะไรที่เขาสามารถทำให้เธอได้บ้างจะรักษาเธอให้ฟื้นขึ้นมาก็ทำไม่ได้เพราะขนาดหมออิจิโนเสะผู้เชี่ยวชาญด้านระบบประสาทยังรักษาเธอไม่ได้เลยแล้วหมอมือใหม่ที่พึ่งจะทำคนไข้ตายไปวันนี้อย่างเขาจะช่วยอะไรเธอได้
จ๊อก !! เสียงท้องของดนัยร้องออกมาทำให้ฮิคาริตื่น
“อ้าวดนัยนายตื่นแล้วเหรอ” ฮิคาริพูดหลังจากเห็นดนัยยืนอยู่
“อืม” ดนัยพยักหน้า
“นายโอเคมั้ย ??” ฮิคาริถาม
“ไม่เป็นไรแล้วล่ะว่าแต่จะกินอะไรหน่อยมั้ยพอดีฉันหิวน่ะข้าวกล่องที่ทำไว้ตั้งแต่เช้าก็เย็นชืดไปหมดแล้วด้วย” ดนัยตอบพลางเดินไปที่ครัว
“เอาอะไรง่ายๆแล้วกัน” ฮิคาริบอก
“เอาเป็นข้าวไข่เจียวแล้วกันหมูที่ผัดเอาไว้เมื่อเช้ากับผักฉันจะเอาไปสับและใส่ลงไปในไข่เจียว” ดนัยพูดพลางหยิบข้าวกล่องของเขาที่ยังไม่ได้กินขึ้นมา
“นายจะเอาไปทำซ้ำหรอจะอร่อยเหรอนั่น” ฮิคาริแปลกใจ
“เธอน่ะไม่รู้อะไรเสียแล้วไข่เจียวกรอบๆน่ะกินกับอะไรก็อร่อยรู้หรือเปล่าคนประเทศเธอไม่นิยมกินไข่เจียวนี่เนอะปกติกินแต่ไข่หวานกับไข่คน” ดนัยพูดก่อนจะเทกับข้าวที่ทำเอาไว้ออกมาจากกล่องเขาเริ่มลงมือใช้มีดสับมันเป็นชิ้นๆทันที
ฉับๆๆๆๆ !! เสียงดนัยค่อยๆใช้มีดหั่นจนกับข้าวเหลือค้างกลายเป็นชิ้นเล็กๆจากนั้นเขาก็เดินไปตั้งกระทะกับน้ำมันระหว่างรอเขาก็หยิบไข่ออกมาจากตู้เย็นก่อนจะตีให้ฟูเมื่อได้ที่แล้วดนัยก็ใส่ของที่หั่นเอาไว้ลงไปใส่ซีอิ้วลงไปในไข่เจียวนิดหน่อยเพื่อเพิ่มรสชาติ
และไม่นานน้ำมันในกระทะก็เริ่มร้อนดนัยจัดการใส่ไข่ที่ตีเอาไว้ลงไปทันที
ชู่ !!!!! เสียงไข่เจียวถูกใส่ลงไปในกระทะที่มีน้ำมันร้อนๆมันขึ้นฟูทันทีสีเหลืองของไข่เจียวทำเอาดนัยเริ่มน้ำลายสอ
“นี่ดนัยไม่รีบพลิกมันเหรอแล้วน้ำมันไม่เยอะไปหน่อยหรือไง” ฮิคาริลอยเข้ามาดูดนัยทอดไข่เจียวข้างๆ
“พลิกตอนนี้ไม่ได้ถ้าพลิกล่ะก็ไข่เจียวจะไม่กรอบแล้วที่น้ำมันต้องเยอะขนาดนี้ก็เพราะฉันต้องการทอดให้กรอบๆยังไงล่ะ” ดนัยพูด
“อ๋อแบบนี่นี่เอง...........นี่ดนัยมันเกิดอะไรขึ้น” ฮิคาริพยักหน้าก่อนจะถามสิ่งที่เธอสงสัยออกมา
กึก !! ดนัยชะงักไปครู่หนึ่งเขาครุ่นคิดอยู่ในหัวว่าจะเอายังไงดีจะบอกฮิคาริดีมั้ยหรือจะไม่บอกแต่สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจพูดออกมา
“เมื่อเช้าฉันทำคนไข้ตายน่ะ” ดนัยพูดออกมาฮิคาริที่ได้ยินว่าดนัยทำคนไข้เสียชีวิตก็เงียบไปเธอมองดูด้านหลังของดนัยที่สั่นไหวเธออยากจะโอบกอดดนัยเพื่อปลอบใจเหลือเกินแต่เธอนั้นเป็นแค่ผีตนหนึ่งเธอไม่สามารถสัมผัสดนัยได้
“ไม่เป็นไรนะดนัยทุกอย่างจะดีขึ้น” ฮิคาริได้แต่พูดปลอบใจดนัยเท่านั้นเธอรู้ว่าหมอทุกคนจะต้องเคยเจอเหตุการณ์แบบที่ดนัยเจอตอนนี้เพราะระหว่างที่เธอเป็นผีอยู่ในโรงพยาบาลนั้นเธอเห็นคนตายคาเตียงผ่าตัดมามากมาย
ดนัยในตอนนี้นั้นก็แค่กำลังโทษตัวเองอยู่เธอได้แต่หวังว่าดนัยจะผ่านมันไปได้
จบ...