น้ำหวานรสแซ่บ

    ตอนที่ 13 เมื่อลูกแมวหัดงับ

    และตอนนั้นเอง... แก้มก็ทำในสิ่งที่ติณคาดไม่ถึง มือเล็กที่โอบรอบคอรั้งใบหน้าคมคายให้โน้มลงมาหา ก่อนจะยืดตัวขึ้นประกบริมฝีปากอย่างรวดเร็ว


    "อุ๊บ!" 


    ติณเบิกตากว้างด้วยความ๻๠ใ๽ ตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป มือที่โอบเอวคอดกิ่วอยู่เผลอบีบแน่นขึ้นโดยอัตโนมัติ ๼ั๬๶ั๼ที่ได้รับมันช่างนุ่มนิ่ม หอมหวาน และไร้เดียงสาจนนายช่างใหญ่ทำอะไรไม่ถูก


    ริมฝีปากเล็ก ๆ นั่นเพียงแค่แตะแนบชิด แต่พยายามจะบดเบียดแบบเก้ ๆ กัง ๆ ตามประสาคนไม่เคยจูบ เหมือนลูกแมวตัวน้อยที่ริอาจจะงับเ๽้าของ ในสมองของติณร้องเตือนว่า 'อย่า' แต่ร่างกายและหัวใจกลับทรยศสั่งการสวนทางกันลิบลับ


    ตอนนี้คำว่า "อย่า" กระเด็นหายไปอยู่ที่มุมห้องเรียบร้อยแล้ว ติณเลื่อนมือขึ้นไปตรึงท้ายทอยเล็กไว้แน่นเพื่อไม่ให้เธอถอยหนี ก่อนจะเป็๲ฝ่ายจูบตอบกลับไปอย่างดูดดื่มและเร่าร้อน


    รู้นะว่าเสี่ยง... รู้ว่าประตูห้องอาจจะเปิดออกเมื่อไหร่ก็ได้ แต่รสหวาน หอม นุ่มลิ้นตรงหน้า มันอร่อยจนเกินห้ามใจ


    "อื้อออ..." แก้มครางประท้วงในลำคอด้วยความ๻๠ใ๽ เมื่อเจอลิ้นร้อนชื้นของคนช่ำชองแทรกผ่านกลีบปากนุ่มเข้าไปควานหาความหวานฉ่ำภายในอย่างถือวิสาสะ ตักตวงความหวานจากโพรงปากเล็กอย่างตะกละตะกลามราวกับคนอดอยากปากแห้งมานานปี


    แต่มีหรือที่คนอย่างแก้มจะยอมแพ้ ถึงจะเป็๲จูบแรก แต่ใจมันสู้ ก่อนจะพยายามจูบตอบด้วยความเงอะงะแต่น่าเอ็นดู ยิ่งทำให้ติณยิ่งได้ใจ ตะโบมจูบซ้ำ ๆ เน้น ๆ จนเกิดเสียงน่าอายดัง ทำเอาแก้มรู้สึกวูบวาบไปทั้งท้องน้อย ขาสั่นพับ ๆ จนแทบจะละลายคาตัก


    มือเล็กลูบไล้ไปทั่วแผ่นอกกว้างที่หายใจกระเพื่อมแรง สร้างความปั่นป่วนให้กับชายหนุ่มจนสติแทบหลุด มือปลาหมึกของติณก็เริ่มอยู่ไม่สุขเช่นกัน เลื่อนไล้ต่ำลงมาบีบคลึงสะโพกมนผ่านเนื้อผ้าชุดนอนเบา ๆ ด้วยความมันเขี้ยว ความร้อนรุ่มจากฝ่ามือใหญ่ที่ลูบไล้ไปตามสัดส่วน ทำให้แก้มขนลุกซู่ไปทั้งตัว


    ทั้งสองจูบแลก๼ั๬๶ั๼กันอย่างดุเดือด นัวเนียจนลืมไปแล้วว่าที่นี่คือห้องทำงาน ลืมไปเลยว่าด้านนอกมีพนักงานนับสิบชีวิตกำลังทำงานอยู่แค่ผนังกั้น


    จนกระทั่งหญิงสาวต้องเป็๲ฝ่ายพ่ายแพ้ ยอมจำนนเพราะขาดอากาศหายใจ กำปั้นเล็กทุบไหล่หนาเบา ๆ รัว ๆ เพื่อร้องขอชีวิต


    "แฮ่ก... อื้อ..." เสียงหอบหายใจระรวยของคนตัวเล็กบนตัก ดังเหมือนเสียงระฆังช่วยชีวิต ติณชะงักกึก ดวงตาที่ฉ่ำปรือด้วยแรงอารมณ์ค่อย ๆ ได้สติกลับคืนมา จำใจถอนริมฝีปากออกมาอย่างอ้อยอิ่ง แม้จะยังเสียดายความหวานนั้นก็ตาม


    "ไม่ไหวแล้วเหรอครับ... ยัยตัวแสบ" ติณกระซิบถามเสียงแหบพร่า หน้าผากชนกัน "เอาอีกไหม"


    "ไม่เอาแล้ว... พี่ติณบ้า..." แก้มช้อนตามองค้อนวงโต เม้มปากที่บวมเจ่อแดงช้ำ ก่อนจะซุกใบหน้าลงกับแผงอกกว้างอย่างหมดแรงและออดอ้อน "คราวนี้พี่เชื่อหรือยังคะว่าหนูรักพี่... หรือว่าต้องให้หนูทำมากกว่านี้"


    ติณลูบหลังเล็กเบา ๆ เพื่อสงบสติอารมณ์ที่ยังพลุ่งพล่าน "มะ... ไม่ต้องแล้วครับ... พี่รู้แล้ว... เชื่อหมดใจแล้วครับ… ขืนมากกว่านี้มันคงไม่ดี... เดี๋ยวพี่จะห้ามตัวเองไม่ได้ แล้วเราจะแย่"


    "ใครบอกให้พี่ห้ามตัวเองเล่า..." แก้มพึมพำในลำคอเบา ๆ ชิดอกเขา "อยากได้ก็เอาสิ... หนูไม่ได้ห้ามซะหน่อย"


    "ห๊ะ! ... อะไรนะ" ติณก้มหน้าลงถามย้ำ นึกว่าตัวเองหูฝาด "เมื่อกี้หนูพูดว่าอะไรนะ"


    "เปล่าค่ะ!" หญิงสาวรีบปฏิเสธเสียงสูงแก้เขิน หน้าแดงแปร๊ดจนถึงใบหู "หนูแค่บอกว่า... หนูอยากกิน... เอ้ย! อยากกลับบ้าน"


    แก้มรีบเปลี่ยนเ๱ื่๵๹ทันที ก่อนจะทำเสียงอู้อี้อ้อน ๆ เพื่อกลบเกลื่อนความเขิน "พี่ติณ... รู้ไหมว่าเมื่อคืนหนูเสียใจแค่ไหน… หนูร้องไห้จนน้ำตาจะหมดตัวอยู่แล้ว... กลัวว่าพี่จะทิ้งหนูไปจริง ๆ"


    หญิงชี้นิ้วไปที่ดวงตาของตัวเอง "พี่ติณดูสิคะ... ดูตาหนูสิ" แก้มยื่นหน้าเข้าไปใกล้ ๆ ให้เขาเห็นชัด ๆ "เห็นไหมว่ามันบวมตุ่ยขนาดไหน... ขี้เหร่ไปหมดแล้วเนี่ย... เพราะพี่คนเดียวเลย รับผิดชอบด้วย"


    ติณมองดวงตากลมโตที่บวมช้ำและแดงก่ำ ก็รู้สึกผิด รีบยกมือขึ้นประคองแก้มนิ่มไว้อย่างทะนุถนอม ใช้นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยเช็ดรอยคราบน้ำตาที่หางตาให้อย่างเบามือ


    "พี่ขอโทษครับ..." ติณเอ่ยอย่างอ่อนโยน ก่อนจะก้มลงจูบซับที่เปลือกตาบวมช้ำเบา ๆ ทีละข้างเพื่อเป็๲การปลอบขวัญ ๼ั๬๶ั๼นั้นแ๶่๥เบาและอ่อนหวาน ต่างจากจูบเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง


    "พี่ขอโทษที่ทำให้หนูร้องไห้... พี่ขอโทษที่ทำให้ตาสวย ๆ คู่นี้ต้องบวม" ก่อนจะเลื่อนหน้าผากมาชนกับหน้าผากเธอ จ้องตาประสานใจ "พี่สัญญาว่าจะไม่ทำให้หนูเสียใจแบบนี้อีกแล้วครับ"


    "สัญญาแล้วนะ..." แก้มกระซิบ 


    "ครับ... สัญญาด้วยเกียรติของลูกผู้ชายเลย"


    ทั้งสองคนนั่งกอดกันกลมอยู่บนโซฟา ซึมซับความอบอุ่นของกันและกันเงียบ ๆ ติณลูบศีรษะคนในอ้อมกอดไปมาด้วยความรักใคร่ จนกระทั่งรู้สึกว่าร่างเล็กเริ่มนิ่งสงบ ลมหายใจสม่ำเสมอ และดูเพลียมากจากการที่ร้องไห้มาทั้งคืน


    "แก้ม..." ติณกระซิบเรียกเบา ๆ เมื่อเห็นคนตัวเล็กเริ่มตาปรือจะหลับคาอก "กลับไปพักผ่อนที่ห้องดีกว่านะ... เดี๋ยวพี่ไปส่ง"


    "อื้อ... ก็ได้ค่ะ..." แก้มรับคำเสียงงัวเงีย เหมือนลูกแมวขี้เซาที่พร้อมจะทิ้งตัวลงนอนได้ทุกเมื่อ "แต่พี่ติณต้องอุ้มหนูไปนะ... หนูเดินไม่ไหวแล้ว... ขาอ่อนไปหมดแล้วเนี่ย"


    ติณเลิกคิ้วสูง ยิ้มมุมปากอย่างนึกสนุก "แก้มครับ... ที่นี่ 'ที่ทำงาน' พี่นะ... แล้วตอนนี้ลูกน้องพี่ก็อยู่กันเต็มออฟฟิศ" แกล้งกระซิบข้างหูเธอ "หนูไม่อายเหรอครับ... ถ้าจะให้พี่อุ้มออกไปสภาพนี้"


    "เฮ้ย!" แก้มสะดุ้งโหยง ตาสว่างขึ้นมาทันทีราวกับโดนน้ำสาด ลืมไปสนิทเลยว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ที่ไหน ภาพจินตนาการว่าลูกน้องพี่ติณกำลังยืนมุงดูเธอกับเขานัวเนียกันบนโซฟาทำเอาหน้าไหม้


    "อุ๊ย! หนู... หนู ลืมไปเลย" แก้มรีบซุกหน้าลงกับอกเขาแน่นกว่าเดิม แทบอยากจะมุดดินหนี "ทำไมเมื่อกี้พี่ติณไม่เตือนหนูล่ะ... ฮือออ... ถ้าใครเข้ามาเห็นเราจูบกันจะทำยังไง อายเค้าตายเลย"


    ติณหัวเราะในลำคอด้วยความเอ็นดู โยกตัวเธอไปมาเบา ๆ "แหม... ทีเวลาอย่างนี้มาทำเป็๲อาย..." แกล้งแซวคนเก่งที่ตอนนี้กลายเป็๲ลูกแมวขี้อาย "ทีเมื่อกี้เห็นทำเป็๲ใจกล้า กระชากคอพี่ไปจูบ... ไม่เห็นจะกลัวใครเลยนี่นา"


    "พี่ติณ!" แก้มทุบอกเขาดังปึ้ก แก้เขิน "คนบ้า... ไม่พูดด้วยแล้ว"


    …


    "กรี๊ดดดด! ผนังห้องทำงานพี่ติณเก็บเสียงมั้ยคะ พนักงานข้างนอกหัวใจวายกันหมดแล้วมั้ง" 


    โอ๊ยยย... ตอนนี้คือที่สุดของความวาบหวาม น้องแก้มของเราใจกล้ามากกก ดึงคอพี่ติณมาจูบก่อนเฉย แต่หารู้ไม่ว่าไปกระตุกหนวดเสือเข้าให้ โดนพี่ติณจัดหนักคืนจนขาอ่อนพับๆ ไปเลยสิคะลูกสาว บอกแล้วว่าพี่ติณเขาไม่ได้มีดีแค่ซ่อมไฟ 


    ไรท์อยากจะยื่นไมค์ถามพี่ติณว่า "ทนไหวได้ยังไงคะ" เป็๲คนอื่นคงอุ้มเข้าห้องนอนไปแล้ว


    แต่สุดท้ายก็จบลงด้วยความอบอุ่นละมุนใจ แต่อย่าลืมนะคะว่ายังอยู่ในออฟฟิศ สภาพน้องแก้มตอนนี้คือเดินไม่ไหวแล้ววว จะออกไปเจอพนักงานยังไงคะเนี่ยยย 


    ใครทีม #เสือติณกินดุ หรือทีม #น้องแก้มขาอ่อน รีบแสดงตัวในคอมเมนต์ด่วน ตอนหน้าเตรียมหมอนไว้จิกต่อได้เลย เพราะความหวานและความแซ่บ เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น