บทที่ 20 มีบัลลังก์ให้สืบทอดด้วยหรือไง
คำพูดเหล่านี้ของคุณยายกระทบจิตใจชาวเน็ตในห้องไลฟ์เป็อย่างมาก ทุกคนต่างพากันแสดงความคิดเห็นอย่างดุเดือด
ผู้ใช้งาน : นี่มันยุคไหนแล้ว ยังมีความคิดโบราณแบบนี้อยู่อีกเหรอ? เห็นผู้หญิงเป็เครื่องมือให้กำเนิดลูกหรือไง?
ผู้ใช้งาน : สืบสกุล? บ้านยายแกมีบัลลังก์ฮ่องเต้ให้สืบทอดหรือไง?
ผู้ใช้งาน : บัลลังก์อะไรกัน! ไม่ได้ยินยายแกบอกเหรอว่า
มีลูกชายห้าคน โสดไปสี่คนแล้วน่ะ! บ้านจนขนาดจะหาเมียยังไม่ได้เลย
ยังจะกังวลเื่มีลูกชายอีก มีมาทำไม? เป็โสดต่อไปนั่นแหละดีแล้ว!
ผู้ใช้งาน : ถ้าคลอดลูกมาเพื่อสืบทอดความลำบาก ความกังวล
และความยากจนของคุณล่ะก็ การไม่คลอดออกมาก็ถือเป็ความเมตตาอย่างหนึ่ง!
ชาวเน็ตต่างรุมด่าทอ แต่ยายป่านซุนอ่านหนังสือไม่ออก จึงไม่เข้าใจความหมายเ่าั้ และไม่รู้จักชื่อเสียงของซางเฟยหว่านแม้แต่น้อย
ซางเฟยหว่านมองอย่างเ็าพร้อมเอ่ยถามว่า “สรุปแล้ว หลานสาวของยายเสียชีวิตได้ยังไงกันแน่?”
ยายป่านซุนถอนหายใจ ก่อนจะตอบว่า “พูดไปแล้วก็น่าจะเป็ความผิดของแม่เด็กนั่นแหละ ตอนนั้นเป็่อยู่ไฟ เธอนอนหลับสนิทไปหน่อย ผ้าห่มเลยไปปิดหน้าเด็กโดยไม่รู้ตัว ตื่นมาอีกที เด็กก็ขาดอากาศหายใจไปแล้ว เพราะเื่นี้ ลูกสะใภ้ฉันเลยร้องไห้ไปทั้งเดือน ไม่รู้ว่า เป็เพราะร้องไห้หนักตอนอยู่ไฟหรือเปล่า ถึงทำให้หลังจากนั้นก็แท้งลูกอยู่ตลอดเลย”
ผู้ใช้งาน : โอ๊ย ทารกที่น่าสงสาร! พอได้เป็แม่คนแล้ว ฉันฟังเื่แบบนี้ไม่ได้เลย น้ำตาจะไหล...
ผู้ใช้งาน : ว่าแต่ ที่บ้านนอกของฉันก็เคยเกิดเื่เศร้าแบบนี้เหมือนกันนะ โดยเฉพาะหน้าหนาวที่อากาศหนาวจัด บ้านก็ไม่มีฮีตเตอร์ ผ้าห่มก็หนาและหนัก ถ้าไม่ระวังให้ดีก็อาจจะไปปิดหน้าเด็กได้ง่าย ๆ เลย
ผู้ใช้งาน : ฉันเป็พยาบาลแผนกสูตินรีเวช ขอให้ความรู้กับทุกคนหน่อยนะคะ หลังจากที่เด็ก ๆ เกิดแล้ว ควรพยายามอย่าให้เด็กนอนร่วมเตียงกับผู้ใหญ่ เพราะอาจจะเกิดเื่เศร้าแบบนี้ขึ้นได้ค่ะ
ผู้ใช้งาน : ฉันว่าลูกสะใภ้เธอน่าสงสารที่สุด ปล่อยให้ลูกตัวเองตายทั้ง ๆ ที่ยังตัวเล็ก ๆ ถึงจะไม่ได้ตั้งใจ แต่ก็น่าจะเป็ตราบาปในใจเธอไปตลอดชีวิต แล้วที่น่าสงสารกว่านั้นคือ เธอต้องกลายเป็เครื่องมือผลิตลูก ถูกเร่งให้มีลูกต่อไปอีก
สายตาที่เฉียบแหลมของซางเฟยหว่าน ทะลุผ่านเลนส์ไปยังยายป่านซุน “แค่เหตุบังเอิญจริง ๆ น่ะเหรอ?”
“แล้วมันจะไม่ใช่อุบัติเหตุได้ยังไงล่ะ”
ยายป่านซุนพูดจบ ก็เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงแลดูฉงนสนใจ “หรือว่า ลูกสะใภ้ฉันจงใจฆ่าลูกตัวเองตาย? แต่มันจะเป็ไปได้ยังไง เธอก็รักและตามใจลูกสาวคนนั้นมาก ลูกสาวคนโตถูกตามใจจนเคยตัว พอคนเล็กตาย เธอก็ร้องไห้ตลอด่อยู่ไฟ แล้วยังไม่ยอมมีลูกอีกด้วย ดีที่ลูกชายฉันเก่งพอที่จะง้อจนเธอใจอ่อน ยอมตั้งท้องใหม่ แต่น่าเสียดาย ตั้งท้องทีไรก็แท้งทุกที”
“โอ๊ย! แต่พูดไปก็เท่านั้นแหละ ยัยหนู! เธอช่วยฉันดูหน่อยสิ ลูกสะใภ้ฉันจะมีลูกชายได้อีกหรือเปล่า เชื้อสายตระกูลเรายังพอมีหวังอยู่บ้างไหม”
ซางเฟยหว่านจึงตอบอย่างตรงไปตรงมา “ถ้าคุณคิดว่า การไม่มีหลานชายสืบสกุลหมายถึงเชื้อสายตระกูลจะถึงจุดจบ ก็ต้องบอกว่าน่าเสียดาย เชื้อสายตระกูลของคุณคงจะสิ้นสุดลงแล้วล่ะ”
ยายป่านซุนร้องไห้โฮออกมาในทันที “ไม่นะ! โชคชะตาของฉันช่างน่าเศร้า ได้สะใภ้มาทั้งที ดันไม่มีปัญญาให้หลานชายกับฉันได้”
เธอร้องไห้อยู่ครู่หนึ่งก็รีบเช็ดน้ำตาพลางพูดว่า “ยัยหนู นี่เธอก็เก่งพอตัวเลยไม่ใช่เหรอ ช่วยพวกเราคิดหาวิธีหน่อยสิ ทำยังไงลูกสะใภ้ฉันถึงจะมีลูกชายได้อีก เช่น บอกเคล็ดลับอะไรทำนองนั้นก็ได้ ฉันรู้พวกเธอไม่อับจนวิธีการแบบนี้หรอก ขอแค่ให้ลูกสะใภ้ฉันคลอดลูกชายออกมา ฉันจะให้รางวัลเธอเอง!”
ซางเฟยหว่านตอบเสียงเรียบ “ลูกสะใภ้กับลูกชายคุณอยู่บ้านไหม เื่แบบนี้ ฉันขอพบกับเ้าตัวจะดีกว่า”
ยายป่านซุนจึงตอบกลับด้วยสีหน้าเป็กังวล “ลูกชายฉันไปทำงานที่เมืองแล้ว ตอนนี้ไม่อยู่บ้าน ส่วนลูกสะใภ้กำลังติวหนังสือกับลูกสาวคนโต ฉันไปเเอบดูแว้บ ๆ ก่อนก็ได้”
พูดจบ เธอก็ถือโทรศัพท์เดินไปที่หน้าห้องห้องหนึ่ง แล้วค่อย ๆ ผลักประตูเข้าไป ในห้องที่ดูโล่งกว้างเพราะความทรุดโทรม ผู้หญิงวัยกลางคนสีหน้าซูบซีดกำลังนั่งทำงานฝีมืออยู่ที่โต๊ะ ปลายโต๊ะอีกฝั่งหนึ่งมีลูกสาวของเธอนั่งอยู่ เป็เด็กนักเรียนหญิงวัย 13 ถึง 14 ปี กำลังตั้งใจทำการบ้าน
หลังจากดูเสร็จ ยายป่านซุนก็ปิดประตูอย่างเงียบเชียบ พลางถามขณะเดินออกมา “ยัยหนู เห็นชัดหรือยัง มีวิธีไหนให้ลูกสะใภ้ฉันมีลูกชายได้บ้าง”
เหตุผลที่ซางเฟยหว่านอยากจะดูสะใภ้ ก็เพื่อยืนยันข้อสงสัยในใจบางอย่าง และแน่นอน รอบกายลูกสะใภ้ของคุณมีเงาดำปกคลุมอยู่...
“เห็นชัดเจนแล้ว” เธอตอบ “บนท้องลูกสะใภ้ของคุณมีเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ เกาะอยู่ เธอคือหลานสาวตัวน้อยที่เสียชีวิตของคุณนั่นเอง การมีิญญาเด็กอยู่ใกล้ตัว ย่อมทำให้ตั้งครรภ์ได้ยาก แม้จะตั้งครรภ์ได้ ก็ไม่อาจรักษาไว้ได้”
ผู้ใช้งาน : ดึกแล้ว! นี่มันเที่ยงคืนกว่าแล้วนะ! คุณหมอดูอย่ามาหลอกกันให้กลัวสิ!
ผู้ใช้งาน : พระเ้า ไม่นานมานี้ ฉันเพิ่งดูคลิปิญญาสุนัขไป ตอนนี้เจอิญญาเด็กอีกแล้ว... ทำยังไงดี ฉันกลัวจนนอนไม่หลับแล้วนะ
ผู้ใช้งาน : หมอดูคะ ครั้งหน้าช่วยพูดเตือนกันก่อนได้ไหมคะ จู่ ๆ ก็โผล่มาแบบนี้... หัวใจคนดูรับไม่ไหวนะ!
ผู้ใช้งาน : ฉันรู้สึกอยู่แล้วว่า การที่ลูกสะใภ้เธอแท้งบ่อย ๆ มันต้องมีอะไรผิดปกติ แน่นอนว่าต้องมีเื่ผีสางเข้ามาเกี่ยวแน่ ๆ!
ผู้ใช้งาน : ฉันเป็คนชอบเื่ลี้ลับ ฉันไม่กลัวหรอก คุรหมอดูรีบ ๆ ให้เราดูตอนต่อไปสิ!
“หา?” ยายป่านซุนได้ยินดังนั้น สีหน้าก็แปรเปลี่ยนไปเป็ใมาก “นี่... นี่มันจริงเหรอ? แล้ว... แล้วพวกเราควรทำยังไงดี?”
เดิมที ยายป่านซุนก็เป็คนค่อนข้างงมงงายอยู่แล้ว เธอจึงยอมรับคำพูดเหล่านี้ของซางเฟยหว่านได้ง่าย
เธอรีบถามขึ้นว่า “หรือว่าเด็กคนนั้นยังโกรธแม่ของเธออยู่? ถึงได้รังควานแม่ของเธอไม่ยอมไปไหน? นี่ยัยหนุ เธอสามารถทำพิธีส่งดวงิญญาได้ไหม? ไม่อย่างนั้น คุณมาที่นี่ ทำพิธีส่งเธอไปให้ที ถ้าส่งเธอไปแล้ว ลูกสะใภ้ของฉันจะสามารถตั้งครรภ์ได้อีกไหม?”
จนถึงตอนนี้ หญิงแก่ก็ยังคงยึดติดกับการมีหลานชายอีกอย่างนั้นเหรอ
ซางเฟยหว่านจึงกล่าวว่า “เรียนผูกก็ต้องเรียนแก้ หากเธอเต็มใจไปจริง ๆ ก็ไม่จำเป็ต้องทำพิธีอะไร แล้วเธอจะจากไปเอง”
ยายป่านซุนมีท่าทีสับสนเล็กน้อย “จะแก้ไขยังไงดีล่ะ ตอนนั้นลูกสะใภ้ของฉันก็ไม่ได้ตั้งใจจะทำให้เธอตายสักหน่อย หรือว่าเธอยังคงมีห่วงอยู่?”
“ความอาลัยอาวรณ์ของเธอไม่ได้เกิดจากแม่ของเธอเอง ตรงกันข้าม เธออยู่ต่อ ไม่ใช่เพราะไม่ยอมไป แต่เป็เพราะ เธอยังคงห่วงใยแม่อยู่ต่างหาก”
หญิงสาวมองไปที่ยายป่านซุน ก่อนจะกล่าวเน้นทีละคำ “ความอาลัยของเธอ เกิดจากคุณและลูกชายของคุณ”
“...”
ยายป่านซุนนิ่งไปเพราะพูดอะไรไม่ออก
เธอตกตะลึงไปครู่หนึ่ง จากนั้นจึงเอ่ยอย่างโมโห “ฉันก็ไม่ได้เป็คนฆ่าเด็กนั่น แล้วจะมาโทษฉันทำไม?”
ทันใดนั้นเอง ขณะที่เธอกำลังพูด โทรศัพท์ของเธอก็ถูกใครบางคนคว้าไป จากนั้น ใบหน้าของลูกสะใภ้ของเธอก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ
“ฉันได้ยินทุกอย่างที่คุณพูดแล้ว มันเป็เื่จริงเหรอคะ ลูกสาวผู้น่าสงสารของฉันยังอยู่ข้าง ๆ ฉันจริง ๆ เหรอ”
ซางเฟยหว่านพยักหน้ารับ “ใช่ เธออยู่เคียงข้างคุณตลอดเวลา”
ผู้หญิงคนนี้มีชื่อว่า ฟางเสี่ยวเหมย
ทันใดนั้นดวงตาของฟางเสี่ยวเหมยก็แดงก่ำ “เป็ฉันเองที่ทำร้ายลูก... ถ้าวันนั้นฉันไม่หลับลึกแบบนั้นก็คงจะดี หากฉันไม่หลับไป ลูกของฉันก็คงไม่เป็แบบนี้ ฮือ... ลูกน้อยที่น่าสงสารของแม่...”