“กั่วกัว อย่าโกรธเลยนะลูก” หลี่รุ่ยพูดไปหัวเราะไป พลางคีบปูมาวางในชามตัวเองหนึ่งตัว แล้วตั้งอกตั้งใจแกะกระดองปู พอแกะเสร็จเรียบร้อย เขาถึงค่อยนำเนื้อปูไปจ่อที่ปากของกั่วกัว
ทำเสร็จสรรพ หลี่รุ่ยก็มองหน้าลูกสาวแล้วพูดว่า “มา... อ้าปากกว้างๆ พ่อจะป้อนเนื้อปูให้”
กั่วกัวเห็นดังนั้นก็ทำหน้ากระหยิ่มยิ้มย่อง พูดอย่างผู้ชนะว่า “แบบนี้ค่อยยังชั่วหน่อย”
พูดจบ กั่วกัวก็อ้าปากเล็กๆ สีชมพูระเรื่อ เคี้ยวเนื้อปูตุ้ยๆ อย่างมีความสุข
“หลี่รุ่ย คุณลำเอียง ทำไมคุณไม่แกะปูให้ฉันบ้างล่ะ?” ซูเซียงยวี่ทำแก้มป่อง แกล้งทำเป็งอน
หลี่รุ่ยยังไม่ทันได้เอ่ยปากง้อ
กั่วกัวก็เคี้ยวข้าวแจ๊บๆ พูดสวนขึ้นมาว่า “หม่าม้า โตป่านนี้แล้ว ทำไมยังทำตัวเหมือนเด็กๆ อยู่อีกอะ?”
ซูเซียงยวี่: “......”
หลี่รุ่ยถึงกับกลั้นขำไม่ไหว หัวเราะลั่นออกมา
มีความสุขจริงๆ แฮะ!
ชาติที่แล้ว ทำไมเขาถึงทิ้งชีวิตดีๆ แบบนี้ แล้วเอาแต่หมกมุ่นอยู่กับการพนันได้นะ?
มองดูภรรยาและลูกของตัวเอง ในใจลึกๆ ของหลี่รุ่ยก็อดทอดถอนใจไม่ได้
หลังจากทานข้าวเสร็จ หลี่รุ่ยก็เก็บกวาดโต๊ะอาหาร แล้ววิ่งไปล้างจานชามในครัว
ซูเซียงยวี่เดินย่องตามเข้ามาเงียบๆ
“หลี่รุ่ย ต่อจากนี้คุณวางแผนจะทำยังไง? ที่บ้านเรายังมีหนี้สินภายนอกอีกเพียบ กั่วกัวก็เข้าโรงเรียนอนุบาลแล้ว ทางบ้านยังต้องมีค่าใช้จ่ายอีกนะ” ซูเซียงยวี่ถามด้วยสีหน้าเคร่งเครียดจริงจัง
คำถามนี้ เล่นเอาหลี่รุ่ยไปไม่เป็อยู่เหมือนกัน
ในสถานการณ์ตอนนี้ สำหรับเขาแล้ว การหาเงินถือเป็เื่สำคัญที่สุด
ตอนนี้พวกเขาอาศัยอยู่ที่ หมู่บ้านซิ่งฝู (หมู่บ้านแห่งความสุข) บน เกาะเยว่หยา (เกาะเขี้ยวจันทร์)
หมู่บ้านซิ่งฝูเป็หมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ
คนหนุ่มสาวในหมู่บ้านส่วนใหญ่ต่างออกไปทำงานรับจ้างในเมืองกันหมด คนที่ยังเหลืออยู่ ส่วนมากก็ยึดอาชีพ 'กั่นไห่' (การออกหาของทะเลตามชายหาด่น้ำลด) หรือไม่ก็จับปลาเพื่อเลี้ยงชีพ
“เดี๋ยวผมจะไปเดินหาของทะเล” หลี่รุ่ยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบออกไป
“ก็ได้!” ซูเซียงยวี่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ แววตาเต็มไปด้วยความกังวลต่ออนาคต
ทุกวันนี้ การจะยึดอาชีพหาของทะเลเพื่อเลี้ยงปากท้อง มันเริ่มจะยากขึ้นทุกวันแล้ว
สามีออกไปหาของทะเล วันนึงจะหาเงินได้สักกี่ตังค์กันเชียว
แต่เพียงไม่นาน ซูเซียงยวี่ก็ปรับอารมณ์ให้กลับมาเป็ปกติ เธอพูดอย่างเข้าใจหัวอกคนเป็สามีว่า “หลี่รุ่ย ขอแค่คุณกลับตัวกลับใจจริงๆ ไม่กลับไปเล่นพนันอีก ฉันก็จะตั้งใจใช้ชีวิตร่วมกับคุณต่อไป”
“ฉันเชื่อว่าถ้าพวกเราพยายามไปด้วยกัน ขนมปังก็ต้องมี ดอกไม้ก็ต้องมา (ชีวิตต้องดีขึ้น)”
หลี่รุ่ยได้ยินคำพูดนี้แล้ว หัวใจก็พลันอบอุ่นขึ้นมา
เมียผมนี่ดีที่สุดแล้วจริงๆ!
ในโลกยุคนี้ ผู้หญิงบางคนในสายตามีแต่เื่เงิน
จะแต่งงานที ก็เรียกสินสอดแพงระยับ
พอแต่งแล้ว ถ้าผัวหาเงินไม่ได้ ก็เอะอะจะขอหย่าท่าเดียว
เขามีซูเซียงยวี่ ภรรยาที่พร้อมจะร่วมทุกข์ร่วมสุขไปกับเขาแบบนี้ ช่างโชคดีเหลือเกิน และเขาก็พอใจมากแล้ว
ชาติที่แล้ว ตัวเขาทำตัวสวะแบบนั้นลงไปได้ยังไงกันนะ?
“เซียงยวี่ ผมจะพยายามนะ” หลี่รุ่ยดึงตัวซูเซียงยวี่เข้ามากอดแน่น
และในจังหวะนั้นเอง กั่วกัวตัวน้อยแขนขาสั้นป้อม มือถือรีโมททีวี วิ่งเตาะแตะเข้ามาที่หน้าประตูห้องครัว
“ป่าป๊า หม่าม้า ปรับเสียงตรงไหนเหรอคะ?”
พอพูดจบ กั่วกัวก็เห็นพ่อกับแม่กำลังกอดกันกลม
กั่วกัวเอามืออูมๆ ปิดตาตัวเอง แล้วแอบมองหลี่รุ่ยกับซูเซียงยวี่ผ่านง่ามนิ้ว หัวเราะคิกคัก “ว้าย โป๊ๆ! (หน้าไม่อาย)”
ซูเซียงยวี่รีบผลักหลี่รุ่ยออกทันที
เธอจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ เดินไปหากั่วกัวแล้วอุ้มลูกสาวขึ้นมา พูดเสียงอ่อนโยนว่า “มา เดี๋ยวแม่สอนปรับเสียงให้นะลูก”
ในครัว เหลือเพียงหลี่รุ่ยคนเดียว
หลี่รุ่ยล้างจานชามเสร็จ ก็หยิบมือถือขึ้นมาดูแอปพลิเคชันพยากรณ์น้ำขึ้นน้ำลง
เขาพบว่าอีกครึ่งชั่วโมง น้ำกำลังจะลง
ดังนั้น เขาจึงเข้าไปในห้องเก็บของ รื้อหาอุปกรณ์สำหรับหาของทะเล
คราด, พลั่ว, ถังน้ำ, สวิงตาข่าย, ถุงมือ, รองเท้ากันลื่น...
หลี่รุ่ยรื้อออกมาเตรียมไว้จนครบ
“ป่าป๊า จะไปหาของทะเลเหรอคะ?” หัวเล็กๆ ของกั่วกัวโผล่เข้ามาดูจากทางประตู
“ใช่แล้วลูก” หลี่รุ่ยพยักหน้า
กั่วกัววิ่งดุ๊กดิ๊กเข้ามาด้วยความตื่นเต้น
เธอถูมือน้อยๆ ไปมา ดวงตากลมโตคู่สวยเป็ประกายวิบวับเต็มไปด้วยความคาดหวัง “ป่าป๊า พาหนูไปด้วยสิ นะนะ”
“ตีเสือต้องใช้พี่น้อง ออกศึกต้องใช้พ่อลูก (สำนวน: ร่วมแรงร่วมใจ)”
พูดจบ กั่วกัวก็เริ่มลงมือ
สองมือน้อยๆ ของเธอเกาะแขนหลี่รุ่ยแน่น พูดเสียงอ้อนนุ่มนิ่มว่า “ป่าป๊า ได้ไหมค้า~”
หลี่รุ่ยถึงกับหลุดขำ “โห กั่วกัว หนูรู้เยอะเหมือนกันนะเนี่ย! ไอ้คำว่า 'ตีเสือต้องใช้พี่น้อง ออกศึกต้องใช้พ่อลูก' เนี่ย ไปจำมาจากไหนฮึ?”
กั่วกัวชี้ไปทางห้องนั่งเล่น “จำมาจากในทีวีค่า”
“ก็ได้ พ่อจะพาหนูไปด้วย” หลี่รุ่ยขูดสันจมูกเล็กๆ ของกั่วกัวเบาๆ
“เย้ เย้” กั่วกัวดีใจจนะโโลดเต้น
ก่อนจะออกไปหาของทะเล มาตรการเตรียมความพร้อมต้องเป๊ะ
หลี่รุ่ยทาครีมกันแดดให้กั่วกัวก่อน จากนั้นก็สวมรองเท้ากันลื่นและใส่ถุงมือให้เธอ
หมวกหูม่ายสีชมพูสุดน่ารัก หลี่รุ่ยก็จัดการสวมให้ลูกสาวเรียบร้อย
“ป่าป๊า วันนี้พวกเราจะจับ 'ของใหญ่' ได้ไหมคะ?” ระหว่างทางเดินไปชายหาด กั่วกัวเงยหน้ามองหลี่รุ่ยด้วยความตื่นเต้น เธอคาดหวังกับการผจญภัยครั้งนี้มาก
หลี่รุ่ยเองก็ไม่มั่นใจนัก แต่ก็ตอบกลับไปอย่างมั่นใจเต็มร้อยว่า “ได้สิลูก”
วันเวลาเปลี่ยน อะไรก็เปลี่ยน
เมื่อก่อน คนบนเกาะเยว่หยายังหากินกับทะเลได้สบายๆ (พึ่งพาูเาอาศัยูเา พึ่งพาทะเลอาศัยทะเล)
แต่เดี๋ยวนี้ บนเกาะเยว่หยาเหลือคนที่หากินกับทะเลได้จริงๆ ไม่กี่คนแล้ว
ทรัพยากรทางทะเลมีจำกัด
เนื่องจากใน่ไม่กี่ปีมานี้ ผู้คนระดมจับสัตว์น้ำกันอย่างบ้าคลั่ง ทำให้ทรัพยากรทางทะเลลดน้อยลงไปมาก
หนึ่งผู้ใหญ่หนึ่งเด็กเดินมาถึงปากทางเข้าหมู่บ้านซิ่งฝู ก็บังเอิญเจอกับหญิงวัยกลางคนสองคนที่กำลังเตรียมตัวจะไปหาของทะเลเช่นกัน
“อุ๊ยตาย นั่นหลี่รุ่ยไม่ใช่เหรอ? หลี่รุ่ย ไม่ไปเล่นไพ่ แต่จะไปหาของทะเลเนี่ยนะ! คนผิวพรรณสำอางอย่างเธอ ไม่เหมาะกับงานตากแดดตากลมแบบนี้หรอกย่ะ”
ป้าเหอฮวา (ป้าดอกบัว) หน้าเป็ฝ้ากระเอ่ยแซว
พี่สะใภ้กุ้ยฮวา (พี่ดอกหอมหมื่นลี้) ที่อยู่ข้างๆ ก็ผสมโรงด้วย “หลี่รุ่ย เธอกี่ปีแล้วที่ไม่ได้ไปหาหอยหาปู ยังทำเป็อยู่รึเปล่าเนี่ย?”
“เดี๋ยวนี้หาของทะเลมันไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้วนะ”
“ทุกวันนี้ ขนาดพวกเราที่เป็มืออาชีพ ยังแทบจะหาอะไรไม่ค่อยได้เลย”
“อย่างเธอน่ะ ยิ่งยากเข้าไปใหญ่”
ในใจหลี่รุ่ยขมขื่น แต่ภายนอกยังคงแสร้งทำเป็นิ่งเฉย
ต่อหน้าลูกสาว เขาจะแสดงความอ่อนแอให้เห็นไม่ได้
ทว่ากั่วกัวที่ถูกหลี่รุ่ยจูงมืออยู่ กลับเงยหน้าขึ้น สูดจมูกฟุดฟิด แล้วประกาศก้องด้วยความมั่นใจ (แบบผิดๆ) ว่า “ป่าป๊าของหนูเก่งที่สุด วันนี้ป่าป๊าต้องจับของได้เยอะแยะแน่ๆ!”
ป้าเหอฮวากับพี่สะใภ้กุ้ยฮวามองหน้ากัน แล้วก็ะเิหัวเราะออกมา
“เด็กคนนี้ คงไม่ได้คิดว่าพ่อมันเก่งเื่หาปลาจริงๆ หรอกนะ!”
“เด็กหนอเด็ก ช่างไร้เดียงสาจริงๆ!”
ทั้งสองคนพูดไปเดินนำหน้าไป
กั่วกัวได้ยินคำพูดพวกนั้น ก็ะโไล่หลังไปเสียงดังว่า “ป่าป๊าของหนูเก่งจริงๆ นะ!”
ข้างหน้า เสียงหัวเราะของป้าเหอฮวากับพี่สะใภ้กุ้ยฮวายิ่งดังขึ้นไปอีก
“ยัยหนูนั่นมั่นใจในตัวพ่อมันแบบกู่ไม่กลับเลยแฮะ!”
“พ่อมันแบกหามก็ไม่ไหว หยิบจับอะไรก็ไม่เป็ จะไปเก่งเื่หาของทะเลได้ยังไงกัน?”
ผ่านไปครู่หนึ่ง หลี่รุ่ยก็จูงมือกั่วกัวมาถึงชายหาด
และในตอนนั้นเอง ที่ริมหาดก็มีเด็กผู้หญิงตัวน้อยคนหนึ่งกำลังร้องว้ายว้ายด้วยความตื่นเต้น พร้อมกับทำไม้ทำมือประกอบท่าทาง
“พ่อจ๋า พ่อเก่งจังเลย!”
“พ่อหาปูหินตัวใหญ่ขนาดนี้เจอได้ยังไงเนี่ย”
เด็กผู้หญิงคนนั้นคือ เฉินเหยาเหยา เพื่อนซี้ปึ้กของกั่วกัว
ทั้งสองคนเป็เพื่อนเกลอที่ใส่กางเกงเปิดก้นเล่นด้วยกันมาั้แ่เล็ก (โตมาด้วยกัน)
พ่อของเฉินเหยาเหยาคือ เฉินสยง ยอดฝีมือในการหาของทะเลและจับปลาที่มีชื่อเสียงของหมู่บ้านซิ่งฝู
เวลาที่กั่วกัวเล่นกับเฉินเหยาเหยา เฉินเหยาเหยามักจะเล่าเื่ที่เฉินสยงจับสัตว์ทะเลมาได้ให้กั่วกัวฟังเสมอ
เื่นี้ทำเอากั่วกัวอิจฉาจนตาลุกวาววิบวับเลยทีเดียว