
ตอกย้ำความเป็ผัว #ตอน ยั่วเพศ
“ดีใจจังเลยที่ได้เจอกรอีก เอ… กี่ปีแล้วนะที่เราไม่ได้เจอกัน”
“ห้าปี ั้แ่นิกกี้ไปเมืองนอก”
ผมเห็นสายตาประหลาดใจของเธอ แน่ละใครจะไปลืมกันง่ายๆ
“แล้วกรสบายดีหรือเปล่า”
“สบายดีเรื่อยๆ”
หน้าตาของนิกกี้ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก เธอยังสวยเหมือนเมื่อก่อน ตัวเล็กๆ ผิวขาวจัด ดวงตากลมโต แต่ตอนนี้เธอผมสั้นไม่ได้ไว้ผมยาวเหมือนเมื่อก่อน แต่ก็ดูสวยเปรี้ยวดีไปอีกแบบ
“แล้วนิกกี้ละ นี่ไปไงมาไงกลับมาอยู่เมืองไทยแล้วเหรอ”
“ก็ ประมาณนั้น”
จู่ๆ แววตาของเธอก็เศร้าหมองลงจนผมใจหายวาบ
“นิกกี้ มีเื่อะไรหรือเปล่า”
ผมเห็นเธอเม้มปากแน่นแล้วหยิบเครื่องดื่มที่เด็กเสิร์ฟเอามาส่งให้กระดกเข้าปาก
ผมได้รู้จักกับนิกกี้ตอนผมเข้ามาเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัยในกรุงเทพ เธอเข้าปีหนึ่งพร้อมกันกับผม ความสัมพันธ์ของเราสองคนมันเริ่มต้นจากเพื่อน ตอนที่รู้จักกับนิกกี้ใหม่ๆ พ่อของเธอเสียชีวิตไปหลายปีแล้วนิกกี้เธอก็เป็ลูกสาวคนเดียวอยู่บ้านกับคุณแม่ของเธอเพียงสองคน ครอบครัวของนิกกี้มีฐานะดีมากเข้าขั้นระดับเศรษฐี บ้านหลังใหญ่โต มีรถราคาแพงใช้ สมัยที่เรียนอยู่นั้นผมมีโอกาสได้ไปมาหาสู่เธอถึงที่บ้านบ่อยๆ
สาเหตุนี้เองทำให้ผมได้รู้จักมักจี่กับคุณแม่ของเธอ แม่ของนิกกี้ชื่อว่าน้ำอิง น้าน้ำอิงอายุอานามน่าจะพอๆ กับแม่ของผม แต่ที่แตกต่างกันมากก็ตรงที่น้าน้ำอิงยังดูสาว แล้วก็สวยกว่าแม่ผมมาก นั่นคงเป็เพราะน้าน้ำอิงชอบเข้าสังคม ดูแลตัวเองเป็อย่างดี บวกกับผิวพรรณหน้าตาที่สะสวยอ่อนเยาว์ ทำให้ผมนึกชอบน้าน้ำอิงอยู่ในใจ เวลาได้เจอกันทีไรใจผมหวิวๆ ทุกทีไป
ตอนที่ผมไปบ้านของนิกกี้ในครั้งแรกเพียงสองคนเพื่อทำรายงานส่งอาจารย์ น้าน้ำอิงพยายามซักถามผมและนิกกี้หลายรอบว่าเราสองคนเป็แฟนกันหรือเปล่า แต่นิกกี้ก็ยืนยันหนักแน่นบอกคุณแม่เธอว่าผมเป็แค่เพื่อนไม่ใช่แฟน จากนั้นมาก็มีบ่อยครั้งที่ผมไปบ้านของนิกกี้ แล้วเจอสายตาของน้าน้ำอิงที่มองผมกลับมาอย่างมีเลศนัย ซึ่งผมรู้สึกว่าสายตาของน้าน้ำอิงมันบ่งบอกความรู้สึกอะไรบางอย่างที่ แปลกๆ บางครั้งผมหันไปสบตากับน้าน้ำอิงก็พบว่าเธอกำลังมองผมอยู่ เล่นเอาผมเขินไปเลยก็มี
จากนั้นมาผมก็มักจะไปบ้านของนิกกี้เป็ประจำเดือนหนึ่งก็หลายครั้ง และทุกครั้งที่ผมไปน้าน้ำอิงก็จะออกมาต้อนรับขับสู้ผมเป็อย่างดีด้วยตัวเองทั้งๆ ทีในบ้านก็มีเด็กรับใช้ตั้งสองคน หากมีโอกาสที่เราสองคนอยู่กันตามลำพัง น้าน้ำอิงมักจะชอบชวนให้ผมมาเล่นที่บ้านบ่อยๆ เธอบอกว่าหากผมอยู่หอพักคนเดียวเหงาก็แวะมาคุยกับนิกกี้ก็ได้
พอขึ้นมหาลัยฯ ปีสองผ่านไปความสัมพันธ์ระหว่างผมกับนิกกี้ก็ค่อยๆ พัฒนาขึ้นจากเพื่อนกลายมาเป็แฟนแต่เราก็ไม่ได้บอกน้าน้ำอิงว่าเราเป็แฟนกัน ระยะหลังมาผมรู้สึกว่าน้าน้ำอิงเธอจะชอบผมมากเป็พิเศษ นิกกี้มักจะพูดเสมอว่าแม่ของเธอชวนให้ผมมาเล่นที่บ้าน แล้วก็มักเอ่ยถึงผมบ่อยขึ้น วันไหนที่ผมไปเที่ยวเล่นบ้านของนิกกี้ น้าน้ำอิงมักจะทำอาหารอร่อยๆ มาเลี้ยงและจะเอาใจผมเป็พิเศษ หนักเข้าพอเริ่มสนิทสนมกันน้าน้ำอิงเธอมักจะชอบทำอะไรแวบๆแวมๆ ให้ผมเห็นสัดส่วนเรือนร่างยั่วกิเลสโดยเจตนา คล้ายๆ กับจะยั่วผม ที่ร้ายไปกว่าก็คือผมดันชอบแต่ไม่แสดงอาการอะไรมาก เพราะกลัวว่านิกกี้จะสังเกตเห็นเอา
จนกระทั่งบ่ายวันหนึ่งเื่มันก็เกิดขึ้นจนได้ จำได้ว่าวันนั้นผมเอาหนังสือมาให้นิกกี้ที่บ้านแต่บังเอิญว่าเธอไม่อยู่บ้าน คนรับใช้ก็ออกไปจ่ายตลาดทั้งบ้านเหลือแค่เพียงน้าน้ำอิงกับผมเท่านั้น วันนั้นผมจำติดตาว่าเธอใส่กางเกงขายาวปลายบานๆ
“กรไม่ได้นัดนิกกี้เอาไว้เหรอ”
“เปล่าครับ ผมผ่านมาทางนี้ก็เลยแวะเข้ามา”
“เอ่อ แบบนี้เอง เข้ามานั่งดื่มน้ำดื่มท่าก่อนสิมาเหนื่อยๆ นิกกี้ไม่น่าจะกลับค่ำหรอกเห็นว่าจะออกไปหาเพื่อนแถวๆ ในเมือง“
“ครับ”
“น้าว่าเราไปนั่งรอนิกกี้ที่เรือนรับรองแขกกันดีกว่า ที่นั่นเงียบแล้วก็เย็นสบายดี”
น้าน้ำอิงชวนผมให้เข้ามานั่งรอนิกกี้ในเรือนหลังเล็กซึ่งปลูกอยู่ในสวน ตอนแรกผมก็รู้สึกแปลกใจแต่ก็ยอมเดินตามเธอไปโดยที่ไม่ได้แย้งอะไร
“อ่ะ ดื่มน้ำก่อนสิ”
“ขอบคุณครับ”
“ตายจริง เหมือนมีอะไรเข้าตาน้าก็ไม่รู้กรช่วยน้าดูหน่อยได้ไหม” จู่ๆ น้าน้ำอิงก็ร้องขึ้นมา
“ได้สิครับ”
“เข้ามาใกล้ๆ น้าหน่อยสิ น้าไม่กัดหรอก”
น้าน้ำอิงส่งยิ้มหวาน เธอให้ผมนั่งชิดกับเธอแล้วอยู่ๆ ก็คว้าจับมือของผมไปจับเอาไว้ มองสบตาผมยิ้มแบบเหนียมอายหน้าแดงระเรื่อ