การประลองรอบสุดท้ายจบลงโดยที่ตระกูลหยางต้องสูญเสียผู้นำตระกูลกับอดีตผู้นำไป รวมถึงทายาทอันดับ 1 ของตระกูล ทำให้หยางเฟยที่ก่อเรื่อง แล้วมีเรื่องกับหลิงเทียนที่หออรุณเบิกฟ้า ถูกคนในตระกูลหยางตราหน้าว่าเป็นตัวหายนะ ทำให้ตระกูลหยางที่มีอายุมายาวนานกว่า 100 ปีต้องถึงคราวล่มสลาย
หลังจากการประลองจัดอันดับเสร็จสิ้น ตระกูลหลิงก็ได้รับมอบเกียรติ กลายมาเป็นตระกูลอันดับ 7 โดยมีเจ้าตำหนักทั้ง 4 และอาวุโสจาก 5 ตำหนักเป็นสักขีพยานในครั้งนี้ และได้รับพันธะสัญญาโลหิตตระกูลใต้อาณัติทั้งหมด 8 ตระกูล รวมถึงอดีตคนในตระกูลหยางทั้งหมดก็ต้องถูกทำพันธะสัญญาโลหิตด้วยเช่นกัน
ทำให้ผู้นำตระกูลหลิง [พ่อของหลิงเทียน] ต้องอยู่จัดการสะสางปัญหา และบริหารงานทั้งหมดภายในตระกูลหยาง ทั้งเรื่องกิจการร้านค้าต่างๆ เรื่องกำลังคน โดยมี หลิงเยว่กับหลิงหลินช่วยดูแลเพื่อให้มีความมั่นคง ส่วนหลิงเจินอาสาขออยู่ด้วยเพื่อจะได้ฝึกฝนเพิ่มเติม โดยที่หมายเลขสองสามสี่อยู่ทำหน้าที่อารักขา และมีพยัคย์ขาวกับราชสีห์ทมิฬเฝ้าบ้าน
ในตอนแรกหลิงเทียนเองก็อยากอยู่ด้วย เพื่อไปท่องเที่ยวดูสถานที่ต่างๆ ที่ยังไม่เคยพบเห็น แต่พอเห็นว่ามีปัญหาวุ่นวายมากมายที่ต้องจัดการแล้ว จึงรีบขอตัวกลับไปบ้านทันที แล้วอ้างว่าใกล้ช่วงสอบเข้ามหาลัยแล้ว [ขี้เกียจ] จึงได้ขอปลีกตัวกลับมาก่อนส่วนแม่ของหลิงเทียน และคนอื่นๆ ก็เลยตามกลับด้วยเหตุผลเดียวกันว่า มาควบคุมไม่ให้หลิงเทียนไปก่อเรื่องอีก [คงทำได้มั้ง] เรื่องราวความวุ่นวายต่างๆ ก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี และเพราะการประลองในครั้งนี้ทำให้ทุกๆ คนได้รับรู้ว่าตัวตนของแต่ละตำหนักนั้นสูงส่งแค่ไหน แม้แต่ศิษย์สายในของแต่ละตำหนักเช่นกัน
ในอดีตแม่ของหลิงเทียนได้เป็นเพียงศิษย์สายนอก แต่ก็ยังไม่เคยมีโอกาสได้พบเห็นกับศิษย์สายในของตำหนักเลย เพราะศิษย์สายในและนอกตัดขาดแยกจากกันอย่างชัดเจน จึงทำให้คิดไปเองว่าความต่างชั้นคงไม่ห่างกันมากนักแค่มีทรัพยากรและความเป็นอยู่ที่เหนือกว่าเท่านั้น แต่เมื่อได้มาพบกับของจริงในการประลองนี้ทำให้นางอดที่จะเป็นห่วงบุตรชายบุตรสาวรวมถึงสะใภ้ของนางที่พึ่งได้จดหมายแนะนำตัวมาไม่ได้
----------------------------------------------------------
บ้านของน็อก
หลังจากการประลองจบลง 1 อาทิตย์
เมื่อทุกคนกลับมาถึงบ้าน ต่างก็ต้องจัดระเบียบใหม่ทั้งหมด แม่ของน็อกต้องเป็นคนไปเข้าประชุมผู้ถือหุ้นของธนาคารแทนสามีที่ไม่อยู่อีกนาน ส่วนน็อกก็ต้องมาคอยติวให้มินมินที่ให้ผู้กองทศทำประวัติปลอมขึ้นมา เพื่อให้สอบเข้ามหาลัยได้ จะมีก็แต่ลิลลี่เท่านั้นที่สบายที่สุด เพราะเธอนั้นเป็นเด็กอัจฉริยะ แต่เพราะระบบการศึกษาทำให้ต้องเข้าเรียนตามเกณฑ์ และกำลังจะขึ้นชั้นประถมปีที่สอง ส่วน ข้าว เอิร์น ไอซ์ ไนท์ ก็กลับมาทำหน้าที่เมดตามเดิม บ้านที่เคยอยู่กันอย่างพลุกพล่าน ก็มีจำนวนคนลดลงไปกว่าครึ่งเลยทีเดียว ทำให้ทุกคนในบ้านรู้สึกแปลกๆ
จะมีก็แต่เด็กสาวผมม่วงที่ตอนแรกแม่ของน็อกรู้สึกช็อคมาก ที่เด็กน้อยเรียกน็อกว่าป๊ะป๋า เพราะเธอกำลังจะกลายเป็นยายคนไปแล้ว จนถึงกับรับไม่ได้ทีเดียว แต่พอมารู้ว่าเด็กน้อยเป็นอสูรของน็อกก็เลยพอทำใจยอมรับได้บ้าง แต่ก็เจ็บจี๊ดทุกครั้งที่ถูกเรียกว่ายายเหมือนกัน และเพราะความน่ารักน่าเอ็นดูของเด็กสาวผมม่วง ทำให้แม่ของน็อกค่อนข้างเห่อหลานคนนี้ไม่น้อย และตั้งชื่อให้ว่า นีน่า [หลิงเหมยลี่ แปลว่า ความน่ารัก สดใส] ส่วนน็อกตอนนี้ก็กลายเป็นตกกระป๋องไป แต่เมื่อเห็นครอบครัวมีความสุขเขาก็พอใจแล้ว เมื่อทุกอย่างกลับคืนสู่สภาพปกติ น็อกจึงเริ่มสอบถามแม่ของเขาเกี่ยวกับการสอบคัดเลือกเข้าตำหนักจันทราเหมันต์ ถ้าหากผ่านเวลาจะได้มีโอกาสกลับมาบ้านบ้างไหม และช่วงที่อยู่ในตำหนักนั้นจะต้องทำอะไรบ้าง
"ถ้าลูกสอบผ่านเป็นศิษย์สายนอกของตำหนักได้ จะมีอภิสิทธิ์ในการกลับตระกูลแค่เดือนละ 1 ครั้ง และทรัพยากรในการบ่มเพาะพลังส่วนนึง และถ้าอายุเกิน 25 ปีไม่สามารถก้าวเข้าสู่แดนวีรชนขั้นกลางได้ลูกก็จะถูกส่งกลับตระกูล แต่หากลูกโชคดีได้เป็นศิษย์สายในจะได้รับทรัพยากรเพิ่มขึ้น 3 เท่า และสามารถไปกลับเมื่อไหร่ก็ได้ตามแต่ความพอใจของลูก แต่ถ้ามีภารกิจสำคัญลูกก็ไม่อาจปฏิเสธได้เช่นกัน เป็นเงื่อนไขที่เท่าเทียมกัน ที่แม่รู้มาก็มีเพียงคร่าวๆ เท่านั้นที่เหลือลูกจะต้องไปหาคำตอบด้วยตัวเองนะ" แม่ของเขาอธิบายอย่างเรียบง่าย เพราะเธอเองก็อยู่ในตำหนักได้ไม่นานเหมือนกัน
น็อกที่ประเมินสถานการณ์แล้ว สรุปว่าเขาจะต้องเก่งกว่านี้อีกสินะ ไม่งั้นคงต้องถูกขังอยู่ในตำหนักตลอดเป็นแน่ ถ้าประเมินจากการประลองกับหยางเทียนเขาก็พอรับรู้ได้ว่าความต่างมีมากขนาดไหน ถ้าหากเขาไม่มีของเทพอยู่ในมือ อย่าว่าแต่เอาชนะเลย แค่สะกิดมันยังไม่เข้า ก่อนจะเลิกคิดถึงเรื่องน่าปวดหัว แล้วชวนมินมินกับลิลลี่ไปเที่ยวข้างนอก เพราะเขาจะไปหาซื้อของขวัญมาให้พรีม [กลัวโดนบ่น] ไม่ใช่ว่าเขาลืมซื้อของฝากนะ แต่ขากลับรถที่ไปรับส่งมันไม่ยอมจอดแวะที่ไหนให้เลย แถมพอถึงสนามบินก็ต้องรีบขึ้นเครื่องอีก ก็เลยไม่ได้อะไรติดไม้ติดมือกลับมา สำหรับน็อกแล้วชีวิตใหม่ที่ได้มานั้นแม้จะวุ่นวายไปบ้าง แต่ก็ตื่นเต้นดี และยังมีทั้งครอบครัวและมิตรสหาย ที่เขาไม่เคยมีมาเติมเต็มอีกด้วย ทำให้เขาไม่อยากสูญเสียอะไรไปทั้งนั้น
6 ชั่วโมงผ่านไป
ตอนนี้น็อกอยู่ในรถสุดหรูที่คนขับรถของนพกำลังขับอยู่ ด้วยใบหน้าที่เซงอย่างสุดชีวิต โดยที่นพกับพรีมกำลังนั่งหัวเราะไม่หยุดจนต้องเอามือขึ้นมากุมท้องกันเลยทีเดียว เหตุผลน่ะหรอ ก็ตั้งแต่ที่น็อกมาถึงห้างปุ๊บ ก็เห็นรูปโปสเตอร์ของเขามากมายแปะตามร้านค้าต่างๆ ที่สำคัญภายในห้างก็มีเพลงที่เขาร้องดังออกมาเรื่อยๆ มันก็ไม่มีอะไรมากนักหรอกแต่ดันติดที่ว่า ไอ้โปสเตอร์ที่แปะรูปเขานั้นมีทั้งสองเวอร์ชั่น คือรูปที่รวบผมให้เห็นใบหน้า และ รูปที่เอาผมมาบังปิดใบหน้าด้วย ทันทีที่มีคนจำได้เท่านั้นแหละเหล่าแฟนคลับต่างๆ รีบวิ่งกรูเข้ามาขอลายเซ็น ขอถ่ายรูป และต่างๆ นานา จนน็อกต้องพยายามแหวกวงล้อมแฟนคลับเพื่อหนีตาย
แต่เจ้ากรรมนายเวรคงไม่อยากให้เขาได้สุขสบายเป็นแน่ เพราะไม่นานนักข่าวจากช่องต่างๆ ก็มาถึง เขานั้นแทบอยากจะใช้วิชาตัวเบาหนีไปทันที แต่ดันติดกฏที่ว่าห้ามใช้นี่สิ ทำให้เขานั้นถูกไมค์นักข่าวจ่อเป็นสิบ เพื่อสัมภาษณ์ กับคำถามที่รัวๆ และเหล่าแฟนคลับผู้กระหายที่พยายามจะฝ่าเข้ามาหาเขา แม้แต่ลิลลี่กับมินมินเองก็โดนแฟนคลับของน็อกชนกระเด็นไปคนละทิศคนละทาง น็อกที่ไม่รู้จะทำยังไงดี เมื่อเห็นเวทีกลางห้างจึงนึกไอเดียบางอย่างขึ้นมาได้ และบอกกับนักข่าวและเหล่าแฟนคลับ ว่าจะร้องเพลงให้ฟัง พวกเขาจึงเริ่มสงบลงบ้าง ไม่นานนักน็อกก็ร้องเพลงยาวๆ ไปจนเหล่านักข่าวและแฟนคลับฟังอย่างเคลิบเคลิ้ม เมื่อเพลงสุดท้ายจบลงน็อกที่ลงมาจากด้านหลังเวทีก็วิ่งหายไปอย่างรวดเร็ว
จนกระทั่งเขาเจอกับร้านขายเครื่องดนตรีที่ซ่อมซ่อ เขาจึงเลือกวิ่งเข้าไปหลบ ทันทีที่เจ้าของร้านเห็นน็อกก็จำได้ขึ้นมาทันทีว่าเขาเป็นนักร้องดัง ในขณะที่กำลังจะเอ่ยกล่าวถามอะไร น็อกก็รีบทำสัญญาณว่าอย่าพึ่งถามอะไรทั้งสิ้น เจ้าของร้านพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ เมื่อมองออกไปด้านนอกก็เห็นกลุ่มแฟนคลับจำนวนมากวิ่งผ่านหน้าร้านของเขาไป ในใจก็อดหวาดกลัวหากแฟนคลับเหล่านี้เข้ามาในร้านพร้อมๆ กันรับรองชิบหายแน่นอน
เมื่อเหตุการณ์เริ่มสงบน็อกค่อยๆ เดินออกมาจากที่ซ่อนและเข้าไปขอบคุณเจ้าของร้านทันที ก่อนจะหยิบโทรศัพท์หาลิลลี่ให้ตามหามินมิน แล้วมาพบเขาที่ร้านอย่างเงียบที่สุด และรีบโทรไปบอกนพให้ช่วยมารับอย่างเร่งด่วน เจ้าของร้านก็เข้าใจในทันทีว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น
น็อกที่จัดการทุกอย่างเสร็จก็หันไปมองรอบๆ ร้านก็พบว่าเครื่องดนตรีบางส่วนนั้นเริ่มถูกเก็บไปบ้างแล้วทำให้ร้านค่อนข้างดูโหวงเหวง ระหว่างรอเขาจึงเพิ่มพูดคุยกับเจ้าของร้านก็ได้รู้ว่า เจ้าของร้านชื่อภพ และร้านของเขาใกล้เจ๊งแล้ว เพราะคนนิยมไปซื้อของที่ ร้านหรูหรา และ ไฮโซ มากกว่าร้านเก่าๆ ลุงภพจึงจะเก็บเครื่องดนตรีทั้งหมดนี้ไปขาย เพื่อเอาเงินไปจ่ายค่าเช่าในเดือนนี้ และเขาก็ตัดสินใจที่จะปิดกิจการ เพื่อไปหางานอย่างอื่นทำและส่งหลานให้เรียนต่อ
สำหรับลุงภพแล้วร้านนี้เป็นสิ่งที่เขารักมาก เพราะมันเป็นสิ่งที่เขากับภรรยาสร้างขึ้นมาด้วยกัน แต่หลังจากภรรยาเสียไปร้านนี้ก็เปรียบเสมือนตัวแทนของภรรยาที่จากไปของเขาด้วย น็อกที่ได้ฟังก็อดสงสารไม่ได้ เลยจะให้ลุงภพยืมเงินไปหมุนก่อน แต่ลุงภพก็ปฏิเสธโดยบอกว่า ถึงตัวเขาสามารถเปิดกิจการต่อได้แต่หากไม่มีลูกค้า ก็ต้องกลับเจ๊งอยู่ดี และเขากลัวไม่มีเงินคืนให้กับเด็กหนุ่มอีกด้วย น็อกก็เลยลองคิดหาวิธีดู และเกิดปิ๊งไอเดียเข้า
ลุงภพผมมีวิธีช่วยร้านของลุงแล้ว จากนั้นน็อกก็ให้ลุงภพนำเครื่องดนตรี ที่มีสภาพใหม่ๆ มาให้เขาสัก 8 ตัว แล้วก็เริ่มบรรเลงเพลงพร้อมกับร้อง แล้วให้ลุงภพอัดคลิปเอาไว้ เพื่อใช้เปิดในร้านจะได้เรียกลูกค้าเข้ามา เมื่อน็อกร้องเล่นจนครบทั้ง 8 เพลงที่เขามีก็หยิบปากกามาเซ็นที่เครื่องดนตรีทั้ง 8 ชิ้นทันที ก่อนจะนำเงินออกมาให้ลุงภพสามหมื่น เพื่อให้เขาเอาไปจ่ายค่าเช่าและเปิดร้านต่อไปอีกสักพักเพื่อจะมีอะไรดีขึ้นมาบ้าง อันที่จริงแล้วน็อกไม่ได้คิดว่าเพลงหรือลายเซ็นของตัวเอง จะมีผลช่วยเหลือร้านได้ แต่เขาแค่หาข้ออ้างให้เงินกับลุงภพ เพื่อที่เขาจะได้มีทุนและกำลังใจและปกป้องสิ่งที่รักเท่านั้น
ไม่นานนักลิลลี่กับมินมินก็มาถึงในสภาพที่หัวฟูยุ่งเหยิงไปหมด สภาพของทั้งสองทำให้น็อกอดหัวเราะท้องแข็งไม่ได้ โดยมีสายตาคาดโทษจากทั้งสอง จากนั้นไม่นานนักนพกับพรีมก็มาถึง พวกเขาต้องคอยสลับไปดูต้นทาง ก่อนจะค่อยๆ พาน็อกกลับออกไปขึ้นรถ เรื่องก็น่าจะจบลงด้วยดี แต่ทว่ายังมีแฟนคลับบางส่วน มาเจอเข้าอีกครั้ง แต่โชคดีที่ในกลุ่มแฟนคลับนี้ มีจำนวนไม่มาก น็อกจึงใช้เวลาจัดการไม่นาน กว่าจะได้ขึ้นรถอีกทีก็ใกล้เวลาห้างปิดล่ะ น็อกถึงได้มาอยู่ในสภาพที่เซงชีวิตอย่างสุดขีด
ตอนแรกนั้นนพกับพรีมที่ได้ทราบข่าวจากหออรุณเบิกฟ้า ว่าตระกูลหลิงชนะในศึกการประลอง และเดินทางกลับมาถึงแล้ว เดิมทีพวกเขากำลังจะไปหาน็อกที่บ้านเพื่อเยี่ยมเยียน แต่เจ้าตัวดีดันโทรมาขอความช่วยเหลือซะอย่างนั้น พวกเขาก็เลยต้องออกไปช่วยก่อน แต่เมื่อเห็นสภาพของทั้งสามก็อดที่จะหัวเราะอย่างมีความสุขไม่ได้
ไม่นานนักรถสุดหรูก็มาจอดหน้าบ้านของน็อก ก่อนที่ทุกคนจะทยอยเดินเข้าบ้านน็อกไปอย่างคุ้นชิน ราวกับเป็นบ้านของตัวเอง นพกับพรีมที่เข้ามาถึงบ้านแล้ว ก็รีบยกมือไหว้สวัสดีแม่ของน็อกทันที นพมองไปยังเด็กสาวผมม่วงผู้มาใหม่ก่อนกระพริบตาปริบๆ ส่วนพรีมนั้นมองลงไปที่เด็กสาวด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย ขณะที่กำลังจะเอ่ยถาม แม่ของน็อกก็ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงสบายๆ แต่ก็เพียงพอที่จะให้ใครบางคนในที่นี้ วิญญาณหลุดออกจากร่างไป
"อ่อ!!? แม่ลืมแนะนำไปนะ นี่คือลูกสาวคนแรกของน็อก มีชื่อว่า นีน่า นะจ๊ะ"