แสงแดดแผดเผาของภูมิภาคตะวันออกกลางสาดส่องลงมายังผืนทรายอันกว้างใหญ่ ทว่าภายในสำนักงานใหญ่ของกลุ่มทหารรับจ้างวูลฟ์แฟง (Wolf Fang) สาขาตะวันออกกลาง กลับถูกปรับอุณหภูมิให้เย็นเฉียบด้วยระบบปรับอากาศขนาดใหญ่ บรรยากาศภายในฐานทัพแห่งนี้เต็มไปด้วยความเคร่งครัดและเป็ระเบียบเรียบร้อยผิดกับภาพลักษณ์ของกลุ่มกองโจรเถื่อนที่คนนอกมักจะจินตนาการถึง
ตามโถงทางเดิน เ้าหน้าที่และทหารรับจ้างในชุดลายพรางทะเลทรายหลายนายกำลังเดินขวักไขว่เพื่อปฏิบัติหน้าที่ของตนเองอย่างขะมักเขม้น บางคนหอบแฟ้มเอกสารรายงานการรบเร่งรีบเดินไปตามทางเดิน บ้างก็กำลังยืนคุยโทรศัพท์ผ่านระบบดาวเทียมด้วยสีหน้าเคร่งเครียด และอีกหลายคนที่กำลังตรวจสอบข้อมูลภาพถ่ายทางอากาศเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับภารกิจต่อไป
ท่ามกลางความวุ่นวายที่เป็ระบบระเบียบนั้น ร่างสูงโปร่งของ ‘อีวาน่า’ ผู้บัญชาการสาวชาวรัสเซียกำลังก้าวเดินไปตามโถงทางเดินด้วยท่วงท่าที่มั่นคงและสง่างาม ั์ตาสีฟ้าเยือกเย็นของเธอทอดมองตรงไปเบื้องหน้า ออร่าความน่าเกรงขามที่แผ่ออกมาจากตัวเธอทำให้ทหารรับจ้างหลายคนที่เดินสวนทางมาต้องรีบหลีกทางและพยักหน้าทำความเคารพอย่างนอบน้อม
อีวาน่าเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าบานประตูไม้เนื้อแข็งบานใหญ่ ซึ่งเหนือประตูมีป้ายโลหะสลักชื่อและตำแหน่งเอาไว้อย่างชัดเจน
‘พลเอก เจมส์ แลงฟอร์ด – ผู้บัญชาการวูลฟ์แฟง สาขาตะวันออกกลาง’
แต่สิ่งที่ทำให้ผู้บัญชาการสาวชาวรัสเซียต้องเลิกคิ้วขึ้นด้วยความเอะใจ ไม่ใช่ป้ายชื่อของเ้านายสูงสุดประจำสาขา ทว่ากลับเป็กลุ่มชายฉกรรจ์แปลกหน้าในชุดสูทสากลสีดำสนิทจำนวนสี่คนที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าห้องต่างหาก
ชายชุดดำเหล่านี้สวมแว่นตากันแดดสีเข้มและใส่หูฟังวิทยุสื่อสารแบบอินเอียร์ (In-ear) ไว้ที่หูข้างหนึ่ง ท่าทางของพวกเขาดูเป็ทางการและมีระเบียบวินัยสูงลิบลิ่วราวกับบอดี้การ์ดของผู้นำระดับประเทศ จากประสบการณ์ที่ผ่านความเป็ความตายมานับไม่ถ้วน สายตาอันแหลมคมของอีวาน่าสามารถสแกนและประเมินได้ในเสี้ยววินาที เธอสังเกตเห็นรอยนูนตรง่เอวภายใต้เสื้อสูทที่ตัดเย็บมาอย่างดีเ่าั้... ผู้ชายพวกนี้พกอาวุธปืนทุกคน และปลดเซฟตี้พร้อมยิงในทันทีที่เกิดเหตุฉุกเฉิน
หากเป็คนทั่วไปที่ต้องเดินผ่านวงล้อมของชายชุดดำท่าทางอันตรายเหล่านี้ คงรู้สึกกดดันจนหายใจไม่ออก แต่ไม่ใช่กับอีวาน่า เธอเพียงแค่ปรายตามองพวกเขาน้อยๆ อย่างไม่ใส่ใจนัก ก่อนจะยกมือขึ้นเคาะประตูเป็จังหวะตามระเบียบปฏิบัติ
"ดิฉันเองค่ะ ท่านนายพล" อีวาน่าเอ่ยรายงานตัว
"เข้ามาได้ อีวาน่า" เสียงทุ้มต่ำติดสำเนียงอังกฤษของพลเอกเจมส์ดังลอดออกมาจากด้านใน
เมื่ออีวาน่าผลักประตูและก้าวเข้าไปภายในห้องทำงานที่กว้างขวาง สิ่งแรกที่เธอััได้คือบรรยากาศที่ตึงเครียดแปลกๆ ที่แผ่ซ่านอยู่ทั่วห้อง
ที่ชุดโซฟารับแขกบุหนังแท้กลางห้อง มีบุคคลสามคนกำลังนั่งสนทนากันอยู่ หนึ่งในนั้นคือชายวัยกลางคนชาวอังกฤษในชุดเครื่องแบบลายพรางทหาร ซึ่งก็คือ ‘พลเอก เจมส์ แลงฟอร์ด’ ผู้บัญชาการสาขาตะวันออกกลาง เ้านายสายตรงของเธอเอง
ส่วนอีกสองคนที่นั่งอยู่บนโซฟาฝั่งตรงข้ามนั้น เป็บุคคลที่อีวาน่าไม่คุ้นหน้าเลยแม้แต่น้อย
คนแรกคือชายชราวัยเจ็ดสิบกว่าปีชาวเอเชีย ที่แม้จะมีริ้วรอยแห่งวัย แต่แววตาของเขากลับดูทรงพลัง ดุดัน และแฝงไปด้วยความเฉียบขาดของคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวและกุมอำนาจสั่งการมาทั้งชีวิต เขาสวมชุดสูทสีเทาเข้มที่ดูเรียบง่ายแต่มูลค่ามหาศาล
ข้างกายของชายชรา คือหญิงสาวชาวเอเชียผู้มีรูปโฉมงดงามสะกดสายตา เธออยู่ในชุดทำงานสีเอิร์ธโทนที่เน้นความคล่องตัวแต่ดูเรียบหรู เครื่องประดับบนตัวมีเพียงแค่นาฬิกาข้อมือประดับเพชรเม็ดงามและแว่นตากันแดดที่ถูกถอดวางไว้บนตัก แม้จะนั่งอยู่ท่ามกลางดงของทหารรับจ้างเดนตาย แต่หญิงสาวคนนี้กลับไม่ได้มีท่าทีหวาดหวั่นเลยแม้แต่น้อย ออร่าความเยือกเย็นและสูงส่งดุจ ‘นางพญา’ ที่แผ่ออกมาจากตัวเธอ ทำให้อีวาน่ายังต้องแอบชื่นชมในใจ
นอกจากนี้ ที่มุมห้องทั้งสองฝั่ง ยังมีชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำแบบเดียวกับด้านนอกยืนเอามือไพล่หลังคุมเชิงอยู่อีกสองคน
"มาพอดีเลย อีวาน่า" พลเอกเจมส์หันมายิ้มให้ลูกน้องสาว ก่อนจะผายมือไปยังแขกผู้มาเยือนทั้งสอง "เข้ามานั่งสิ เดี๋ยวฉันจะแนะนำแขกวีไอพีให้เธอรู้จัก"
อีวาน่าพยักหน้ารับคำสั่งและเดินเข้าไปนั่งที่โซฟาเดี่ยวว่างๆ พลางลอบสังเกตแขกทั้งสองอย่างเงียบๆ
"ท่านนี้คือ เ้าสัวสิรินทร์..." พลเอกเจมส์เริ่มแนะนำอย่างเป็ทางการ "ท่านเป็ผู้ก่อตั้งและประธานใหญ่ของ ‘สิรินทรา กรุ๊ป’ (Sirintra Group) เครือบริษัทอุตสาหกรรมหนักและผู้นำด้านโลจิสติกส์ระดับโลกที่มีอิทธิพลมหาศาลในทวีปเอเชีย อาณาจักรธุรกิจของท่านครอบคลุมการขนส่งทั้งทางบก ทางเรือ และทางอากาศทั่วทุกมุมโลก"
อีวาน่าค้อมศีรษะให้ชายชราเล็กน้อยเป็การทักทาย เ้าสัวสิรินทร์พยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มบางๆ
"และสุภาพสตรีท่านนี้คือ คุณเพียงฟ้า..." พลเอกเจมส์ผายมือไปทางหญิงสาวผู้งดงาม "เธอคือหลานสาวบุญธรรมของเ้าสัวสิรินทร์ และเป็ผู้สืบทอดกิจการทั้งหมดของสิรินทรา กรุ๊ปในปัจจุบัน"
เพียงฟ้าระบายยิ้มมุมปากเพียงเล็กน้อย เป็การทักทายที่สงวนท่าทีและดูเยือกเย็นตามสไตล์ของเธอ
อีวาน่ายิ้มตอบกลับไปตามมารยาท แต่ในใจของเธอกำลังเต็มไปด้วยความสงสัย มหาเศรษฐีระดับท็อปของเอเชียที่มีธุรกิจโลจิสติกส์ใหญ่โต ถ่อมาไกลถึงฐานทัพลับของกลุ่มทหารรับจ้างวูลฟ์แฟงกลางทะเลทรายเพื่ออะไร? หรือว่าสิรินทรา กรุ๊ป้าจ้างวูลฟ์แฟงไปคุ้มกันขบวนสินค้าทางเรือที่เสี่ยงต่อการถูกโจรสลัดปล้น?
"ที่ฉันเรียกเธอมาด่วน ก็เพราะเื่ของแขกวีไอพีทั้งสองท่านนี้นี่แหละ" พลเอกเจมส์เอ่ยเข้าประเด็น น้ำเสียงของเขาดูหนักใจขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด "ท่านเ้าสัวและคุณเพียงฟ้า... เดินทางมาที่นี่เพราะประสงค์ที่จะพาตัว 'หลานชาย' กลับบ้าน"
"หลานชาย?"
อีวาน่าทวนคำด้วยความงุนงง คิ้วเรียวสวยของชาวรัสเซียขมวดเข้าหากัน "หลานชายของท่านเ้าสัว... มาทำอะไรอยู่ที่ฐานทัพวูลฟ์แฟงคะ ท่านนายพล? หรือว่ามีใครในกลุ่มของเราจับตัวหลานชายของท่านมาเรียกค่าไถ่?"
หากเป็เื่ลักพาตัวเรียกค่าไถ่ มันถือเป็การละเมิดกฎเหล็กขององค์กรอย่างร้ายแรง และในฐานะผู้บัญชาการ เธอพร้อมจะสั่งลงโทษฏเ่าั้ด้วยตัวเองทันที
"ไม่ใช่แบบนั้นหรอก อีวาน่า" พลเอกเจมส์ถอนหายใจยาว ยกมือขึ้นลูบหน้าผากตัวเองด้วยท่าทีลำบากใจอย่างถึงที่สุด ก่อนจะตัดสินใจเปิดเผยความจริงที่ทำให้โลกของอีวาน่าแทบจะหยุดหมุน
"ไม่มีใครจับตัวใครมาทั้งนั้น... เพราะหลานชายสายเืแท้ๆ เพียงคนเดียวของท่านเ้าสัวสิรินทร์ ที่ท่านตามหาตัวมาตลอดหลายปี..."
พลเอกเจมส์จ้องหน้าลูกน้องสาว ก่อนจะเอ่ยชื่อที่คุ้นเคยออกมาอย่างชัดถ้อยชัดคำ
"คือ ร้อยโท ธีรภัทร... ลูกน้องในหน่วยของเธอยังไงล่ะ"
อีวาน่านิ่งอึ้งไปทันที ั์ตาสีฟ้าเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความพยายามที่จะเก็บอาการเ็าถูกทำลายลงชั่วขณะ
"ธีร์... งั้นเหรอคะ?" เธอกะพริบตาถี่ๆ ภาพของลูกน้องหนุ่มผิวคล้ำแดด ผู้เป็ถึงตำแหน่งทะลวงฟันแนวหน้า (Point Man) ที่มีฝีมือโเี้และเด็ดขาดที่สุดในสมรภูมิ ผู้ชายที่วันๆ เอาแต่ขลุกอยู่กับอาวุธปืนและมีดพก... คนคนนั้นน่ะหรือ คือทายาทมหาเศรษฐีหมื่นล้าน?
"ใช่..." พลเอกเจมส์พยักหน้ายืนยัน "และจุดประสงค์ที่ท่านเ้าสัวเดินทางมาด้วยตัวเองในวันนี้... ก็คือการพาตัวร้อยโทธีรภัทรกลับไปแต่งงานกับคุณเพียงฟ้า และทำเื่ 'ลาออก' จากการเป็ทหารรับจ้างของวูลฟ์แฟงอย่างถาวร"
รถจี๊ปทหารเปิดประทุนแล่นลึกเข้าไปในเขตพื้นที่ชั้นในของฐานทัพวูลฟ์แฟง (Wolf Fang) สาขาตะวันออกกลาง ภาพวิถีชีวิตและการฝึกฝนของเหล่าทหารรับจ้างที่ปรากฏแก่สายตาสองข้างทาง ทำเอาเพียงฟ้าถึงกับต้องลอบกลืนน้ำลายและยอมรับว่าตนเองประเมินสถานที่แห่งนี้ผิดไปถนัดใจ
ในความคิดเดิมของทายาทสาวสิรินทรา กรุ๊ป เธอวาดภาพกลุ่มทหารรับจ้างเอาไว้ว่าคงดูดีกว่าพวกกองโจรป่าเถื่อนหรือพวกฏไร้ระเบียบเพียงแค่เล็กน้อย ทว่าภาพที่เธอเห็นในขณะนี้กลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง ที่นี่มีการจัดหมวดหมู่วิ่งออกกำลังกายเป็รูปขบวนอย่างพร้อมเพรียง ทหารช่างกำลังตรวจเช็กสภาพเครื่องยนต์ของรถถังและยานเกราะหุ้มเหล็ก ทหารยามยืนรักษาการณ์ตามจุดยุทธศาสตร์ด้วยท่าทีขึงขัง และที่ลานกว้างก็กำลังมีการลำเลียงกำลังพลขึ้นเฮลิคอปเตอร์เพื่อเตรียมออกไปทำภารกิจ ขุมกำลังและยุทโธปกรณ์ที่จัดเต็มเหล่านี้ ทำให้พวกเขาแทบไม่ต่างอะไรกับกองทัพหลักของประเทศมหาอำนาจเลยแม้แต่น้อย
ผู้ที่นั่งโดยสารมาในรถจี๊บคันนี้นอกจากพลขับทหารแล้ว ก็มีเพียงแค่อีวาน่า เ้าสัวสิรินทร์ และเพียงฟ้าเท่านั้น ส่วนกลุ่มชายฉกรรจ์ชุดดำซึ่งเป็บอดี้การ์ดของสิรินทรา กรุ๊ป ไม่ได้รับอนุญาตให้ผ่านเข้ามาด้านใน เนื่องจากที่นี่คือพื้นที่หวงห้ามทางทหารระดับสูงสุด ความจริงแล้วการที่พลเอกเจมส์ยอมอนุมัติให้บุคคลภายนอกอย่างเ้าสัวและเพียงฟ้าเข้ามาถึงโซนที่พักได้ ก็ถือว่าให้เกียรติและผ่อนปรนกฎขั้นสุดแล้ว
ขณะที่รถจี๊บกำลังแล่นฝ่าเปลวแดด เ้าสัวสิรินทร์ที่นั่งอยู่เบาะหลังก็มีท่าทีตื่นเต้นและกระวนกระวายจนเก็บอาการไม่อยู่ ชายชราหันไปหาผู้บัญชาการสาวชาวรัสเซีย ก่อนจะเอ่ยถามเป็ภาษาอังกฤษด้วยความคล่องแคล่ว
"คุณคือ... หัวหน้าหน่วยของหลานชายผมใช่ไหมครับ?" เ้าสัวถามด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าเล็กน้อย "เขาเป็คนยังไงบ้างครับ? ผมหมายถึง... เขาหัวดื้อ หรือว่าเคยสร้างความวุ่นวายอะไรให้คุณลำบากใจบ้างไหม?"
เพียงฟ้าที่นั่งขนาบข้างคุณปู่หันมามองอีวาน่าทันที หญิงสาวตั้งใจฟังทุกบทสนทนาด้วยความสนอกสนใจอย่างเต็มที่
อีวาน่าคลี่ยิ้มบางๆ ออกมาเมื่อเห็นท่าทีห่วงใยของผู้เป็ปู่ "ใช่ค่ะ ดิฉันเป็หัวหน้าหน่วยของเขาเอง" เธอตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลขึ้น "และคุณท่านไม่ต้องกังวลเลยนะคะ ธีร์ไม่เคยสร้างปัญหาอะไรให้ดิฉันหรือกองทัพเลย จะว่าไปแล้ว เขาเป็ทหารที่อยู่ในกฎระเบียบดีเยี่ยมด้วยซ้ำ แถมยังเรียนรู้ทุกอย่างได้ไวมาก"
อีวาน่าเว้นจังหวะไปเล็กน้อย ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ "จะเสียก็แต่... เขาเป็คนพูดไม่เก่งค่ะ ทำให้คนรอบข้างที่ยังไม่รู้จักเขาดีพอ มักจะเข้าใจผิดคิดว่าเขาเป็คนหยิ่งยโส เวลาใครเข้าไปคุยด้วย เขาก็มักจะไม่ค่อยตอบโต้ แต่ถ้ารู้จักเขาดีแล้ว จะรู้เลยว่าเขาไม่ใช่คนแบบนั้นสักนิดค่ะ เขาแค่ไม่ถนัดแสดงอารมณ์และชอบเก็บตัวเงียบๆ เท่านั้นเอง"
เพียงฟ้าฟังแล้วก็วิเคราะห์ตามเงียบๆ ก่อนที่ริมฝีปากบางเฉียบของนางพญาจะขยับเอื้อนเอ่ยคำถามที่คาใจออกมาอย่างไหลลื่น
"แล้วตอนที่เขาอยู่ที่นี่... เขาเคยมีแฟน หรือว่าคบหาผู้หญิงคนไหนบ้างหรือเปล่าคะ?"
คำถามตรงไปตรงมาของเพียงฟ้า ทำเอาอีวาน่าถึงกับหัวเราะร่วนออกมา ผู้บัญชาการสาวปรายตามองใบหน้าสวยเยือกเย็นของเพียงฟ้าด้วยแววตาล้อเลียน
"อะไรกันคะ... นี่หึงล่วงหน้าแล้วเหรอคะ?" อีวาน่าเอ่ยแซวอย่างอารมณ์ดี "ถ้าเป็เื่ผู้หญิงล่ะก็ ไม่ต้องเป็ห่วงเลยค่ะ ธีร์เหมือนคนที่มีชีวิตอยู่เพื่อรอรับคำสั่งทำภารกิจไปวันๆ นอกจากเื่เล่นวิดีโอเกมในเวลาว่าง กับเื่ดูแลรักษาอาวุธปืนแล้ว... เขาแทบไม่มีความสนใจเื่อื่นบนโลกนี้เลยค่ะ"
แม้จะบอกว่าไม่ต้องห่วง แต่อีวาน่าก็อดไม่ได้ที่จะแอบทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม "แต่จะว่าไปแล้ว... พอถึงเวลาที่เขาต้องออกจากที่นี่ไป เขาคงทำตัวไม่ถูกแน่ๆ นะคะ ที่อยู่ๆ จะได้ผู้หญิงที่สวยสง่าแบบคุณไปเป็คู่หมั้น"
เพียงฟ้าเงียบและไม่ได้ตอบรับคำแซวนั้น ใบหน้าของเธอยังคงเรียบเฉยดุจน้ำแข็ง ทว่ามือเรียวสวยทั้งสองข้างที่กุมประสานกันอยู่บนตัก กลับบีบเข้าหากันแน่นขึ้นเล็กน้อย คล้ายกับว่าลึกๆ แล้ว ภายในใจของเธอกำลังสั่นไหวและรอคอยอะไรบางอย่างด้วยความใจจดใจจ่อไม่แพ้กับเ้าสัวสิรินทร์เลย
"ดูเหมือนว่า... หลานชายของผมจะมีฝีมือพอใช้ได้อยู่เหมือนกันสินะครับ?" เ้าสัวสิรินทร์เอ่ยถามขึ้นมาอีกครั้งเพื่อทำลายความเงียบ
คราวนี้อีวาน่าถึงกับขำพรืดออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ "โธ่... เรียกว่า 'พอใช้ได้' นี่ออกจะถ่อมตัวให้เขาเกินไปหน่อยนะคะท่านเ้าสัว ฝีมือระดับธีร์น่ะ เขาเป็ถึงระดับ 'ตัวท็อป' ของสาขาตะวันออกกลางนี้เลยล่ะค่ะ"
คำยืนยันของอีวาน่า ทำให้เพียงฟ้านึกย้อนไปถึงโปรไฟล์ข้อมูลที่เธอเคยอ่านเมื่อคืน ในเอกสารลับนั้นระบุชัดเจนว่า แม้ชายคนนี้จะมียศทางทหารเป็เพียง 'ร้อยโท' (First Lieutenant) ทว่าทักษะการต่อสู้ระดับพระกาฬของเขากลับทำให้เขาได้รับความสำคัญจากกลุ่มทหารรับจ้างวูลฟ์แฟงเป็อย่างมาก เขาคือแกนหลักในหน่วยทะลวงฟันที่องค์กรขาดไม่ได้
รถจี๊บแล่นมาถึง 'พื้นที่ 1' ซึ่งเป็โซนที่พักอาศัย มีรั้วเหล็กกั้นเป็สัดส่วน ทันทีที่ทหารยามหน้าป้อมเห็นใบหน้าของอีวาน่า เขาก็รีบทำวันทยหัตถ์ทำความเคารพอย่างแข็งขัน และกดปุ่มยกรั้วไม้กั้นขึ้นทันที
เมื่อรถแล่นเข้ามาด้านใน สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคืออาคารตึกปูนเปลือยหลายหลังที่ถูกสร้างขึ้นในรูปทรงเดียวกันทั้งหมด ดูเป็ระเบียบและกลมกลืนไปกับสีของทะเลทราย รถจี๊บมาจอดสนิทอยู่ที่หน้าตึกหลังหนึ่ง
"ถึงแล้วค่ะ... นี่คือตึกพักของหน่วยดิฉันเอง" อีวาน่าหันมาบอก ก่อนจะเปิดประตูก้าวลงจากรถ
เ้าสัวสิรินทร์และเพียงฟ้าก้าวลงตามมา ทั้งสามคนเดินเข้าไปภายในตัวอาคาร ภายในนั้นเป็โถงทางเดินยาวที่มีห้องพักลักษณะคล้ายห้องแถวเรียงรายอยู่มากมาย เมื่อมองลอดผ่านประตูบางห้องที่เปิดทิ้งไว้ จะเห็นว่าแต่ละห้องมีเตียงเหล็กสองชั้นตั้งอยู่สองหลัง หมายความว่าในหนึ่งห้องแคบๆ นี้ จะมีทหารพักอาศัยรวมกันถึงสี่คน ซึ่งเป็วิถีชีวิตที่ห่างไกลจากความหรูหราของคฤหาสน์สิรินทรา กรุ๊ปอย่างสิ้นเชิง
อีวาน่าเดินนำพาทั้งสองคนลัดเลาะไปตามทางเดิน จนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้องพักห้องหนึ่ง
บรรยากาศภายในห้องนั้นดูคึกคักและส่งเสียงดังเอะอะโวยวายกว่าห้องอื่น ทหารรับจ้างหลายสิบคนกำลังยืนมุงล้อมกันเป็วงกลม ส่งเสียงเชียร์และผิวปากกันอย่างสนุกสนาน ตรงกลางวงล้อมนั้น มีชายหนุ่มสองคนกำลังนั่งขัดสมาธิเผชิญหน้ากันอยู่บนพื้น ที่เบื้องหน้าของพวกเขามีชิ้นส่วนของปืนไรเฟิลจู่โจมที่ถูกถอดแยกชิ้นส่วนวางกระจายเกลื่อนอยู่ และที่ด้านข้างของทั้งคู่ก็มีนาฬิกาจับเวลาดิจิทัลวางตั้งไว้คนละเครื่อง
ทว่า... ท่ามกลางผู้คนมากมายและเสียงเชียร์ที่ดังกระหึ่ม สายตาของเ้าสัวสิรินทร์และเพียงฟ้า กลับถูกดึงดูดให้พุ่งตรงไปจดจ่ออยู่ที่ชายหนุ่มเพียงคนเดียวในห้องนั้น
เขาคือหนึ่งในคนที่กำลังนั่งอยู่บนพื้น ร่างกายกำยำเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อซ่อนอยู่ใต้เสื้อยืดทหารสีขี้ม้า ผิวของเขาเป็สีแทนคล้ำแดดเล็กน้อยจากการกรำศึกในภูมิภาคตะวันออกกลาง เส้นผมสีเข้มยาวระต้นคอและตกลงมาปรกหน้าผากเล็กน้อย ทว่ามันก็ไม่อาจปิดบังแววตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวที่กำลังจดจ่อสมาธิทั้งหมดลงบนชิ้นส่วนปืนตรงหน้าได้เลย ใบหน้าหล่อเหลาที่ดูดิบเถื่อนและนิ่งสงบนั้น แผ่ออร่าความอันตรายและเสน่ห์แบบชายชาตรีออกมาอย่างปิดไม่มิด เพียงแค่เห็นแววตาและท่าทาง ก็พอจะเดาออกได้ทันทีว่าผู้ชายคนนี้คือพวกที่พูดน้อยแต่ต่อยหนัก
ทันทีที่เ้าสัวสิรินทร์ได้เห็นใบหน้าของชายหนุ่มคนนี้ชัดๆ ชายชราก็ถึงกับเข่าอ่อนจนต้องเอามือยันขอบประตูไว้ หยาดน้ำตาแห่งความตื้นตันเอ่อล้นออกมาอย่างไม่อาจกลั้นไว้ได้อีกต่อไป ภาพใบหน้าของลูกชายในวัยหนุ่มก่อนที่จะหนีออกจากบ้าน ทับซ้อนเข้ากับชายหนุ่มที่กำลังประกอบปืนอยู่ตรงหน้าอย่างพอดิบพอดี
ในขณะที่เ้าสัวกำลังสะอื้นไห้เงียบๆ ด้วยความปีติ เพียงฟ้าทำเพียงแค่มองตรงไปยังชายหนุ่มที่นั่งอยู่กลางวงล้อมนั้น หญิงสาวทอดสายตามองคนที่เอาแต่จดจ่ออยู่กับชิ้นส่วนปืนตรงหน้า ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นมาในใจเงียบๆ...
‘คนคนนี้น่ะเหรอ...’