หลินหลาน(นางผู้ปลูกผัก)

    เดินตลาด

    หลังจากที่นางอดกินอาหารมื้อใหญ่ ผ่านไปไม่นานท้องของนางก็เริ่มโล่งขึ้น อาการแน่นจุกสียดในท้องบรรเทาลงเยอะมากแล้ว ท่านปู่ก็ยังมีความใจดีได้สั่งผัดผักมาให้นางประทังความหิว เมื่ออาหารมาวางตรงหน้าหลินหลานก็รีบคีบผัดผักใบเขียวเข้าปากอย่างรวดเร็ว แม้จะไม่มีเนื้ออยู่เลยสักชิ้นแต่ความสดใหม่กรุบกรอบของผักก็ถือว่าวิเศษยิ่งนักชายชราที่นั่งจิบชามองหญิงสาวกินข้าวด้วยความเร่งร้อนอยู่ข้างๆ เห็นนางมิได้มีอาการผิดหวังที่ได้กินเพียงพักก็รู้สึกขัดใจนัก คิดไปคิดมาจึงได้ตัดสินใจพูดกระตุ้นนางเสียหน่อย"เรื่องเมื่อครู่ข้ากำลังจะห้ามเจ้าอยู่แล้วเชียว แต่เห็นเจ้าดื่มเอาๆ ข้าจึงมิอยากขัดใจ เจ้าคงจะกระหายน้ำมากสินะ แล้วผัดผักจานนี้เป็นอย่างไร ข้าสั่งมาให้เจ้าโดยเฉพาะเชียวนะกินให้พอล่ะ เพราะหมดแล้วไม่มีเติม"หลินหลานที่ตอนแรกไม่ได้คิดอะไรแล้วแต่พอได้ฟังคำพูดเช่นนี้เข้าไป ความไม่พอใจก็พุ่งขึ้นมาทันทีแต่เมื่อคิดดูดีๆ ถึงท่านปู่จะกลั่นแกล้งนาง แต่ก็เป็นความผิดของนางเองที่ทำตัวเสียมารยาทก่อน นี่ท่านปู่ยังอุตส่าห์สั่งอาหารมาให้นางกินประทังความหิวก็นับว่าใจดีมากแล้ว เช่นนั้นเรื่องนี้นางจะไม่โต้เถียงกับท่านปู่ก็แล้วกันชายชรามองเด็กสาวที่เอาแต่นั่งกินข้าวเงียบๆ ไม่ได้ตอบโต้ตน ทั้งๆที่พูดยุแหย่ไปแล้วก็เริ่มหมดความสนุกจึงได้ลุกขึ้นจากโต๊ะขึ้นไปยังพักผ่อนยังชั้นสองของร้านค้าที่ปล่อยเช่าในราคาถูก สถานที่แห่งนี้จึงไม่ได้ดูเหมือนโรงเตี้ยมโดยทั่วไป เป็นเหมือนบ้านของชาวบ้านธรรมดาที่ใหญ่ขึ้นมาหน่อยเพียงเท่านั้นชายชราลุกออกไปไม่นาน หลินหลานก็ทานข้าวเสร็จ นางรีบขึ้นไปยังชั้นสองเพื่อไปตามพี่หยวนให้ออกไปเดินตลาดเป็นเพื่อนของนางตามที่ได้เคยขอท่านปู่เอาไว้
    ไม่นานชายหนุ่มร่างกายกำยำพร้อมกับเด็กสาวเดินออกมาจากที่พักด้วยกัน โดยในอกเสื้อของนางมีเหรียญเงินที่ใช้สำหรับซื้อขายสิ่งของในยุคนี้มาจำนวนหนึ่ง ส่วนที่นางมีเงินได้อย่างไรก็ท่านปู่อีกนั่นแหละที่ยัดใส่มือมาให้นางก่อนที่จะออกจากที่พักโดยบอกว่าให้ซื้อสิ่งใดก็ได้ที่ชอบตอนนี้อารมณ์ของหลินหลานดีขึ้นมา ท้องที่อิ่มกำลังพอดี และเงินอุ่นๆ ในอก ขาที่กำลังก้าวเดินออกไปดูตลาดขนาดใหญ่ครั้งแรก นี่นับว่าเป็นการเปิดหูเปิดตาครั้งใหญ่ของนางก็ว่าได้เส้นทางที่พี่หยวนพาข้าเดินมาเป็นเส้นทางที่ข้าคาดว่าเป็นทางลัด ดูไปพี่หยวนก็ดูคุ้นเคยกับเมืองนี้ไม่น้อย"พี่หยวนท่านอยู่กับคณะท่านปู่มานานแล้วหรือไม่? "ชายหนุ่มท่าทางดุดัน แต่เมื่อเอ่ยปากพูดกลับมีน้ำเสียงนุ่มทุ้มน่าฟังแม้จะติดแหบห้าวสักเล็กน้อย"นานมากแล้ว ตั้งแต่ที่ข้ายังเล็กกว่าเจ้าอีก ตอนแรกเป็นบิดาที่เป็นผู้เดินทางค้าขาย แต่เมื่อท่านจากไปข้าจึงได้มารับช่วงต่อ""ข้าเสียใจเรื่องบิดาพี่หยวนด้วย"นางพูดอย่างรู้สึกผิดที่คำถามของนางอาจจะไปกระตุ้นความทรงจำที่ไม่ดีของเขา"ไม่ใช่เรื่องใหญ่ทุกคนเกิดมาแล้วล้วนต้องจากไป ชีวิตของมนุษย์นั้นสั้นนัก"พี่หยวนพูดไปเดินไป ด้วยความที่พี่หยวนตัวใหญ่แล้วเดินอยู่ด้านหน้าข้าจึงไม่สามารถรู้ได้ว่าพี่หยวนรู้สึกอย่างไร ต่างฝ่ายต่างเงียบกันไป
    เดินมาอีกสักพักพี่หยวนก็พานางมาโผล่ยังตลาดผู้คนเดินกันไปมาคึกคักยิ่งกว่าที่ข้าคาดเอาไว้มากโข เมื่อเดินเข้ามาภายในพี่หยวนก็เปลี่ยนให้ข้ามาเดินด้านหน้า เพื่อที่พี่หยวนจะได้จับตาดูความปลอดภัยได้สะดวกยิ่งขึ้น หากให้ข้าเดินตามด้วยความที่ข้าอาจจะมัวแต่มองของจะทำให้พลัดหลงกันได้จากที่ข้าถามพี่หยวนก็ได้ความว่าตลาดในเมืองเหวินมีการจัดขึ้นทุกวันไม่มีวันหยุด มีของขายทั้งกลางวันและกลางคืนผู้คนมากมายหลั่งไหลกันเข้ามามีทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย ผู้ที่ขายประจำก็จะมีหน้าร้าน ผู้ที่เป็นขาจรก็จะตั้งเป็นแผงตามทางเดินยามนี้นางคาดว่าน่าจะเป็นช่วงบ่ายแก่ๆแล้ว สายตามองไปยังความสับสนคึกคักเบื้องหน้าด้วยความตื่นเต้น ผู้คนที่นี่รูปร่างหน้าตาเหมือนชาวจีนสมัยก่อน ตาชั้นเดียว ปากบาง คิ้วบาง ส่วนมากตัวก็ไม่ได้ใหญ่นัก ยังคงแต่งกายด้วยผ้าที่ทอด้วยมือแต่ดูแล้วเนื้อผ้าจะดูดีกว่าชุดที่ข้าสวมใส่มากอยู่ นึกไปแล้วก็ไม่อยากเปรียบเทียบกับสิ่งที่เรียกว่ากระสอบผ้าก็คงจะได้ที่นางได้ใช่เมื่อวันแรกๆ ที่มาถึงที่แห่งนี้เมื่อพูดถึงสิ่งของที่วางขาย ก็มีมากกว่า80% ที่นางไม่รู้จัก บางชิ้นก็ดูเหมือนวัสดุแปลกๆ พืชผักบางชนิดก็ดูคุ้นเคย เช่นผักกาด ผักบุ้ง ผักกวางตุ้ง เท่าที่ข้าเดินผ่านก็ประมาณนี้ นอกนั้นข้าไม่รู้จักแม้แต่น้อย
    ขณะที่คนทั้งสองกำลังเดินสำรวจไปเรื่อยๆ อยู่นั้นก็เหมือนจะเข้าสู่เขตที่ทำการขายของจำพวกสัตว์ที่ยังมีชีวิต ตลาดเขตนี้คึกคักว่าเขตที่นางเดินมาผ่านมาเมื่อครู่มาก ผู้คนจับกลุ่มรุมล้อมชี้มือชี้ไม้ต่อรองราคากับพ่อค้ากันอย่างดุเดือด ด้วยความสนใจนางจึงได้เดินเข้าไปยังด้านในกลิ่นสาบโชยเข้าจมูกนางทันทีที่เข้ามาในโซนใหม่ มีเสียงร้องของสัตว์มากมายที่ถูกขังกรงเอาไว้ บางส่วนก็ถูกผู้ขายมัดเชือกเอาไว้นี่ถือว่าเป็นการเปิดโลกนางอีกแห่งหนึ่ง มีสัตว์มากมายหลายประเภทแตกต่างกันมากมาย ข้าชี้ไปยังสัตว์ตัวหนึ่งที่ดูเหมือนกระรอก แต่ขนาดตัวของมันใหญ่เกือบเท่าแมวและขนก็ไม่ได้เป็นสีน้ำตาลหรือเทา ขนมันกลับเป็นสีขาวและดูนุ่มฟูอย่างยิ่ง"พี่หยวนนี่คือตัวอะไรหรือ? "ชายหนุ่มที่เดินตามหลังนางมาตลอดและคอยตอบคำถามต่างๆ ของนางก็หยุดมองยังสัตว์ชนิดนั้นสักพัก ก่อนที่ตอบคำถามนาง "มันคือตัว สู่เหมา ส่วนมากจะนำขนของมันมาทำเป็นเสื้อผ้า เนื้อของมันเองก็สามารถกินได้เช่นกัน"นางมองเจ้าสัตว์ตัวนั้นด้วยความสงสาร แต่จะทำอย่างไรได้ นางออกเดินต่อไป สัตว์ต่างๆ มีทั้งท่าทางดุร้าย และน่ารักจนนางอยากจะเอากลับไปเลี้ยงสักตัว และแล้วนางก็สัมผัสได้ถึงสายตาคู่หนึ่งที่มองมายังนางพร้อมกับเสียงร้องแปลกหูหลินหลานมองไปยังกรงที่พ่อค้าได้ขังเจ้าสัตว์ชนิดนั้นเอาไว้ เสียงร้องและสายตาของมันที่มองมายังนางดูเศร้าโศกเป็นอย่างมาก คราแรกนางมิคิดจะใส่ใจเพราะถึงอย่างไรนางก็ทำสิ่งใดไม่ได้ แต่ขาของนางกลับไม่ยอมขยับ...เจ้าสัตว์ตัวน้อยๆ นั้นมีขนาดตัวเล็กมากเทียบดูคร่าวๆ ก็เพียงฝ่ามือเดียว ดูเหมือนมันยังไม่เติบโตเต็มที่นัก ลำตัวมีขนสั้นๆ สีน้ำตาลเข้มจนเกือบดำมีหูเล็กๆ ตาเล็กๆ ดูไปดูมาก็คล้ายหนูอยู่ไม่น้อย..."เจ้าตัวนี้ท่านขายเท่าไหร่หรือ? "นางตัดสินใจถามราคาพ่อค้า พร้อมกับคิดในใจว่าหากนางซื้อได้นางก็จะซื้อมันมาแต่หากเงินที่นอนอบอุ่นอยู่ในอกของนางไม่พอเช่นนั้นก็คงต้องปล่อยมันไปก็แล้วกัน นางถือว่านางได้พยายามแล้วพ่อค้ามองไปยังเจ้าสัตว์ตัวนั้นก่อนที่จะตอบมาอย่างรวดเร็ว"เจ้าตัวนี้มันสุดยอดมาก ไม่ว่าจะเอาไปทำเป็นอาหารอะไรก็ล้วนอร่อย และมันก็หาได้ยากมากเพราะมันซ่อนตัวเก่ง ข้าขายอยู่ที่ 90 เหรียญ"เมื่อได้ฟังราคาของพ่อค้าข้าก็ล้วงเงินที่ท่านปู่เอาไว้ให้ข้ามาซื้อของที่ชอบ มันยังอยู่ครบเพราะข้าตัดใจใช้ไม่ลง ข้าก็ไม่รู้หรอกว่าเงินที่ท่านปู่ให้ข้านั้นมีเท่าใด จึงได้ยื่นเงินทั้งหมดไปให้พ่อค้าดู"เท่านี้พอหรือไม่"พอค้ามองเหรียญในมือข้าก่อนที่จะทำหน้าไม่พอใจ"นี่เจ้าจะล้อข้าเล่นหรือ? เงินเพียงเท่านี้ซื้อได้แค่ขนมกินเล่นไม่กี่ชิ้นเท่านั้นแหละ ไปๆ ออกไปให้พ้นหน้าร้านข้า เสียเวลาจริงๆ "ชายวัยกลางคนที่ตอนแรกคิดว่าจะได้ลูกค้าแต่กลายเป็นว่าเป็นเด็กสาวที่สติไม่เต็มผู้หนึ่งเท่านั้น ความจริงอยากจะต่อว่าให้มากกว่าเมื่อครู่สักหน่อยแต่เห็นชายที่ยืนอยู่ด้านหลังของนางก็จึงทำได้เพียงไล่ไปให้พ้นจากหน้าร้านเท่านั้นตอนนี้ไม่ใช่เพียงพ่อค้าที่ไม่พอใจ หลินหลานเองก็เช่นกันตาแก่บ้าเอ๊ย! เอาอีกแล้วนะเห็นว่าข้าไม่รู้เรื่อง ก็ชอบแกล้งทำให้นางอับอายอยู่เรื่อย ไหนตอนแรกบอกว่าเงินนี้ใช้ได้เต็มที่อย่างไรเล่า เต็มที่กับผีสิหญิงสาวกำเงินในมือแน่น เงินที่เคยอบอุ่นอยู่ในอกบัดนี้กลับดูจะไร้ค่าไปเสียได้


    **************วันนี้ไรท์อัพตอนใหม่ให้ เพิ่มค่ะ เพื่อเป็นการขอบคุณนักอ่านที่ถามหา ส่วนเนื้อเรื่องไรท์ก็อยากให้มีความเร็วในการเดินเรื่องประมาณนี้แหละค่ะ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่จะเขียนไปยาวๆ ไม่มีกำหนดจบ แต่ก็ไม่ออกทะเล