บทที่ 20 อย่าโทษที่ข้าไม่เกรงใจก็แล้วกัน!
หลังจากนั้นฉินหยวนจึงถามแม่นมหลินว่า “แม่นมหลิน วันนี้จวนตระกูลฉินมีผู้ใดไปที่วัดหรือไม่?”
เมื่อวานมีการตกลงว่าจะไปรับท่านแม่กลับมา แต่ไม่ได้บอกว่าเมื่อไหร่ และที่ฉินหยวนถามเช่นนี้อีกนัยหนึ่งก็เพราะอยากรู้ว่า ฉินจงเจิ้งยังมีเยื่อใยกับท่านแม่อยู่หรือไม่?
บัดนี้นางไม่หวังแล้วว่าตนเองจะได้รับความรักจากท่านพ่อ แต่ท่านแม่ของนางในชาติก่อนต้องใช้ชีวิตอย่างทุกข์ทรมาน มาในชาตินี้ฉินหยวนจะต้องแก้แค้นให้ท่านแม่ให้ได้
หลังจากส่งคนไปสอบถามที่คอกม้า แม่นมหลินก็กลับมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
ฉินหยวนรู้ดีว่าท่านพ่อของนางจะต้องผิดสัญญา…
“ก็เป็ไปตามที่ข้าคาดไว้ ฉินจงเจิ้งคงรังเกียจท่านแม่มากกว่าที่ข้าคิดไว้มาก” ฉินหยวนเย้ยหยัน “ในเมื่อเป็เช่นนี้ ข้าคงต้องใช้ยาแรงอีกขนานหนึ่งเสียแล้วล่ะ อย่าโทษที่ข้าไม่เกรงใจก็แล้วกัน!”
ฉินจงเจิ้งจิตใจชั่วร้าย ตั้งใจทำร้ายตระกูลไป๋ที่เคยช่วยเหลือเขาจนทำให้เจริญรุ่งเรืองมาจนถึงทุกวันนี้ เพียงเพื่อประโยชน์ของอนุหลี่และบุตรสาวของนาง
แม้ฉินจงเจิ้งจะรังเกียจท่านแม่ของนางมากเพียงใด แต่เขาก็ยังยืนกรานที่จะแต่งงานกับท่านแม่… ฉินหยวนไม่เคยพบผู้ใดที่โหดร้ายและชั่วช้าคิดทรยศเช่นฉินจงเจิ้งมาก่อนเลยตลอดสองชาตินี้!!
เื่ของผู้ดูแลจวนตระกูลฉินไม่เพียงแต่ต้องตรวจสอบเท่านั้น ทว่ายังต้องลอกคราบอนุหลี่ออกมาให้ได้ด้วย…
ในชาติก่อนเื่นี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วครั้งหนึ่ง ผู้ดูแลหลี่อาศัยที่อนุหลี่เป็ที่โปรดปรานของนายท่าน และอาศัยตำแหน่งของนางในจวนตระกูลฉิน โลภมากไม่รู้จักพอถึงขั้นกลืนกินทรัพย์สินของจวนตระกูลฉินไปกว่าครึ่ง
ทว่าผู้ดูแลเพียงคนเดียวย่อมไม่มีความกล้าหาญเช่นนี้แน่ ถึงมีก็เป็เพียงเปลือกนอกเท่านั้น
เื่นี้เมื่อครั้งอดีต จึงมีเพียงผู้ดูแลหลี่ที่ตกเป็แพะรับบาปเท่านั้น ส่วนอนุหลี่ก็อาศัยที่ภายหลังตั้งครรภ์บุตรชาย จนทำให้ฉินจงเจิ้งยกโทษให้นางและเพียงแค่เปลี่ยนผู้ดูแลคนใหม่เท่านั้น…
ทว่าบัดนี้บุตรในครรภ์ของอนุหลี่ไม่มีแล้ว ซ้ำนางยังถูกกักบริเวณอี
ในจวนตระกูลฉินแห่งนี้มีบรรดาอนุภรรยาที่งดงามและยังเยาว์วัยอยู่อีกมาก หากฉินจงเจิ้งถูกหญิงงามคนใดใช้มารยายั่วยวนไปแล้วไซร้ เมื่อนั้นอนุหลี่ย่อมตกที่นั่งลำบาก
ถึงกระนั้น ฉินหยวนรู้สึกยินดีอย่างมากที่จะได้เห็นสถานการณ์เช่นนั้น
“ชิงเหอ เ้าจงไปหาอนุหยางแล้วบอกกับนางว่า จวนตระกูลฉินแห่งนี้มืดมนมานานมากเกินพอแล้ว ถึงเวลาที่ต้องชำระล้างความสกปรกโสมมภายในจวนเสียที บอกนางไม่ต้องกังวลสิ่งใด เพราะถึงอย่างไรท่านพ่อก็ถือว่าเป็ผู้ที่คำนึงถึงส่วนรวม เขาไม่มีทางทำลายจวนตระกูลฉินอันยิ่งใหญ่นี้ลงเพียงเพราะอนุหลี่เป็แน่” ฉินหยวนกล่าวอย่างใจเย็น
ฉินหยวนรู้จักฉินจงเจิ้งดียิ่งกว่าผู้ใดเสียอีก ถ้าหากอนุหลี่อาศัยความรักใคร่ของฉินจงเจิ้งที่มีต่อนาง เพื่อกลืนกินทรัพย์สมบัติของจวนตระกูลฉินไปแล้วละก็… เกรงว่าด้วยนิสัยของฉินจงเจิ้งแล้ว เขาไม่มีทางไว้ชีวิตอนุหลี่อย่างแน่นอน
หลังจากนั้นชิงเหอก็ไปยังเรือนอนุหยางทันที เมื่ออนุหยางได้ฟังแล้ว นางก็รู้สึกวางใจอย่างยิ่ง ที่แท้นางก็ยังเข้าใจฉินจงเจิ้งได้ไม่ดีพอ ยังต้องให้ฉินหยวนที่เป็เพียงเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ มาเตือนเช่นนี้
ทว่าทางด้านอนุหลี่ก็ไม่ได้เกรงกลัวในการตรวจสอบครั้งนี้แต่อย่างใด เพราะหลักฐานเ่าั้นางได้ซ่อนไว้อย่างดีแล้ว…
หากมีการตรวจสอบอย่างจริงจัง เื่ที่อนุหลี่เคยทำไว้จะไม่ปรากฏร่องรอยได้อย่างไรเล่า?
เมื่อฉินหยวนส่งสารมาถึงอนุหยางเช่นนี้ นางก็ให้หวั่นใจอีกต่อไป อนุหยางได้มอบหมายหวั่นลวี่สาวใช้ที่เชี่ยวชาญในเื่บัญชีและการคำนวณไปที่ห้องเก็บบัญชีเพื่อตรวจสอบสมุดบัญชีทั้งหมด เริ่มั้แ่เมื่ออนุหลี่เป็ผู้ดูแลจวน จนถึงบันทึกรายรับรายจ่ายในปีนี้ นางตรวจสอบทีละหน้าอย่างละเอียด หากรอบแรกไม่เห็นความผิดปกติก็ต้องตรวจซ้ำรอบที่สองเพื่อความแน่ใจ
อย่างไรเสีย เมื่อมีคำพูดของฉินจงเจิ้งแล้ว อนุหยางก็ไม่กลัวอนุหลี่จะพูดจาเหลวไหลอันใดอีก และไม่กลัวว่าอนุหลี่จะเข้ามาแทรกแซงด้วย
เมื่อได้ยินว่าอนุหยางตรวจสอบอย่างละเอียดถี่ถ้วนเช่นนี้ อนุหลี่ก็อดหวั่นวิตกไม่ได้ แม้เื่ที่นางทำจะถูกเก็บซ่อนเป็ความลับไว้อย่าง ดีแล้ว ทว่าก็ใช่ว่าจะตามหาไม่พบ เพราะคนผู้นั้นคือหยางหวั่นซิง…
เมื่อได้รับคำสั่งจากนายท่านในการตรวจสอบครั้งนี้ อนุหยางผู้นี้ก็กล้าถือขนไก่เป็ลูกศร ช่างบังอาจยิ่งนัก!
จะปล่อยให้นางตรวจสอบเช่นนี้ต่อไปไม่ได้เด็ดขาด ต้องคิดหาวิธีสักอย่าง…
ในยามนี้ฉินจงเจิ้งก็เดินเข้ามาพอดี เขาอดนึกสงสารอนุหลี่ไม่ได้ เพราะถึงอย่างไรนางก็เป็สตรีที่เขาโปรดปรานมานานหลายปี และนางยังให้กำเนิดบุตรสาวที่งดงามดั่งดอกไม้ให้เขาอีกด้วย ทั้งยังต้องมาสูญเสียบุตรในครรภ์ไปอย่างกะทันหัน เมื่อเขานึกถึงเื่นี้ขึ้นมาจึงทำให้เขาใจอ่อนลงลงบ้างเล็กน้อย
“นายท่าน มาได้อย่างไรเ้าคะ?” เมื่ออนุหลี่เห็นฉินจงเจิ้งเดินเข้ามาอย่างไม่รีบร้อน นางก็ตระหนักได้ทันทีว่าวันนี้เขาคงจะอารมณ์ดี สีหน้าของนางที่เดิมทีฉายแววโศกเศร้าอยู่ก็เริ่มจางลง
อนุหลี่รู้สึกเ็ปกับการสูญเสียบุตรั้แ่ยังไม่ทันได้ลืมตาดูโลก แต่จะทำอย่างไรได้? ในเมื่อไม่มีสิ่งใดจะเทียบเท่ากับความรักของฉินจงเจิ้งที่มีต่อนางได้อีกแล้ว
ในไม่ช้าก็เร็ว บุตรที่นางรอคอยย่อมต้องมีอีกแน่…
“เ้ารู้สึกอย่างไรบ้าง?” ฉินจงเจิ้งเป็ห่วงอนุหลี่อย่างมากจนคิ้วขมวดแน่น “หากเ้าฟื้นตัวได้ดีแล้ว เราก็สามารถมีลูกด้วยกันอีกคนหนึ่งได้ เ้าจะได้ไม่ต้องเศร้าโศกกับลูกที่ล่วงลับอีกต่อไป”
“นายท่านพูดอะไรเช่นนั้น ช่างน่ารังเกียจเสียจริง” อนุหลี่พูดอย่างเขินอาย ทำท่าทางอ่อนหวานอย่างที่ฉินจงเจิ้งชื่นชอบเป็ที่สุด ก่อนจะอิงแอบกายซบลงบนอกของเขา “นายท่าน ขอบพระคุณที่รักใคร่เมตตาข้านะเ้าคะ ข้าตระหนักดีถึงเื่นี้ดี… เพียงแต่ข้ารู้สึกเศร้าใจยิ่งนัก เมื่อได้ยินมาว่าผู้ดูแลหลี่ถูกหลอกลวงจากข้ารับใช้ชั้นต่ำที่ไม่รู้จักดีชั่ว จนส่งของไร้คุณภาพเยี่ยงนั้นไปให้คุณหนูใหญ่ แทนของล้ำค่าที่จัดเตรียมไว้เป็อย่างดี?”
“หืม?” ความห่วงใยของฉินจงเจิ้งเมื่อครู่พลันมลายหายไปในพริบตา สีหน้าเต็มไปด้วยความสงสัยใคร่รู้ “นี่เ้ารู้ได้อย่างไรหรือ?”
เขาอาจจะมอบความรักและทำตามใจของอนุภรรยาได้ แต่จะทนให้สตรีปิดบังเยี่ยงนี้ได้อย่างไร? ไม่ว่าจะเป็ฮูหยินไป๋หรือผู้ใดก็ตามแต่…
ฉินจงเจิ้งคุ้นเคยกับการกุมบังเหียนคอยควบคุมสถานการณ์ทั้งหมดไว้ในกำมือของตนเอง หากมีผู้ใดที่คิดแม้แต่จะยื่นมือเข้ามาแทรกแซงเพียงเล็กน้อยก็จะถูกเขารังเกียจเดียดฉันท์เป็อย่างยิ่ง
อนุหลี่คอยอยู่เคียงข้างฉินจงเจิ้งมานานนับสิบกว่าปี นางย่อมรู้ถึงนิสัยเอาแต่ใจของเขาเป็อย่างดี ทว่านางกลับลุ่มหลงในความรักใคร่เอ็นดูที่เขามีให้ จึงไม่เคยคาดคิดว่าฉินจงเจิ้งจะเอาแต่ใจมากถึงเพียงนั้นเลย
“การกระทำอันอุกอาจของอนุหยางได้แพร่สะพัดไปทั่วทั้งจวนตระกูลฉินเสียแล้ว ข้ารับใช้ต่างก็คิดว่าข้าสูญเสียอำนาจในมือ จึงพากันหันเหมารังแกข้า เื่ติฉินนินทานี้จึงสืบสาวมาถึงตัวข้า เช่นนั้นแล้วข้าจะไม่รู้ได้อย่างไรหรือ?” อนุหลี่แสร้งทำเป็โมโหขุ่นเคือง กำมือขาวเนียนละเอียดราวกับหยกเป็กำปั้นน้อย ๆ แล้วทุบเบา ๆ เข้าไปตรงอกของฉินจงเจิ้ง แล้วแสร้งทำท่าทางไม่พอใจ