ตอนที่ 8 หายไปอย่างไร้ร่องรอย (2)
แม้ว่าถังเหอจะไม่ได้นอนทั้งคืน แต่กำลังวังชาก็ดีกว่าเมื่อวานเล็กน้อย
ถังเหอตั้งเวลาไลฟ์ไว้ตอนเที่ยง แม้เขาจะทำเงินจากการไลฟ์เมื่อวานได้บ้าง แต่ก็ยังไม่พอให้เขากินอาหารธรรมชาติได้วันละสามมื้อ ดังนั้นอาหารเช้าของเขาจึงยังเป็สารอาหารเหลวที่กลืนไม่ลงอยู่เหมือนเดิม
หลังกินอาหารเช้า ยังมีเวลาอีกสี่ห้าชั่วโมงก่อนไลฟ์ ใน่เวลานี้ ถังเหอคิดจะออกไปข้างนอกสักหน่อย
นับแต่ที่เขามายังโลกใบใหม่นี้ ความเข้าใจของเขาต่อโลกใบนี้ก็ล้วนมาจากความทรงจำของเ้าของร่างและสตาร์เน็ตทั้งสิ้น ตัวเขายังไม่เคยออกไปดูด้วยตัวเองเลย
ก่อนหน้านี้เขาอ่อนแอเกินกว่าจะออกไป แต่หลังจากผ่าน่เวลาพักฟื้นนี้ไปก็ไม่เป็อะไรมากแล้ว
ห้องแคปซูลที่ถังเหออยู่นั้น รัฐบาลจัดหาให้เด็กกำพร้าที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะหรือผู้ที่สูญเสียสมรรถภาพในการทำงาน พึ่งพาได้เพียงการสนับสนุนจากรัฐบาลโดยเฉพาะ
คนเช่นนี้มีเป็พันเป็หมื่น จึงพอคาดการณ์ได้ว่าที่อยู่อาศัยที่รัฐบาลจัดหาได้คงไม่ดีนัก แต่อย่างน้อยที่สุดก็ยังมีสถานที่บังลมบังฝนให้ ดีกว่านอนกลางดินกินกลางทรายมากแล้ว
ในจุดนี้สวัสดิการสังคมในยุคดวงดาวยังถือว่าดีมากๆ
นี่เป็ครั้งแรกที่ถังเหอเดินออกมาจากที่พักของเขา ปกติแล้วอย่างมากเขาก็ได้เห็นโลกภายนอกจากหน้าต่างบานเล็กเท่านั้น แต่ถึงอย่างนั้นทุกครั้งที่เขามองก็ยังรู้สึกตื่นตะลึงเรื่อยไป
ครั้งนี้เดินออกมา ได้เห็นสภาพภายนอกด้วยตาตัวเอง มันทั้งสมจริง ชัดเจนและน่าตื่นตายิ่งกว่ามองลอดผ่านหน้าต่างเป็ไหนๆ
โลกใบนี้แตกต่างจากพิภพิเสินอย่างสิ้นเชิง
พิภพิเสินไม่มีสิ่งปลูกสร้างสูงตระหง่านทะลวงหมู่เมฆมากมายขนาดนี้
อีกทั้งพิภพิเสินยังไม่มีเครื่องมือที่พาคนทั่วไปเดินเหินบินบนท้องฟ้าได้ด้วยเช่นกัน กระทั่งในเมืองผู้บำเพ็ญนานทีปีหนถึงจะได้เห็นผู้บำเพ็ญขี่กระบี่เหาะเหินอยู่ในอากาศ แต่ภาพที่คนมากมาย ‘บิน’ บนฟ้ากันหนาตาแบบตอนนี้ยังเห็นได้น้อยนัก
ถังเหอสนใจใคร่รู้ถึงวิธีการคมนาคมในโลกอนาคตนี้มากๆ
เขาเรียกแท็กซี่ลอยฟ้าผ่านไลต์เบรน เตรียมััความรู้สึกของการนั่งรถเหินบนฟ้าสักครั้ง
แท็กซี่ลอยฟ้ามาหยุดตรงหน้าถังเหออย่างรวดเร็ว ประตูเปิดออกโดยอัตโนมัติ และเสียงเพราะพริ้งของเอไอสาวก็ดังขึ้น “คุณถัง เชิญขึ้นรถค่ะ”
เื่ที่ในรถไม่มีคนแต่ก็ยังพูดกับเขาได้นั้น ถังเหอทราบว่าเป็เพราะระบบเอไอในรถเหาะ
รถเหาะในปัจจุบันมีสองระบบ คือขับอัตโนมัติและขับเอง แท็กซี่ลอยฟ้าทุกคันใช้ระบบแรกกันทั้งนั้น ไม่ต้องใช้คนขับ เอไอก็ให้บริการอย่างครบถ้วนได้
ถังเหอมองแท็กซี่ลอยฟ้าั้แ่หลังคาจรดปลายล้อหนึ่งรอบ ก่อนจะเข้าไปนั่ง
“ขอต้อนรับเข้าโดยสารแท็กซี่ลอยฟ้าหมายเลข 2 โปรดระบุที่หมายด้วยค่ะ” เสียงหวานของเอไอสาวดังขึ้นอีกครั้ง ตรงหน้าถังเหอมีม่านแสงฉากหนึ่งเด้งขึ้นมา บนนั้นมีแผนที่ สามารถเลือกจุดหมายบนนั้นได้ตามใจ
ถังเหอออกมาครั้งนี้ก็เพื่อดูโลกใบนี้ด้วยตาตัวเองจึงไม่มีที่หมายแน่ชัด ต้องมองแผนที่อยู่นานจนในที่สุดก็จิ้มเลือกหนึ่งในสถานที่เ่าั้
“คุณถังกรุณารัดเข็มขัดนิรภัยด้วยค่ะ แท็กซี่ลอยฟ้าหมายเลข 2 กำลังจะออกเดินทางสู่ป่าม่อยวนแล้วนะคะ” เอไอสาวพูดเตือน จากนั้นแท็กซี่ลอยฟ้าก็ค่อยๆ ออกตัวเหินขึ้นฟ้าไป
ป่าม่อยวนตั้งอยู่ทางตะวันตกของเมืองหลวง ห่างไกลจากตัวเมือง ถังเหอเลือกมันเป็ที่หมาย หนึ่งก็เพราะเส้นทางการบินจะยาวมาก และเขาจะเห็นทิวทัศน์ทั้งหมดระหว่างทาง สองก็เพราะเขาอยากเห็นว่าป่าในโลกนี้เป็อย่างไร บางทีเขาอาจหาอาหารป่าในนั้นได้ ซึ่งจะช่วยประหยัดเงินเขาไปได้เยอะเลย
หากจะบอกว่าที่ใดมีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ที่สุด ก็ต้องเป็ป่าไม้และูเาอย่างไม่ต้องสงสัย สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็ของขวัญจากธรรมชาติทั้งสิ้น
ถังเหอมองออกไปด้านนอกผ่านหน้าต่างรถเหาะ จดจ้องผู้คนเบื้องล่าง พวกเขาดูเล็กเสียจนเขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังโบยบินอยู่บนเส้นขอบฟ้า
เขาเป็พ่อครัวภัตตาทิพย์ ไม่ใช่มือกระบี่และผู้ใช้ิญญา ดังนั้นจึงไม่สามารถขี่กระบี่เหาะเหินได้ แต่เขาก็เคยถูกอาจารย์พาไปขี่กระบี่มาครั้งหนึ่ง ทว่าก็ไม่ได้รู้สึกสบายเหมือนตอนนี้
ขณะขี่กระบี่ ร่างทั้งร่างจะเปิดโล่งอยู่ภายนอก หากไม่เพิ่มเกราะคุ้มกัน หน้าก็จะบิดเบี้ยวจากแรงลม หรือกระทั่งปลิวตกจากกระบี่ได้ง่ายมาก แต่การจะเพิ่มเกราะคุ้มกันก็ต้องใช้พลังิญญา
แน่นอนว่าในพิภพิเสินก็มีอาวุธวิเศษที่สามารถเหาะเหินบนอากาศและคุ้มกันผู้ขี่จากลมฝนได้ แต่พวกมันล้วนล้ำค่าหายาก อย่างน้อยๆ เขาก็ไม่มีใช้
แต่ตอนนี้แทบทุกคนต่างสามารถเหินบนท้องฟ้าได้ แถมไม่ต้องใช้พลังิญญา จ่ายเพียงเหรียญดาวเล็กน้อยก็ทำได้แล้ว ไม่มีอะไรดีไปกว่านี้แล้ว
ความเร็วของรถเหาะยังเร็วมากด้วย แต่ก็สามารถปรับเองได้ เพื่อที่ถังเหอจะได้เห็นโลกใบใหม่นี้ชัดเจนขึ้น เขาจึงปรับความเร็วลงเล็กน้อย ใช้เวลาสองชั่วโมงกว่าจะถึงป่าม่อยวน
เพราะเขาต้องไลฟ์ตอนเที่ยง ถังเหอจึงไม่ได้อยู่ในป่าม่อยวนนาน และไม่พบวัตถุดิบที่เหมาะสมเช่นกัน
แต่ทรัพยากรในป่าก็อุดมสมบูรณ์มากจริงๆ เขาเห็นหลายอย่างที่ดูเหมือนจะกินได้ แต่เพราะไม่รู้จักก็เลยไม่ได้สุ่มสี่สุ่มห้าเก็บมา
ถังเหอตัดสินใจว่าไว้มีเวลา เขาจะมาที่ป่าแห่งนี้อีกครั้ง และเมื่อถึงเวลานั้น เขาจะตระเวนไปให้ทั่ว ไม่แน่ว่าอาจจะหาวัตถุดิบที่คุ้นเคยเจอบ้างก็ได้