After apocalypse saga บทที่ 4 ตอนที่ 2
หลังจากที่พวกเราเดินออกมาจากทางเข้าเมือง ก็พบเจอกับบ้านเรือนจำนวนมากที่ถูกปลูกสร้างขึ้นมาจากไม้และดินแม่น้ำ มีทั้งขนาดเล็กจนใหญ่โต ถึงจะมีขนาดแตกต่างกัน แต่รูปร่างและกลิ่นอายนั้นเป็ไปในทางเดียวกัน มีบ้านหลายหลังที่มีการใช้เสาไม้ค้ำยันและรวมถึงการใช้คานรับแรง ซึ่งดูดีและปลอดภัยกว่าบ้านหลายหลัง ยิ่งพวกเราเดินไปตามทาง พบว่าเมืองนี้มีจำนวนประชากรหนาแน่นมาก มันทำให้ผมนึกถึงเมืองในนิวมูลขึ้นมา ดูเหมือนว่าสังคมเมืองนี้จะส่งเสริมให้เพศชายมีภรรยาได้หลายคน เพราะบ้านหลายหลังที่พวกเราเดินผ่านนั้นมีลูกเล็กเด็กแดงเต็มไปหมด หญิงสาวแบกทารกสะพายหลังก็มีให้เห็น แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาจะให้ความสนใจกับคณะสำรวจพวกเราอย่างมาก มีหลายคนพยายามเข้ามาพูดคุย แต่ก็ติดที่บางคนก็ยังพูดภาษาไทยไม่เก่ง ไม่นานพวกเราก็มาถึงบ้านหลังใหญ่ ตามเส้นทางที่ทหารหน้าประตูบอกมา บ้านหลังนี้มีหญิงสาวที่มีหน้าตาสะสวยตาโตคมคิ้วดกดำ ผิวพวกเธอขาวจนถึงสีแทนอยู่หลายคน นั่งเล่นกินนอนอยู่ที่สวนดอกไม้หน้าบ้าน ด้วยอิริยาบถต่าง ๆ มันทำให้หนุ่ม ๆ หลายคนในคณะกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที
“สวัสดี มีใครพูดกับพวกเราได้บ้าง” ธนชาติเป็ผู้อาสาติดต่อในครั้งนี้
“พวกคุณมาจากเมืองธงชัยหรือ” ไม่นานก็มีชายวัยกลางคนที่แต่งตัวดูดีกว่าหลาย ๆ คน ที่เห็นผ่านตาหลังจากเข้ามาในเมืองแห่งนี้
“ไม่ใช่ พวกเราเป็คณะสำรวจเดินทางมาจากเมืองทางทิศใต้ที่ไกลออกไปมากกว่าเมืองธงชัย” ธนชาติพยายามพูดช้า ๆ ชัด ๆ เพราะอีกฝ่ายจะได้เข้าใจ
“อย่างนี่เอง พวกเ้าคงมาหาที่พักสินะ” ชายคนนั้นถาม
“ครับ พวกเราหวังว่าคุณจะมีที่พักให้พวกเรา" ธนชาติตอบไปตามตรง
“อ่อเรืองนั้น เพราะไม่มีพ่อค้าจากเมืองธงชัยมานาน ข้าจึงขาดรายได้ เลยต้องเปลี่ยนบ้านให้เป็ที่สำหรับพวกนี้ขายตัว มันอาจจะไม่สะอาดเท่าแต่ก่อน ท่านจะพักได้หรือไม่ ค่าที่พักนั้นสามารถจ่ายได้ด้วยการแลกเปลี่ยนข้าวของ ทองคำ หรือ เงินของที่นี่ ส่วนข้าชื่อ บาเดล โซะนะ”
หลังจากตกลงกันเรียบร้อย พวกเราก็ได้เข้าพักยังบ้านหลังนี้ พวกเขายกห้องหนึ่งให้พวกเรา ซึ่งมันกว้างพอให้พวกเรานอนเรียงกันได้ ทั้ง 31 คน และก็ยังมีที่เหลือเพียงพอใช้วางข้าวของสัมภาระ เดิมทีห้องนี้มีไว้จัดงานเลี้ยง จึงมีขนาดใหญ่โต โรงอาบน้ำเป็แบบอาบน้ำรวม ติดกับแม่น้ำที่พวกเราเห็นก่อนหน้านี้ พวกผู้ชายในคณะนั้นไม่เท่าไหร่ แต่พวกสาว ๆ ที่เดินทางมาด้วย อาจจะต้องลำบากเสียหน่อย แต่ก็ได้บาเดลช่วยไว้ โดยเขามีเวลาส่วนตัวให้พวกสาว ๆ ของพวกเราอาบน้ำ ก่อนที่จะเปิดให้เหล่าแขกผู้ชายที่มาเที่ยวหญิงบริการใช้ แน่นอนว่าพวกผู้ชายหลายคนในคณะดูจะชอบการอาบน้ำรวม พร้อมสาว ๆ ในบ้านนี้เหลือเกิน หลายคนรู้ดีกว่าการมีเพศสัมพันธ์กับสาว ๆ เหล่านี้ อาจจะนำมาซึ่งโรคติดต่อ แต่ที่พวกเราไม่อยากให้เกิดขึ้นมากกว่าก็คือ การที่พวกนี้อาจจะท้องแล้วให้กำเนิดสายเืผู้วิเศษ ซึ่งมันอาจจะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงในสังคมเมืองของพวกเขาก็ได้ ทางที่ดีจึงต้องอดกลั้นเรืองพวกนี้เอาไว้ โชคดีที่หลายคนในกลุ่มมีวุฒิภาวะมากพอที่จะหักห้ามใจตัวเอง แต่คนที่อดทนอดกลั้นไม่ไหว พวกเราก็อนุโลมให้เพียงเล่นเสียวภายนอกกับพวกสาว ๆ มันจึงทำให้พวกเธอหลายคนแอบดูถูกความเป็ชายของคนในคณะสำรวจ แต่ก็ต้องทนขี้ปากเหล่าหญิงสาวต่อไป
หลังจากที่พวกเราพูดคุยสอบถามบาเดล ทำให้ทราบว่าพวกที่หนีจากเมืองธงชัยมาก่อนหน้านั้น ไม่ได้เดินทางมาเมืองแห่งนี้ พวกเราจึงตั้งข้อสันนิษฐานว่า พวกนั้นอาจจะไปที่อื่นหรือสูญหายในระหว่างเดินทาง ทำให้เ้าเมืองไม่รู้ข่าวการเปลี่ยนแปลงตลอด 2 ปีนี้ ซึ่งเป็เื่ที่ดี ที่พวกเราจะเข้าไปพูดคุยและดูว่าเขาจะเป็มิตรหรือศัตรู ของหลายอย่างที่หอบเดินทางมา ถูกซื้อขายแลกเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว อะไรหลายอย่างจากเมืองภูเพชรและเมืองธงชัย ดูจะเป็ของมีค่าในเมืองแห่งนี้ พอพูดคุยกับบาเดลมากขึ้น ทำให้รู้ว่าเมืองแห่งนี้ เป็เพียงเมืองที่แยกตัวมาจากเมืองอีกแห่งเมื่อร้อยปีก่อน ซึ่งเลยขึ้นไปทางต้นแม่น้ำ เมืองนั้นมีชื่อว่า ‘นายะพาตา’ นอกจากนี้พวกเขายังมีการค้าซื้อขายแลกเปลี่ยนกันระหว่างเมืองทั้งสอง แต่พ่อค้าจากเมืองนั้นไม่ได้สนิทกับ บาเดล เท่าไรนัก พวกนั้นจะสนิทกับ คนที่ชื่อ วิชาล ดานดะ ซึ่งมีบ้านอยู่ทางเหนือของเมืองแห่งนี้ การจะขอเข้าพบเ้าเมืองนั้นไม่ยากเลย เราเพียงให้ บาเดลเป็คนไปจัดการ โดยให้บอกไปตามความจริงถึงที่พวกเราจากมา ไม่นานบาเดลก็กลับมาบอกให้เข้าพบได้ทันที
แน่นอนว่าพวกเราเปลี่ยนเครื่องแต่งกายจากที่เดินป่าและที่ใช้ในชีวิตประจำวัน มาเป็เครื่องแต่งกายประจำตำแหน่งจากอาณาจักรทั้งสอง คนที่เข้าพบเ้าเมืองมี ผม อเล็ก ธนชาติ โจเซฟและวัณชัย รวม 5 คน ส่วนคนอื่น ๆ โดยเฉพาะสาว ๆ ที่ติดตามมานั้นพวกเราเล็งเห็นว่ายังไม่จำเป็ต้องใช้พวกเธอ จึงให้ออกสำรวจคอยเก็บข้อมูลของเมืองนี้ ด้วยเครื่องแต่งกายจากผ้าไหมเนื้อดีประดับด้วยทองคำและอัญมณี มันทำให้ใครหลายคนตกตะลึง มีหลายคนแสดงความโลภออกมาอยู่บ้าง แต่คนเ่าั้ก็นึกภาพตามได้ว่า เมืองแบบใดที่สามารถหาเครื่องแต่งกายที่งดงามและดูสูงล้ำค่าเช่นนี้ได้ เมืองเ่าั้ต้องใหญ่โตและเจริญอย่างมาก จนพวกเขานึกภาพตามไม่ออกทีเดียว พวกเขาจึงคิดได้ทันทีว่าไม่สมควรมีเื่กับพวกเรา การเจรจานั้นไม่มีอะไรเลย เป็การที่พวกเราถูกเ้าเมืองถามมากกว่า มาจากที่ไหน บ้านเมืองเป็เช่นไร มีประชากรมากน้อยเพียงใด ปกครองกันอย่างไร เื่ประเพณีหรือวัฒนธรรมแทบจะไม่ถูกถามเลย ไม่นานก็ถามถึงเมืองธงชัยและเมืองภูเพชร
แน่นอนว่าพวกเราตอบไปตามตรง โดยบอกไปว่าเมืองธงชัยเปลี่ยนเ้าเมืองใหม่ มีอานนท์เป็เ้าเมืองและได้ทำสนธิสัญญากับเมืองภูเพชรให้เป็เมืองพี่เมืองน้องต่อกัน และจะขึ้นตรงกับอาณาจักรสยามเพื่อความเจริญของบ้านเมือง พอถึงตรงนี้ทางเ้าเมืองจึงได้ถามว่าเปลี่ยนเ้าเมืองด้วยเหตุใด พวกเราไม่ได้บอกว่าเกิดอะไรขึ้นโดยละเอียด แต่บอกไปว่าเกิดจากการแทรกแซงจากพวกเราเพื่อให้เมืองเจริญกว่าเดิมพร้อมทั้งอธิบายถึงเหตุผล เ้าเมืองที่เราพูดคุยด้วยนั้นเขาเป็ลูกชายคนเล็กของอดีตเ้าเมืองคนเก่าของเมืองธงชัย เขามีชื่อว่า ‘อาทิตย์’ แน่นอนว่าเขาเป็คนฉลาดจึงสามารถเข้าใจได้ทันทีว่าพ่อของเขาคงตายไปแล้ว เขาจึงถามถึงพี่ชายและคนอื่น ๆ ทำให้ทราบว่า พี่เขาก็ตายไปพร้อมกับพ่อ ส่วนคนอื่นได้หลบหนีจากการต่อสู้หรือก็คือพวกของฝ่ายอำนาจเก่าที่หนีออกจากเมืองมา แต่ดูเหมือนว่าพวกนั้นจะมาไม่ถึงเมืองแห่งนี้ตามที่บาเดลบอก ดีไม่ดีอาจจะกลายเป็อาหารเสือหมีแพนด้าเ่าั้แล้วก็ได้
“ผมไม่โทษโกรธพวกคุณหรอกนะ รู้สึกยินดีเมื่อได้ฟังเื่พวกนี้ด้วยซ้ำ ั้แ่พวกผมถูกส่งตัวมาที่นี่ ผมก็คิดจะตัดขาดจากครอบครัวทางนั้นไว้แล้ว เดิมทีผมเป็เพียงลูกที่เกิดจากอนุ ไม่ได้มีสิทธิ์มีเสียงอะไรมากในเมืองแห่งนั้น เมืองนี้เดิมทีก็เป็เพียงเมืองขึ้น ที่ต้องคอยส่งส่วยฝากพ่อค้าที่เดินทางมาจากเมืองธงชัย หากเมืองนั้นเปลี่ยนเ้าเมืองไปแล้ว ผมก็อยากให้เมืองนี้หลุดพ้นจากการปกครองของเมืองธงชัย เพราะั้แ่ผมแต่งงานกับลูกสาวอดีตจ้าเมืองสุรักชิต ผมก็อยากที่จะพัฒนาเมืองนี้ในแบบที่ผม้า ถ้าเป็ไปได้คุณช่วยอยู่สอนสิ่งต่าง ๆ กับพวกเราได้หรือไม่ พวกเรายินดีมอบเงินทองให้กับพวกคุณเป็ค่าตอบแทน”
อาทิตย์พูดออกมาตามตรง พร้อมเสนอความ้าของตัวเอง และดูเหมือนว่า ข้าราชการหลายคนทั้งจากที่มาจากเมืองธงชัยพร้อมอาทิตย์และคนของเมืองสุรักชิตแต่เดิม จะยินดีกับการตัดสินใจของเ้าเมืองอาทิตย์อย่างมาก เพราะพวกเขาเองก็อยากอยู่อย่างไม่มีใครมากดขี่ เพราะถึงเมืองนี้จะแพ้า ให้กับเมืองธงชัยและถูกปกครองโดยอาทิตย์ แต่เพราะความฉลาดมีไหวพริบตลอดจนน้ำจิตน้ำใจของเขานั้น สามารถซื้อความเชื่อใจของอดีตเ้าเมืองและเหล่าผู้าุโสำคัญ ๆ ของเมืองนี้ได้ มันจึงทำให้เขาได้เป็เ้าเมืองที่ได้รับความพึงพอใจจากกลุ่มอำนาจเก่าของเมืองแห่งนี้ทั้งที่เป็คนจากต่างเมือง ยามเมื่อได้ยินว่าจะเอาเมืองตนเองออกจากใต้การปกครองของเมืองธงชัย มีหรือพวกเขาจะไม่ยินดี ยิ่งอาทิตย์แต่งงานกับลูกสาวอดีตเ้าเมืองด้วยแล้ว มันก็ถือว่าพวกเขามีอำนาจถือครองอยู่ครึ่งหนึ่งอยู่ดี และอดีตเ้าเมืองสุรักชิตเองก็รักเอ็นดูลูกเขยคนนี้อยู่เหมือนกัน ด้วยเหตุนี้ อาทิตย์จึงเชื่อมันที่จะตัดขาดจากเมืองธงชัยและปกครองเมืองของตนเอง โดยไม่นึกเกรงกลัวว่าจะถูกกลุ่มอำนาจเก่าของเมืองแห่งนี้ยึดคืน เพราะเขาได้สร้างความมั่นคงในฐานอำนาจขึ้นมาแล้วนั่นเอง
ด้วยข้อเสนอของอาทิตย์พวกเราตกลงทันทีเพราะอย่างไรพวกเรามีความจำเป็ที่ต้องอยู่ศึกษาเื่ภาษา ตลอดจนเื่วัฒนธรรม พอพวกเราตกลง อาทิตย์จึงได้ให้ที่ดินและบ้านสำหรับคณะสำรวจกับพวกเรา ซึ่งสิ่งแรกที่พวกเรามอบความรู้ให้คือการบริหารและปกครอง ตลอดจนการพัฒนาความเป็อยู่ของสังคม โดยเฉพาะเื่สุขอนามัย จากนั้นจึงค่อย ๆ สอนสิ่งต่าง ๆ ที่ดูเป็ประโยชน์กับเมืองแห่งนี้ โดยเฉพาะเื่การต่อเรือ สำหรับทำประมงและเดินทาง โดยพวกเราตัดสินใจจะอยู่เมืองนี้เพียง 1 ปี
ปี A.A. 430
1 ปีที่พวกเราอยู่สอนสิ่งต่าง ๆ ให้พวกเขาและศึกษาเก็บข้อมูลต่าง ๆ ของชาวอินเดีย ส่วนข้าตอบแทนของพวกเขาคือทองคำ ดูเหมือนว่าเมืองแห่งนี้จะมีสายแร่ทองอยู่มาก ต่อไปในอนาคตเมืองนี้คงเป็เมืองที่เจริญอย่างรวดเร็วหากมีทุนพวกนี้ไว้ใช้แลกเปลี่ยนกับเมืองอื่น ๆ อีกเดือนพวกเราก็จะเดินทางจากเมืองสุรักชิตไปยังเมืองนายะพาตา ด้วยเรือผ่านทางแม่น้ำ ใช่แล้วก่อนหน้านี้ผมลืมบอกชื่อแม่น้ำสายนี้ มันมีชื่อว่าแม่น้ำคงคา รู้สึกจะตั้งเรียนแบบแม่น้ำสายสำคัญของโลกเก่าพวกเรา ระยะทางที่แน่นอนในการเดินทางไปเมืองนายะพาตานั้นประมาณ 150 กิโลเมตร
ตลอดปีที่ผ่านมานั้นบ้านเรือนหลายหลังได้ถูกปรับเปลี่ยนไปจากความรู้ที่พวกเรามอบให้ บ้านจากดินเหนี่ยวแม่น้ำธรรมดาเ่าั้ ถูกแทนที่ด้วยบ้านที่สร้างจากอิฐก้อน แน่นอนว่าพวกมันก็คือดินเหนี่ยวแม่น้ำเช่นเดิม เพิ่มเติ่มคือ แกลบและทราย ก่อนจะใช้น้ำเป็ตัวผสมให้พวกนั้นเข้ากันเป็เนื้อเดียว แล้วใส่พิมพ์สี่เหลี่ยม ก่อนจะเอาไปอบความร้อนให้แห้งจนมีสถานะเป็เซรามิกนั่นเอง นอกจากนี้พวกเรายังพบูเาหินปูน ซึ่งสามารถใช้พวกมันมาทำคอนกรีตได้ ทำให้ตลอด 1 ปีนี้ผังเมืองสุรักชิตจึงมีการเปลี่ยนแปลงไปมาก ถ้ายังเป็เช่นนี้ต่อไปเมืองนี้ต้องกลายเป็เมืองสำคัญอีกเมืองแน่นอน
แล้วในที่สุดการเดินทางเพื่อไปยังเมืองนายะพาตาก็มาถึง พวกเราได้รับเรือจากเ้าเมืองอาทิตย์ มันมีชื่อว่า ภาสกร เป็คำไทยที่มีรากศัพท์ภาษาสันสกฤตซึ่งพวกเขาเชื่อว่าเป็ภาษาเทพฮินดู ภาสกรนี้แปลว่าพระอาทิตย์หรือแสงที่สว่างดังพระอาทิตย์ เรือลำนี้เป็เรือที่ต้องใช้ 10 ฝีพาย แน่นอนว่าหากต้องพายทวนน้ำไปคงเหนื่อยพอสมควร แต่ทั้งนี้เมื่อพวกเขาให้มาแล้ว พวกเราจำต้องใช้พวกมันพายออกไป เมื่อพ้นระยะสายตาคนในเมือง ผมจึงจัดแจงขึ้นฝั่งเพื่อเก็บภาสกรเข้ากระเป๋า แล้วเปลี่ยนเป็เรือพลังเวทมนต์อีกลำที่มีขนาดพอ ๆ กัน เพื่อใช้มันทวนกระแสน้ำไปยังเมืองถัดไปได้อย่างรวดเร็ว
โปรดติดตามตอนต่อไป…