“หืม...” แทนทำเสียงแปลกใจเมื่อได้ยินเสียงประกาศของระบบมี 2 เรื่องที่ทำให้เขารู้สึกเช่นนี้อย่างแรกเลยก็คือการ์ดลาลาซาลาแมนเดอร์ที่ได้มาเพียงใบเดียว และอีกเรื่องก็คือระดับของการ์ดที่ว่าถ้าเขาฟังไม่ผิดการ์ดที่ระบบประกาศออกมานั้นคือระดับ 20ดาว...
“เอ้ยพี่เอ็ด!เอาการ์ดที่ได้มาดูดิ” แทนหันไปหาเอ็ดเวิร์ดซึ่งเป็นหัวหน้ากิลด์ซึ่งในเกมนี้นั้นกำหนดว่าหากผู้เล่นที่รวมกลุ่มกันนั้นเป็นผู้เล่นกิลด์เดียวกันทั้งปาร์ตี้คนที่เป็นหัวหน้ากิลด์จะต้องถูกบังคับให้เป็นหัวหน้าปาร์ตี้เสมอ
“แป๊บๆ” เอ็ดเวิร์ดเรียกช่องเก็บของออกมาทันทีหลังจากนั้นเขาก็หาการ์ดลาวาซาลาแมนเดอร์ และในที่สุดเขาก็หามันพบแล้วยื่นให้กับแทน...
“หา...!การ์ดแบบนี้มันมีไว้ทำอะไรกันเนี่ย!” แทนพูดขึ้นเมื่ออ่านคำอธิบายของการ์ดที่เขาได้มา
“หืม...การ์ดงี้ก็มีด้วย” เอ็ดเวิร์ดพูดขึ้นเมื่ออ่านความสามารถบนการ์ดใบที่ว่า...

“จำนวนดาวสุดจะเทพ...แต่คุณสมบัติสุดจะกาก...เกรียน...เพียรศึกษามากๆ” แทนบ่นออกมาหลังจากพิจารณาการ์ดที่อยู่ในมือ
“ไม่เข้าใจว่าการ์ดแบบนี้จะเอาไว้ใช้ทำอะไร”เอ็ดเวิร์ดว่า
“นั่นดิพี่...” แทนเห็นด้วย “แต่ผมว่าเรารีบๆ ไปจัดการเควสนี้ให้จบๆดีกว่า ผมล่ะกลัวจริงๆ ว่าใครจะเผลอมาฆ่าพี่แล้วพวกผมต้องไปทำเควสกิลด์ใหม่”ชายหนุ่มพูดพร้อมกับส่ายหัวไปมาเมื่อมองเห็นหัวหน้ากิลด์คนปัจจุบัน
“พี่เห็นด้วยพี่ก็ไม่แน่ใจกับตัวเองเหมือนกัน” ชายหนุ่มที่สวมหมวกแก๊ปพยักหน้าก่อนจะเตรียมตัวตามแทนออกไปจัดการภารกิจของพวกเขาให้เสร็จเรียบร้อย...โดยไม่รู้เลยว่าการ์ดที่พวกเขาได้มานั้นจะมีปรากฏออกมาเพียงอาทิตย์ละ1 ใบเท่านั้น
ทั้งสองคนพยายามหลีกเลี่ยงการปะทะกับมอนสเตอร์ในภูเขาไฟฟารัคแต่ถ้าในกรณีที่เลี่ยงไม่ได้แทนก็จะเข้าต่อสู้โดยเอ็ดเวิร์ดทำหน้าที่สนับสนุนซึ่งในที่สุดทั้งสองก็พากันมาถึงห้องของบอสที่พวกเขาต้องมาจัดการ
ประตูหินหลอมเหลวเปิดออกสู่ห้องที่มีลานกว้างท่ามกลางลาวาลานหินที่ด้านล่างลึกลงไปมีลาวาไหลอยู่โดยรอบ ความร้อนสัมผัสได้อย่างชัดเจนถ้าแทนและเอ็ดเวิร์ดไม่ได้สวมผ้าพันคอตุ๊กตาหิมะอยู่พลังของพวกเขาจะลดลง ตามเวลาที่ไหลผ่านและเมื่อแทนมองไปด้านบนและรอบตัวเขาก็รู้ว่าสถานที่ที่พวกเขากำลังยืนอยู่ในตอนนี้คือปากปล่องภูเขาไฟฟารัค
เสียงแหลมสูงดังมาจากหุบเหวด้านล่างหุบเหวที่เต็มไปด้วยลาวาที่กำลังเดือดพล่านหลังจากเสียงนั้นดังขึ้นไม่นานนักเจ้าของเสียงที่ว่าก็ปรากฏกายออกมาวิหกเพลิงที่ร่างกายลุกไหม้โผบินสู่ปากปล่องภูเขาไฟแพนหางยาวที่มีละอองไฟร่วงหล่นลงสู่ด้านล่างไม่ขาดสายดวงตาสีแดงดั่งทับทิมจับจ้องมายังแทนและเอ็ดเวิร์ดในขณะที่ปีกทั้งสองข้างกระพือพัดให้เปลวเพลิงที่ลุกท่วมโหมกระหน่ำบอสแห่งภูเขาไฟฟารัค นกเพลิงอมตะแห่งการกำเนิดใหม่...ฟินิกซ์...ปรากฏตัว
กลุ่มผู้เล่นเผชิญหน้าบอสแห่งภูเขาไฟฟารัครูบี้อายด์ฟินิกซ์ เลเวล 150 ปรากฏตัว ผู้เล่นที่ถูกรูบี้อายฟินิกซ์สังหารจะถูกสุ่มทำลายการ์ดระดับ 10 ถึง 15 ดาว 1ใบและถูกส่งกลับไปยังวิหารแห่งนักเดินทางที่ใกล้ที่สุด...
“ถึงเวลาจัดหนัก...” แทนพูดเมื่อเห็นฟินิกซ์สยายปีกเพลิงอยู่เบื้องหน้าเขาแตะมือไว้ที่เด็คของตัวเอง แต่สิ่งที่แทนกำลังจะใช้กลับไม่ใช่การเรียกใช้การ์ดหากแต่มันคือการเรียกใช้สกิลของตัวเขาเอง สกิลหนึ่งในสองที่เขาเสี่ยงตายเล่นละครตบตาโคซี่เพื่อเรียนรู้มาด้วยท่าแมนอินเดอะมิลเลอร์...ไทม์ออฟอินโนวา(Time of Innova)
ชายหนุ่มยืนสงบนิ่งเขาไม่ได้มีความกลัวในแววตาซึ่งจับจ้องไปยังบอสที่ทรงพลังเปลวเพลิงที่ปลิดปลิวเป็นละอองร่วงหล่นไม่ได้ทำให้หัวใจของเขาเปลี่ยนจังหวะการเต้นแทนมองไปยังรูบี้อายด์ฟินิกซ์ก่อนจะแตะยิ้มแล้วพูดเบาๆ
“ไทม์ออฟอินโนวา...” เสียงเรียกใช้สกิลดังขึ้นหลังจากนั้นข้างกายของเขาก็ปรากฏร่างของมนุษย์นักรบในชุดเกราะอัศวินสีเงินวาวและนักบวชในชุดสีขาวบริสุทธิ์ปรากฏตัวเคียงข้างกายเขาแต่เงาร่างที่เกิดขึ้นไม่ได้ชัดเจนมากนัก ลางเลือนอยู่บ้าง...
คงเป็นเช่นที่ว่า...เพราะที่ปรากฏขึ้นไม่ใช่ตัวจริงของบุคคลนั้นๆที่ปรากฏออกมาข้างกายของแทนก็คือ AI ปัญญาประดิษฐ์ในรูปร่างเพื่อนของเขา บลานซ์...อัศวินผู้พิทักษ์พวกพ้องและลินด์...หญิงสาวผู้ใช้พรแห่งแสงเพิ่มพลังและสนับสนุน
“ถึงเวลาได้ใช้ไอ้สกิลที่นายบอกว่าใช้ได้แค่วันละสิบห้านาทีแล้วล่ะสิ”เอ็ดเวิร์ดพูดยิ้มๆ เมื่อเห็นร่างเลียนแบบลานซ์และลินด์ปรากฏออกมาร่างที่เลียนแบบกระทั่งพฤติกรรมและนิสัยของคนสองคนที่แทนได้รับการยินยอมให้ใช้ตัวก๊อปปี้ของคนผู้นั้นได้โดยการให้คนที่แทนต้องการร่างก๊อปปี้ของเขากดตกลงในหน้าจอสกิลนี้...ไทม์ออฟอินโนวาสกิลที่จะสร้างร่างก๊อปปี้ต้นแบบโดยมีค่าพลังอยู่ที่ 60%ของร่างจริงของทั้งสองคน

“ชิลด์! รีเจน! ดาเมจลิงค์! นัลลิฟายดาเมจ!” Ai ในร่างอัศวินเงาใช้ท่าที่ปกติบลานซ์จะใช้โดยที่สกิลดาเมจลิงค์นั้นมีเป้าหมายอยู่ที่เอ็ดเวิร์ด
“เบลส!” Ai ของลินเรียกใช้สกิลที่จะทำให้คาถาฟื้นพลังแสดงผลมากขึ้น
“แจ่มแจ๋วมากแทนไทย!สกิลนี้เจิดจริงอะไรจริง!” เอ็ดเวิร์ดพูดขึ้นพร้อมกับทำตาโตเมื่อเห็นภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ไม่มีคำพูดใดๆ ออกมาจาก Ai ทั้งสอง ร่างก๊อปปี้ของบลานซ์พุ่งเข้าไปหาฟินิกซ์พร้อมกับเรียกใช้ชุดป้องกันต่างๆและในขณะนั้นเอง ฟินิกซ์เพลิงก็เรียกใช้ท่าโจมตีวงกว้างใส่ผู้เล่นรัศมีของการโจมตีนั้นกินวงกว้างมาจนครอบคลุมจุดที่แทนและ Ai ของบลานซ์ยืนอยู่
“วิงก์ ออฟ เฟรม! (Wing ofFlame)” ฟินิกซ์ไขว้ปีกทั้งสองข้างทำให้เกิดเปลวเพลิงรูปกากบาทออกจากคมปีกอัคคีความร้อนเผาผลาญ ลมร้อนระอุพัดมาพร้อมกับเปลวไฟที่โจมตีเข้าใส่แทนและร่างเงาของบลานซ์ซึ่งมีเลเวล 69 มันสร้างความเสียหายกว่า 17,000 ให้กับแทนและราวๆ หนึ่งหมื่นให้กับร่างก๊อปปี้ของบลานซ์
“10,684!”
“17,413!”
แทนยกแขนขึ้นบังเปลวเพลิงที่พุ่งเข้ามาโจมตีแต่มันก็ไม่สามารถป้องกันอะไรได้
“เวร...มาถึงก็ซัดมาเลยนะ!”เสียงบ่นดังขึ้นพร้อมๆ กับ Ai ของลินเริ่มใช้คาถาเพิ่มพลังให้เขาทั้งสองคน
“เมจิก!” การ์ดเพิ่มพลังระดับ 12 ดาวถูกเรียกใช้งานทันทีหลังจากนั้นพลังชีวิตของแทนและบลานซ์ก็ฟืนคืนมาจำนวนหนึ่ง
“+9,014!”
“+9,631!”
“ไอเทม!” เอ็ดเวิร์ดใช้การ์ดไอเทมเพิ่มพลังให้กับแทน
“+5,000!”
“เมจิก!” ขณะที่เงาของลินใช้การ์ดอีกหนึ่งใบเป้าหมายของสกิลนี้คือแทน การ์ดเวทมนต์ที่จะเพิ่มพลังโจมตีให้กับเป้าหมาย...เบรฟ
เมื่อได้รับผลของคาถาที่ว่าร่างของแทนก็เปล่งแสงสีแดงระเรื่อคันศรยูกิเนโกะสีขาวสะอาดที่ถืออยู่ในมือทรงพลังขึ้นกว่าเดิม ชายหนุ่มกำลังเตรียมพร้อมที่จะเข้าโจมตีบอสที่อยู่ตรงหน้าการต่อสู้นี้ต้องจบก่อนที่จะหมดเวลา 15 นาที เพราะหากก๊อปปี้ของลินและบลานซ์สลายไปเมื่อใด การกำจัดบอสน่าจะกลับกลายเป็นถูกบอสกำจัดเนื่องจากเลเวลของบอสที่มากกว่าแทนเกินกว่าสี่สิบเลเวล...และมากกว่าเอ็ดเวิร์ดเกือบหนึ่งร้อยเลเวล
“ซัมมอน!” ก๊อปปี้ของลินเรียกใช้การ์ดซัมมอนที่มีเพียงไม่ถึง15 ใบในเด็คของเธอ การ์ดบอสระดับ 14ดาวที่ได้มาจากปราสาทในสายหมอกโนเมนีลิสบอสผู้เฝ้าหอคอยหนึ่งในสองที่คอยพิทักษ์ประตูที่จะเปิดไปหาบอสราชาผู้ถูกหลงลืมการ์ดที่เมื่อถูกเรียกใช้จะต้องทิ้งการ์ดเมจิก 2ใบในมือและใช้ MP จำนวน 30หน่วยในการเรียกใช้...ดาร์กไลท์ซอเซอเรอร์ จอมเวทแฝดผู้เป็นดั่งแสงสว่างและความมืด
“ฮีล! (Heal)” เสียงหนึ่งดังขึ้นพร้อมกับพลังของร่างก๊อปปี้ที่กำลังรับการโจมตีจากบอสถูกฟื้นคืน
“ความมืดปกคลุมดวงตาถูกเย็บปิดด้วยหนามแหลม ลมหายใจหยุดลงพร้อมเสียงเต้นของหัวใจ...” เสียงหนึ่งเริ่มร่ายเวท ทั้งสองอย่างที่กำลังเกิดขึ้นนั้นมาจากผลของการ์ดซัมมอนที่ถูกเรียกใช้...ดาร์กไลท์ซอเซอเรอร์

ไม่เพียงแต่ร่างเงาของลินที่เรียกใช้การ์ดซัมมอนร่างก๊อปปี้ของบลานซ์เองก็เรียกใช้การ์ดซัมมอนเช่นกัน
“ซัมมอน! ซัมมอน!” เงาของบลานซ์เรียกใช้การ์ดซัมมอนเผ่าอัศวินสองตนในขณะที่เขาเรียกใช้การ์ดอยู่นั้นการโจมตีของฟินิกซ์โถมเข้าใส่ตลอดเวลาแต่ก็เป็นก๊อปปี้ของลินและเอ็ดเวิร์ดที่ช่วยเพิ่มพลังให้กับร่างนั้น และจะมีบ้างในบางครั้งที่ได้รับการเพิ่มพลังจากซัมมอนที่ลินเรียกออกมา
“ซัมมอน!” ก๊อปปี้ของบลานซ์เรียกใช้การ์ดอีก1 ใบ มอนสเตอร์ 2ตัวที่ปรากฏออกมาก่อนสาลายไปทันที และเมื่อสิ้นเสียงนั้นซัมมอนระดับ 15 ดาวก็ปรากฏออกมา การ์ดอัศวินที่แข็งแกร่งที่สุดของบลานซ์ แบกเดอร์มากัสการ์ดบอสจากปราสาทในสายหมอกโรเมนิริส
และเมื่อแบกเดอร์มากัสปรากฏตัวออกมาการ์ดอีก 2ใบก็ถูกเรียกออกมาจากเด็คของเขาการ์ดนักรบและอัศวินที่ถูกเรียกออกมาด้วยพลังของการ์ดกษัตริย์แบกเดอร์มากัสราชาผู้ถูกหลงลืม
นาดัสผู้ไร้ความดีระดับ 11 ดาว และเฮลเบลดไนท์ฟากัสอัศวินระดับ 12 ดาวของเขา เพราะการ์ดทั้ง 30 ใบที่สุ่มมาจากเด็คของบลานซ์นั้นไม่มีการ์ดมาลาฟินระดับ 14 ดาวอยู่ เฮลเบลดไนท์จึงถูกเรียกออกมาแทนอัศวินดำผู้มีดาบปีศาจแห่งขุมนรกที่จะมีเวลาอยู่ในสนามเพียง 1 นาที แต่ร่างนั้นจะเป็นอมตะและโจมตีใส่ศัตรูโดยไม่คิดจะป้องกันด้วยดาบที่มีเสียงโหยหวนดังมาตลอดเวลา



ราชาผู้ถือดาบใหญ่ปรากฏกายออกมาพร้อมประกายแสงและเงาดำที่ห่อหุ้มชุดเกราะสีดำเงาปลาบหมวกที่มีเขาคล้ายวัวกระทิงปรากฏอยู่ตามมาด้วยนักรบอันแข็งแกร่งและอัศวินอีกอย่างละ1 ตน
นาดัสผู้ไร้ความดีที่แห่งหุบเขาคนบาปนักรบมืดผู้สวมชุดเกราะเบาและปรากฏกายพร้อมมอนสเตอร์เผ่าสัตว์ป่าเสือเขี้ยวดาบเซเบอร์ทูธระดับ 7 ดาว
และสุดท้าย...อัศวินในชุดเกราะสีดำสนิทผู้ถือดาบยักษ์ที่มีวิญญาณวนเวียนอยู่รอบๆพร้อมกับเสียงร้องโหยหวนที่ดังอยู่ตลอดเวลา ใบหน้าใต้หมวกเกราะมีเพียงควันสีดำและดวงตาสีแดงเลือดที่ส่องประกายผ่านความมืดและเมื่อร่างนั้นถูกอัญเชิญก็ไม่รอช้ามันวิ่งไปยังฟินิกซ์ที่บินอยู่บนท้องฟ้าพร้อมกับใช้แรงกระโดดอันมหาศาลทะยานขึ้นไปบนอากาศเพื่อฟาดฟันศัตรูตรงหน้าก่อนที่เวลา1นาทีที่ถูกปลดปล่อยจากขุมนรกจะหมดไป...การโจมตีอันรุนแรงราวเพลิงดำจากนรก
“กลอรี่เบลด! บลัดดี้รีเวนจ์!”
เสียงจากระบบแจ้งท่าที่มอนสเตอร์อีก2ตนที่บลานซ์เรียกออกมาใช้โจมตีศัตรูและหลังจากสิ้นเสียงนั้แบกเดอมากัสก็ฟาดดาบลงกับพื้นก่อนให้เกิดประกายแสงสีดำพุ่งขึ้นจากพื้นเป็นแนวยาวในขณะที่นาดัสนั้นเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วจนสายตามมองตามไม่ทัน ในวินาทีที่ร่างของนักรบเงาตนนี้หยุดนิ่งคมมีดคู่ในมือก็โจมตีต่อเนื่องนับสิบๆครั้งใส่ผู้ฟินิกซ์ที่กำลังหยุดชะงักจากการโจมตีจากดาบนรกของเฮลเบลดไนท์
“9,473!” “5,431!” “5,419!”
“14,542!” “5,403!” “9,454!”
“5,478!” “14,136!” “5,452!”
“9,471!” “5,463!” “5,463!”
“5,485!” “5,422!” “14,290!”
“5,411!” “9,463!” “5,447!”
ถึงร่างก็อปปี้ของบลานซ์จะมีพลังไม่มากนักและเมื่ออัญเชิญมอนสเตอร์ออกมาจะทำให้ค่าพลังของมอนสเตอร์ที่ถูกเรียกออกมาไม่มากเท่าร่างจริงของเขาแต่ด้วยความแข็งแกร่งของการ์ดเองแล้วก็ทำให้มันสร้างความเสียหายที่รุนแรงไม่น้อย
ผู้เล่นเงาโจมตีและสนับสนุนในขณะที่แทนและเอ็ดเวิร์ดพูดคำเดียวกันออกมาโดยไม่ได้นัดหมาย วาจาแห่งการเรียกใช้การ์ดแห่งอาณาเขต และนามแห่งพลังอันยิ่งใหญ่...
“แอเรีย!”
“แอเรีย!” เสียงแทนและเอ็ดเวิร์ดตะโกนเรียกใช้การ์ดอันทรงพลังแบบไม่ได้นัดหมาย
หลังสิ้นเสียงของแทนและเอ็ดเวิร์ดการ์ดแอเรียของทั้งสองเริ่มแสดงผลบางสิ่งกำลังทะยานลงมาจากกลางเวหา เพียงพริบตาเจ้าสิ่งที่ว่าก็ใช้ขาสองข้างขนาดยักษ์เยียบลงบนพื้นหินทำให้พื้นถึงกับสั่นสะเทือน ทะเลแมกม่าเดือดพล่านพร้อมทั้งปะทุอยู่รอบบริเวณขาหน้าสองข้างของมันราวกับแขน มันมีขนาดเล็กกว่าขาหลังเกือบสามเท่าปีกสีดำทั้งสี่ที่เป็นโลหะสีดำขยับตัวเบาๆ ทำให้เกิดเสียงระรัว