ผ่านพิธีศพของประธานเกาหยางไปได้ไม่นาน บริษัทผลิตอาหารแปรรูปจินหยางก็มีประกาศออกมาสามฉบับตามพินัยกรรมของประธานเกาหยางที่ได้เขียนเอาไว้ก่อนที่จะเสียชีวิต
ประกาศฉบับแรกเป็หนังสือสั่งปลดสำนักงานทนายความหลิงให้ออกจากการเป็ทนายความประจำตระกูลและที่ปรึกษาทางกฎหมายของบริษัทออกทั้งหมด โดยให้สำนักทนายความของฝานเสิ่นเข้ามารับ่แทน
ประกาศฉบับที่สอง หุ้นและทรัพย์สินส่วนตัวของประธานเกาหยางจะมอบให้กับเกาจิ้งหยวนและเกาจิ้งฮวาทั้งหมด แต่เนื่องจากเกาจิ้งหยวนและเกาจิ้งฮวายังไม่บรรลุนิติภาวะ จึงขอมอบหมายให้กัวหยางจิ่น กัวจื่อลี่ และทนายฝานเสิ่นเป็ผู้ดูแลมรดกไปก่อน จนกว่าเกาจิ้งหยวนกับเกาจิ้งฮวาจะมีอายุครบยี่สิบสองปี ผู้แทนทั้งสามคนจึงจะมอบอำนาจและสิทธิ์ขาดทั้งหมดคืนให้กับทายาททั้งสอง
ประกาศฉบับที่สามเรียกถอนหุ้นของบริษัทในชื่อของเกาหย่าซินและเกาหรงคืนทั้งหมด เพราะเกาหรงไม่ใช่บุตรสาวและไม่มีความสัมพันธ์ใดกับประธานเกาหยาง อีกทั้งก่อนหน้านี้เกาหย่าซินได้ทำการหย่ากับประธานเกาหยางเป็ที่เรียบร้อยแล้ว โดยประธานเกาหยางไม่ได้มอบทรัพย์สินใดให้กับอดีตภรรยา เพราะเธอถูกฟ้องหย่าในข้อหาคบชู้ ดังนั้นเกาหย่าซินและเกาหรงจึงไม่มีสิทธิ์ในทรัพย์สินของตระกูลเกาอีก และไม่สามารถใช้แซ่เกาได้อีกต่อไป
ทั้งนี้ทนายฝานได้แสดงหนังสือหย่าพร้อมหลักฐานการนอกใจของเกาหย่าซินเปิดเผยต่อสาธารณชนผ่านทุกช่องทางและทุกสื่อที่มีในประเทศ พร้อมทั้งผลตรวจ DNA ของเกาหรงที่ระบุว่าเธอไม่ได้มีความสัมพันธ์ทางสายเืกับประธานเกาหยาง แต่บิดาที่แท้จริงของเธอคือเหวินหรงจุนเ้าของธุรกิจท่องเที่ยวชื่อดังที่อดีตเคยเป็ลูกน้องของแก๊งมาเฟีย เมื่อสาธารณชนเห็นหลักฐานดังกล่าวทุกคนจึงได้ข้อสรุปทันทีว่าข้อหาคบชู้ของเกาหย่าซินนั้นคือเื่จริง
“กรี๊ดดดดดด เกาหยาง ตายไปแล้วทำไมคุณยังมาทำเื่ให้ฉันต้องขายหน้า ข้อตกลงการหย่าคุณก็ไม่ได้พูดไว้อย่างนี้ ทำไมฉันไม่จัดการคุณให้ตามนังเยว่จินไปั้แ่แต่งงานกันใหม่ๆ นะ ฉันคงใจอ่อนเกินไปถึงได้ปล่อยให้คุณมาทำร้ายฉันกับลูกอย่างนี้” ซ่งหย่าซินใช้ไม้กอล์ฟฟาดไปที่รูปแต่งงานของเธอกับเกาหยางจนแตกละเอียดเต็มพื้นห้อง
“คุณหยุดโวยวายก่อนเถอะน่า” เหวินหรงจุนเตือน
“จะให้ฉันหยุดได้ยังไง คุณรู้ไหมว่าทรัพย์สินของเกาหยางมีมากเท่าไหร่ หุ้นในบริษัทนั่นอีก ต่อไปนี้ฉันคงไม่ได้นั่งเป็รองประธานบริหารอีกต่อไปแล้ว” ซ่งหย่าซินะโใส่เหวินหรงจุนอย่างไม่เก็บอาการ “ตอนเซ็นหนังสือหย่าฉันมันพลาดไปเอง ที่ฉันไปหลงเชื่อว่าเขาจะแบ่งมรดกมาให้ฉันกับลูก ตอนนี้นอกจากไม่ได้อะไรแล้วฉันยังต้องมาถูกคนขุดประวัติอีก”
“ในมือผมมีหุ้นอยู่ 20% มากพอที่จะให้คุณเข้าไปนั่งเป็คณะกรรมการบริหารได้ ถึงจะไม่ใช่ตำแหน่งใหญ่โตเหมือนเดิมก็เถอะ” เหวินหรงจุนพูดด้วยน้ำเสียงสบาย
“จริงหรือคะ” ซ่งหย่าซินหยุดโวยวายได้ทันที
“ก่อนหน้านี้ผมให้คนกระจายซื้อหุ้นมาเก็บไว้ได้ มันก็ไม่ได้มากมายอะไร แต่ก็มากพอที่คุณจะเข้าไปเป็คณะกรรมการบริหารได้ อีกอย่างคุณอย่าลืมสิว่าในท้องของคุณยังมีลูกชายของเราอยู่ เื่ทรัพย์สินกับหุ้นของเกาหยางคงจะมอบให้เด็กแฝดสองคนนั้นทั้งหมดไม่ได้หรอก”
“อาจุน ยังเป็คุณที่รอบคอบเหมือนเดิมเลยนะคะ” ซ่งหย่าซินล้มตัวลงไปอยู่ในอ้อมกอดของเหวินหรงจุนอย่างดีใจ
ปัง! เสียงเปิดประตูดังขึ้นจนเหวินหรงจุนและซ่งหย่าซินสะดุ้งขึ้นสุดตัว
“แม่ ทำไมแม่ถึงเป็คนแบบนี้ แม่ไปคบชู้กับคนเลวๆ อย่างนี้ได้ยังไง แม่รู้ไหมว่าเป็เพราะแม่ ตอนนี้เวลาที่หนูเดินไปไหนก็มีแต่คนมอง มีแต่คนต่อว่า บางคนถึงขนาดกับะโว่าหนูเป็ลูกชู้...”
เพียะ! เสียงตบหน้าดังขึ้น เกาหรงใมาก เพราะแต่ไหนแต่ไรมา แม่ไม่เคยลงไม้ลงมือกับเธอมาก่อน แต่วันนี้แม่ถึงกับตบหน้าเธอต่อหน้าผู้ชายแปลกหน้าซึ่งเธอไม่มีทางเรียกเขาว่าพ่ออย่างแน่นอน
“ดีค่ะ แม่ตบหนูเลย อยากจะทำยังไงก็เชิญ ตอนนี้หนูมันไม่เหลืออะไรแล้ว หนูไม่มีหน้าออกไปเจอใครอีกแล้ว”
“หรงหรง แม่ขอโทษ”
“หรงหรง ลูกจะต่อว่าแม่อย่างนี้ไม่ได้ ทุกอย่างที่แม่ทำไปก็เพราะลูก ส่วนพ่อ...” เหวินหรงจุนพูดยังไม่ทันจบ
“แกเป็ใคร แกไม่ใช่พ่อของฉัน พ่อของฉันคือประธานเกาหยาง ฉันไม่มีพ่ออย่างแก” เกาหรงพูดอย่างไม่ยอมรับ “เป็แค่อดีตมาเฟียยังคิดที่จะมาเป็พ่อของฉันอย่างนั้นหรือ ฉันไม่มีพ่อแบบนี้”
“หรงหรง ลูกจะพูดกับพ่ออย่างนั้นไม่ได้นะ” ซ่งหย่าซินร้องห้าม
“พอเถอะคุณ” เหวินหรงจุนห้ามภรรยาก่อนที่จะหันไปมองหน้าลูกสาวด้วยความไม่พอใจ “แกไม่อยากยอมรับว่าฉันเป็พ่อแกฉันก็เข้าใจ แต่มันก็หนีความจริงไปไม่ได้หรอกว่าเืในตัวแกก็คือเืของฉัน ต่อไปแกก็ต้องเปลี่ยนมาใช้แซ่เหวินของฉัน และแม่ของแกก็ต้องมาจดทะเบียนและใช่แซ่เหวินร่วมกับฉัน หรงหรง แกปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าแกคือลูกของฉัน แกจำเอาไว้”
เหวินหรงจุนเป็คนที่ทำอะไรรวดเร็ว เขาใช้เวลาไม่กี่วันก็จัดการจดทะเบียนกับซ่งหย่าซิน ที่ตอนนี้ต้องเปลี่ยนมาใช้แซ่เหวินเป็เหวินหย่าซิน รวมถึงเกาหรงที่ต้องเปลี่ยนมาใช้ชื่อเหวินหรงด้วยเหมือนกัน และเหวินหรงจุนยังแสดงผลตรวจการตั้งครรภ์ของเหวินหย่าซินผ่านสื่อต่างๆ เพื่อแสดงให้เห็นว่าเกาหยางยังมีทายาทอีกหนึ่งคนที่มีสิทธิ์ในมรดกของเขา ไม่ได้มีเพียงแค่เกาจิ้งหยวนกับเกาจิ้งฮวาเท่านั้น
“เหวินหรงจุนแก้เกมได้เร็วมาก แต่เราจะมั่นใจได้ยังไงว่าเด็กในท้องเป็ลูกของอาหยางจริงหรือเปล่า” ทนายฝานพูดกับอู๋ต้าฉิง
“มันก็ต้องไม่ใช่อยู่แล้ว” อู๋ต้าฉิงถอนหายใจ
“ทำไมนายถึงมั่นใจอย่างนั้นล่ะ”
“ก็เพราะอาหยางเป็หมันน่ะสิ”
“หรือว่าตอนที่อาหยางเข้ามารักษาอาการนิ่วในกระเพาะปัสสาวะนั่น...” ฝานเสิ่นพูดอย่างใ
“ใช่ ตอนนั้นเขามาทำหมัน แต่ก็ไม่อยากให้คนอื่นรู้ ฉันก็เลยต้องบอกคนอื่นไปว่าเขาเป็นิ่ว” อู๋ต้าฉิงถอนหายใจอีกรอบ “นี่ถ้าพวกเรารู้ว่าหย่าซินท้องั้แ่ก่อนหน้านี้ ฉันก็คงจะแนะนำอาหยางให้โชว์ผลการรักษาของเขาไปแล้ว”
“ตอนนี้ก็ทำได้ไม่ใช่หรือ ก็แค่เผยแพร่ออกไปเลยไม่เห็นจะยาก นายจะคิดมากทำไม” ฝานเสิ่นพูดอย่างไม่เข้าใจ
“ยังไม่ต้องทำตอนนี้หรอกครับคุณอา” เกาจิ้งหยวนเดินเข้ามาในห้องทำงานของอู๋ต้าฉิง “ผมต้องขอโทษด้วยนะครับที่เข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต”
“พูดอะไรอย่างนั้นล่ะ หลานเข้ามานั่งก่อนเถอะ แล้วนี่มาคนเดียวหรือ” อู๋ต้าฉิงถามอย่างใจดี
“ผมมาคนเดียวครับ ก็พอดีเข้ามาทันได้ฟังคุณอาพูดถึงเื่ของคุณพ่อกับน้าหย่าซิน”
“ทำไมหลานถึงบอกว่ายังไม่ต้องเผยแพร่ข่าวเื่ที่พ่อของหลานเป็หมันออกไปล่ะ” ฝานเสิ่นถามอย่างสงสัย
“เพราะผมไม่อยากให้เื่มันจบไปง่ายๆ น่ะสิครับ รอให้ผมพร้อมและเป็ผู้ใหญ่กว่านี้เสียก่อน คนที่ทำกับพ่อและแม่ของผม ผมอยากให้พวกเขาได้ชดใช้และรับรู้ถึงความสูญเสียเหมือนกับที่ผมกับน้องได้รับเสียก่อนน่ะครับ” เกาจิ้งหยวนตอบ
“หลานอยากให้อาทำอะไรต่อไปล่ะ” ฝานเสิ่นถาม
“ยังไงคุณอาก็เป็ผู้ดูแลมรดกแทนผมกับน้องอยู่แล้ว เื่ค่าใช้จ่ายและค่าเลี้ยงดูเด็กคนนั้นก็ให้เท่ากับพวกผมไปก่อนก็ได้ครับ ผมจะกลับไปคุยกับลุงใหญ่กับป้าสะใภ้ให้เอง” เกาจิ้งหยวนยิ้มตอบ “รอให้ผมกลับมาดูแลมรดกเต็มตัวเสียก่อน หลังจากนั้นผมจะหาทางให้พวกเขาเอาเงินก้อนนี้กลับมาคืนให้ได้ รับรองว่าคุ้มค่าแน่นอนครับ”
อู๋ต้าฉิงกับฝานเสิ่นนิ่งฟังและแอบใอยู่เงียบๆ การสูญเสียพ่อไปในเวลากะทันหันมันทำให้เด็กผู้ชายอายุแค่สิบห้าปีเยือกเย็นและมีความน่าเกรงขามได้ถึงขนาดนี้เลยหรือ
“เอาเถอะ อารู้ว่าเสี่ยวหยวนคงมีแผนอยู่ในใจอยู่แล้ว ถ้าอยากให้พวกอาช่วยอะไรก็บอกมา อาทั้งสองคนเต็มใจช่วยเราเสมอ อ้อ...ลูกสาวบุญธรรมของอา เธอบอกว่าเธอสนิทกับหลานมากเลย” อู๋ต้าฉิงส่งยิ้มอย่างมีเลศนัยให้กับเกาจิ้งหยวน
เกาจิ้งหยวนยิ้มอย่างไม่อาย “ผมมาหาคุณอาเพราะเื่เจินเจินนี่ล่ะครับ ผมขออนุญาตคบกับเจินเจินได้ไหมครับ ผมรู้ว่าพวกเราอายุยังน้อย ดังนั้นผมกับเจินเจินถึงอยากคบกันให้อยู่ในสายตาผู้ใหญ่”
“เสี่ยวหยวนโตแล้วจริงๆ” อู่ต้าฉิงตอบยิ้มๆ