สวี่ฮุ่ยอี๋อึ้งไปในตอนแรกแล้วก็ได้สติขึ้นมาทันที “เจี่ยนหรานเคยผ่านการทรยศและทำร้ายแบบนั้นสามปีมานี้ไร้ที่พึ่งพา หากเธอไม่เข้มแข็งสักหน่อย แล้วเธอจะอ่อนแอให้ใครดูกัน”
ทันทีที่พูดจบฉินเยว่ก็ชะงักฝีเท้าหันกลับมามองเธอด้วยสีหน้ามืดครึ้ม
สวี่ฮุ่ยอี๋รีบเสริมทันทีอีกประโยค“เพียงแต่ต่อไปเธอจะมีท่านคอยรักและทนุถนอมแล้ว”
...
ห้องประชุมอยู่ชั้นที่23 แผนกธุรกิจอยู่ชั้นที่19 เมื่อลิฟท์ถึงชั้นที่ 22ประตูเปิดออก หม่าตันน่าของแผนกประชาสัมพันธ์ก็เดินเข้ามา
เจี่ยนหรานไม่ชอบคนอย่างหม่าตันน่าเลยขยับไปด้านข้างหน่อย นิดนึง และไม่ได้คิดจะทักทายอะไร
หม่าตันน่าชายตามองเจี่ยนหรานหันหน้าเข้าหาประตูลิฟท์อีกครั้งเชิดหน้าสูง “มีคนบางคน อย่านึกว่าเปลี่ยนเมืองแล้วเื่ฉาวโฉ่ที่ทำเมื่อก่อนจะไม่มีใครรู้นะ”
เจี่ยนหรานก็ฟังไปงั้นๆไม่คิดจะเปลืองพลังไปแยแสผู้หญิงที่ชอบก่อเื่อย่างหม่าตันน่า
ท่าทางไม่สนใจเลยสักนิดไยดีของเจี่ยนหรานทำให้หม่าตันน่าหัวเสียเธอหันหน้ามาจ้องเจี่ยนหรานอย่างดุร้าย“เจี่ยนหราน เธอรู้หรือไม่ว่าท่านประธานของเราแต่งงานแล้ว?”
เจี่ยนหรานเม้มปากยิ้มบางๆถ้าเธอไม่รู้ว่าฉินเยว่แต่งงานแล้วงั้นยังจะมีใครรู้ได้อีก?
ในใจของหม่าตันน่าคิดจะยั่วยวนฉินเยว่และเชื่อว่าเจี่ยนหรานคงจะทำเช่นเดียวกันดังนั้นจึงพูดอีกว่า “เช้าวันนี้ท่านประธานให้ผู้ช่วยสวี่ส่งอีเมลภายในประกาศกับคนทั้งบริษัทว่าเขาเป็คนที่แต่งงานแล้ว”
วันนี้เจี่ยนหรานยุ่งอยู่กับเื่ของการประมูลบริษัทซิงฮุย ยุ่งจนไม่ได้ดูอีเมลภายในของบริษัทเลยและยังไม่รู้เื่นี้จริงๆ
ตอนนี้รู้แล้วภายในใจเกิดความหวานล้ำบางเบาขึ้นอย่างช่วยไม่ได้
ฉินเยว่บอกว่าเห็นผู้ชายคนอื่นใกล้ชิดกับเธอเขาจะหึงหวง หลักฐานคือเขาประกาศกับทุกคนแต่แรกแล้วว่าเขาเป็คนที่แต่งงานแล้วเพื่อกำจัดเื่รักๆ ใคร่ๆ ทั้งหมด
พอคิดแบบนี้ในใจของเจี่ยนหรานก็ยินดี ยิ้มขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
หม่าตันน่ามีความเพ้อฝันที่ทำไม่ได้จริงลมๆแล้งๆ กับฉินเยว่ เช้าวันนี้พอเห็นอีเมลว่าฉินเยว่เขาแต่งงานแล้วใจก็เลยผิดหวังมาก
หลังจากซึมเศร้ามาครึ่งค่อนวันคิดจะลากใครสักคนมาเศร้ากับตนเองด้วยพอมีความคิดเช่นนี้ ก็นึกถึงเจี่ยนหราน
เธอคิดจะให้เจี่ยนหรานได้ลิ้มลองความรู้สึกที่แบบเธอเคยได้ลองมาบ้างไหนเลยจะรู้ว่าเจี่ยนหรานจะแสดงความรู้สึกเรียบเฉยเช่นนี้เลยยิ่งทำให้เธอโกรธขึ้นมาจริงๆ
หม่าตันน่าโกรธจนขยี้เท้าบดอย่างแรงกัดฟันคิดว่า ตอนนี้ยังทำอะไรเจี่ยนหรานไม่ได้ แต่ต้องมีสักวันเธอจะต้องหาหลักฐานมาจัดการกับเจี่ยนหรานได้ทำให้เจี่ยนหรานหยิ่งยโสเช่นนี้อีกไม่ได้
...
เพราะมีบทเรียนของเมื่อวานวันนี้หลังจากเจี่ยนหรานเลิกงานแล้วก็ไม่ได้ชักช้ารีบกลับบ้านให้เร็วที่สุดหวังว่าจะสามารถทำอาหารเสร็จก่อนที่ฉินเยว่จะเลิกงานได้ไม่ให้เขาต้องทนหิวอีก
ตอนไปซูเปอร์มาร์เก็ตซื้อวัตถุดิบมาทำอาหารเจี่ยนหรานโทรหาฉินเยว่
ตอนเจี่ยนหรานโทรมาฉินเยว่กับผู้บริหารระดับสูงหลายคนรวมตัวกันเปิดประชุมชั่วคราวอยู่
เขายกมือส่งสัญญาณให้ทุกคนเงียบจึงรับโทรศัพท์ “มีอะไร?”
เจี่ยนหรานพูดว่า“ฉันอยู่ที่ซูเปอร์มาร์เก็ตคุณมีอะไรที่ไม่ชอบทานหรือเปล่า?”
ฉินเยว่ตอบเสียงเรียบ“ผมไม่เลือกทานอะไรก็ได้ คุณจัดการตามความเหมาะสมก็พอได้เลย”
ตอนฉินเยว่พูดคำนี้สวี่ฮุ่ยอี๋กับหลิวยงล้วนอยู่ข้างกายของเขาพอทั้งสองคนได้ยินเขาพูดเช่นนี้จึงแลกเปลี่ยนสายตาหันมองกันโดยไม่ได้นัดหมาย
ถ้าบอกว่าท่านประธานของพวกเขาไม่เลือกทานงั้นในโลกนี้เกรงว่าคงหาคนที่เลือกทานไม่ได้อีกแล้ว
ตอนฉินเยว่กลับบ้านเจี่ยนหรานกำลังยุ่งอยู่ในห้องครัว
เธอสวมผ้ากันเปื้อนผมยาวสีดำม้วนเป็มวยตลบขึ้นตามสบายเผยให้เห็น่คอขาวผ่อง ในมือใช้กระทะผัดอย่างคล่องแคล่ว
พอเห็นเธอแบบนั้นก็จินตนาการได้ไม่ยากว่าตอนทำงานเธอจะย่อมโดดเด่นเช่นเดียวกัน
ฉินเยว่มองอย่างใจลอยอยู่ครู่หนึ่งจึงเดินไปที่ห้องครัว“เจี่ยนหราน ผมกลับมาแล้ว”
เจี่ยนหรานหันหน้ามายิ้มบางๆ“คุณไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน อีกเดี๋ยวก็ทานได้แล้ว”
ฉินเยว่ยืนนิ่งไม่ขยับ“เจี่ยนหราน...”
มือของเจี่ยนหรานเคลื่อนไหวไม่ได้หยุดหันหน้ากลับมามองเขา “มีอะไรหรือคะ?”
“ผมไปเปลี่ยนเสื้อนะ” เดิมทีฉินเยว่จะบอกว่าไม่ต้องให้เธอมาทำอาหารหลังจากเลิกงานเขาให้คุณป้าทำอาหารเตรียมไว้ก็ได้แต่ว่าในใจรู้สึกว่าได้ทานอาหารที่ภรรยาทำเองกับมือก็ไม่เลวเหมือนกัน
ลักษณะของบ้านในใจเขาคือเลิกงานกลับถึงบ้านมาได้ทานอาหารร้อนๆที่ภรรยาทำเองกับมือ ไม่ใช่อะไรก็ให้คุณป้าทำอาหารมาเตรียมให้ทุกอย่าง
เจี่ยนหรานเตรียมกับข้าวสามอย่างน้ำแกงหนึ่งอย่างมีไก่ต้มกับน้ำจิ้ม เนื้อผัดหัวหอม รากบัวผัด แถมยังมีน้ำแกงจืดหมูสับใส่เห็ดเข็มทอง
ตอนเที่ยงเห็นอาหารที่ฉินเยว่ทานล้วนแต่เป็อาหารรสอ่อนเจี่ยนหรานเดาว่าเขาคงชอบอาหารรสอ่อนเลยทำอาหารง่ายๆ หลายอย่างแบบนี้
ฉินเยว่เจี่ยนหรานเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จก็ออกมาอาหารขึ้นถูกจัดบนโต๊ะเรียบร้อยแล้วเหลือบไปเห็นเห็นหัวหอมบนโต๊ะสดชามหนึ่งด้วยเขาก็ขมวดคิ้วน้อยๆ ด้วยความสงสัย แต่ว่าเพียงพริบตาก็ทำเหมือนไม่มีเื่อะไรเจี่ยนหรานเองก็ไม่ทันได้รับรู้
เจี่ยนหรานเธอเอาตักน้ำแกงขึ้นมาให้ฉินเยว่ถ้วยหนึ่งก่อน“ยุ่งมาทั้งวัน ดื่มน้ำแกงถ้วยหนึ่งก่อนเถอะ”
“ได้” ฉินเยว่รับถ้วยมา ดื่มเบาๆ คำหนึ่ง
แล้วเจี่ยนหรานก็คีบหัวหอมวางลงในชามข้าวของฉินเยว่อีก“หัวหอมช่วยบำรุงสุขภาพ คุณทานเยอะๆ หน่อย”
"ได้"ฉินเยว่พยักหน้า
แต่เขากลับไม่ได้ทานข้าวทันทีทว่าค่อยๆ ดื่มน้ำแกงก่อน
เขาดื่มน้ำแกงหมดถ้วยหนึ่งก็เติมอีกถ้วยหนึ่งและยังทานไก่ต้มกับน้ำจิ้มและรากบัวไปหลายชิ้นแต่ไม่ได้แตะต้องหัวหอมกับข้าวชามนั้นที่เจี่ยนหรานคีบกับข้าวให้
เจี่ยนหรานสังเกตเห็นแล้วแล้วก็ก้มศีรษะหน้าทานข้าวคำโตๆด้วยความเ็ปในใจนิดหน่อยๆ
เจี่ยนหรานรับรู้ได้ก้มศีรษะทานข้าวคำโตๆ เ็ปในใจนิดหน่อย
ทานข้าวเสร็จฉินเยว่รับหน้าที่ล้างชาม เจี่ยนหรานก็ไม่ได้พูดอะไร หันกายเดินกลับห้อง
เธอรู้ชัดๆว่าความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับฉินเยว่ยังไม่ได้สนิทชิดเชื้อถึงระดับนั้นแต่ว่าพอเห็นกับข้าวที่ตนเองคีบให้ถูกเมินขนาดนั้นยังก็อดไม่ได้ที่จะเสียใจ
แต่ว่าพอคิดดูให้ถี่ถ้วนอีกทีแล้วการแต่งงานของพวกเขาไม่ได้มีพื้นฐานความรักใดๆก็แค่การแต่งงานเพื่อแต่งงานเท่านั้น
ถึงพวกเขาจะเป็สามีภรรยากันแล้วแต่ทั้งสองคนล้วนก็ยังไม่เข้าใจอีกฝ่ายซึ่งกันและกันและยังไม่ได้สนิทสนมกันจนถึงขั้นที่คีบกับข้าวให้อีกฝ่ายได้ เธอไม่ระวังเองแหละ
ต่อไปในการดำเนินชีวิตในภายภาคหน้าเธอจะพยายามให้เกียรติแก่เขาเท่าที่จะทำได้จะไม่มีการกระทำล้ำเส้นอีกเด็ดขาด
หลังจากคิดได้แล้วเจี่ยนหรานก็ไม่คิดถึงเื่คีบกับข้าวเมื่อกี้อีก
เธอเปิดคอมพิวเตอร์เตรียมดูรายงานความก้าวหน้าความคืบหน้าของโครงการซิงฮุยอย่างถี่ถ้วนอีกครั้งวันศุกร์นี้จะเป็วันเปิดประมูลคนมากมายยุ่งกันมานานขนาดนี้จะให้มีความผิดพลาดไม่ได้เด็ดขาด
เจี่ยนหรานเพิ่งจะเปิดไฟล์มือถือที่วางอยู่ด้านข้างก็ดังขึ้น
พอเจี่ยนหรานมองดูเห็นว่าเป็หลิงเฟยอวี่ เพื่อนสนิทของเธอโทรมา เมื่อรับสายก็ได้ยินหลิงเฟยอวี่คำรามเป็ฟืนเป็ไฟว่า“ยัยเด็กบ้า เธอไปตายที่ไหนแล้ว? ทำไมย้ายบ้านแล้วไม่บอกฉันเลยสักคำ?เธอคิดจะให้ฉันใตายใช่ไหม?”
หลิงเฟยอวี่เป็ทั้งเพื่อนสมัยมัธยมปลายและมหาวิทยาลัยตอนแรกที่เจี่ยนหรานถูกทอดทิ้งให้โดดเดี่ยวก็มีเพียงเธอที่ยืนอยู่ข้างกายเจี่ยนหราน
เมื่อเจี่ยงหรานตัดสินใจมาหาความก้าวหน้าที่เจี่ยงเป่ยหลิงเฟยอวี่แม้แต่คิดก็ยังแทบไม่ต้องคิดอะรก็ลากกระเป๋าเดินทางเรียบง่ายใบหนึ่งตามมาเป็เพื่อนเจี่ยนหรานออกจากเมืองหลวงที่เจริญรุ่งเรืองมาถึงมายังเมืองเจียงเป่ยนี้ด้วย
เธอเป็ห่วงว่าเจี่ยนหรานอยู่คนเดียวจะทำเื่โง่ๆเดิมคิดจะมาเป็เพื่อนเจี่ยนหรานสักสองเดือนรอจนเจี่ยนหรานอยู่ตัวแล้วค่อยกลับเมืองหลวง