บทที่ 4
ศิษย์พี่ใหญ่หยางเกา
คำ่คืนเงียบสงบเยว่ฉีเปรยตามองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นเงาตะคุ่มของแนวไม้สั่นไหวไปมาคล้ายมีอะไรเคลื่อนผ่านก็ให้สงสัย นางพลันนึกศิษย์น้องเล็กิหลันที่หลังจากศิษย์พี่ใหญ่จากไป นางก็เริ่มปลูกต้นไม้ดอกไม้ทีละต้นโดยไม่กล้าใช้พลังเซียนเลยสักนิด “ตอนนี้นางจะกลับเรือนนอนหรือยังน่ะ” เยว่ฉีกล่าวด้วยน้ำเสียงกังวลขึ้นหลายส่วน
ในเวลานี้นางตัดสินใจแล้ว ไม่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจะเป็ความจริงหรือความฝันนางก็จะไม่ขวนขวายหาความจริง สิ่งที่เกิดขึ้นในยามนี้ทำให้นางมีความสุขเหลือเกินเหตุใดต้องดิ้นรนหาความจริงเล่า เยว่ฉีค่อยๆลุกขึ้นด้วยท่าทีสง่าประดุจหงส์ย่างกราย
พื้นราบแห่งหนึ่งในหุบเขาเหลียงซาน
หญิงสาวร่างน้อยยังคงขยับแขนไปมา ดวงหน้าเล็กแสดงถึงความอ่อนล้าเต็มที แต่ก็ไม่อาจหยุดพัก หญิงสาวคล้ายไม่สนใจสิ่งรอบข้างจุดมุ่งหมายเดียวของนางคือปลูกต้นไม้ให้เสร็จภายในเร็ววัน เพราะมีบางสิ่งที่นางจะต้องทำอย่างเร่งด่วน
" หยุดเถิดิเอ๋อร์ " เสียงนุ่มลึกดังขึ้นมาจากด้านหลัง เ้าของเสียงในยามนี้ดูต่างจากเมื่อตอนกลางวันนัก ผมปล่อยสลวยลอยล่องไปกับสายลม อีกทั้งยังดวงตาที่ดูอบอุ่นนั้นช่างไม่เหลือเค้าโครงศิษย์พี่ใหญ่จอมเ้าระเบียบเลยสักนิด
หรู่หลันหันมองไปหาต้นเสียงด้วยท่าทีเหนื่อยล้า สบตาเพียงครู่ก็หันหลังตอบบุรุษชุดขาวด้วยเสียงแ่เบา “ศิษย์พี่ใหญ่กลับไปพักผ่อนเถิด” ตอนนี้นางค้านจะต่อปากต่อคำกับใครทั้งสิ้น ใจมุ่งแค่จะปลูกให้เสร็จเร็ววันเลยบอกปัดศิษย์พี่ใหญ่อย่างขอไปที
หยางเกาเห็นิหลันเอ่ยขึ้นโดยมิหันกลับมามองตนแม้แต่น้อย ใจก็เริ่มวิตกขึ้นหลายส่วน ‘นางโกธรข้าหรือ’
“ิเอ๋อร์เ้าโกธรพี่อยู่หรือ” หยางเกาขยับกายเข้ามาใกล้ิหลันพร้อมโน้มหน้าลงมาให้อยู่ระดับเดียวกันกับนาง พอิหลันได้ฟังจึงหันหน้าเหงยขึ้นตอบ ่จังหวะนั้นใบหน้าทั้งสองห่างกันเพียง่ฝามือ ิหลันจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาของหยางเกาพลันรู้สึกว่ามีอะไรมาััที่แก้มนางจึงหลุบตาลงมามอง ‘อ่อ เส้นผมศิษย์พี่นี้เอง ชักจั๊กจี้แล้วสิ’
ิหลันร่นตัวถอยหลังกลับมา่แขนหนึ่ง ให้พ้นระยะปรอยผมของเขา หยางเกาก็เช่นกันเขาเอนตัวกลับมายื่นตรงเช่นเดิม ยามนี้มุมปากยกขึ้นเล็กน้อยจนแทบจะมองไม่เห็น
ิหลันลุกยืนปัดดินที่มืออย่างเกียจคร้านแล้วเอ่ยขึ้น “ศิษย์พี่ใหญ่คิดมากแล้ว ข้าจะโกธรท่านได้อย่าง”
“ิเอ๋อร์” หยางเกาเอ่ยนำ้เสียงกดดันขึ้นหลายส่วน
“ถ้างั้นอะไรทำให้ศิษย์พี่ใหญ่คิดว่าข้าโกธรเล่า ตัวข้ามิได้โกรธเคืองท่านแม้แต่น้อย ข้ามิรู้ว่าจะหาข้ออ้างใดมาแก้ต่างคำพูดท่านแล้ว” ิหลันล้มตัวนั่งลงอีกครั้ง ความเหนื่อยล้าทำให้นางมิอยากจะโต้ตอบหยางเกาเลยสักคำ เป็เื่จริงที่นางไม่ได้โกธรหยางเกานางเข้าใจกฎที่ท่านอาจารย์ตั้งขึ้น หากผิดก็ต้องถูกลงโทษ นางเตรียมใจรับโทษั้แ่คิดกลอุบายนี้ขึ้นมาแล้วด้วยซ้ำ นางคิดแค่ว่า 'ถ้าจับได้ก็ลงโทษถ้าไม่ได้ก็ถือว่าข้าได้กำไรล่ะ' ถ้านางจะโกธรคงไปโกธรจิ้นสิงเสียมากกว่า
หยางเกาล้มตัวนั่งลงข้างๆนางพลางกล่าวว่า “ตอนนี้มิมีผู้ใดอยู่ แต่เ้าก็ยังเรียกข้าว่าศิษย์พี่ใหญ่” ิหลันยกคิ้วขึ้นเหมือนจะเข้าใจความหมายที่หยางเกาสื่อ ก่อนเอ่ยขึ้นเสียงใส
“เกาเกา ข้ามิได้โกรธเคืองท่าน” ิหลันตอบด้วยรอยยิ้ม
ที่มาของชื่อนี้คงเมื่อหลายพันปีก่อน ตอนที่ิหลันยังเด็กเวลานั้นนางชอบทะเลาะกับจิ้นสิงเื่ใครเด็กกว่ากัน เวลาที่นางเถียงสู้จิ้นสิงไม่ได้ก็วิ่งร้องไห้มาฟ้องศิษย์พี่ใหญ่ทุกครั้ง ศิษย์พี่ใหญ่ในตอนนั้นดูสง่าไม่แพ้ตอนนี้เลยสักนิด ใบหน้าก็เต็มไปด้วยรอยยิ้มอบอุ่นอยู่เสมอ ศิษย์พี่ใหญ่ชอบโอบกอดนางไว้ที่อกอีกมือหนึ่งพลางลูบหัวไปมา แถมยังพูดกรอกหูบอกข้อดีของการเป็ศิษย์น้องเล็กอย่างมากมาย จนนางเริ่มโอนอ่อนตามคำพูด ศิษย์พี่ใหญ่เลยเอ่ยคำหนึ่งออกมา
‘งั้นจากนี้ไปข้าเรียกเ้าว่า ิเอ๋อร์ ก็แล้วกัน’ ิหลันได้ฟังเช่นนั้นก็รีบดีดตัวออกจากออกอกของหยางเกาทันที
‘ไม่ ข้ามิให้ใครเรียก ข้ามิชมชอบชื่อนี้’ เ้าตัวเล็กลุกขึ้นได้ก็ท้าวเอวพูด คางเชิดขึ้น อันที่จริงตอนนั้นน่าจะเรียกว่าหักคอขึ้นเผชิญหน้าเสียมากกว่า นางไม่ชมชอบคำนี้เลย แต่ก่อนท่านอาจารย์เคยเรียกนาง แล้วจิ้นสิงก็เรียกตามพอนางโวยวายจิ้นสิงก็ตอบกลับมาเพียงว่า ข้าเรียกตามท่านอาจารย์ ท่านอาจารย์เรียกเ้าอย่างไร ข้าก็จะเรียกเ้าอย่างนั้น เหตุผลก็เถียงสู้ไม่ได้กำลังยิ่งไม่ต้องพูดถึง นางทำอะไรจิ้นสิงไม่ได้จึงไปโวยวายท่านอาจารย์แทน เื่วุ่นวายนี้เกิดขึ้นพักใหญ่จึงเงียบหายไป จนิหลันคล้ายจะลืมไปแล้ว
หยางเกาได้เพียงยิ้มแล้วตอบด้วยเสียงอ่อนโยน ‘ิเอ๋อร์ก็น่าฟังดีมิใช่หรือ’
‘ถ้าท่านเรียกข้าว่า ิเอ๋อร์ข้าจะเรียกท่านว่า เกาเกา มิเชื่อก็ลองดู’ เด็กสาวตัวเล็กเถียงสู้ไม่ถอย
‘น่าฟังทีเดียว งั้นถือว่าเป็ข้อตกลงระหว่างเรา’ หยางเกาเอ่ยพลันยิ้นขึ้น ิหลันได้แต่ตกตลึงคาดไม่ถึงว่าศิษย์พี่ใหญ่จะตกปากรับคำ
‘ศิษย์พี่ใหญ่ล้อข้าเล่นแล้ว ข้าจะเรียกท่านว่า เกาเกา ได้เช่นไร คร้านข้าจะถูกท่านอาจารย์ลงโทษเสียเปล่าๆ’ น้ำเสียงและท่าทีของิหลันนอบน้อมขึ้นหลายส่วน เห้อ ศิษย์พี่ใหญ่รับมือยากกว่าจิ้นสิงเสียอีก นางคงมิอาจสร้างศัตรูเพิ่ม
หยางเกายิ้มรับเช่นเดิม ‘งั้น่ที่ไม่มีใคร เ้าเรียกข้า เกาเกา ข้าเรียกเ้า ิเอ๋อร์ ก็แล้วกัน’ หยางเกาพูดเสร็จก็หายตัวจากไป หลังจากนั้นเมื่ออยู่ด้วยกันสองคน หยางเกาก็จะเรียกิหลันว่าิเอ๋อร์ แรกๆนางก็โมโหบอกไม่ให้เรียกเช่นนี้ แต่พอนานวันเข้านางจึงโต้ตอบด้วยการเรียกเกาเกากลับ แล้วก็เป็เช่นนั้นเรื่อยมา
เมื่อหยางเกาได้ยินนางเรียกชื่อลับระหว่างกันก็เบาใจขึ้นหลายส่วน พลันเกิดความคิดเลอะเทอะขึ้นมากมาย ‘ิเอ๋อร์ของข้าโตขึ้นมากแล้ว เข้าใจความหมายที่ข้า้าจะสื่อ ข้าควรแสดงออกให้ชัดเจนกว่านี้ดีหรือไม่ ควรจะเริ่มอย่างไรดีมิให้นางใ’ ความคิดมากมายถูกส่งผ่านทางสายตา สายตาของหยางเกาที่จ้องมองมายังิหลันตอนนี้ช่างหวานเยิ้มดังบุรุษจ้องมองคนรัก
ิหลันจ้องสายตาที่หยางเกาส่งให้ก็รู้สึกแปลกๆจึงเอ่ยปากไล่ “ท่านกลับไปก่อนเถิด”
“ข้าจะอยู่ช่วยเ้า” หยางเกาไม่ยอมถอยกลับไปง่ายๆ
“ข้าจะไปแช่น้ำที่น้ำตกก่อนกลับเรือนนอน ท่านกลับไปก่อนเถิด พี่รองเยว่ฉีบอกว่าข้าโตแล้วมิอาจให้ท่านไปเฝ้าเหมือนเคยได้” ิหลันเอ่ยมาด้วยเสียงสดใส ศิษย์พี่รองเยว่ฉีกล่าวย้ำเตือนนางเื่นี้ตลอดจะละเลยไม่ได้
หยางเกาขมวดคิ้วเหมือนไม่เห็นด้วย ถึงเขาไปเฝ้านางแต่ก็ไม่เคยล่วงเกินสักครั้ง ทุกครั้งหยางเกาจะหันหลังให้นางตลอด หยางเกากำลังจะเอ่ยแย้งิหลันก็พูดขัดขึ้นมาเสียก่อน
“ท่านมิต้องห่วงจิ้นสิงเอาหินมาถมแอ่งน้ำให้ข้าแล้ว ตอนนี้น้ำตื้นเพียงเอวข้า ข้ามิจมแน่” ิหลันตอบเสียงใส นางเข้าใจสิ่งที่หยางเกากังวล
หยางเกาได้ยินเช่นนั้นก็ขมวดคิ้วมากขึ้น “จิ้นสิงช่างห่วงไยเ้านัก” หยางเกาพูดเสียงแข็ง ด้วย่อายุที่ห่างกัน อีกทั้งหน้าที่ที่ต้องแบกรับทำให้เขาไม่อาจอยู่กับนางได้ตลอดเวลา ชีวิติหลันส่วนใหญ่จึงอยู่กับจิ้นสิง นั้นเป็สิ่งที่หยางเกาคิดไม่ตกนับวันเขายิ่งเก็บอาการหึงหวงไม่อยู่ เมื่อเจอเหตุการณ์แบบนี้เขาทำได้แค่หายตัวไป ครั้งนี้ก็เช่นกันถึงอารมณ์หึงหวงปะทุจนแทบอยากจะเก็บิหลันไว้กับตนไม่ให้ไปไหนแต่ก็ทำเช่นนั้นไม่ได้ หยางเกาทำได้เพียงหายตัวไปโดยไม่บอกกล่าวเช่นเคย