ตอนที่ 3: คำสั่งแห่งพราย NC++
ความมืดมิดค่อยๆ คืบคลานเข้ามากลืนกินความสลัวรางยามโพล้เพล้ของบ้านไม้เก่าหลังทรุดโทรมของลุงเดชอย่างเงียบงัน เสียงนกแสกส่งเสียงร้องทุ้มต่ำน่าเกรงขามแว่วมาจากยอดไม้ใหญ่โบราณหลังบ้าน ประหนึ่งเสียงระฆังส่งสัญญาณสิ้นสุดวันและต้อนรับการมาเยือนของยามราตรี ลมตะวันตกพัดกระโชกผ่านร่องฝาไม้กระดานที่ผุพัง ส่งเสียงหวีดหวิวคล้ายเสียงคร่ำครวญโหยหวนของวิญญาณเร่ร่อนที่ทนทุกข์ทรมานอยู่ใต้ท้องน้ำยมอันหนาวเหน็บลึก
ลุงเดชนั่งนิ่งอยู่บนแคร่ไม้ไผ่เก่าๆ กลางห้องโถงสลัว สองมือกุมศีรษะที่ล้านเลี่ยนและเต็มไปด้วยริ้วรอยปูดโปนแห้งกรัง ชายชราสั่นเทาไปทั้งร่างด้วยความหวาดผวาอันลึกล้ำที่เกาะกินจิตวิญญาณของเขามาตั้งแต่รุ่นปู่รุ่นทวด ปมบาปหนหลังและการสาปแช่งระหว่างตระกูลของเขากับวิญญาณพรายน้ำผู้อาฆาตรัญจวนยังคงตามหลอกหลอนคอยทวงชีวิตและราคะดิบไม่มีวันสิ้นสุด ทุกชั่วอายุคนในครอบครัวของเขาต่างต้องสังเวยชีวิตจมหายลงไปในคุ้งน้ำวนแห่งนั้น และยามนี้ความตายก็กำลังคืบคลานเข้าใกล้ตัวเขาเข้ามาทุกที ความอบอุ่นอันบางเบาที่คิวและฝ้ายทิ้งไว้ก่อนลากลับจากไปบัดนี้มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความเย็นเยียบที่ค่อยๆ แผ่ซ่านเข้ามาในเนื้อหนังของเขาจนปวดกระดูก
แสงจันทร์นวลสลัวส่องลอดหน้าต่างไม้กระดานเก่าเข้ามาทาบทับพื้นไม้กระดานเปื่อยๆ จนเกิดเงาร่างบิดเบี้ยวคล้ายมืออสูรกาย ลุงเดชพยายามหลับตาลงเพื่อหลบหนีความกลัวที่เกาะกุม ทว่าหูของเขากลับยิ่งแว่วเสียงกระฉอกแผ่วเบาของน้ำปะทะตลิ่งโคลนดังถี่ขึ้นเรื่อยๆ คล้ายมีใครบางคนกำลังลากน้ำเปียกโชกเดินขึ้นตลิ่งตรงมาที่บ้านของเขา กลิ่นดินโคลนเน่าและกลิ่นเปียกชื้นของสายน้ำยมค่อยๆ แผ่กระจายตัวเข้ามาในห้องโถงสลัวอย่างหนาแน่นและรวดเร็ว
ทันใดนั้น ลมพายุวูบใหญ่พัดกระโชกปะทะบานหน้าต่างไม้ดังปัง! พร้อมกับกลิ่นหอมระรวยรุนแรงชวนเวียนศีรษะของดอกลำเจียกเปียกน้ำอวลตลบขึ้นมาในทันที กลิ่นนั้นหอมอุ่นทว่าหนาวเยือกกระตุกประสาทและคุกคามจนลุงเดชรู้สึกหายใจติดขัดแน่นหน้าอกจนต้องอ้าปากสูดอากาศ
ผิวเนื้อนุ่มละมุนปนเย็นเฉียบปานน้ำแข็งของหญิงสาวปริศนาทาบทับลงบนแผ่นหลังของลุงเดชอย่างเงียบงัน ลำแขนขาวซีดเปียกโชกเอื้อมมาโอบรอบไหล่เหี่ยวย่นของชายชราจากทางด้านหลัง ความเปียกชื้นจากท่อนแขนซึมผ่านเสื้อผ้าฝ้ายสีซีดจนเขาสะดุ้งสุดตัว พร้อมน้ำเสียงแหบพร่าชวนสยิวที่กระซิบสั่งข้างหูว่า
“อยากตายคามือข้าเหมือนบรรพบุรุษแกไหม ไอ้เดช...”
คำกระซิบนั้นเย็นยะเยือกเสียดแทงลึกเข้าไปในแก้วหู ปลุกกระแสความกลัวและเสน่หากระสันอันวิปริตให้แล่นริ่วไปตามแนวกระดูกสันหลังของลุงเดช ชายชราสะดุ้งตัวโยน ขนลุกเกรียวไปทั่วสรรพางค์กาย ร่างกายพลันชาหนึบแข็งทื่อราวกับถูกแช่แข็งในสายน้ำลึก ขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวไม่ได้แม้แต่ปลายนิ้วมือ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีดเมื่อเขาพยายามหันใบหน้าหยาบกร้านไปมองผู้ที่อยู่เบื้องหลังด้วยความยากลำบาก
ใบหน้าสวยหยาดเยิ้มของสตรีโบราณซุกไซ้คลอเคลียอยู่ข้างแก้มสากของแก ลิ้มเลียหยาดเหงื่อที่ผุดพรายออกมาด้วยความสยิว เธอคือ รัญจวน ในร่างจริงของผีพรายน้ำกระหายรัก ร่างของเธอเปียกโชกไปด้วยน้ำยมสีเข้มส่องประกายเลื่อมพลายราวเกล็ดปลา ผิวขาวซีดอมเขียวบางจุดจนมองเห็นเส้นเลือดสีน้ำเงินจางๆ ชัดเจนภายใต้แสงจันทร์ที่สาดส่อง เรือนผมดำสลวยยาวเหยียดเปียกน้ำสยายแผ่กว้างตลบอบอวลไปทั่วแผ่นหลังและทาบทับลงบนเนื้อตัวของลุงเดช กายสาวสวมเพียงผ้าแถบสีทองเก่าๆ ที่เปียกชุ่มแนบเนื้อจนเน้นให้เห็นอกอวบอัดกลมโตชูเต้าชี้ชันเด่นชัด ยอดปทุมถันสีเข้มเปียกชุ่มสั่นไหวระริกตามจังหวะหายใจ นัยน์ตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยเพลิงแค้นและไฟราคะลี้ลับที่ไม่มีวันดับมอด
“อึก... แม่... แม่รัญจวน...” ลุงเดชละล่ำละลักเรียกด้วยความหวาดผวา ลมหายใจหอบสั่นสะท้านจนอกกระเพื่อม
“ข้าสั่งให้แกทำอย่างไร...” รัญจวนกระซิบตอบ น้ำเสียงแผ่วหวานทว่าน่าสะพรึงกลัว นิ้วมือเรียวยาวเปียกชื้นลูบไล้จากลำคอเหี่ยวย่นลงมายังหน้าอกของลุงเดช บดขยี้แผ่นอกสากด้วยความสิเน่หาอันป่าเถื่อน สัมผัสลูบไล้ของเธอนำพากระแสราคะลึกลับที่จุดไฟตัณหาในกายของชายชราให้ลุกโชนขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง “เหตุใดแกถึงทำท่าจะขัดขืนคำสั่งข้า... อยากให้ข้าฉีกเนื้อแกสังเวยคุ้งน้ำวนเสียตอนนี้เลยดีไหม หรืออยากจะสมสู่เริงสวาทกับข้าจนขาดใจตายคาอกเหมือนปู่แกล่ะ”
“ข้า... ข้าเปล่า... ข้าขายที่ดินให้พวกมันแล้ว... วันนี้ไอ้คิวมันมาตกลงราคาแล้ว...” ลุงเดชอ้อนวอนขอชีวิตด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ร่างกายของเขาร้อนระอุขึ้นมาอย่างประหลาด ความตระหนกตกใจปะทะเข้ากับกิเลสตัณหาดิบที่ถูกพลังจิตของนางพรายปลุกเร้า แก่นกายเหี่ยวย่นภายใต้ผ้าขาวม้าผืนเก่าพลันขยายตัว พองโต และตื่นตัวแข็งขืนขึ้นมาอย่างรวดเร็วและรุนแรงจนปูดโปนร้อนผ่าวขัดกับอายุขัย ชายชราครางเครือในลำคอด้วยความเสียวซ่านระคนหวาดผวาสุดขีด
รัญจวนหัวเราะคิกคักแผ่วเบาในลำคอ เสียงหัวร่อนั้นสะกดวิญญาณลุงเดชให้ตกอยู่ในอำนาจสะกดโดยสิ้นเชิง หล่อนดึงร่างซูบผอมของลุงเดชให้ล้มลงนอนหงายราบบนพื้นไม้กระดานเรือนเก่าที่ชื้นแฉะไปด้วยหยดน้ำโคลนที่หลั่งไหลจากกายหล่อน รัญจวนก้าวขึ้นมาคร่อมเหนือหน้าขาของชายชรา สองเข่ากดทับต้นขาหนีบของเขาไว้แน่นหนาจนกระดูกส่งเสียงลั่นเบาๆ
นางพรายสาวเอื้อมมือลงไปดึงปมผ้าขาวม้าของลุงเดชให้หลุดออก เผยให้เห็นตัวตนร้อนผ่าวที่ชูชันเกร็งสั่นสู้ลมหนาว รัญจวนยิ้มหยาดเยิ้มด้วยความกระสัน หล่อนยกมือขึ้นปลดปมผ้าแถบสีทองเปียกชื้นที่พันธนาการอกอวบตูมออก ทิ้งผ้าเก่าลงบนพื้นเรือนอย่างไม่ใยดี ปล่อยให้อกคู่งามเต่งตึงชูชันเปลือยเปล่าท้าทายแสงจันทร์ ยอดถันสีเข้มสั่นระริกตามแรงหายใจกระชั้นชวนให้เกิดอารมณ์เสียวซ่าน
หล่อนขยับสะโพกกลมกลึงก้าวขึ้นมาทับจุดยุทธศาสตร์ สองมือเรียวบางซีดขาวกุมลำเอ็นร้อนผ่าวกระสันของลุงเดชชี้ทิศทาง ก่อนจะกดสะโพกบดเบียดสอดเสียบแท่งเนื้อร้อนปูดโปนเข้าสู่ร่องรักเปียกแฉะตอดรัดขมิบถี่ระรัวของหล่อนทันทีจนสุดโคน!
“อ๊า... ไอ้เดช...”
รัญจวนครางแผ่วเสียงหวานหยาดเยิ้มปนสะพรึง หล่อนแอ่นสะโพกรับและเริ่มขยับโยกขย่มสะโพกกลมกลึงอย่างร้อนอาจและป่าเถื่อนใต้อาคมพราย ร่องรักเปียกชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำสวาทใสบีบรัดลำเอ็นร้อนระอุแน่นหนาตอดรัดขมิบถี่ยิบตลอดยามขยับเคลื่อนไหว รสรักอันดุร้ายและบ้าคลั่งของพรายน้ำยมโถมกระแทกกระทั้นเข้าใส่ลุงเดชอย่างไร้ความปรานี เสียงเนื้อกระทบเนื้อเปียกชื้นดังประสานไปกับเสียงครางสั่นพร่าของชายชราที่บิดส่ายหัวไปมาบนพื้นไม้กระดานเปื่อยๆ ด้วยความเสียวซ่านลึกซึ้งเกินพรรณนา
ลุงเดชเบิกตากว้างมองภาพอกอวบเต่งตึงสั่นกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะขย่มกระแทกอันดุดันของรัญจวน ความเสียวสะท้านแล่นพล่านสยิวกิเลสสู้กับความสะพรึงกลัวในดวงวิญญาณ ชายชราไร้เรี่ยวแรงจะขัดขืน ปล่อยให้ร่างเปียกชื้นและเย็นเฉียบปานน้ำแข็งของพรายน้ำบดเบียดและตักตวงกามารมณ์จากร่างกายของตน รัญจวนก้มลงมาทาบทับทรวงอกอวบอัดเบียดเสียดแนบชิดกับอกของชายชรา ใบหน้างามสะคราญบดจูบริมฝีปากของลุงเดชอย่างดุดันหิวกระหาย ลิ้นเย็นเฉียบสอดแทรกเข้ามาพัวพันดูดดึงน้ำลายและไอชีวิตของแกผ่านริมฝีปากอย่างตะกรุมตะกราม
จังหวะสะโพกของหล่อนยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น ตอกกระแทกถี่กระชั้นจนเสียงน้ำรักกระฉอกกระฉาดดังฉ่ำๆ ลำเอ็นร้อนผ่าวของลุงเดชถูกร่องเนื้อเย็นเฉียบของนางพรายกลืนกินจนสุดโคน บีบรัดขมิบถี่ราวกับต้องการบดขยี้และสูบกลืนทุกหยดแห่งชีวิต รัญจวนเอียงคอครางเสียงหวานปนเสียงหัวเราะแผ่วเบา ดวงตาสีดำมืดสนิทจ้องมองใบหน้าซีดเผือดของชายชราด้วยความกระหาย
“หึ... ช่างเป็นอาหารว่างที่หอมหวานนัก... ไอ้เดช... พลังชีวิตของแกยังเหลืออีกมาก...” หล่อนกระซิบเสียงเย็นเยือกใกล้ใบหู แล้วกัดจิกลงบนหัวไหล่ของเขาอย่างแรงจนเลือดไหลซึม ลิ้นเย็นเฉียบเลียเลียคราเลือดนั้นพร้อมกับดูดกลืนไออุ่นแห่งชีวิตเข้าไปในร่างของตน
ลุงเดชครางเครือ ร่างกายสั่นระริกอย่างควบคุมไม่ได้ แก่นกายที่แข็งขืนถูกบีบรัดและดูดกลืนอย่างไม่ปรานี ความร้อนในท้องน้อยถูกดึงออกไปทีละน้อย กลายเป็นความเย็นเฉียบที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง ดวงวิญญาณของเขาเริ่มสั่นไหว ถูกพลังพรายดึงดูดเข้าหาอย่างช้าๆ แต่แน่วแน่ รัญจวนขย่มสะโพกแรงขึ้นอีก ยกสะโพกสูงแล้วกระแทกลงมาสุดแรง เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังปังๆ ต่อเนื่องไม่ขาดสาย อกอวบอิ่มสั่นระริก ยอดถันสีเข้มเสียดสีกับอกผอมของชายชรา
“อ๊ะ... อ๊าาา...” ลุงเดชอ้าปากครางเสียงดังลั่นด้วยความเสียวซ่านสุดขีดที่ปะปนกับความหวาดกลัว น้ำตาไหลอาบแก้ม ร่างชราบิดดิ้นใต้ร่างนางพรายแต่ไร้เรี่ยวแรงจะผลักไส รัญจวนหัวเราะคิกคัก แล้วก้มลงดูดจูบริมฝีปากของเขาอีกครั้ง ลิ้นเย็นเฉียบดูดกลืนลมหายใจและพลังชีวิตอย่างตะกละตะกลาม ขณะที่ร่องรักของหล่อนยังคงบีบรัดขมิบถี่ ดูดกลืนน้ำกามและวิญญาณไปพร้อมกัน
จังหวะการขย่มยิ่งเร่งเร็วและดุร้ายขึ้นเรื่อยๆ ราวกับพายุร้าย ร่างเย็นเฉียบของนางพรายเริ่มเปล่งแสงเรืองรองสีเขียวจางๆ ขณะที่พลังวิญญาณของลุงเดชถูกสูบออกมาอย่างต่อเนื่อง ใบหน้าของชายชราซีดเผือดลงทุกขณะ ดวงตาเริ่มพร่าเลือน แต่ความเสียวซ่านในร่างกายยังคงพุ่งทะลักไม่หยุดยั้ง รัญจวนแอ่นตัวขึ้น มือทั้งสองกุมอกของตนเองบีบคลึงอย่างมัวเมา แล้วกระแทกสะโพกลงมาสุดแรงอีกหลายครั้ง จนน้ำรักพุ่งทะลักออกมาจากร่องเนื้อเย็นเฉียบ ชุ่มฉ่ำไปทั่วโคนขาของชายชรา
สะโพกของนางพรายยังคงโยกขย่มบดขยี้กระทุ้งลงมาถี่ยิบไม่ยอมหยุด เสียงน้ำรักกระฉอกเปียกแฉะดังสะท้อนก้องห้องโถง ลุงเดชรู้สึกถึงความเสียวซ่านสยิวจนแก่นกายสั่นสะท้านร้อนระอุแทบจะระเบิด ความปวดเกร็งแล่นริ่วถึงจุดสุดยอดอย่างรวดเร็วภายใต้แรงบีบรัดตอดระรัวของหลุมสวาท
“อ๊าาา... ไอ้เดช... ปล่อยมาให้ข้า... ให้ข้าให้หมด...” หล่อนครางเสียงหวานหยาดเยิ้ม ร่างกายสั่นระริกด้วยความเสียวสุดขีด ขณะที่พลังวิญญาณของลุงเดชถูกดูดกลืนเข้าไปในร่างของหล่อนอย่างรวดเร็ว ร่างชราใต้ร่างนางพรายสั่นสะท้านครั้งใหญ่ แล้วปล่อยน้ำกามพุ่งทะลักเข้าไปในร่องรักเย็นเฉียบของหล่อนอย่างสุดแรง...
รัญจวนขมิบตอด กลีบแคมรักดูดซับกลืนกินน้ำรักร้อนผ่าวของชายชราจนหมดสิ้นหยดสุดท้าย พร้อมกับดึงสูบพลังชีวิตและลมหายใจส่วนสำคัญของลุงเดชผ่านริมฝีปากที่ประกบแน่น ร่างของลุงเดชผอมแห้งซูบซีดพลันโรยแรงลงไปในพริบตา ผิวหนังเหี่ยวแห้งติดกระดูก แววตาโรยราอ่อนล้าจนแทบไม่มีพละกำลังประคองสตินอนสั่นระรัวรวยรินค้างอยู่บนพื้นห้องโถงอันหนาวเหน็บโดยสมบูรณ์
หลังจากเสร็จสิ้นกามกิจและได้รับพลังชีวิตสังเวยราคะสมประสงค์ รัญจวนขยับสะโพกลุกขึ้นยืนก้าวถอยห่างจากร่างของชายชราอย่างเย็นชาไร้ความปรานี หล่อนก้มลงหยิบผ้าแถบสีทองเก่าเปียกชื้นขึ้นมาพันรัดทรวงอกอวบงามเข้าที่เดิมอย่างใจเย็น จัดระเบียบร่างกายและเสื้อผ้าของตนให้เรียบร้อย ยืนจ้องมองร่างของลุงเดชที่นอนหอบหายใจรวยรินอยู่แทบเท้าด้วยแววตาอาฆาตเยียบเย็นแฝงแสงสีแดงวาวฉายประกายชัดเจนในความมืด
หล่อนพูดด้วยน้ำเสียงแหลมสูงเฉียบขาดก้องกังวานสะท้านห้องโถงว่า
“รีบเอาสัญญายัดใส่มันซะ... ก่อนที่น้ำร่านพรายจะเน่าคาท้องแก!”
สิ้นเสียงเฉียบขาดอันเย็นเยือก เงาร่างเปียกชื้นของรัญจวนก็พลันสลายตัวแปรสภาพกลับกลายเป็นมวลสายน้ำโคลนสีเข้มเปียกนองไหลนองซึมลงสู่ใต้พื้นซอกไม้กระดาน รวดเร็วและเงียบงันหายลับไปในความมืดมิด ทิ้งไว้เพียงกลิ่นดอกลำเจียกเปียกน้ำอวลโชยหนาแน่นชวนอึดอัด และร่างของลุงเดชที่นอนเบิกตาโพลงทรมาน อ่อนแรงสั่นเทาอยู่บนพื้นไม้กระดานที่เปียกชุ่มด้วยคราบน้ำพราย ท่ามกลางเสียงพายุลมตะวันตกที่พัดหวีดหวิวคุกคามนอกตัวบ้านอย่างไร้ที่พึ่งพิงใดๆ...
---