เมื่อขึ้นชื่อว่าเป็พรรคของนักรบที่เป็เสมือนป้อมปราการของแคว้นย่อมมีการฝึกทุกวันั้แ่เช้ามืดจนถึงดึกเหล่านักรบชุดดำตื่นั้แ่ตะวันยังไม่ทันทักทายเส้นขอบฟ้าเสียด้วยซ้ำ หลานเยว่เทียนมาอยู่ที่ฉางหวั่นได้สิบสี่วันแล้วเป็สิบสี่วันที่สร้างความปวดหัวให้กับแม่ทัพใหญ่หลิวชิงฟงเป็อย่างมากและไม่มีใครห้ามหลานเยว่เทียนไม่ให้ยุแหย่แม่ทัพหลิวได้เลยสักคน
“ห้ามข้าออกไปข้างนอกยังไม่พอยังต้องมาติดอยู่ในที่แบบนี้อีกรึ” หลานเยว่เทียนบ่นระหว่างที่กลิ้งตัวไปมาอยู่ในห้องภายในห้องนั้นมีคนดูแลสองคนซึ่งหลิวชิงฟงส่งมาเพื่อคุมหลานเยว่เทียนโดยเฉพาะ
“ก็ท่านไปยุแหย่แม่ทัพใหญ่จนไม่เป็อันทำงานแม่ทัพใหญ่ถึงได้สั่งกักตัวท่านเช่นนี้” หลานเยว่เทียนกลอกตาไม่รู้ทำไมหลิวชิงฟงผู้นี้ถึงได้แกล้งแล้วสนุกนักเวลาเขาโกรธเขาจะหน้าแดงหูแดงดูน่ารักมากหลานเยว่เทียนหัวเราะลั่นทุกทีเมื่อแกล้งเขาสำเร็จ
“แม่ทัพของพวกเ้าเวลาโกรธดูน่ารักเสียจริงข้าต้องคิดไว้แล้วสิว่าหลังจากนี้จะแกล้งอะไรเขาดี แต่ทำแบบนี้ก็ไม่ถูกนะกักบริเวณข้าแบบนี้ใช้ได้ที่ไหน” คนที่บ่นอยู่ดีดตัวขึ้นนั่งเสื้อผ้าที่ปกติก็ไม่ค่อยจะปิดอะไรอยู่แล้วเลื่อนจากตำแหน่งเล็กน้อยแต่หลานเยว่เทียนไม่ได้สนใจนั่งเอามือเท้าคางอย่างครุ่นคิด
สิบสี่วันที่ผ่านมาแม้เขาจะถูกจับตามองแต่ก็เล็ดลอดสายตาผู้คุ้มกันไปได้ทุกครั้งยามที่ลอบออกไปข้างนอกรอบๆฉางหวั่นดูสงบมาก แม้จะมีสัตว์ร้ายอยู่มากแต่วี่แววคนน่าสงสัยหรือคนอันตรายก็ไม่มีเลยสถานที่แปลกๆหรือสถานที่ลับตาก็หาไม่เจอแต่หลานเยว่เทียนรู้ว่าสถานที่ลับรอบๆฉางหวั่นยังมีอีกมากแค่เขาไม่ได้รับอนุญาตให้หาเจอก็เท่านั้นแต่ช่างเถอะ มันไม่มีสิ่งที่เขา้าดังนั้นจะมองไม่เห็นก็ไม่เป็ไร
แล้วอยู่มาสิบสี่วันก็เงียบสงบเกินไปแม้ว่าเขาจะชอบไปก่อกวนหลิวชิงฟงอยู่บ่อยๆก็ตาม
“ที่หลังเขตพรรคมีน้ำตกอยู่ใช่หรือไม่ ข้าอยากไปที่นั่น”
“แต่......”
“ข้ายังอยู่ในเขตพรรค แม่ทัพหลิวไม่ว่าอะไรหรอก”ว่าแล้วก็เดินตัวปลิวออกไปข้างนอกที่พักโดยไม่สนเสียงทัดทานของผู้ดูแลน้ำตกที่อยู่ด้านหลังเขตพรรคนั้นได้ยินว่าสวยงามยิ่งนักสามารถไปนั่งฝึกสมาธิที่นั่นได้หลานเยว่เทียนในตอนนี้ชื่นชอบการอยู่กับธรรมชาติและรู้สึกปลอดภัยมากกว่าที่จะอยู่ในที่พักเช่นนั้น
ไอร้อนลอยมากระทบข้างแก้มเมื่อเดินมาใกล้ถึงน้ำตกหลานเยว่เทียนจึงได้รู้ว่าน้ำตกที่นี่เป็น้ำอุ่นที่เหมาะแก่การแช่คลายเมื่อยแล้วน้ำตกที่ว่าก็มีขนาดใหญ่มากจะมากันเป็กลุ่มใหญ่สิบคนก็ยังเหลือพื้นที่อีกมากที่จะใช้แช่น้ำเมื่อเข้าไปใกล้ๆก็จะมีไอร้อนลอยอยู่ทั่ว เหมาะแก่การฟื้นตัวหลังจากที่ฝึกหนักมาทั้งวันเสียจริง
หลานเยว่เทียนปีนขึ้นไปบนโขดหินใหญ่ก่อนจะนั่งอยู่ตรงนั้นดวงตาสีแดงเหลือบไปเห็นร่างคุ้นตาที่กำลังนั่งสมาธิอยู่กลางน้ำตกคนที่มาดูแลหลานเยว่เทียนก็ยืนรออยู่ไกลๆไม่ได้เข้ามาใกล้น้ำตกที่แท้เพราะแม่ทัพหลิวกำลังทำสมาธิอยู่ที่น้ำตกนี่เอง
เขาเองก็รู้จักเวล่ำเวลา เขาจะนั่งดูอยู่ตรงนี้ก็แล้วกัน
เนื่องด้วยว่าเวลาคนที่ทำสมาธิอยู่นั้นหากถูกรบกวนอาจโดนฟาดพลังใส่ได้ง่ายๆหลานเยว่เทียนเองก็ไม่อยากโดนคนผู้นี้แหกอกเท่าไหร่นักจะว่าไปแล้วเพิ่งเคยเห็นเขาไม่สวมชุดเกราะ ท่อนบนเปลือยเปล่าเห็นกล้ามเนื้อชัดมากสวมกางเกงขายาวนั่งขัดสมาธิ ข้างๆน้ำตกมีเกราะและดาบที่เขาวางเอาไว้ร่างโปร่งนั่งหย่อนขาไปทางน้ำตก เท้ามือเอนตัวไปด้านหลังเล็กน้อยเพื่อผ่อนคลายตัวเอง
ไม่อยากจะชมผู้ชายด้วยกันแบบนี้แต่ว่าหลิวชิงฟงเซ็กซี่ชะมัดเพราะแบบนี้หรือเปล่าเขาถึงไม่ยอมถอดเกราะ แต่รูปร่างก็ดีใช่ย่อยไม่น่าอยู่แต่ในชุดเกราะแบบนั้นเลย
เขาไม่ได้เป็เกย์ แต่ในเมื่อมันน่าชมก็ชมไปเถอะน่า
สองชั่วยามผ่านไปหลิวชิงฟงลืมตาขึ้นมาจากการทำสมาธิ สายตามองเห็นร่างของคนที่ตลอดสิบสี่วันที่ผ่านมาสร้างความปวดหัวให้เขาเป็อย่างมากในตอนนี้เ้าของร่างนั้นนอนคว่ำเอามือหนุนต่างหมอนและกำลังหลับสนิท
เพราะไม่มีจิตสังหารตอนที่หลานเยว่เทียนเข้ามาเขาเลยไม่ถูกดึงออกจากการทำสมาธิ และยังไม่ถูกอีกฝ่ายรบกวนอีกด้วย ผมของคนที่หลับอยู่ชื้นนิดๆเพราะไอร้อนจากน้ำตกใบหน้าที่แนบกับแขนติดจะแดงเล็กน้อยรวมถึงร่างกายที่โผล่พ้นอาภรณ์สีม่วงนั้น
นับั้แ่วันนั้น เ้าก็ไม่เหมือนเดิม
เขาจดจำอีกฝ่ายได้ ทั้งความแข็งแกร่งที่ยากเกินกว่าที่เขาจะเอาชนะได้ไหวพริบในการต่อสู้ที่เป็เลิศ ในสนามรบอีกฝ่ายไม่เคยพ่ายแพ้และไม่เคยหวั่นเกรงต่อศัตรูไม่ว่าจะมีมากมายเพียงใดสิ่งเ่าั้เกือบจะมองไม่เห็นจากหลานเยว่เทียนในตอนนี้เว้นก็แต่นิสัยเดิมๆที่ไม่ได้เปลี่ยนไปเลยนับั้แ่ที่รู้จักกันั้แ่เด็กจนโตเขาไม่เคยเอาชนะคนผู้นี้ได้เลย จนกระทั่งวันนั้น....
วันที่เขาปักดาบลงกลางอกอีกฝ่ายจนล้มลงต่อหน้า
ร่างสูงสะบัดหน้าเล็กน้อย ในตอนนี้หลานเยว่เทียนก็ยังเป็ฏจนกว่าเขาจะพิสูจน์ตัวได้อย่าได้ประมาทเป็อันขาด
คนที่หลับอยู่ก็ยังคงแน่นิ่งเช่นเดิมทั้งที่เขาเดินลุยน้ำมาอยู่ตรงหน้าอีกฝ่ายแล้วนี่คงเป็ครั้งแรกที่ได้สังเกตอีกฝ่ายอย่างชัดๆและใกล้ถึงขนาดนี้ยามที่ใส่ชุดเกราะสีเงินช่างดูองอาจและสง่างามผมที่ยาวมักจะรวบสวมกวานดูทะมัดทะแมง พอไม่ได้แต่งกายเช่นนั้นแล้วเขาดูผอมบางผิวเนียนละเอียดดุจน้ำนม ดวงตาสีแดงดูเป็ประกายมากกว่าเมื่อก่อน ผมยาวสลวยปล่อยระตัวสีดำขลับมีกลิ่นหอมอ่อนๆ
จากที่สวมชุดเกราะปกปิดร่างกายป้องกันจากทั่วทุกทิศในวันนี้กลับเปิดโล่งั้แ่หัวจรดเท้าจากที่เคยถือหอกสีแดงฟาดฟันศัตรูบัดนี้กลับถือขลุ่ยสีเงินอันสวยไปไหนมาไหนจนตอนนี้ยังไม่เห็นเขาฝึกวิชาอย่างที่เคยฝึกเลยสักครั้ง
ดอกไม้สีขาวร่วงหล่นจากต้นที่อยู่ใกล้น้ำตกมายังเรือนผมสีดำที่แผ่สยายเต็มหลังที่เปลือยเปล่าไม่รู้ว่าเพราะอะไรมือหนาหยิบดอกไม้ดอกนั้นขึ้นมาแล้วนำมันไปทัดไว้ข้างหูคนที่หลับอยู่กว่าจะรู้ตัวว่าทำอะไรลงไปมือเขาก็หยุดอยู่ข้างแก้มของอีกฝ่ายเสียแล้ว
เขากำลังทำอะไรอยู่
หลิวชิงฟงชักมือกลับก่อนจะเดินไปสวมเกราะแล้วเดินออกไปจากน้ำตกเสียเฉยๆทิ้งหลานเยว่เทียนให้หลับอยู่แบบนั้นโดยที่ไม่ปลุก
“แม่ทัพใหญ่” คนที่หลิวชิงฟงสั่งให้ไปดูแลหลานเยว่เทียนยืนเฝ้าอยู่ด้านนอกน้ำตกคำนับเขาที่เดินมาเขาไม่ได้พูดอะไรมากนอกจากสั่งให้พาหลานเยว่เทียนกลับ
“พาเขากลับ พรุ่งนี้เขาอยากไปไหนก็ให้เขาไป” สั่งเสร็จก็เดินกลับไปยังเรือนของตัวเอง แต่ถึงกระนั้นก็ไม่มีใครกล้าปลุกหลานเยว่เทียนเนื่องด้วยถูกภาพอันงดงามยามหลับของแม่ทัพแห่งเทียนเช่อสะกดเอาไว้จนทำได้เพียงแค่เฝ้ารอให้เขาตื่นขึ้นมาเองเท่านั้น
่สายของวันต่อมา หลานเยว่เทียนได้รับอนุญาตให้ไปที่ไหนก็ได้แต่ยังไม่ทันได้คิดว่าจะออกไปที่ไหนเขาก็มีแขกมาเยี่ยมเสียก่อน
“แม่ทัพหลาน โอรสเทพฟู่ิซ่านมาขอพบขอรับ” หลานเยว่เทียนยิ้มน้อยๆ ในวันที่เขาไปที่วังหลวงอีกฝ่ายไม่ได้ทักทายเขาเนื่องด้วยตำแหน่งที่ต้องดำรงอยู่ในตอนนั้นต้องรอให้ผ่านมาสิบห้าวันเชียวรึกว่าจะมาเยี่ยมเขาได้
“โอรสเทพ ไม่ได้เจอกันนานเลยขอรับ” ร่างสูงโปร่งของฟู่ิซ่านยืนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาเต็มต้นเ้าของชุดสีดำเหลืองสะพายดาบใหญ่เอาไว้ด้านหลังหันมาส่งยิ้มอบอุ่นให้เล็กน้อยก่อนจะดึงหลานเยว่เทียนเข้าไปกอด
“ไม่เจอกันเสียนาน เปลี่ยนไปถึงเพียงนี้เชียวรึ”หลานเยว่เทียนนั้นตัวเล็กกว่าฟู่ิซ่านเล็กน้อยจึงวางคางเอาไว้บนไหล่ของร่างสูงโปร่งพลางกอดตอบ
“ท่านเองก็เปลี่ยนไปเช่นกันขอรับ” ฟู่ิซ่านกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นก่อนจะแกล้งไล้มือของตัวเองลงไปตามแผ่นหลังที่เปลือยเปล่าของหลานเยว่เทียนจนคนที่อยู่ในอ้อมกอดสะดุ้ง
“พี่ิซ่าน!”
“เรียกข้าแบบนี้ั้แ่แรกก็จบแล้ว จะมาโอรสเทพอะไรกัน เรียกเสียเป็คนอื่นคนไกลแล้วแต่งตัวเช่นนี้จะยั่วใครหรืออย่างไร” ร่างสูงเอ็ดพลางดึงหลานเยว่เทียนออกแล้วจับหมุนตรวจดูหลานเยว่เทียนหัวเราะ
“จะให้บุรุษอย่างข้าไปยั่วใครรึหรือท่านเห็นว่ามันไม่เหมาะ” หลานเยว่เทียนเอียงคออย่างสงสัยการแต่งตัวของหลานเยว่เทียนยังคงเดิมแต่วันนี้นั้นมัดรวบผมต่ำๆด้วยเชือกสีม่วงจึงเผยแผ่นหลังอย่างชัดเจนแม้จะมีเครื่องประดับใส่อยู่ก็ตาม
“เปล่า เ้าปลอดภัยเช่นนี้ก็ดีแล้ว” หลานเยว่เทียนพยักหน้า มองเลยไปยังหีบด้านหลังที่ฟู่ิซ่านเอามาด้วย
“ท่านเอาอะไรมาเยอะแยะ จะค้างแรมที่นี่รึ”
“ข้ามาเยี่ยมเ้าถึงฉางหวั่นแล้วยังจะให้ข้ากลับวันนี้รึข้าย่อมต้องค้างแรมที่นี่ให้หายเหนื่อย ส่วนของเหล่านี้ข้านำมาให้เ้า” ฟู่ิซ่านเคาะลงที่หีบสองสามใบ หลานเยว่เทียนกะพริบตาเล็กน้อยเอามาให้เขารึ
“ของเหล่านี้คือ?”
“ของขวัญต้อนรับการกลับมาของเ้า เปิดดูสิ” โอรสเทพเอ่ยบอกเมื่อหลานเยว่เทียนมาหยุดอยู่หน้าหีบหลายใบเขาตะลึงเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ในหีบเ่าั้ มันคือเสื้อผ้าราคาแพง ผ้าไหมเนื้องามมีเครื่องหอมหลายอย่างใส่มาด้วย ของเหล่านี้ไม่ใช่ของสำหรับผู้หญิงหรอกรึ
“พี่ิซ่าน ข้ารับไว้ไม่ได้หรอกขอรับ”
“เ้าจะปฏิเสธน้ำใจของพี่ชายเ้ารึ” ฟู่ิซ่านนั้นหลานเยว่เทียนมองเป็พี่ชายแท้ๆและเป็คนที่คอยช่วยเหลือเขามาตลอดไม่ว่าจะอะไรฟู่ิซ่านก็ยกให้ได้ถ้าเอ่ยปากร้องขอทั้งหน้าตาและฝีมือการต่อสู้เป็เลิศ อีกทั้งยังร่ำรวยมาก ของที่นำมาให้หลานเยว่เทียนในวันนี้ก็มิใช่ของที่จะหาได้ง่ายๆช่างเป็สายเปย์อะไรเช่นนี้
“แต่......”
“เช่นนั้นเ้าก็ร่ำสุราเป็เพื่อนข้าสิถือว่าตอบแทนของขวัญที่ข้ามอบให้” แม้ว่าฉางเอี๋ยนจะเป็ลูกคุณหนูและไม่ค่อยที่จะดื่มสุราแต่ต้องยกเว้นฟู่ิซ่านเอาไว้สักคน หลานเยว่เทียนนั้นถูกเรียกว่าเป็นักดวลเหล้าตัวยงแต่คออ่อนกว่าฟู่ิซ่านเสียอีกต้องเรียกว่าฟู่ิซ่านคือคนคนเดียวที่หลานเยว่เทียนเอาชนะไม่ได้ในหลายๆเื่ทีเดียว
ทั้งการต่อสู้ การรบ การา การศึกษาเล่าเรียนตำราต่างๆล้วนได้ฟู่ิซ่านเป็ผู้ช่วยสอน แต่ไม่ยอมรับว่าตัวเองคืออาจารย์จะยอมเป็พี่ชายท่าเดียว
“เช่นนั้นย่อมได้ขอรับ” จังหวะที่ทั้งสองพูดคุยกันคนที่คุ้นหน้าคุ้นตาก็เดินมา หลิวชิงฟงยังอยู่ในชุดเกราะสีดำเหมือนอย่างเคยเขาประสานมือคำนับฟู่ิซ่านที่ยกมือคำนับเช่นกันด้านหลังหลิวชิงฟงคือลี่ฮุ่ยซิ่วที่ติดตามมาด้วย
“แม่ทัพหลิวข้าเดินทางมาเพราะมีธุระต้องหารือกับท่านและมาเยี่ยมเยว่เทียนไม่ทราบว่าข้าสามารถค้างแรมที่นี่ได้หรือไม่”เนื่องด้วยว่าฟู่ิซ่านนั้นสนิทกับหลานเยว่เทียนมากจึงไม่ได้เอ่ยเรียกหลานเยว่เทียนอย่างเป็ทางการนัก
“ย่อมได้แน่นอน ข้าจะจัดเตรียมที่พักให้ท่านเช่นนั้นเชิญโอรสเทพทางนี้” ฟู่ิซ่านพยักหน้ารับก่อนจะไปได้เอื้อมมือมาขยี้ผมหลานเยว่เทียนก่อน
“เช่นนั้นแล้วหลังหารือเสร็จเรามาร่ำสุรากัน”
“วันนี้แม่ทัพหลิวอนุญาตให้ไปไหนก็ได้วันนี้ข้าไปกับท่านได้ทุกที่ขอรับ” หลังจากที่ฟู่ิซ่านและหลิวชิงฟงเดินจากไปด้วยกันแล้วหลานเยว่เทียนก็สั่งให้คนเอาหีบหลากหลายใบไปเก็บไว้ที่ที่พักของตนพร้อมทั้งลี่ฮุ่ยซิ่วสั่งคนจัดเตรียมที่พักให้โอรสเทพระหว่างพวกเขาทั้งสองหารือกัน หลานเยว่เทียนจะไปเดินเล่นในฉางหวั่นคอยแน่นอนว่าไม่ได้ไปเดินเล่นคนเดียว ย่อมต้องมีผู้ดูแลที่แม่ทัพหลิวส่งมาคอยเดินตามไปด้วยแน่นอนอยู่แล้ว
บนกำแพงของฉางหวั่นหลานเยว่เทียนเคยขึ้นมาที่นี่หนหนึ่งตอนที่มาถึงที่นี่ครั้งแรกแต่เพราะตอนนั้นอากาศแย่เลยมองเห็นรอบๆได้ไม่ไกลนัก แต่วันนี้ท้องฟ้าสดใสสามารถมองเห็นได้ไกลไปจนถึงตัวเมืองที่อยู่ห่างออกไปเกือบหกสิบลี้ได้เพราะฉางหวั่นเป็พรรคนักรบ การฝึกซ้อมจึงค่อนข้างรุนแรง อาณาเขตพรรคจึงใหญ่มากพอๆกับเมืองเมืองหนึ่งเลยทีเดียวเพราะแบบนั้นเลยต้องอยู่ห่างจากตัวเมืองเพื่อความสะดวกในการฝึกซ้อม
กำแพงป้อมปราการสูงมากทีเดียว ตกลงไปไม่ต้องคิดสภาพว่าจะเละแค่ไหนแต่เื่วิชาเหาะเหินเดินอากาศย่อมต้องมีติดตัวอยู่แล้ว ไม่มีปัญหาหากตกลงไป
แต่วิชาก็ต้องอยู่ในระดับสูงอยู่แหละนะหลานเยว่เทียนตกลงไปอาจจะกลับโลกเดิมไปเลยก็ได้
หลานเยว่เทียนยืนอยู่ขอบกำแพงที่มีผนังยกสูงกันไม่ให้ใครตกลงไปสายลมพัดผ่านไปเบาๆไม่มีใครกล้าส่งเสียงเมื่อหลานเยว่เทียนเอาแต่มองไปข้างหน้าราวกับตกอยู่ในห้วงความคิดสิ่งที่คนมองมองเห็นไม่ใช่ใบหน้าที่ยิ้มแย้มหรือดูสนุกสนานเช่นเมื่อครู่แต่เป็ใบหน้าที่ดูโศกเศร้า ดวงตาสีแดงดูหม่นหมอง ดูเหงาอย่างแปลกๆ
เมื่อสองปีก่อนหลานเยว่เทียนกลับมาจากการทำหน้าที่คุ้มกันโอรสเทพฟู่ิซ่านออกนอกเมืองร่างกายนับว่าเหนื่อยล้าสาหัสทีเดียวเพราะไม่ได้พักผ่อนเสียหลายวันการลอบสังหารโอรสเทพเกิดขึ้นทุกวันจะประมาทไม่ได้อย่างเด็ดขาดทันทีที่กลับมาถึงเทียนเช่อกลับได้รับสารรายงานวางอยู่บนโต๊ะ
เนื้อหาในสารบอกถึงการรวมคนเพื่อสร้างทัพฏและสถานที่ที่ได้รวมกองทัพนั้นหลานเยว่เทียนคิดว่ามันเป็เื่ล้อเล่นแต่จะปล่อยผ่านไม่ได้จึงได้รีบรุดหน้าไปยังสถานที่นั้นโดยที่ไม่ได้พาผู้ติดตามหรือรองแม่ทัพไปด้วย
แต่เมื่อมาถึงกองทัพฏที่ว่ากลับเป็เพียงชาวไร่ชาวนาที่มีจำนวนคนไม่ถึงสามร้อยคนเท่านั้นพวกเขาไม่ได้ดูมีพิษมีภัยหรือว่ารู้เห็นเกี่ยวกับกองทัพฏ แต่ยังไม่ทันที่จะได้พูดคุยหรือสอบถามถึงที่มากองทัพในชุดเกราะสีดำที่นำโดยแม่ทัพใหญ่หลิวชิงฟงก็ได้เข้ามาล้อมเอาไว้พร้อมทั้งประกาศราชโองการเื่การกวาดล้างกองทัพฏและมีคำสั่งให้ถอดหลานเยว่เทียนออกจากตำแหน่งแม่ทัพและปะาเขาที่เป็ผู้นำทัพฏนั้น
หลานเยว่เทียนรู้สึกตกตะลึงมากเพราะเขาเพิ่งได้รับสารเื่กองทัพฏไม่ถึงหนึ่งชั่วยามด้วยซ้ำนั่นทำให้เขารู้ว่าเขานั้นถูกใครบางคนล่อให้มาติดกับที่วางเอาไว้และยังส่งคนที่ยึดมั่นเื่ความถูกต้องและน้อมรับราชโองการขององค์จักรพรรดิยิ่งกว่าใครอย่างหลิวชิงฟงมาแต่เขาจะยอมตายโดยที่ไม่ได้อธิบายความจริงไม่ได้
ถึงกระนั้นเื่นี้ถูกวางแผนมาดีแล้วต่อให้สู้แค่ไหนเขาก็เอาชนะหลิวชิงฟงไม่ได้เขารับรู้ได้ถึงสายตาที่ผิดหวังในตัวเขาถูกส่งมาจากชายคนนั้นหลังจากนั้นพวกเขาก็ได้ไปเจอกันที่ห้องสีขาวแห่งนั้น
ทั้งที่รู้สึกเหมือนผูกพันแต่เขากลับไม่รู้สึกอะไรกับอีกฝ่ายเลยนอกจากแกล้งสนุก มันเหมือนความว่างเปล่าแล้วเื่ของหลิวชิงฟงตัวเขาก็ไม่มีความทรงจำอยู่เลย เหมือนจะจำได้แต่ก็จำไม่ได้
เมื่อหลานเยว่เทียนเป็คนฝากฝังให้ดูแลหลิวชิงฟงนั่นไม่ได้หมายความว่าหลิวชิงฟงมีความสำคัญต่อตัวหลานเยว่เทียนมากหรอกรึ
“แล้วไยไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับเขาหลงเหลืออยู่เลย.....”เขากุมขมับ เกือบจะไม่มีอยู่แล้วในความทรงจำของเขา เพราะอะไรกัน
“ใครรึ?”
“เหวอ!!” หลานเยว่เทียนถอยหลังไปสองสามก้าวจนเกือบสะดุดล้มแต่ฟู่ิซ่านคว้าตัวเอาไว้ก่อนจะถูกดึงเข้าไปไว้ในอ้อมกอดของคนที่สูงกว่าฟู่ิซ่านโอบเอวหลานเยว่เทียนด้วยมือขวาส่วนมือซ้ายไพล่หลังอย่างสบายๆเขาหัวเราะ
“ใง่ายเช่นนี้สงสัยคนที่กำลังคิดถึงคงสำคัญมาก”หลานเยว่เทียนกระตุกคิ้วก่อนจะดึงตัวเองออกมาจากอ้อมแขนใหญ่
“พี่ิซ่าน มาเงียบๆเช่นนี้ตั้งใจจะทำให้ข้าหัวใจวายตายรึ”
“แล้วเ้าคิดถึงใครอยู่เล่า”
“จะไปมีได้อย่างไร”หลานเยว่เทียนจัดเสื้อผ้าเล็กน้อยมองอีกฝ่ายที่ผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็ชุดใหม่แล้ว
“ท่านหารือเรียบร้อยแล้วรึเปลี่ยนชุดเช่นนี้ท่านจะไปที่ใด?” ฟู่ิซ่านเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ
“แต่งมาร่ำสุรากับเ้าไง” หลานเยว่เทียนอ้าปากเหวอแต่งมาเสียหรูหราขนาดนี้เพื่อจะมาร่ำสุรากับเขาเช่นนั้นรึ!
“พี่ิซ่าน....”
“ทำไมเล่า” เขามองคนตรงหน้าขึ้นลงอีกฝ่ายแต่งชุดสีขาวสวมผ้าคลุมสีทองแลดูราคาแพง ไม่ได้สะพายดาบมาด้วยเกล้าผมครึ่งศีรษะต่างจากทุกที
“ท่านแต่งตัวเช่นนี้ไม่กลัวโดนปล้นบ้างรึ”
“ใครหน้าไหนช่างสิ้นคิดได้ถึงเพียงนั้น” ฟู่ิซ่านเอ่ย นั่นสินะ ใครที่ไหนจะกล้ามาปล้นโอรสเทพกันโดนฆ่าตายเปล่าล่ะไม่ว่า
“เช่นนั้นท่านอยากไปที่ไหนเล่าจะร่ำสุราก็ต้องเป็หอสุรามิใช่รึ” เขาว่าพลางนึกถึงหอสุราภายในเมืองเขาแอบไปในเมืองหลายหนแล้วโดยเล็ดลอดสายตาของผู้คุมไปได้ถึงแม้ว่าแม่ทัพหลิวเขาจะรู้ตัวอยู่แล้วก็เถอะ
“เช่นนั้นเราเข้าไปในเมืองกันเถอะ มาดูกันว่าข้าจะมอมเหล้าเ้าจนเผลอเอ่ยถึงคนผู้นั้นออกมาหรือเปล่า”ฟู่ิซ่านเอ่ยอย่างอารมณ์ดีแล้วเดินนำลงไปจากกำแพง หลานเยว่เทียนกลอกตาแค่เผลอพึมพำออกมานิดเดียวแต่เขาคิดจะเค้นความเอาให้ได้รึ
เขามอมพี่ิซ่านก่อนน่าจะดี