เกิดใหม่ทั้งที ข้ามีระบบเทพแมงดา (NC ฮาเร็ม)

    ตอนที่ 102: ความกังวลของสาวๆ


    ท่ามกลางความเงียบสงัดของราตรีที่ควรจะสงบร่มเย็น ทว่าภายในตำหนักชิงหลงอันเป็นสถานที่พักพิงชั่วคราวของเหล่าโฉมงามผู้เลอโฉม บรรยากาศกลับอึมครึมและหนักอึ้งราวกับมีเมฆหมอกแห่งความวิตกกังวลปกคลุมอยู่หนาแน่น แสงจันทร์นวลผ่องที่สาดส่องผ่านบานหน้าต่างไม้แกะสลักลายวิจิตร ทอดเงาลงบนพื้นหินอ่อน ทว่ากลับไม่อาจขับไล่ความอึดอัดที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวหญิงสาวทั้งสี่ได้เลยแม้แต่น้อย

    อุณหภูมิภายในห้องลดต่ำลงอย่างรวดเร็วจนเกิดเกล็ดน้ำแข็งบางๆ เกาะตามขอบหน้าต่างและโต๊ะชา ต้นเหตุของความหนาวเหน็บนี้มาจากร่างระหงของ หลินเสวี่ยเหยา หญิงสาวผู้มีใบหน้างดงามราวกับรูปสลักน้ำแข็ง ผู้ครอบครองสายเลือดและพรสวรรค์ระดับ SSS ฉายา 'ธิดาน้ำแข็งศักดิ์สิทธิ์' นางนั่งสงบนิ่งอยู่บนเก้าอี้ไม้จันทน์ แผ่นหลังตั้งตรงสง่างาม นัยน์ตาสีฟ้าครามที่มักจะเยือกเย็นไร้อารมณ์ บัดนี้กลับทอประกายวูบไหวด้วยความรุ่มร้อนใจที่พยายามปกปิดเอาไว้อย่างมิดชิด ไอเย็นประจำตัวของนางแผ่ออกมาเป็นระลอกตามจังหวะการเต้นของหัวใจที่กระสับกระส่าย แม้ปากจะปิดสนิทแต่ความห่วงใยกลับล้นทะลักออกมารูปแบบของลมหนาว

    ถัดไปในมุมมืดของห้อง เงาดำทะมึนทอดตัวยาวและบิดเบี้ยวไปมาราวกับมีชีวิต เยี่ยหลัวอิน หญิงสาวผู้สวมชุดเดรสสีดำสนิทที่ขับเน้นสัดส่วนโค้งเว้าเย้ายวนใจ ผู้ถือครองอาชีพต้องห้าม 'ราชินีรัตติกาล' ระดับ SSS กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟากำมะหยี่สีแดงสด ดวงตาดำลึกล้ำของนางที่เคยมองทุกสิ่งเป็นเพียงของเล่น บัดนี้กลับมีร่องรอยของความกังวลฉายชัด นางกรีดกรายปลายนิ้วเรียวสวยที่ทาเล็บสีดำสนิทไปตามขอบแก้วไวน์อย่างเหม่อลอย พลังเงามืดที่ควบคุมไม่ได้เลื้อยพันรอบข้อเท้าของนางอย่างว้าวุ่น

    "หมอนวดของข้า... หายตัวไปตั้งสามวันแล้วนะ" เยี่ยหลัวอินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่าทรงเสน่ห์ปนยั่วเย้า ทว่ากลับสั่นพร่าเล็กน้อย "ป่านนี้ไม่รู้ว่าไปแอบบีบนวดให้ปีศาจสาวตัวไหนอยู่ในแดนลับนั่นหรือเปล่า... ช่างน่าหงุดหงิดเสียจริง"

    "ท่านพี่หลัวอิน โปรดอย่ากล่าวเช่นนั้นเลยเจ้าค่ะ" เสียงหวานใสและสุภาพดังขึ้นจากอีกฟากหนึ่งของโต๊ะชา ไป๋ซือหนิง หญิงสาวผู้สวมชุดนักบุญสีขาวสะอาดตา ผู้ได้รับฉายา 'นักบุญขาวแห่งสมาคมแพทย์พรสวรรค์' ระดับ SS กำลังจัดเตรียมสมุนไพรและยาฟื้นฟูด้วยท่าทีที่สงบและเรียบร้อย ทว่าหากสังเกตให้ดี จะเห็นว่ามือที่กำลังจับก้านสมุนไพรนั้นสั่นน้อยๆ บ่งบอกว่าจิตใจของนางไม่ได้สงบเหมือนดั่งท่าทาง "คุณชายหลีเฮงย่อมต้องเผชิญกับอันตรายใหญ่หลวงในมิติดันเจี้ยนแดนลับปีศาจที่แปรผันอย่างรุนแรง ข้าเชื่อว่าเขาคงไม่มีเวลาไปคิดเรื่องอื่นนอกจากหาทางเอาชีวิตรอดและกลับมาหาพวกเราหรอกเจ้าค่ะ"

    แม้ซือหนิงจะไม่ร้องไห้ฟูมฟาย แต่นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนของนางก็แฝงไปด้วยความห่วงใยอันลึกซึ้งที่ไม่อาจปิดบัง นางเป็นห่วงว่าบาดแผลของเขาจะมีใครคอยทำแผลให้หรือไม่ ห่วงว่ายาที่พกติดตัวไปจะเพียงพอหรือเปล่า

    "เหอะ! เอาชีวิตรอดงั้นรึ! เจ้าคนหน้าด้านหนังหนานั่น ฆ่าให้ตายก็ไม่ตายง่ายๆ หรอก!"

    เสียงตวาดดังลั่นมาจากร่างอรชรที่ยืนกอดอกพิงเสาอยู่ จ้าวฉินซวง โฉมงามผู้ได้รับสมญานาม 'พยัคฆ์เพลิงทมิฬ' ระดับ SS แห่งตระกูลจ้าว นางสวมชุดรัดรูปหนังสัตว์สีดำเข้มที่เน้นย้ำทรวดทรงองค์เอวสุดเซ็กซี่เร่าร้อน ใบหน้าสวยคมของนางบึ้งตึง คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเป็นปม ทุกครั้งที่นางรู้สึกหงุดหงิดหรือพยายามกลบเกลื่อนความเขินอาย เปลวเพลิงสีดำทมิฬจะลุกพรึบขึ้นที่ปลายนิ้วของนางโดยอัตโนมัติ ซึ่งบัดนี้มันกำลังลุกไหม้อยู่รอบๆ กำปั้นที่กำแน่นของนาง

    "ข้าไม่ได้เป็นห่วงเจ้านั่นหรอกนะ! ข้าแค่เจ็บใจที่มันกล้าหายหัวไปโดยไม่บอกกล่าวต่างหาก! ถ้าเจอมันเมื่อไหร่ ข้าจะเผามันให้เกรียมเป็นไก่ย่างเลยคอยดู!" จ้าวฉินซวงเชิดหน้าขึ้น ปากแข็งซึนเดเระตามฉบับของนาง ทว่าแววตาที่เหลือบมองออกไปนอกหน้าต่างกลับเต็มไปด้วยความกระวนกระวายใจอย่างปิดไม่มิด

    หลินเสวี่ยเหยาปรายตามองพยัคฆ์สาวด้วยสายตาเยือกเย็น ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ข้าก็ไม่ได้หวงหรือห่วงเขาเช่นกัน... เพียงแต่มิติแปรผันครั้งนี้รุนแรงนัก การที่เขาถูกดูดเข้าไปตามลำพัง ย่อมทำให้พวกเราในฐานะเพื่อนร่วมทีมเสียผลประโยชน์"

    ทว่าทันทีที่เสวี่ยเหยาพูดจบ อุณหภูมิในห้องก็ร่วงลงไปอีกห้าองศา จนน้ำชาในถ้วยของไป๋ซือหนิงกลายเป็นน้ำแข็งไปในพริบตา ทำเอาซือหนิงต้องยิ้มแห้งๆ ออกมา

    "แหมๆ ธิดาน้ำแข็งของเราปากแข็งเสียจริงนะ" เยี่ยหลัวอินหัวเราะคิกคัก พลางลุกขึ้นเดินนวยนาดเข้ามาใกล้เสวี่ยเหยา "ถ้าไม่ห่วง แล้วทำไมไอเย็นของเจ้าถึงได้แผ่ออกมาจนข้าแทบจะแข็งตายอยู่แล้วล่ะ? ยอมรับมาเถอะน่า ว่าเจ้าก็กำลังร้อนรุ่มอยู่ข้างในเหมือนกัน"

    "ข้าบอกว่าไม่ได้หวงก็คือไม่ได้หวง!" หลินเสวี่ยเหยาเถียงกลับ เสียงของนางแข็งขึ้นเล็กน้อย แก้มขาวเนียนปรากฏสีแดงระเรื่อจางๆ ที่มองแทบไม่เห็น หากไม่ใช่เพราะผิวที่ขาวจัดของนาง

    ท่ามกลางการปะทะคารมที่แฝงไปด้วยความห่วงใยของสี่โฉมงาม ทันใดนั้นเอง สิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้น!

    "อ๊ะ! นี่มัน..." จ้าวฉินซวงอุทานออกมาเป็นคนแรก นางยกมือขึ้นกุมบริเวณหน้าอกซ้ายของตนเอง เปลวเพลิงทมิฬที่ปลายนิ้วดับวูบลงกะทันหัน ใบหน้าคมคายของนางเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ

    ในเวลาเดียวกัน หลินเสวี่ยเหยา เยี่ยหลัวอิน และไป๋ซือหนิง ก็มีปฏิกิริยาเช่นเดียวกัน พวกนางต่างสัมผัสได้ถึงความรู้สึกบางอย่างที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกาย เป็นความอบอุ่นสายหนึ่งที่คุ้นเคยเป็นอย่างดี มันแผ่ซ่านออกมาจาก 'สัญลักษณ์พันธะฮาเร็ม' ซึ่งประทับอยู่บนเรือนร่างของพวกนาง ไม่ว่าจะเป็นที่เนินอก ต้นคอ หรือบริเวณหน้าท้องน้อย สัญลักษณ์รูปดอกบัวเพลิงที่ซ้อนทับด้วยลวดลายอักขระโบราณ บัดนี้กำลังเปล่งประกายสีแดงระเรื่อจางๆ และส่งผ่านกระแสพลังที่เชื่อมโยงถึงกัน

    "สัญลักษณ์พันธะ... ยังคงเชื่อมต่ออยู่เจ้าค่ะ!" ไป๋ซือหนิงเอ่ยขึ้นด้วยความยินดี รอยยิ้มกว้างปรากฏบนใบหน้าหวานละมุน "นั่นหมายความว่าคุณชายหลีเฮงยังมีชีวิตอยู่! วิญญาณของเขายังไม่แตกดับ!"

    "แถมยัง... ส่งกระแสพลังมาให้พวกเราอย่างต่อเนื่องด้วย..." เยี่ยหลัวอินหลับตาลง สัมผัสถึงพลังงานที่ถูกส่งผ่านพันธะมา รอยยิ้มเย้ายวนปรากฏขึ้นที่มุมปาก ทว่าไม่นานรอยยิ้มนั้นก็เริ่มกระตุก เมื่อนางรับรู้ถึง 'ความรู้สึก' ที่ส่งผ่านมาพร้อมกับพลังปราณ "เดี๋ยวก่อนนะ... จังหวะการเต้นของชีพจรวิญญาณที่ส่งผ่านมา... ทำไมมันถึงได้..."

    "มันช่างดูสำราญใจและผ่อนคลายเหลือเกิน!" จ้าวฉินซวงโพล่งขึ้นมาด้วยความโมโห เปลวเพลิงทมิฬลุกพรึบขึ้นที่ปลายนิ้วของนางอีกครั้ง คราวนี้นางแทบจะเผาโต๊ะชาทิ้ง "เจ้าคนบัดซบ! พวกเราทางนี้เป็นห่วงแทบแย่ นอนไม่หลับมาสามวันสามคืน แต่เจ้านั่นกลับ... กลับส่งความรู้สึกสบายใจเฉิบ ราวกับกำลังเพลิดเพลินเจริญใจอยู่ที่ไหนสักแห่งซะอย่างนั้น!"

    อุณหภูมิในห้องที่เคยหนาวเหน็บ บัดนี้กลับมาร้อนระอุด้วยโทสะของพยัคฆ์สาวและแรงอาฆาตของราชินีรัตติกาล

    "หึ! หมอนวดของข้า... สงสัยจะไปเจอลูกค้าวีไอพีเข้าให้แล้วกระมัง ถึงได้ลืมความยากลำบากไปเสียสนิท" เยี่ยหลัวอินหรี่ตาลง รังสีอำมหิตแผ่กระจายออกมาจากเงามืดรอบตัว "ถ้าข้าจับตัวเขาได้เมื่อไหร่ ข้าจะจับเขามัดด้วยโซ่เงา แล้วทรมานให้เข็ดหลาบเลยทีเดียว!"

    หลินเสวี่ยเหยาขมวดคิ้วแน่น แม้นางจะโล่งใจที่หลีเฮงปลอดภัย แต่ความหงุดหงิดที่เขาส่งอารมณ์ชิลๆ มาให้ขณะที่พวกนางว้าวุ่นใจก็ทำให้ไอเย็นระเบิดออกมาอีกระลอก "เห็นทีในแดนลับนั่น คงมีเรื่องให้เขาสนุกสนานมากกว่าการหาทางออกกระมัง..."

    ณ ดินแดนแดนลับปีศาจที่ตัดขาดจากโลกภายนอก

    ในพื้นที่หุบเขาลึกที่ถูกเคลียร์จนกลายเป็นลานกว้าง หลีเฮง ชายหนุ่มผู้มีใบหน้าหล่อเหลาแฝงความกวนโอ๊ย กำลังยืนเท้าสะเอวสั่งการกองทัพลูกน้องปีศาจด้วยท่าทีขึงขัง ทว่าใบหน้ากลับเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มกริ่ม

    ข้างกายของเขาคือ เย่เจาจวิน ราชินีปีศาจราตรีระดับ SSS ผู้มีสิริโฉมงดงามเย้ายวนดุจจันทราในคืนเดือนมืด นางกำลังกางม้วนค่ายกลและคำนวณอักขระเวทด้วยความเคร่งเครียด

    ถัดไปไม่ไกล เสี่ยวจู สาวน้อยแมงมุมระดับ S ผู้มีใบหน้าน่ารักจิ้มลิ้มและขาแมงมุมเรียวยาวที่หลัง กำลังขะมักเขม้นทอใยปราณเพื่อสร้างโครงข่ายเสาหลักเมืองย่อย ในขณะที่ เฟยเฟย ปีศาจวิหคเพลิงระดับ A กำลังบินโฉบไปมา พ่นไฟหลอมละลายแร่ธาตุเพื่อใช้เป็นวัสดุก่อสร้าง

    "ดีมากเสี่ยวจู! ทอใยตรงนั้นให้แน่นๆ หน่อย! เฟยเฟย หลอมเหล็กก้อนนั้นให้ละลายเป็นเนื้อเดียวกันเลย!" หลีเฮงตะโกนสั่งการอย่างคึกคัก

    "เจ้าช่วยเงียบๆ หน่อยได้ไหมหลีเฮง ข้ากำลังใช้สมาธิคำนวณทิศทางเดินปราณของค่ายกลเมืองย่อยอยู่นะ!" เย่เจาจวินหันมาดุเขาด้วยสายตาคมกริบ แต่มุมปากกลับอมยิ้มน้อยๆ "ถ้าเจ้าว่างนักก็ไปช่วยพวกนางขนแร่โน่น อย่ามายืนแกว่งปากไปมา"

    "แหม เจาจวินคนสวย ข้าก็กำลังใช้ 'สติปัญญา' ในการควบคุมภาพรวมอยู่นี่ไง" หลีเฮงหัวเราะร่วน ขยับเข้าไปใกล้และโอบเอวคอดกิ่วของราชินีปีศาจราตรีอย่างหน้าไม่อาย "ถ้าค่ายกลเมืองย่อยนี่เสร็จเมื่อไหร่ พวกเราก็จะมีฐานที่มั่นที่ปลอดภัย และหาทางเปิดประตูมิติได้ในที่สุด ถึงตอนนั้นข้าจะตบรางวัลให้พวกเจ้าทุกคนอย่างงามเลยล่ะ!"

    ติ๊ง!

    เสียงระบบดังก้องขึ้นในหัวของหลีเฮงอย่างกะทันหัน

    [แจ้งเตือนจากระบบเทพแมงดา: ตรวจพบกระแสอารมณ์ห่วงใยอย่างรุนแรงผสมผสานกับความหมั่นไส้ทะลุปรอทจากภรรยาในฮาเร็ม (หลินเสวี่ยเหยา, เยี่ยหลัวอิน, ไป๋ซือหนิง, จ้าวฉินซวง) ผ่านพันธะฮาเร็ม]

    [คำเตือน: การที่ท่านส่งกระแสอารมณ์สบายใจเฉิบไปหาพวกนางในขณะที่กำลังถูกเป็นห่วง อาจนำไปสู่ 'วิกฤตบ้านบึ้ม' เมื่อท่านกลับไป โปรดเตรียมตัวเตรียมใจรับแรงกระแทกจากไอเย็น เงาทมิฬ และเพลิงโลกันตร์]

    หลีเฮงสะดุ้งโหยง รีบชักมือกลับจากการโอบเอวเย่เจาจวินราวกับโดนของร้อน "ชิบหายแล้ว! ลืมไปเลยว่าพันธะฮาเร็มมันแชร์ความรู้สึกได้ด้วย! นี่พวกนางที่อยู่ข้างนอกต้องรู้แน่ๆ ว่าข้ากำลังสบายใจเฉิบอยู่! ซวยแล้วๆๆๆ กลับไปมีหวังโดนชำแหละแน่ๆ!"

    เขาลูบหน้าตัวเองอย่างหัวเสีย "ข้าต้องหาทางทำตัวให้ดูน่าสงสารและตกระกำลำบากเข้าไว้ เวลาพวกนางรู้ข่าวจะได้สงสารแทนที่จะโกรธแค้น!"

    กลับมาที่ตำหนักชิงหลง

    "เอาล่ะ ถึงจะรู้ว่าเขายังปลอดภัยและดูเหมือนจะ... สุขสบายดีเกินเหตุ แต่พวกเราก็ปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้" หลินเสวี่ยเหยาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นและเฉียบขาด กลับคืนสู่มาดธิดาน้ำแข็งผู้สุขุม "เราต้องหาทางติดต่อกับเขา เพื่อให้รู้แน่ชัดว่าเขาอยู่ที่ไหนและกำลังทำบ้าอะไรอยู่กันแน่"

    "แต่เราจะติดต่อกับเขาได้อย่างไรเจ้าคะ? มิติดันเจี้ยนถูกตัดขาดไปโดยสมบูรณ์ พลังเวทและอุปกรณ์สื่อสารทุกชนิดล้วนใช้การไม่ได้" ไป๋ซือหนิงถามอย่างมีเหตุผล

    หลินเสวี่ยเหยาหลับตาลงช้าๆ ความทรงจำบางอย่างแล่นผ่านเข้ามาในหัว นางนึกถึงวันที่หลีเฮงเคยมาเยี่ยมเยียนนางที่ 'วังบุปผาหิมะ' ทางตอนเหนือสุดของดินแดน นึกถึงรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของเขาตอนที่พูดถึงการเตรียมการบางอย่าง

    "ข้านึกออกแล้ว!" หลินเสวี่ยเหยาลืมตาขึ้น ดวงตาสีฟ้าครามทอประกาย "พวกเจ้าจำ 'หุ่นเทพจำแลง' ที่หลีเฮงสร้างขึ้นได้หรือไม่? หุ่นที่สร้างจากแก่นวิญญาณและพลังของเขา... เขานำมันไปทิ้งไว้ที่วังบุปผาหิมะของข้า อ้างว่าเพื่อช่วยคุ้มกันศิษย์น้องและรอรับผลประโยชน์อะไรสักอย่างของเขา"

    "อ๊ะ! จริงด้วย!" เยี่ยหลัวอินดีดนิ้วดังเป๊าะ "หุ่นตัวนั้นเชื่อมต่อกับจิตวิญญาณหลักของหมอนวดนั่นโดยตรง! ถ้าเราไปที่วังบุปผาหิมะ และใช้พลังของพวกเราร่วมกับหุ่นจำแลงนั่น เราอาจจะสามารถสร้างช่องทางสื่อสารข้ามมิติ หรืออย่างน้อยก็ส่งกระแสจิตไปด่าเขาสักชุดให้หายแค้นได้!"

    "เยี่ยมไปเลย! ข้าจะใช้ไฟทมิฬเผาหูหุ่นนั่นให้เกรียมเลยคอยดู จะได้ส่งผ่านความเจ็บปวดไปถึงตัวจริงของมันด้วย!" จ้าวฉินซวงกำหมัดแน่น เปลวเพลิงสีดำพวยพุ่งขึ้นมาด้วยความฮึกเหิม

    "ถ้าเช่นนั้น พวกเราอย่ารอช้าเลยเจ้าค่ะ รีบออกเดินทางไปวังบุปผาหิมะกันเถอะ ข้าจะเตรียมยาสมุนไพรไปเผื่อด้วย เผื่อว่าหุ่นจำแลงจะได้รับความเสียหายจากการ... เอ่อ... การระบายอารมณ์ของพวกท่าน" ไป๋ซือหนิงกล่าวอย่างสุภาพ แม้จะแอบหวั่นใจกับความรุนแรงของศิษย์พี่ทั้งหลายก็ตาม

    "ไป! ออกเดินทางคืนนี้เลย!" หลินเสวี่ยเหยาออกคำสั่งอย่างเด็ดขาด "ข้าอยากจะรู้นัก ว่าเขาจะแก้ตัวอย่างไรเมื่อเจอพวกเรา!"

    สี่สาวงามแห่งฮาเร็มเทพแมงดาไม่รอช้า พวกนางรีบเก็บสัมภาระที่จำเป็น ก่อนจะพุ่งทะยานออกจากตำหนักชิงหลง มุ่งหน้าสู่ทิศเหนืออันเหน็บหนาวด้วยความเร็วสูงสุด

    การเดินทางในยามวิกาลเต็มไปด้วยความเงียบสงบ แสงจันทร์ส่องนำทางให้พวกนางพุ่งทะยานผ่านยอดไม้และทิวเขาด้วยวิชาตัวเบาอันล้ำเลิศ ไอเย็นของหลินเสวี่ยเหยา เงามืดของเยี่ยหลัวอิน เพลิงทมิฬของจ้าวฉินซวง และแสงศักดิ์สิทธิ์ของไป๋ซือหนิง ผสมผสานกันเป็นเส้นสายพลังที่งดงามและน่าเกรงขาม

    ตลอดการเดินทาง แม้พวกนางจะบ่นถึงความกะล่อนและหน้าด้านของหลีเฮง แต่ลึกลงไปในใจของทุกคน ล้วนแต่มีความหวังและความห่วงใยที่เปี่ยมล้น พวกนางตั้งตารอที่จะได้ยินเสียงของเขา ได้รับรู้สถานการณ์ของเขา และพร้อมที่จะทุ่มเททุกสิ่งเพื่อช่วยเหลือสามีสุดที่รักกลับมาให้จงได้

    วังบุปผาหิมะ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนตลอดทั้งปี กำลังรอคอยการมาเยือนของสี่โฉมงาม และจุดเริ่มต้นของการเชื่อมต่อข้ามมิติที่จะสร้างความปั่นป่วนและเร่าร้อนยิ่งกว่าครั้งใดๆ!

    ---------------------------------------------------

    [ประเมินผลระบบเทพแมงดา ประจำตอน]
    * แต้มแมงดาคงเหลือ: 34,500 แต้ม (ยกมาจากภาคแรก 31,500 แต้ม + ปันผลหุ่นเทพประจำวัน 3,000 แต้ม)
    * แต้มวิบัติสะสม: 39 แต้ม (+1 แต้ม จากความหมั่นไส้ของเหล่าภรรยาที่รับรู้ความสำราญ)
    * เกราะพลังเมีย: 7 หน่วย (พลังปกป้องจากความห่วงใยอันลึกซึ้งที่ส่งผ่านพันธะ)
    * สถานะพิเศษ: 'รอรับแรงกระแทกจากฮาเร็ม' (ระดับความเสี่ยง: สูงมากถึงมากที่สุด)

    ---------------------------------------------------

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ทั้งที ข้ามีระบบเทพแมงดา (NC ฮาเร็ม) ที่คุณอ่าน