อาชาสีน้ำตาลเข้มพุ่งทะยานไปดุจลูกธนูที่พุ่งออกจากเกาทัณฑ์รวดเร็วพอที่จะเข้าขวางไม่ให้คนที่อยู่บนอาชาอีกตัวฟาดดาบลงทำร้ายคนอีกผู้หนึ่งได้สำเร็จดวงตาคมกริบตวัดมองอย่างยากจะคาดเดาอารมณ์บังคับบังเหียนม้าด้วยมือเพียงข้างเดียวขณะที่ยกกระบี่จ่อที่ลำคอของอีกฝ่ายที่ล่วงรู้ความพ่ายแพ้ของตนแล้ว
“จะฆ่าก็ฆ่าเลย ข้าไม่้าความปราณีของพวกเ้า!”
คิ้วงามขมวดอย่างครุ่นคิดแต่สีหน้ายังเรียบนิ่งหางตารับรู้การเคลื่อนไหวของคนบนหลังอาชาสีขาวงามสง่า มือใหญ่ยกมือขึ้นเป็สัญญาณให้ทุกคนล่วงรู้ว่าหัวหน้าโจรป่าพ่ายแพ้ในการสู้รบครั้งนี้แล้ว
“เ้าตายก็มิได้อะไรขึ้นมา สู้รักษาชีวิตอยู่กับลูกเมียไม่ดีกว่าหรือ?”เป็น้ำเสียงของ จ้าวจิ่นสือบุรุษหนุ่มผู้นำทหารมาปราบเหล่าโจรป่าที่ดักซุ่มปล้นเสบียงของทางราชสำนักหลายครั้ง
“พวกเ้าหมายความเช่นใดกัน”
“ความตายไม่ช่วยอะไร แต่กลับตัวกลับใจเป็ฝ่ายเดียวกับทางการ ชีวิตเ้ายังจะมีประโยชน์เสียกว่า”คราวนี้เป็น้ำเสียงของหญิงสาว ทำให้คนฟังตะลึงไปเพราะเ้าของเสียงถือกระบี่จ่อที่คอของโจรป่า
“เหอะ!ทางการนะเรอะ! ข้าไม่หลงเชื่อพวกเ้าหรอก! เอาแต่ขูดรีดประชาชน” หัวหน้าโจระโใส่อย่างไม่กลัวตาย
ปลายกระบี่ลดลงพร้อมเสียงทอดถอนหายใจ เ้าของกระบี่มองดูคราบเืที่ยังเปรอะเปื้อนอยู่จนหยดลงบนพื้นหากไม่จำเป็ก็ไม่้าให้กระบี่ต้องดื่มโลหิตผู้ใด หัวหน้าโจรมีสีหน้าประหลาดใจเมื่อเห็นอีกฝ่ายลดกระบี่ที่จ่อคออยู่ลง
“ข้าเข้าใจ”เสียงหวานเอ่ยขึ้นอย่างจริงใจมืออีกข้างปล่อยบังเหียนแล้วปลดผ้าที่ปิดครึ่งหน้าอยู่ลง“พ่อของข้าก็เคยเป็เช่นท่าน แต่นับว่าโชคดีที่พ่อของข้าได้พบกับ แม่ทัพจ้าวซื่อก่วงทำให้รู้ว่าคนในราชสำนักยังมีคนดีให้นับถืออยู่”
“พ่อของเ้าคือ...”
“ข้าคือเคอหลิ่งหลินบุตรสาวเพียงคนเดียวของขุนโจรแห่งเขาชิงซาน”
นางแนะนำตัวอย่างสุภาพไม่จำเป็ต้องเอ่ยชื่อบิดาผู้ล่วงลับของนางออกไปก็ทำให้คนที่อยู่ตรงหน้าอ้าปากค้างก่อนจะพยักหน้าอย่างเข้าใจบิดาของนางคือเคอตงตงเป็เ้าของฉายาขุนโจรแห่งหุบเขาชิงซาน แม้บิดาของนางจากไปหลายปีแล้วแต่กระนั้นชื่อเสียงของบิดายังคงคุ้มครองนางอยู่เสมอจนถึงวันที่นางอายุยี่สิบปีแล้วก็ตาม
“ถ้าเป็เช่นนั้น”
“หากพวกเ้าทั้งหลายกลับตัวกลับใจไม่กระทำการเยี่ยงโจรอีกข้าเคอหลิ่งหลินขอเอาชีวิตเป็ประกันว่าจะไม่มีผู้ใดทำร้ายพวกเ้า”
“ได้! ข้าจะลองเชื่อใจพวกเ้าดู”
“ถ้าเช่นนั้นขอเชิญท่านตามพวกเรากลับไปที่จวนเถิด เพื่อจะได้เจรจาตกลงให้เข้าใจกัน”
หญิงสาวในชุดทหารสีน้ำเงินเข้มเก็บกระบี่เข้าที่แล้วผายมือเชิญ จอมโจรยอมทำตามอย่างว่าง่าย ชายหนุ่มผู้อยู่หลังอาชา
สีขาวกระตุกม้าให้เดินเข้ามาใกล้ยื่นมือไปตบไหล่หญิงสาว
“ทำดีมาก”
“อึก!”หญิงสาวกัดฟันข่มความเจ็บที่แล่นขึ้นมา ชายหนุ่มเห็นสีหน้ากลั้นความเ็ปของอีกฝ่าย
“หลิ่งหลิน? เ้าเป็อะไร”
หญิงสาวฝืนทนแล้วส่ายหน้าไปมา “กลับจวนเถิด ข้าหิวจนจะกินห่านได้ทั้งตัว”
“ดี...ครึ่งเดือนมานี่ลำบากเ้ามากจริงๆ”
‘จ้าวจิ่นสือ’ถอนหายใจอย่างโล่งอกเขาได้รับคำสั่งจากบิดาให้ออกมาปราบกองโจรที่ออกปล้นทรัพย์สินโดยเฉพาะคนจากราชสำนักผู้ที่รู้เส้นทางในป่าเขาแทบทุกซอกก้อนหินก็คือหญิงสาวที่นั่งบนหลังม้าชื่อเดิมของนางคือ‘เคอหลิ่งหลิน’ แต่ตอนนี้นางคือ ‘จ้าวหลิ่งหลิน’ บิดาของเขารับนางเป็บุตรบุญธรรมหลังจากที่เคอตงตง-พ่อบังเกิดเกล้าของนางตายจากไปเมื่อหกปีก่อน
“เ้านำหน้ากลับจวนไปก่อนเถอะ ข้าจะคุ้มกันด้านหลังให้เอง” เคอหลิ่งหลินเผลอสั่งบุรุษบนหลังม้าตามด้วยเสียงถอนหายใจโล่งอกหลังจากทุกอย่างคลี่คลายลงแล้ว
“ได้”จ้าวจิ่นสือพยักหน้ารับ กลั้นยิ้มทำหน้าเคร่งขรึม อ้อ! นี่เขากลายเป็น้องชายตัวน้อยในสายตานางไปอีกแล้วละซิถึงได้ออกปากสั่งเขาให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้