ชุนชินหันไปมองตงฉู่พอเห็นว่าตงฉู่พยักหน้าเพื่อส่งสัญญาณว่าตนตัดเย็บชุดให้เสร็จแล้ว ชุนชินจึงลุกไปเข้าห้องน้ำโดยอ้างว่าตนท้องเสียผ่านไปไม่นานตงฉู่ก็ลุกไปเข้าห้องน้ำตาม
ท่านเหลยฟุจึงแอบตามไปดูก็เห็นว่าทั้งสองนัดเจอกันที่หลังห้องน้ำตามคาด
“เป็อย่างไรบ้าง” ชุนชินสอบถามด้วยความตื่นเต้น
“ข้าตัดเย็บชุดให้ท่านเสร็จแล้วท่านรับไปสิ” ตงฉู่หันซ้ายหันขวาก่อนควักชุดที่ตนเย็บเสร็จแล้วจากข้างในเสื้อคลุมจากนั้นก็ส่งให้ชุนชิน
ชุนชินรีบรับชุดอย่างดีใจแล้วเก็บไว้ในเสื้อคลุมเพื่อไม่ให้ใครเห็นและกล่าวว่า “ขอบใจมาก”
“ท่านเป็หัวหน้าแล้วอย่าลืมข้าล่ะ” ตงฉู่กล่าว
“ข้าต้องแต่งตั้งเ้าให้เป็คนสนิทของข้าอย่างแน่นอน”ชุนชินรับปาก
“พวกเรารีบกลับเข้าไปกันเถอะเดี๋ยวมีคนมาเห็นเข้า” ตงฉู่หันซ้ายหันขวาเพราะกลัวคนเห็น
“ข้าไปก่อนนะ เ้าค่อยไปทีหลัง”ชุนชินจึงเดินกลับเข้าไปในห้องเย็บผ้าก่อน
ตงฉู่จึงพูดพึมพำว่า “ไม่เสียแรงที่ข้าฝึกฝนตัดเย็บจนชำนาญและสามารถทำได้อย่างรวดเร็วข้าจึงสามารถตัดเย็บเสร็จสองชุดในเวลาอันสั้นตอนนี้ข้าสามารถหาอัฐได้เป็กอบเป็กำเลย 555” แล้วตงฉู่ก็เดินกลับเข้าไปในห้องเย็บผ้าอย่างอารมณ์ดี
ท่านเหลยฟุส่ายหน้าเพราะเสียดายตงฉู่ที่นางเป็อัจฉริยะด้านการตัดเย็บเสื้อผ้าแต่กลับใช้วิชาในทางทุจริตเสียได้ ท่านเหลยฟุเดินกลับเข้าไปในห้องตัดเย็บพอเห็นว่าทุกคนตัดเย็บชุดพระสนมเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็เลยว่า “ขอให้ทุกคนเขียนชื่อตัวเองชื่อสาวงาม และขนาดตัวของสาวงามไว้ในกระดาษจากนั้นก็ใช้เข็มกลัดเพื่อกลัดกระดาษไว้กับชุดที่พวกเ้าตัดเย็บข้าจะพิจารณาคืนนี้แล้วค่อยตัดสิน และจะประกาศผลการแข่งขันตอนเช้าวันรุ่งขึ้น”
“เ้าค่ะ ท่านเหลยฟุ” ช่างเย็บผ้าทุกคนรับคำ
พอแต่ละคนวางผลงานของตนบนโต๊ะต่อหน้าท่านเหลยฟุเสร็จก็เดินออกไปจากห้องตัดเย็บทันที
เหวยเหนียงกำลังจะเดินออกไปจากห้องตัดเย็บเป็คนสุดท้าย
“เ้าไม่วางผลงานของเ้าด้วยงั้นหรือ”ท่านเหลยฟุที่นั่งดูอยู่รีบทักนางทันที
“ข้าไม่ได้ประกวดนะเ้าคะ”เหวยเหนียงกล่าว
“เ้ารู้อยู่แล้วใช่มั้ยว่าลูกบุญธรรมของข้าเป็เช่นไร” ท่านเหลยฟุกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง
เหวยเหนียงเข้าใจความหมายนางก็เลยพยักหน้าและตอบสั้นๆ “รู้เ้าค่ะ”
“ที่เ้าเสนอให้ข้าจัดการแข่งขันก็เพื่อให้ข้าเห็นธาตุแท้ของลูกบุญธรรมอย่างนั้นหรือ” ท่านเหลยฟุสงสัย
“ใช่แล้วเ้าค่ะ” เหวยเหนียงยอมรับ
“แล้วข้าควรยกตำแหน่งให้ใครล่ะ”ท่านเหลยฟุลังเล
“ท่านจงตัดสินใจจากผลงานและนิสัยของพวกนางเถิดโรงเย็บผ้าจะเจริญรุ่งเรืองหรือย่อยยับก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจเลือกคนของท่านเ้าค่ะ”เหวยเหนียงกล่าว
“แล้วถ้าข้าเลือกเ้าค่ะ”ท่านเหลยฟุเป็คนสอนเหวยเหนียงกับมือนางจึงรู้ว่าเหวยเหนียงเองก็เป็ช่างเย็บผ้าที่มีฝีมือเช่นกัน
“ข้าคงไม่เหมาะเพราะข้ามีภารกิจที่ต้องทำ ข้าไม่อาจอยู่ที่นี่เพื่อคุมโรงเย็บผ้าได้เ้าค่ะ”เหวยเหนียงกล่าว
“ข้าควรเลือกคนที่มีฝีมือที่ดีที่สุดใช่หรือไม่”เหลยฟุกล่าว
“ท่านต้องเลือกคนที่มีฝีมือและมีนิสัยซื่อตรงเ้าค่ะ”เหวยเหนียงย้ำ
“ข้าเข้าใจแล้ว เ้าไปเถิดคืนนี้ข้าจะติดกระดาษที่เ้าเป็คนเขียนขนาดตัวและชื่อของสาวงามที่ชุดพระสนมให้ใหม่รับรองว่าคนอื่นจับไม่ได้หรอกว่าเ้าจ้างให้พวกเราตัดเย็บเสื้อผ้าให้พรุ่งนี้เช้าเ้าค่อยมารับชุดพระสนมอีก 29 ตัวก็แล้วกัน”ท่านเหลยฟุนัดแนะ
“ขอบคุณผู้าุโ งั้นข้าขอตัวเ้าค่ะ” เหวยเหนียงคารวะแล้วกลับเข้าไปในที่พักที่ท่านเหลยฟุจัดเตรียมไว้ให้
******************************
เช้าวันรุ่งขึ้นช่างเย็บผ้าทั้งสามสิบคนและเหวยเหนียงพากันทยอยเข้าไปในห้องเย็บผ้าจากนั้นก็ไปนั่งเรียงแถวให้เรียบร้อยเพื่อรอท่านเหลยฟุประกาศผลและยกกิจการให้ผู้ชนะการแข่งขัน
“ข้าสั่งให้คนงานขนชุดพระสนมไว้ในรถม้าให้เ้าแล้วนะเหวยเหนียง”ท่านเหลยฟุกล่าวกับเหวยเหนียง
“ขอบคุณผู้าุโมากเลยเ้าค่ะ”เหวยเหนียงกล่าวอย่างซึ้งใจ
“ข้าจะประกาศผลล่ะนะผู้ที่มีผลงานตัดเย็บเยี่ยมยอดที่สุดก็คือ ตงฉู่” ท่านเหลยฟุกล่าวตามความเป็จริง
ชุนชินโมโหและใจร้อนจนเกินไป นางจึงลุกขึ้นแล้วหันไปต่อว่าตงฉู่ต่อหน้าทุกคน “นี่เ้าแกล้งข้าใช่มั้ยเ้าตัดเย็บชุดของข้าไม่ดี เพื่อที่ว่าเ้าจะได้เป็ใหญ่ล่ะสิ”
“ข้าเปล่านะข้าทำสุดฝีมือทั้งสองชุดนั่นแหละ” ตงฉู่ลืมตัวตอบ
“ข้าไม่เชื่อหรอกเ้าหวังจะเป็หัวหน้าั้แ่แรกแล้วใช่มั้ย” ชุนชินเดินเข้าไปตบหน้าตงฉู่อย่างแรง
ตงฉู่ก็หาได้ยอมไม่ นางก็เลยตบกลับแล้วกลายเป็ว่าทั้งสองตบตีกันต่อหน้าท่านเหลยฟุ
ช่างเย็บผ้าคนอื่นๆพยายามที่จะไปช่วยแยกทั้งสองให้ออกจากกัน แต่ทำไม่สำเร็จทำให้ตอนนี้ทั้งชุนชินและตงฉู่ต่างผลัดกันจิกผมตบหน้าโดยไม่เกรงใจผู้าุโที่กำลังเอือมระอาจนกระทั่ง
“หยุดได้แล้ว ข้าบอกให้หยุดไง”ท่านเหลยฟุะโ
ชุนชินและตงฉู่ก็เลยยอมหยุดและตั้งสติได้ว่าตนได้เผยตัวต่อหน้าทุกคนในโรงเย็บผ้าเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
“พวกเ้าคงเห็นแล้วใช่มั้ยว่าชุนชินหลอกลวงข้ามาโดยตลอด นางเย็บผ้าไม่เป็แต่ใช้วิธีไปจ้างให้ตงฉู่ตัดเย็บเสื้อผ้าให้ตน ดังนั้นชุนชินจึงไม่มีคุณสมบัติที่จะได้เป็หัวหน้าของที่นี่หรอกเพราะหากโรงเย็บผ้าเกิดปัญหาอะไรเอะอะชุนชินก็ไปจ้างให้บุคคลภายนอกมาช่วยแก้ปัญหาให้ ส่วนตงฉู่แม้นางจะเป็ผู้ชนะการแข่งขันเย็บผ้าในวันนี้แต่ยังไงข้าก็ไม่เลือกนางมาเป็หัวหน้าของที่นี่หรอก” ท่านเหลยฟุกล่าว
“ทำไมท่านถึงไม่ทำตามกติกาล่ะเ้าคะ”ตงฉู่ไม่ยอม
“เป็จริงอย่างที่ชุนชินว่าเ้าหมายตำแหน่งหัวหน้ามาั้แ่แรกแล้ว ชุดที่เย็บให้ชุนชินจึงมีตำหนิบ้างส่วนชุดที่เ้าเย็บให้ตัวเองไร้ตำหนิและทำอย่างประณีตมากที่ข้าไม่เลือกเ้าก็เพราะเ้ายอมทำทุกอย่างเพื่ออัฐ แม้สิ่งนั้นเป็เื่ทุจริตเ้าก็ยอมทำเ้าเป็คนมีฝีมือแต่ไร้ซึ่งคุณธรรมข้ายิ่งไม่ยกตำแหน่งหัวหน้าให้คนไร้คุณธรรมอย่างเ้าเด็ดขาด” ท่านเหลยฟุกล่าว
“หากท่านไม่เลือกข้าแล้วจะเลือกใครล่ะเ้าคะ”ตงฉู่คิดว่าตนมีฝีมือยอดเยี่ยมที่สุดแล้ว
“ข้าขอเลือกจือหม่าอี้ให้เป็หัวหน้าโรงเย็บผ้าต่อไป”ท่านเหลยฟุประกาศผล
“ฝีมือนางสู้ข้าไม่ได้เลยสักนิดข้าไม่ยอมหรอก” ตงฉู่กล่าว
“ฝีมือของนางเป็รองเ้าก็จริงแต่นางมีความซื่อตรง แม้นางจะไม่มีพร์มาั้แ่เกิดแต่นางมีพรแสวงหมั่นเพียรฝึกฝนตัวเองจนเก่งและชำนาญ” ท่านเหลยฟุเห็นจือหม่าอี้มานาน
“ถ้าชุนชินจ้างนางยังไงนางก็ทำแบบข้าเหมือนกันนั่นแหละ” ตงฉู่กล่าวอย่างมั่นใจเพราะคิดว่าใครก็้าอัฐกันทั้งนั้น
“ไม่หรอกตงฉู่จือหม่าอี้ไม่ทำเช่นนั้นหรอก เ้าเองก็เห็นว่านางไม่หวงวิชานางคอยสอนเด็กใหม่จนมีฝีมือเทียบเท่านาง และทำให้โรงเย็บผ้าแห่งนี้มีช่างเย็บที่มีผีมือหลายคนนางไม่มีเวลามารับจ้างเย็บผ้าเพื่อหลอกลวงข้าหรอก” ท่านเหลยฟุกล่าว
“ขอบคุณท่านเหลยฟุที่ยอมรับในตัวข้าเ้าค่ะ”จือหม่าอี้กล่าว
“ข้าไม่มีวันเชื่อฟังคนที่มีฝีมือด้อยกว่าข้าหรอก”ตงฉู่ไม่ยอมรับ
“งั้นข้าขอไล่เ้าและชุนชินออกจากโรงเย็บผ้าก็แล้วกัน”เหลยฟุกล่าว
“นึกว่าข้าอยากอยู่ที่นี่นักหรอข้าเป็อัจฉริยะด้านการเย็บผ้า ใครๆ ก็้าตัวข้ากันทั้งนั้น” ตงฉู่ทระนงตัว
“ถึงข้าไม่ใช่หมอดูข้าก็สามารถทำนายได้ว่า แม้ที่อื่นจะยินดีรับเ้าเข้าทำงานแต่เ้าจะอยู่ที่นั่นได้ไม่นานหรอก เพราะเ้าขาดความอ่อนน้อมถ่อมตนถือดีว่าตนเก่งฉลาดเหนือกว่าผู้อื่นอีกไม่นานก็จะมีคนที่เขม่นเ้าและคอยหาทางกำจัดเ้า ไม่เชื่อคอยดูก็แล้วกัน”เหลยฟุกล่าวตามประสบการณ์
“ข้าไปก็ได้” ตงฉู่ไม่ฟังคำเตือน นางผยองว่าตนเป็อัจฉริยะด้านการเย็บผ้ายังไงนางก็สามารถเอาตัวรอดได้ หากไม่มีใครจ้างนางนางก็สามารถเปิดร้านเย็บผ้าขึ้นมาเองได้ ตงฉู่ก็เลยไม่ง้อ
“ได้โปรดอย่าไล่ข้าไปเลยเ้าค่ะท่านแม่”ชุนชินคุกเข่าอ้อนวอน
“ข้าไม่มีลูกบุญธรรมเช่นเ้าแทนที่เ้าจะหมั่นฝึกฝนตัวเอง กลับใช้วิธีทุจริตแบบนี้ เ้าไปซะเถอะ” ท่านเหลยฟุพยายามใจแข็งเพื่ออนาคตของโรงเย็บผ้า
“แล้วท่านจะเสียใจ” ชุนชินลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกไปจากโรงเย็บผ้าด้วยความเจ็บแค้น
“เอาล่ะ ทุกอย่างสงบลงด้วยดีเ้าจงมารับตำแหน่งเถิด จือหม่าอี้” ท่านเหลยฟุกล่าว
“ขอบคุณผู้าุโว่าแต่มันจะดีหรือเ้าคะที่ไล่ตงฉู่ไป” จือหม่าอี้กังวล
“เ้าอย่าเสียดายในฝีมือของนางเลยโรงเย็บผ้าแห่งนี้้าคนที่มีใจรักไม่ใช่คนหาแต่ผลประโยชน์ใส่ตัวนะ” ท่านเหลยฟุกล่าว
“เ้าค่ะ” จือหม่าอี้กล่าวอย่างเข้าใจ
“งั้นข้าขอตัวนะเ้าคะข้าต้องรีบกลับแล้ว” เหวยเหนียงกลัวไม่ทัน
แต่ทว่า เหวยเหนียงยังไม่ทันได้จากไป อยู่ดีๆก็มีชายฉกรรจ์นับยี่สิบคนบุกรุกเข้ามาในโรงเย็บผ้า
“พวกเ้าเป็ใคร ้าอะไร”ท่านเหลยฟุกล่าวด้วยความใ
“ก็ยึดครองที่นี่น่ะสิ” ชุนชินกล่าวเสียงแข็ง
“เ้ากล้าเนรคุณข้าไปจ้างให้โจรป่ามายึดครองที่นี่เชียวหรือ” ท่านเหลยฟุไม่อยากจะเชื่อ
“ถ้าข้าไม่ได้เป็ ใครก็อย่าหวังจะได้เป็เ้าของที่นี่”ชุนชินกล่าว
ท่านเหลยฟุส่ายหน้าให้กับลูกบุญธรรมที่ตนเลี้ยงมา
“พวกเ้ารีบจับพวกนางซะหากพวกเ้าอยากได้พวกนางเป็เมียก็เชิญได้เลย ข้าอนุญาต” ชุนชินสั่ง
“นี่เ้า” จือหม่าอี้ไม่พอใจ
“ทำไมหรือจือหม่าอี้เ้าอยากเมียโจรคนแรกใช่มั้ย ข้าจะได้สั่งหัวหน้าโจรจัดให้เ้า” ชุนชินยิ้มเยาะ
“เลิกก่อกรรมทำชั่วได้แล้วชุนชิน”ท่านเหลยฟุพยายามเตือน
“ข้าก็อุตส่าห์อดทนดูแลท่านเป็อย่างดีก็หวังว่าท่านจะยกที่นี่ให้ข้า ที่ไหนได้ท่านกลับไปยกให้คนอื่นเสียได้” ชุนชินกล่าว
“เ้าไม่เคยสำนึกผิดกับการกระทำของเ้าบ้างเลยงั้นหรือ”ท่านเหลยฟุกล่าว
“เพื่อที่ข้าจะได้เป็เ้าของที่นี่แล้วข้ายอมทำทุกอย่าง” ชุนชินไม่สนใจอะไรอีกแล้ว
“อย่าลืมส่วนแบ่งของข้าล่ะ”หัวหน้าโจรกล่าว
“พวกเ้าไม่ต้องกลัวอีแก่คนนี้มีสมบัติเยอะ รับรองว่าข้าต้องแบ่งให้แน่” ชุนชินกล่าว
หลังจากที่พวกโจรจับหญิงสาวมัดแล้วขังในห้องเย็บผ้าจากนั้นหัวหน้าโจรก็กระชากแม่เฒ่าแล้วลากให้นางไปชี้จุดซ่อนสมบัติของนาง
“เบาๆ กับคนชราบ้างสิหากนางเป็อะไรไป พวกเ้าจะไม่มีทางรู้ที่ซ่อนสมบัตินะ” เหวยเหนียงเป็ห่วงท่านเหลยฟุ
“เ้าน่ะตัวดีเลย นังหมอดูเพราะเ้าแท้ๆ ท่านแม่เฒ่าถึงเปลี่ยนใจยกโรงเย็บผ้าให้คนอื่นข้ามอบเ้าให้หัวหน้าโจรก็แล้วกัน” ชุนชินเจ็บแค้นก็เลยแก้แค้นด้วยวิธีนี้
“อย่านะ” เหวยเหนียงวิ่งหนีทั้งๆที่ตนถูกจับมัดข้อมือไขว้หลังอยู่
เมื่อหัวหน้าโจรรู้ที่ซ่อนสมบัติแล้วพอกลับมาก็รีบผลักท่านเหลยฟุให้ล้มไปกองกับพื้นจือหม่าอี้จึงรีบเข้าไปดูอาการผู้าุโ
“ท่านเป็อย่างไรบ้างเ้าคะ”จือหม่าอี้กล่าวด้วยความเป็ห่วง
“ปล่อยพวกนางสิไหนเ้าบอกว่าหากข้าบอกที่ซ่อนสมบัติของข้าแล้ว เ้าจะยอมปล่อยพวกนางทั้งหมดไง”ท่านเหลยฟุกล่าว
“เื่อะไรข้าจะปล่อยหากปล่อยมีหวังพวกนางได้แจ้งทางการมาจับพวกข้าน่ะสิ” หัวหน้าโจรกล่าว
“เ้าตระบัดสัตย์นี่” ท่านเหลยฟุใ
“555 เ้าไม่เคยได้ยินหรือว่าไม่มีสัจจะในหมู่โจรน่ะ”หัวหน้าโจรหัวเราะเยาะกับความโง่เขลาของแม่เฒ่า
“ข้ายกเหวยเหนียงให้เ้านางหลบอยู่ตรงนั้น” ชุนชินชี้
“อย่านะ อย่าเข้ามานะ ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้ปล่อยข้า” เหวยเหนียงดิ้นสุดฤทธิ์หลังจากที่หัวหน้าโจรเดินเข้าไปจับตัวนางเพราะเขาพอใจในรูปโฉมของนางเป็อย่างมาก
ช่างเย็บผ้าคนอื่นๆต่างพากันช่วยเอาตัวเข้าไปกันไว้ให้ แต่พวกนางถูกมัดข้อมือไขว้หลังเช่นกันก็เลยพากันถูกพวกโจรผลักล้มไปกองกับพื้นได้อย่างง่ายดายทำให้หัวหน้าโจรแบกเหวยเหนียงไว้บนบ่าได้สำเร็จแล้วพานางไปที่ห้องโถงใหญ่เพื่อย่ำยีหญิงสาว
“รับรองว่าเ้าได้มีสามียี่สิบคนพร้อมกันแน่แม่นางเหวยเหนียง” หัวหน้าโจรคิดว่าจะชื่นชมนางก่อนค่อยยกนางให้ลูกน้องต่อไป
“ใครก็ได้ช่วยข้าด้วย ช่วยด้วย”เหวยเหนียงพยายามดิ้นรนขัดขืนทั้งน้ำตา
เหมือนโชคช่วย ผ่านไปไม่นานท่านมือปราบพร้อมกับทหารนับสามสิบคนก็กรูกันเข้ามาในโรงเย็บผ้าและจับรวบเหล่าโจรได้ทันควัน
เหล่ามือปราบรีบไปช่วยแก้มัดให้ท่านเหลยฟุและช่างเย็บผ้าสาวบัดนี้พวกนางปลอดภัยแล้ว
ชุนชินเห็นท่าไม่ดี กำลังจะแอบหนีไปเพราะยังไงนางก็เป็ผู้หญิง คงหลบสายตาท่านมือปราบได้ แต่ทว่า
“ท่านมือปราบ!จับชุนชินด้วยเ้าค่ะ นางกำลังจะหนีแล้วนางนั้นได้ร่วมมือกับกลุ่มโจรเพื่อปล้นชิงทรัพย์ด้วยเ้าค่ะ” ท่านเหลยฟุะโบอก
“ท่านปรักปรำข้า ข้าเปล่าทำนะ”ชุนชินรีบแก้ตัว
“พวกเราเป็พยานได้เ้าค่ะนางเป็คนจ้างให้โจรมาจับพวกเรา” จือหม่าอี้กล่าว
ตอนนี้เหวยเหนียงยังคงร้องะโขอความช่วยเหลือไม่หยุดหัวหน้าโจรรำคาญกำลังตบหน้านางแต่สักพักชายวัยกลางคนคนหนึ่งรีบจับข้อมือหัวหน้าโจรไว้ได้ทัน
“เ้าเป็ใคร เข้ามาได้อย่างไร”หัวหน้าโจรใ
“มือปราบนำทหารมาจับกุมพวกเ้าแล้วยังจะมีเวลามาย่ำยีผู้หญิงอีก” ชายวัยกลางคนกล่าว
“แก่แล้วไม่เจียม ตายซะเถอะ”หัวหน้าโจรรีบต่อสู้กับชายแปลกหน้าทันที
หัวหน้าโจรเข้าต่อสู้กับชายวัยกลางคนอย่างไม่อ่อนข้อแต่หัวหน้าโจรกลับไม่สามารถแตะต้องตัวชายดังกล่าวได้แม้แต่ปลายเล็บเพราะเขาหลบทันทุกครั้ง
“เ้าเป็ใครกันแน่ฝีมือของเ้าไม่ธรรมดา” หัวหน้าโจรสงสัย
“อย่ารู้เลย” ชายวัยกลางคนไม่ยอมบอก
สักพักชายวัยกลางคนก็จ่อดาบไปที่คอหัวหน้าโจรได้อย่างง่ายดาย
ท่านมือปราบช่วยประคองเหวยเหนียงให้ลุกขึ้นดีๆและปล่อยให้นางจัดเสื้อผ้าของตนให้เรียบร้อยแล้วพวกเขาก็เข้ามาช่วยกันจับกุมตัวหัวหน้าโจรไว้
“โชคดีที่ผู้าุโมาแจ้งทางการได้ทันไม่งั้นคนที่นี่อาจโดนปล้นชิงทรัพย์ไม่เพียงเท่านั้นพวกนางอาจโดนข่มขืนแล้วฆ่าทิ้งในป่า เหมือนกับคดีที่ผ่านมา”ท่านมือปราบกล่าว
“ขอบคุณผู้มีคุณเ้าค่ะ ท่านคือ…”เหวยเหนียงกล่าวอย่างซึ้งใจ
“ข้าคือ หยูซาข้าเห็นความผิดปกติที่โรงเย็บผ้าแห่งนี้ก็เลยรีบไปแจ้งทางการเท่านั้นเอง” ชายวัยกลางคนกล่าว
“ข้าจะมอบอัฐให้ท่านเป็สิ่งตอบแทน”ท่านเหลยฟุเดินเข้ามาได้ยิน นางรู้สึกซึ้งใจจึงคิดมอบค่าตอบแทน
“ไม่จำเป็หรอกท่านแม่เฒ่า ข้าได้รับค่าจ้างให้มาคุ้มครองแม่นางเหวยเหนียงให้กลับเมืองหลวง”ชายวัยกลางคนบอกวัตถุประสงค์
“ใครกันที่จ้างท่านท่านแม่ซูหลางงั้นหรือ” เหวยเหนียงสงสัย
“เปล่า! เขาเป็ชายนิรนามน่ะรีบไปกันเถอะ เ้าต้องรีบขนชุดพระสนมไม่ใช่หรือ” ชายวัยกลางคนเตือน
“เ้าค่ะ” เหวยเหนียงกล่าวจากนั้นนางก็ล่ำลาผู้าุโและเพื่อนๆ ที่เป็ช่างเย็บผ้าก่อนขึ้นไปบนรถม้าโดยมีท่านหยูซาขี่ม้าให้
ในขณะที่ท่านเหลยฟุได้นำทรัพย์สมบัติไปเก็บไว้ที่เดิมแล้วคุมให้ช่างเย็บผ้าและคนงานช่วยทำความสะอาดเพื่อเคลียร์สถานที่โดยค่ำคืนนี้ท่านเหลยฟุวางแผนไว้ว่าจะจัดงานเลี้ยงฉลองและจัดพิธียกตำแหน่งหัวหน้าโรงเย็บผ้าให้จือหม่าอี้อย่างเป็ทางการนับว่าเื่ราวจบลงด้วยดี
******************************
เหวยเหนียงคิดตั้งนานก็คิดไม่ออกว่าใครกันที่จ้างให้ชายผู้นี้มาคุ้มกันนางนางก็เลยะโถาม
“ท่านบอกข้ามาเถิด ข้าจะได้ตอบแทนผู้มีพระคุณไงเ้าคะ”เหวยเหนียงขอร้อง
“สักวันเ้าได้ตอบแทนเขาแน่เ้าไม่ต้องกลัวหรอก” หยูซากล่าว
เหวยเหนียงเห็นว่าหยูซาไม่ยอมบอกนางก็เลยยอมยุติ และคิดในใจว่า “ช่างเถิดสักวันข้าก็คงจะรู้เองนั่นแหละ”
รถม้าของเหวยเหนียงกำลังจะถึงเมืองหลวงแต่ทว่าหยูซากลับหยุดรถม้าเสียก่อน
“ทำไมล่ะ จะถึงอยู่แล้วนะเ้าคะ”เหวยเหนียงสงสัย
“ข้ามีธุระที่ต้องไปทำต่อเ้าขี่รถม้าไปเองเถิด อีกไม่นาน รถม้าของซุนหวินก็จะมาถึงจุดนัดพบข้างหน้าแล้ว”
“ขอบคุณเ้าค่ะ ผู้มีคุณ”เหวยเหนียงทำท่าคารวะผู้าุโ
หยูซาลงจากรถม้าและเดินเข้าไปในป่าแล้วไปหยุดอยู่ริมแม่น้ำ จากนั้นหยูซาก็แกะหน้ากากชายวัยกลางคนออกกลายเป็ซูเยี่ยนและกำลังจะใช้กำลังภายในะโหนีหายไปเพื่อเดินทางกลับบ้าน แต่ทว่า อยู่ดีๆเหวยเหนียงก็ะโเรียกเขา
“ท่านหยูซา! ท่านหยูซา!” เหวยเหนียงเดินตามมาพร้อมกับะโเรียก
ซูเยี่ยนคิดในใจว่า “แย่แล้ว!ข้าคงแปลงโฉมได้ไม่ทัน แล้วจะทำอย่างไรดี”
“ท่านหยูซา! ท่านยังไม่ไปใช่มั้ยรอข้าก่อนนะ ข้าจะมอบผ้ายันต์ให้ ไว้ป้องกันภัยอันตรายนะเ้าคะ” เหวยเหนียงะโบอกเพื่อยั้งผู้าุโไว้ก่อน
ซูเยี่ยนหันซ้ายหันขวาก่อนจะะโลงไปในน้ำและดำลงไปเพื่อหลบฮูหยินของตัวเอง
เหวยเหนียงมาถึงริมแม่น้ำ กลับไม่เจอใครเลยนางก็เลยบ่นว่า “ทำไมท่านถึงมีวรยุทธ์สูงเช่นนี้นะ ไม่ทันไรก็หายไปแล้วงั้นรีบไปพบซุนหวินกับท่านแม่ดีกว่า” เหวยเหนียงยอมกลับไปเมื่อไม่เห็นใคร
ซูเยี่ยนรอให้ฮูหยินเดินกลับไปขึ้นรถม้าเสียก่อนตนถึงโผล่ขึ้นมาหายใจ จากนั้นเขาก็ะโขึ้นไปบนบกแล้วรีบใช้กำลังภายในเดินในอากาศทั้งๆ ที่ยังเปียกโชกอยู่เพื่อกลับบ้านให้เร็วที่สุด
******************************
พอถึงจุดนัดพบท่านแม่ก็เลยเปลี่ยนไปนั่งรถม้าของเหวยเหนียงที่บรรทุกชุดพระสนมจนเต็มคันรถส่วนเหวยเหนียงและซุนหวินก็เปลี่ยนชุดกันซุนหวินถอดหน้ากากออกแล้วขี่รถม้าที่บรรทุกพับผ้ากลับไปที่บ้านของซูเยี่ยน
เหวยเหนียงขี่รถม้าพาแม่สามีเข้าวังให้เร็วที่สุดเพื่อเข้าเฝ้าฮองเฮา
ณ ตำหนักฮองเฮา เวลาเย็นพอดี
บัดนี้สาวงามได้ไปรอรับชุดที่ตำหนักฮองเฮานานพอสมควรโชคดีที่เหวยเหนียงและซูหลางมาทันเวลาพอดี
“เ้าทำงานเสร็จแล้วงั้นหรือเหวยเหนียง”ฮองเฮาทรงแปลกพระทัย
“เพคะ” เหวยเหนียงกล่าว
ฮองเฮาทรงดำริว่า “เป็ไปได้อย่างไรนางสามารถตัดเย็บเสื้อผ้าสามสิบชุดในวันเดียวเลยงั้นหรือ”
พอกงกงยกห่อชุดพระสนมมาวางต่อหน้าพระพักตร์ฮองเฮาก็ทรงรีบเสด็จไปทอดพระเนตรพระองค์ทรงตกพระทัยที่ทอดพระเนตรเห็นทุกชุดตัดเย็บเรียบร้อย
ฮองเฮาทรงดำริว่า “ครั้งนี้เ้ารอดไปได้แต่ต่อไปก็ไม่แน่หรอกเหวยเหนียง เราไม่เชื่อว่าเ้าจะดวงแข็งไปได้ตลอดหรอก”
“หม่อมฉันกลับได้แล้วใช่มั้ยเพคะ”เหวยเหนียงกล่าว
“รอรับกล่องอัฐก่อนแล้วค่อยกลับ”ฮองเฮาตรัสสั้นๆ
“ขอบพระทัยเพคะ” ซูหลางและเหวยเหนียงกล่าวพร้อมกัน
สาวงามจึงเดินไปรับชุดตามรายชื่อเพราะต้องรับชุดใครชุดมันตามขนาดตัวที่วัดไว้เมื่อวานนี้พวกนางลองสวมใส่ก็พบว่าทุกคนสวมได้พอดียกเว้นชุดของปิงปิงที่คับเล็กน้อย
ปิงปิงคิดในใจว่า “แม่ของซูเยี่ยนแกล้งข้านี่นางคงแกล้งจดบันทึกโดยลดขนาดตัวข้า ทำให้ข้ารู้สึกคับเช่นนี้ข้าถึงขั้นต้องแขม่วพุงเชียวนะ น่าเจ็บใจจริงๆ”
และแล้วจากเหตุการณ์นี้ครอบครัวของซูเยี่ยนก็สามารถเอาตัวรอดและพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้เพราะไหวพริบของลูกสะใภ้อย่างเหวยเหนียงแท้ๆ
******************************
ณ บ้านของซูเยี่ยน
แม่สามีและเหวยเหนียงเดินกลับบ้านด้วยความโล่งใจ
“ท่านแม่เป็อย่างไรบ้างเ้าคะ”ซูหลินรีบออกมาต้อนรับด้วยความโล่งอกที่เห็นทั้งสองปลอดภัยกลับมา
“ผ่านไปด้วยดีลูกและฮองเฮาก็ทรงมอบอัฐเป็ค่าตัดเย็บชุดให้ด้วย” ท่านแม่กล่าว
“ดีจังเลยเ้าค่ะสมกับที่พวกเรายอมอดหลับอดนอนกัน” ซูหลินกล่าวตอนนี้นางรู้สึกง่วงนอนมาก
“ลำบากท่านแม่และซูหลินแล้วเ้าค่ะ”เหวยเหนียงกล่าว
“ลำบากเ้าด้วยต่างหากหากเ้าไม่คิดแผนการนี้ ก็ไม่รู้ว่าพวกเราจะเป็ตายร้ายดีอย่างไร” ท่านแม่กล่าวด้วยความซึ้งใจ
ฮัดเช้ย! ฮัดเช้ย!
“ซูเยี่ยนเขาเป็อะไรไปน่ะ”ท่านแม่ได้ยินเสียงลูกชายจาม
“เขาไปเล่นน้ำกับเพื่อนๆทั้งวันเ้าค่ะ เขาก็เลยไม่สบาย” ซูหลินกล่าว
“เขากินยาแล้วหรือยัง” ท่านแม่รีบถาม
“ข้าให้เขากินยาสมุนไพรแล้วเ้าค่ะตอนนี้เขานอนอยู่ในห้อง” ซูหลินรายงาน
“ข้าจะไปดูเขาเสียหน่อยแล้วข้าจะเข้าครัวไปทำอาหารให้” ท่านแม่กล่าว
“ไม่ต้องแล้วเ้าค่ะข้าเข้าครัวทำอาหารไว้รอท่านแล้วข้ามั่นใจว่าพี่เหวยเหนียงต้องช่วยพวกเราจนพ้นวิกฤตไปได้เ้าค่ะ” ซูหลินเชื่อใจเหวยเหนียง
“ต้องขอบคุณเหวยเหนียงจริงๆ”ท่านแม่รู้สึกเชื่อใจลูกสะใภ้และยอมรับในตัวนาง
“ต้องขอบคุณพวกท่านด้วยต่างหากเ้าค่ะ”เหวยเหนียงกล่าว
“เอาล่ะยังไงพวกเราก็ลงเรือลำเดียวกันแล้ว คงต้องร่วมมือกันฟันฝ่าอุปสรรคต่อไป” ท่านแม่คิดว่าเื่มันยังคงไม่จบแค่นี้แน่
ซูหลางเข้าไปหาลูกชายที่ห้องนอนพอเห็นลูกชายนอนหนาวจับสั่น ก็เลยหันไปถามลูกสาวว่า “หมอมาดูอาการแล้วหรือยัง”
“มาแล้วเ้าค่ะ” ซูหลินกล่าว
“คงต้องเช็ดตัวเพื่อลดอาการตัวร้อนเสียก่อน”ท่านแม่กล่าวหลังจากจับตัวลูกชาย
“เดี๋ยวข้าทำให้เ้าค่ะ” เหวยเหนียงอาสา
“ฝากด้วยนะเหวยเหนียง” ท่านแม่กล่าวเพราะมันควรเป็หน้าที่ของฮูหยิน
“เ้าค่ะท่านแม่” เหวยเหนียงรับคำ
ดังนั้นเหวยเหนียงจึงช่วยใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดตัวให้ฝ่ายชายผ่านไปไม่นานซูหลินก็ยกสำรับอาหารและยาสมุนไพรเข้ามาในห้องของซูเยี่ยน
“ท่านไม่ลงไปทานด้วยกันงั้นหรือเ้าคะ”ซูหลินเห็นว่าเหวยเหนียงได้ขอให้นางยกข้าวต้ม ยา และอาหารของเหวยเหนียงมาที่ห้องนอนด้วย
“ข้าจะป้อนอาหารให้ซูเยี่ยนก่อนแล้วข้าค่อยทานในห้องนี้เลย เ้ากลับไปทานอาหารกับท่านแม่เถิด ไม่ต้องห่วงนะข้าจะดูแลซูเยี่ยนเอง” เหวยเหนียงกล่าว
“ฝากด้วยนะเ้าคะ ข้าขอตัวก่อน”ซูหลินกล่าว
เหวยเหนียงจึงช่วยประคองให้ฝ่ายชายพิงผนังดีๆเพื่อให้เขาทานอาหารที่เตียงนั่นเลย
“ข้าป้อนนะ” เหวยเหนียงยกถ้วยข้าวต้มหมายจะป้อนให้
“ข้าทานเองได้” ซูเยี่ยนกล่าว
“อย่าดื้อสิอาการพิษไข้ทำให้เ้าไม่มีแรง เดี๋ยวข้าวต้มหกกันพอดี” เหวยเหนียงยังคงดึงดัน
“ก็ได้” ซูเยี่ยนยอมให้ฮูหยินป้อนให้
เหวยเหนียงป้อนข้าวต้มเสร็จนางก็ใช้ผ้าเช็ดหน้าของนางเช็ดปากให้ฝ่ายชาย เสร็จแล้วก็ยกถ้วยยาสมุนไพรให้
“ขมหน่อยนะ ทนเอาหน่อยนะ”เหวยเหนียงกล่าว
ซูเยี่ยนรับถ้วยมาดื่มเอง ก็เลยว่า “ขมจริงๆ ด้วย”
“ดื่มยาให้หมดนะ จะได้หายไวๆ”เหวยเหนียงกล่าว
พอซูเยี่ยนทานยาเสร็จ เหวยเหนียงก็ประคองฝ่ายชายให้นอนดีๆแล้วห่มผ้าห่มให้
“เ้า้าอะไรบอกข้านะ”เหวยเหนียงกล่าว
“นอนกอดข้าที ข้าหนาว” ซูเยี่ยนกล่าวอย่างเอาแต่ใจ
“อะไรนะ!” เหวยเหนียงใเพราะยังไงนางก็เป็ผู้หญิง
“ท่านแม่นอนกอดข้าตอนข้าป่วยเป็ประจำนี่”ซูเยี่ยนกล่าวอ้าง
“แต่ว่า…” เหวยเหนียงลังเล
“ทำไมล่ะ ข้าเป็เด็กนะ” ซูเยี่ยนอ้าง
“ก็ได้ คืนนี้ข้าจะนอนกอดเ้าเอง”เหวยเหนียงยอมใจอ่อน
และแล้วเหวยเหนียงก็หลงกลนางยอมนอนกอดฝ่ายชายอยู่อย่างนั้นทั้งคืน
ซูเยี่ยนแอบยิ้มอย่างเป็สุขเพราะสมใจจากนั้นเขาก็นอนหลับฝันดี
แต่สำหรับเหวยเหนียงนั้นกลับนอนกอดฝ่ายชายด้วยใจเต้นแรงนางคิดในใจว่า “เขาเป็แค่เด็ก ท่องไว้สิ”
ในระหว่างที่หญิงสาวนอนกอดฝ่ายชายอยู่นั้นเหวยเหนียงมองไปที่หน้าของฝ่ายชายสักพักนางก็นึกไปถึงตอนที่นางได้เป็ลูกศิษย์ของท่านหมอดูเทวดาหานฟง ความว่า…
******************************
ณ ถ้ำแห่งหนึ่ง
“ในเมื่อเ้ายอมเป็ศิษย์ของข้าแล้วข้าจะทำนายดวงชะตาให้เ้าเป็สิ่งตอบแทนก็แล้วกัน” หานฟงกล่าว
“ข้าไม่เชื่อเื่ดวงเ้าค่ะท่านก็ยังคะยั้นคะยอให้ข้ายอมเป็ศิษย์ท่านอีก” เหวยเหนียงกล่าว
“เอาน่าทนฟังดวงเ้าไปก่อนก็แล้วกัน ต่อไปภายภาคหน้าเ้าจะได้เป็ฮูหยินของแม่ทัพใหญ่รู้มั้ย”หานฟงทำนาย
“นั่นข้ายิ่งไม่เชื่อท่านไปใหญ่ข้าไม่ชอบทหาร แล้วข้าจะเป็เมียทหารได้อย่างไรเ้าคะ” เหวยเหนียงไม่เชื่อ
“เมื่อถึงตอนนั้นเ้าก็จะรู้เองแต่กว่าที่เ้าจะได้เป็ฮูหยินแม่ทัพ เ้าจะต้องคอยร่วมทุกข์ร่วมสุขกับสามีของเ้าห้ามเ้าทิ้งเขาไปไหนยามเขาตกต่ำเด็ดขาดแล้ว์จะตอบแทนให้สามีเ้าได้กลับมาเป็แม่ทัพที่ยิ่งใหญ่ในยุคที่เปลี่ยนรัชสมัยใหม่เองส่วนเ้าก็จะได้เป็ฮูหยินของท่านแม่ทัพที่มีผู้คนยกย่องนับหน้าถือตา” หานฟงกล่าว
“ใครจะยอมอดทนร่วมทุกข์ร่วมสุขกับชายที่ตกต่ำได้นานล่ะเ้าคะ”เหวยเหนียงคิดว่าตนทำไม่ได้
“ความรักที่เ้ามีต่อเขามันจะเป็เหมือนโซ่ตรวนพันธนาการไม่ให้เ้าไปจากเขาได้เอง เอาล่ะข้าดูดวงให้เ้าได้เพียงแค่นี้เท่านั้น” หานฟงกล่าว
“ข้าจะพิสูจน์ให้ดูว่าท่านดูดวงไม่แม่นคอยดูก็แล้วกันเ้าค่ะ” เหวยเหนียงกล่าว
“อย่าฝืนดวงชะตาเลยเหวยเหนียงขนาดเ้ามีดวงได้เป็หมอดู เ้าก็ยังหนีไม่พ้นเลย” หานฟงแสดงให้ดู
“เพราะท่านบังคับข้าต่างหากเ้าค่ะ”เหวยเหนียงไม่ได้เต็มใจั้แ่แรก
“แล้วเ้าจะขอบคุณข้าเหวยเหนียงคอยดูต่อไปก็แล้วกัน” หานฟงกล่าวยิ้มๆ
“จะให้ข้าฝึกอะไรก็ว่ามาสิเ้าคะ” เหวยเหนียงยอมทำตามคำพูด
“ไปวิ่งรอบถ้ำ 20 รอบ” หานฟงกล่าวสั้นๆ
“อะไรนะเ้าคะ!” เหวยเหนียงใ เพราะมันไม่เกี่ยวข้องกับวิชาโหราศาสตร์เลยสักนิด
“อยากเป็หมอดูต้องมีร่ายกายแข็งแรง”หานฟงกล่าวอ้าง
“ไม่เห็นจะเกี่ยวกันเลยนี่เ้าคะ”เหวยเหนียงไม่เข้าใจ
“ข้าอยากเห็นเ้าแข็งแรงมีอายุยืนยาวจะได้คอยช่วยเหลือผู้คนได้ตั้งมากมาย อย่าต่อปากต่อคำข้านักเลย รีบไปวิ่งเร็วเข้า”หานฟงรีบตัดบท
“เ้าค่ะ” เหวยเหนียงยอมไปวิ่งรอบถ้ำแต่โดยดี
สักพักเหวยเหนียงก็ตื่นจากภวังค์
“ข้าหิวน้ำจังเลย” ซูเยี่ยนกล่าว
“เดี๋ยวข้าลุกไปหยิบถ้วยน้ำมาให้เ้าดื่มนะ”เหวยเหนียงกล่าวรับคำ
ซูเยี่ยนมองฮูหยินลุกจากเตียงแล้วเดินออกไปนอกห้องเพื่อไปหยิบถ้วยน้ำที่ห้องครัวเขาคิดในใจว่า “ขอบคุณนะเหวยเหนียงที่ช่วยชีวิตครอบครัวของข้า”