"แม่เคยคิดไหมครับ..." เขาเอ่ยขึ้นในความเงียบ
"...ว่าคนบางคนไม่ควรเกิดมาบนโลกนี้"
หญิงสาวไม่ตอบ แต่ดวงตาของเธอสั่นไหว เพราะรู้ดีว่าเขากำลังหมายถึงใคร ลมกลางคืนพัดผ่านอีกครั้ง ความเงียบกลับหนักกว่าเดิม
"ผมอยากให้มันเจ็บ" พัทเตอร์พูดต่อ น้ำเสียงเรียบจนฟังดูน่ากลัว
"ไม่ใช่แค่ติดคุก"
"ไม่ใช่แค่เสียชื่อ"
"ผมอยากให้มันรู้สึกเหมือนที่พวกเราเป็"
คำพูดนั้นลอยอยู่ในอากาศ เย็นเยียบยิ่งกว่าสายลม คุณแม่ของพายหลับตาลง เพราะลึก ๆ แล้ว...เธอเองก็เคยคิดเช่นนั้น เคยคิดในความมืด ใน่เวลาที่ไม่มีใครมองเห็น เคยหวังให้ใครสักคนทำลายคนที่ทำลายชีวิตของเธอ และนั่นคือสิ่งที่ทำให้เธอหวาดกลัว ไม่ใช่ไนท์ แต่เป็ความเกลียดชังที่กำลังกัดกินหัวใจของตัวเอง
"อย่าปล่อยให้มันเปลี่ยนเรา" เธอพูดออกมาเบา ๆ พัทเตอร์หัวเราะในลำคอ เป็เสียงหัวเราะที่ไร้ความสุข
"แต่มันเปลี่ยนเราไปแล้วไม่ใช่เหรอครับ" ประโยคนั้นทำให้ทุกอย่างเงียบลงอีกครั้ง เพราะมันคือความจริง ความจริงที่ไม่มีใครกล้าพูด ก่อนเกิดเื่
พวกเขาเป็คนอีกแบบหนึ่ง แต่ตอนนี้... ทุกคนกำลังกลายเป็คนที่ไม่รู้จักตัวเอง
แม่ของพายรับรสจูบของพัตเตอร์อย่างเคอะเขิน สองมืองของเขาเคลื่อนไปตามเรือนร่างของเธอ และหยุดเกาะกุมอยู่ที่เต้าอูมข้างหนึ่ง อีกข้างบีบเคล้นอยู่กับบั้นท้ายงามงอน เขารู้สึกว่าเธอเหมือนหญิงวัยเดียวกับเขา ทุกอย่างดูอวบอิ่มเต่งดึง
มือของเธอเองก็ไม่ได้อยู่เฉย เอ็นอุ่นที่ซ่อนตัวถูกจับออกมารับแสงจันทร์ก่อนจะถูกรูดขึ้นลงช้า ๆ เอ็นอุ่นค่อย ๆ แข็งตัวสู้มือของเธอ รสััของทั้งสองเริ่มเร่าร้อนขึ้นด้วยแรงปรารถนา แม่ของพายค่อย ๆ ทรุดตัวลง แก่นกายของเขาซึ่งเป็แฟนของลูกสาวเธอ อวดโฉมอยู่ตรงหน้า ภายใต้แสงจันทร์ที่เคยดูนวลตา บัดนี้กลับกลายเป็พยานในรสสวาทที่กำลังถูกจุดขึ้นเพื่อบรรเทาไฟแค้นและความขมขื่นที่เกาะกินใจของผู้เป็แม่
ความโกรธที่มีต่อไนท์ยังคุกรุ่นอยู่ในอก ขณะเดียวกันความอ่อนแอของผู้หญิงตรงหน้าก็ทำให้หัวใจของเขาอ่อนลงอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
ราวกับคนสองคนที่ต่างมีาแ กำลังพยายามใช้ความอบอุ่นของอีกฝ่ายปิดบังความหนาวเหน็บภายในใจ
ความอุ่นเข้าแก่นกายของเขา พร้อมกับความเสียวซ่านที่เริ่มก่อตัวขึ้นทีละน้อย อายุเป็เพียงตัวเลขจริง ๆ ลีลาการใช้ปากและลิ้นของเธอต่างหากที่ทำให้พัทเตอร์ยอมทำตามความปรารถนาของเธอ
“พัทเตอร์...” เสียงเรียกชื่อเขาเบามาก
“ครับ”
เธอไม่ตอบในทันที เพียงมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ราวกับกำลังตัดสินใจครั้งสำคัญ แล้วจึงเอ่ยออกมา
“คืนนี้... แม่ไม่อยากอยู่คนเดียว” ประโยคนั้นทำให้พัทเตอร์นิ่ง เขารู้ดีว่าคำพูดสั้น ๆ นี้มีความหมายมากกว่าที่ได้ยิน หญิงสาวก้มหน้าลง ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าช้า ๆ
“ถ้าเรายังยืนอยู่ตรงนี้... แม่กลัวว่าพรุ่งนี้เราจะทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น” พัทเตอร์มองเธออย่างเงียบงัน
“แม่ไม่รู้ว่ามันถูกหรือผิด” เธอพูดต่อ
“แต่แม่รู้ว่า... คืนนี้แม่ไม่อยากกลับไปอยู่กับความทรงจำพวกนั้นเพียงลำพัง”
สายลมพัดผ่านอีกครั้ง ผ้าม่านด้านในปลิวไหวตามแรงลม หญิงสาวจึงค่อย ๆ ถอนมือกลับ ก่อนหันมองประตูที่เชื่อมระเบียงกับตัวบ้าน
เธอเดินไปสองก้าวแล้วหยุด ก่อนจะหันกลับมา
“ไปที่ห้องแม่เถอะ” เสียงนั้นเบาจนแทบเป็เพียงลมหายใจ พัทเตอร์ยืนนิ่งอยู่ชั่วครู่ เขารู้ดีว่าหลังจากก้าวผ่านประตูบานนั้น ไม่มีอะไรจะเหมือนเดิมอีก
แต่ในที่สุด เขาก็เดินตามเธอไป ประตูระเบียงค่อย ๆ ปิดลง ทิ้งแสงจันทร์เอาไว้เื้ั และพาความลับของคนสองคนเข้าสู่ความมืดของบ้าน ค่ำคืนนี้ยังไม่จบ