ผู้เลี้ยงดู
สิ้นคำของชีน่า เนย่าก็เบิกตาโพลง ราวกับโลกทั้งใบของเธอแตกเป็นเสี่ยงหูอื้อตาพร่าไปชั่วครู่ อากาศที่เย็นอยู่แล้วก็ดูเหมือนจะยิ่งหนาวเหน็บจนเสียดแทงเข้าไปในผิวเนื้อ
“มะ.... ไม่จริง ทุกคนล้อเล่นรึเปล่าคะคุณบาร์รามจะตายได้ยังไง เขาแข็งแรงและเก่งมาก ๆ นะคะ” เนย่าเสียงสั่นเครือการที่เธอหลับไม่รู้ความเป็นไปในเวลาปัจจุบันทำให้เธอเสียใครคนหนึ่งที่สำคัญกับเธอมาก ๆ เช่นนั้นหรือ
“พวกเราไปหาดวงจิตต้นกำเนิดของเธอในโลกมนุษย์แหวนนั่น คือสิ่งที่ทำให้เธอฟื้น” เซนดรินก้มมองแหวนบนนิ้วของเนย่าพร้อมอธิบาย
“ที่นั่นเป็นสุสานมีดอกไม่สีดำที่บาร์รรามบอกว่ามันคือดอกคิวบิคเทียร์ที่จะเบ่งบานเฉพาะเวลามีนางฟ้าดับสูญไป แต่พวกมันขึ้นอยู่ที่นั่นจนเต็มไปหมดพวกมันกลายร่างและพยายามเข้าโจมตี มีกับดักน้ำแข็งที่ทำเอาเราแทบเอาชีวิตไม่รอดและมีปีศาจมังกรเฝ้าสุสานบาร์รามพยายามจะเปิดสุสานเพื่อนำดวงจิตต้นกำเนิดมาแต่ก็ถูกมันฆ่าเสียก่อน” ฮาร์มเป็นคนอธิบายสถานการณ์ให้ฟัง
เนย่ามองแหวนบนนิ้วมือขวาของตัวเองก็ตัวสั่นเทิ้ม เพราะเจ้าสิ่งนี้เช่นนั้นหรือที่ทำให้คุณบาร์รามของเธอหายไป
“ดูเหมือนเลือดของเธอที่อยู่ในตัวของบาร์รามจะทำให้สุสานเปิดเพราะเจ้ามังกรปีศาจตนนั้น มันเสียบร่างของบาร์รามเข้ากับป้ายสุสานจนพวกฉันไม่สามารถพาร่างเขากลับมาได้” เซนดรินอธิบายต่อ
“ที่นั่นมีดอกคิวบิคเทียร์รึเป็นไปได้อย่างไรที่นั่นโลกมนุษย์” อีรอสเอ่ยถามเด็กทั้งสองและพวกเขาพยักหน้ารับ
ดอกคิวบิคเทียร์นอกจากขึ้นในสุสานนางฟ้าแล้วมันยังเป็นยาพิษชั้นเยี่ยมทีเดียวอีรอสยังคาดหวังจะได้มันมาสักดอกสองดอกเพื่อปรุงยาขึ้นแต่ยากลำบากมากเพราะพวกนางฟ้าใช่จะดับสูญกันง่าย ๆ
“แล้วตอนนี้เขาอยู่ไหน ฉันจะไปรักษาเขา” เนย่ารีบถลาออกไปจนฮาร์มและเซนดรินต้องคว้าแขนเธอไว้
“โลกมนุษย์” ฮาร์มเอ่ยเสียงเรียบ
“พวกนายไปได้ ฉันก็ต้องไปได้ บอกวิธีมา” เนย่าหันกลับไปกระชากคอเสื้อของเซนดรินและฮาร์มแทบจะพร้อมๆ กัน
“บาร์รามเขาไม่กลับมาหรอกเนย่าเขาถ่ายทอดโองการเชื่อมภพกับกุญแจไว้ที่ฉันสองคนแล้ว” ฮาร์มเปิดดวงตาข้างขวาให้ดูว่าข้างนี้เคยเป็นดวงตาของบาร์ราม ส่วนเซนดรินก็ปลดเสื้อให้ดูรอยอักขระที่เคยอยู่บนตัวของบาร์รามให้เนย่าดูว่ามันอยู่ที่เขาแล้วเช่นกัน
“งั้นพวกนายก็ต้องพาฉันไป พาฉันไปหาเขา” เนย่าเขย่าแขนของทั้งสองไปมาขอร้องจนทรุดลงไปกับพื้น แล้วร้องไห้อย่างหนัก
“ยายหนูตั้งสติก่อน” ชูม่าพยายามปลอบ
“จะให้ฉันตั้งสติอะไรอีกชูม่า คุณบาร์รามคุณเขาดูแลฉันมาตลอด” หันไปถามคนปลอบด้วยน้ำเสียงสะอื้น
“ฮือออ!!” เด็กหญิงปิดหน้าร้องไห้จนทุกคนในเหตุการณ์ต้องรีบเข้ามาปลอบแต่ดูเหมือนคนเสียใจจะไม่ได้ยินเสียงใครเลยนอกจาก อยากจะหาทางไปค้นหาร่างของคนที่เปรียบเสมือนพี่ชายของเธอ
“อาจารย์คะ อาจารย์ หนูพอจะทำอะไรได้บ้างที่คุณบาร์รามจะไม่จากหนูไปแบบนี้” เนย่าหันไปขอร้องทรีบาสที่ได้แต่ถอนหายใจเบา ๆเขาเองก็จนปัญญาจริง ๆ
“เขาตายแล้วเนย่า” มาดามรีรีนลูบหลังเด็กหญิงปลอบใจสงสารเหลือเกินแต่ก็ต้องพยายามให้เด็กหญิงยอมรับ
“ถ้าวิญญาณยังอยู่ ผู้ที่ตุลาการผูกสัญญายังอยู่แบบนี้จะเรียกว่ายังไม่ตายได้ไหมครับ” ฮาร์มหันไปเอ่ยถามบดีดินที่ยืนนิ่งอยู่
“ยังไง” เอิร์นนิสเอ่ยถามกลับ
“ผม มีดวงวิญญาณของเขา” ฮาร์มตอบเสียงเรียบทุกคนรีบหันไปมองเขาทันทีด้วยความสงสัย
“อืม เจ้าเป็นผู้รับใช้ยมโลกนี่นา” เอิร์นนิสเหยียดยิ้ม
“ส่วนคุณคือผู้ฟูมฟักเงาของผมสินะและเป็นผู้เก็บกวาดหวนคืนอีกด้วย” นัยน์ตาสีดำจ้องมองเอิร์นนิสด้วยแววเย็นชา
“หึ ๆ ขอโทษนะ ที่ต้องปล่อยเจ้าให้เดียวดายแบบนั้น” ไทโซล์เอ่ยขอโทษลูกมังกรที่เขาเคยพาไปตกระกำลำบากจนแข็งกระด้างขนาดนี้แววตาคู่นั้นยังคงอ่านยากเช่นเคย
“ผมเจอผู้ฟูมฟักผมแล้ว เรื่องนั้นผมไม่ถือสา” ฮาร์มตอบเสียงเรียบ
“เจ้าจะไม่โกรธข้าหน่อยรึ ที่ทำให้ชีวิตตกต่ำย่ำแย่ทั้งที่จริง ๆ แล้วข้าจะทำให้ชีวิตเจ้าดีขึ้นกว่านี้ก็ได้”
“ไม่ เรื่องบาร์รามคุณมีวิธีไหนพอจะช่วยให้เนย่าเสียใจน้อยกว่านี้ได้บ้าง” ฮาร์มตัดบทเพราะไม่อยากเสียเวลารื้อฟื้นเรื่องเก่าที่ผ่านมาเนิ่นนานแม้ชีวิตเขาจะยากลำบากมาก แต่ก็เพราะบดีดินเช่นกันที่ทำให้เขาเข้มแข็งและอยู่อย่างมีเป้าหมาย
“คิดว่าพอจะช่วยได้นะแม้ร่างจะไม่อยู่ที่นี่ให้เก็บกวาดได้ หรือให้คืนวิญญาณเข้าร่าง” เอิร์นนิสใช้ความคิดชั่วครู่ก่อนจะตอบไป
“ยังไงคะ” เนย่ารีบเอ่ยถามอย่างมีความหวัง
“เพราะฉันคือหนึ่งในผู้สะกดบาร์ราม” บดีดินส่ายศีรษะอย่างไม่อยากจะเชื่อตัวเองเหมือนกันไม่คิดว่าการที่เขายื่นมือเข้าไปแทรกการพิพากษาของพวกผู้ปกปักวันนั้นจะมีวันนี้ที่เขาจะต้องเป็นผู้คืนร่างให้แก่ผู้ที่เขาลงมือคุมขัง
“ไม่ใช่พวกผู้ปกปักร่วมมือกันหรือ” ซาร์เรียที่นิ่งฟังอยู่นานเอ่ยถามความสัมพันธุ์ของผู้ที่อยู่โลกเดียวกับเธอช่างซับซ้อนยิ่งนัก
“ตอนนั้นผู้ปกปักทิศตะวันตกหายไปคาดว่าคงจะติดอยู่ในภพมนุษย์เพราะตามฉันมา” บดีดินไหวไหล่เขาพอจะรู้สึกได้ว่าเหตุการณ์ในวันนั้นมีคนตามเขามาเพิ่มอีกนอกจากทรีบาส
“ท่านนี่เองสินะที่ทำให้ฮาร์มมีร่างของอสุรเทวาเช่นเดียวกับ เซนดริน ฉันคิดว่าโรเกลจะมีไข่ใบเดียวเสียอีก” ทรีบาสพอจะปะติดปะต่อเรื่องราวเกี่ยวกับร่างอสุรเทวาของฮาร์มได้แล้ว
“ไม่นางมีไข่อีกใบที่อยู่ในท้องและยังไม่ถึงเวลาถือกำเนิดแต่เนื่องจากนางตายและร่างถูกเผาข้าผู้ทำหน้าที่เก็บกวาดซากให้กลับคืนสู่ผืนดินไปพบไข่ของมังกรของฮาร์มเข้าจึงเก็บไว้กับตัวตั้งใจจะฟักเสียเอง แต่ต้องใช้ดวงจิตผู้ฟูมฟักของสองไฮดรา จึงออกตามหาได้ข่าวว่าบาร์รามคือคนเก็บดวงจิตทั้งคู่ไว้เลยตั้งใจจะไปแย่งชิงมาแต่ทว่าบาร์รามกลับได้โองการเชื่อมภพแล้วพยายามจะหนีไปภพอื่นข้าที่พยายามเข้าไปแย่งชิงทำให้ดวงจิตนั่นหล่นหายไปในห้วงมิติ ข้าเลยตามดวงจิตไปพบว่ามันไปตกในโลกมนุษย์ และอยู่ในร่างของเนลล่า แม่ของเนย่าในตอนนั้นเธอถูกทำร้ายจวนเจียนจะสิ้นใจ เธอคลอดเนย่าและสิ้นลมในทันทีแต่น้ำตาของเนลล่าก็ตกลงบนผิวเปลืองไข่มังกรที่ข้าติดตัวไปด้วยทำให้ฮาร์มฟักออกมามีร่างเช่นนี้ ข้ารู้สึกได้ว่ามีคนตามมาอีก จึงซ่อนตัวอยู่ปรากฏว่าเป็นท่านที่มา ในตอนนั้นข้าคิดว่าเนย่าตายแล้ว จึงหลบเพื่อให้ท่านจากไปและรอจะเข้าไปจัดการร่างของทั้งคู่” เอิร์นนิสอธิบาย
“แต่เนย่ากลับฟื้นแล้วร้องไห้เสียงดังไข่ของมังกรเรียกหาจิตผู้ฟูมฟักฉันจึงส่งไข่ใบนั้นให้เนย่า พอได้รับน้ำตาไข่ของเซนดรินกลับฟัก แล้วได้ร่างอสุรเทวามาเช่นกัน ช่างเป็นเรื่องน่าอัศจรรย์นัก” ทรีบาสเสริมต่อ ในที่สุดเขาก็เข้าใจเสียทีว่าทำไมเนย่าถึงมีมังกรสองตนได้
“แล้วพ่อหนูก็มาเจอหนูแล้วเผาทั้งหมู่บ้านเพื่อแก้แค้นให้แม่ค่ะพ่อตั้งชื่อให้หนูก่อนจะถูกเทพผู้สร้างพาตัวไป ตอนหนูหลับหนูเห็นหมดทุกอย่างเลยค่ะ มีอีกาสีขาวฝูงใหญ่หอบหนูที่นอนอยู่บนสุสานของแม่พาเข้าไปในหมู่บ้านที่ถูกเผาไหม้แต่มีเพียงที่เดียวที่ไม่ได้ไหม้ไปด้วย มีคนรับเลี้ยงหนูนั่นคือภาพสุดท้ายที่หนูเห็นค่ะ” เนย่าอธิบายในส่วนของเธอบ้างที่เธอรับรู้มาจากการที่ย้อนอดีตกลับไปในตอนหลับ
“และข้า คือคนที่รับเจ้ามาเลี้ยงดูในโลกมนุษย์เพราะข้าไม่สามารถกลับมายังเซนเทียได้ จึงเลี้ยงดูเจ้ามาโดยตลอดจนเจ้าหนีออกไปจากบ้านเด็กกำพร้า ข้าเฝ้ามองดูการเติบโตเจ้ามา แต่ก็ไม่คิดว่าคนที่ผู้ปกปักแห่งทิศตะวันออกจะผูกสัญญารับใช้ด้วยจะเป็นเจ้า” เวย์นาสเดินเข้ามาไขความกระจ่างให้ทุกคนอีกครั้ง แม้สภาพของเขาจะดูอิดโรยอ่อนระโหยเต็มทีแต่เมื่อได้ฟังเรื่องราวที่ทุกคนต่อเรื่องกัน ก็เข้าใจได้ว่าที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้นบ้าง
“คุ... คุณคือ...” เนย่าตื่นตะลึงเมื่อพบคนที่กำลังเดินฝ่าวงล้อมเข้ามาหา
“ความทรงจำเจ้าไม่มีข้าอยู่หรอกข้าเป็นคนลบมันเองเพื่อให้เจ้ามีชีวิตปกติที่สุดเท่าที่มนุษย์จะมีได้แม้จะต้องเติบโตมาโดดเดี่ยวเหมือนไม่มีใครอยู่ข้าง ๆ เลยก็ตามแต่ข้าก็เฝ้าดูเจ้าตลอดไม่ได้ทิ้งไปไหนไกลจนได้พบเจ้าอีกครั้งในวันที่ได้กลับมาโลกนี้ แต่เพื่อนข้าก็ตายเสียแล้วข้ายังไม่ได้แก้แค้นมันที่เปิดประตูโองการจนทำให้ข้าต้องไปอยู่โลกมนุษย์เสียหลายปี” เวย์นาสหอบหายใจพลังเขาไม่มากพอที่จะพรางกายจากสายตาคนอื่นด้วยซ้ำเขาต้องเสียพลังอย่างมากในการพาร่างมาที่นี่อาณาเขตของบาร์รามดูดพลังของเขาไปมากมายเพื่อซ่อมแซมตัวเองนับว่าเป็นเรื่องที่เลวร้ายจริง ๆ ตอนอยู่บนโลกมนุษย์ก็เพราะเจ้านั่นกลับมาก็ยังมาถูกดูดพลังไปดูแลเขตของมันอีก
“แต่คุณตามไปเองนี่คะ” เนย่าท้วง
“ก็เพราะมันทำดวงจิตหายน่ะสิก่อนมันจะเปิดประตูมันก็ฝากข้าไว้ให้ดูแลถ้าเกิดผิดพลาดแล้วมันตายแต่เจ้าโง่นั่นดันทำหายจนข้าต้องตามไปหาดวงจิตไงแต่พอรู้ว่าอยู่กับเจ้าข้าก็เฝ้าดูแลเจ้ามาเป็นอย่างดีรู้อยู่แล้วว่าวันหนึ่งเจ้าจะได้มาโลกนี้ เพราะสารจะถูกส่งมาแต่ข้าก็ไม่สามารถขึ้นหลังมังกรตามมาได้หรอกนะ ทำได้แต่รอนั่นล่ะ” เวย์นาสเอ่ยถึงความอัปยศที่ไม่สามารถกลับมาเซนเทียได้เพราะคนไปรับคือทรีบาสที่พามังกรไปรับเด็กหญิงมาและประตูของสารรับตัวก็เปิดแค่ไม่นานอีกด้วย
“ขอบคุณนะคะ ที่เลี้ยงหนูมา” เนย่าก้มหัวคำนับคนตรงหน้าเธออยากจะพุ่งเข้าไปกอดด้วยความขอบคุณอย่างใจจริง แต่ก็ยังรู้สึกแปลก ๆเพราะเธอไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับเขาเลย
“ส่วนข้าหลังจากกลับมาก็เลยร่วมสวมรอยร่วมสะกดบาร์รามเอาไว้ด้วย” เอิร์นนิสแทรกขึ้นช่างเป็นเรื่องบังเอิญโดยแท้ที่คนรับเลี้ยงเนย่าก็ยังเป็นคนของเซนเทียมาตั้งแต่ต้น
“รวมถึงปลอมเป็นข้าหลอกให้เนย่าลงไปหลุมอากาศเพื่อให้อาวุธจากเปลือกไข่ของฮาร์มได้ประทับร่างวูฟวิงค์ด้วยใช่หรือไม่” ทรีบาสเอ่ยถามเพื่อไขข้อสงสัย
“ก็มันช่วยไม่ได้นี่นะใครให้เด็กคนนี้มีมังกรตั้งสองตนล่ะ” เอิร์นนิสไหวไหล่
“ตกลงจะช่วยคุณบาร์รามยังไงคะ” เนย่าตัดบทเพราะดูเหมือนจะเนิ่นนานเกินไปที่คนสำคัญของเธอจะได้ฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง
“สิ่งที่จะสร้างร่างใหม่ให้บาร์รามได้คือของผูกสัญญาของเขา” เอิร์นนิสถอนหายใจเรื่องทุกอย่างคงจะกระจ่างใจของทุกคนแล้ว จำต้องกลับมาเข้าเรื่องที่จะพาผู้ปกปักแห่งทิศตะวันออกกลับมาเสียที
“หนูมีค่ะ ของแทนตัวเขา” เนย่าเหมือนจะนึกขึ้นได้ว่าบาร์รามเคยให้ของสำคัญไว้กับเธอ เด็กหญิงยื่นมือที่มีกำไลรูปงูสีดำให้บดีดินดูเพราะมันไม่สามารถถอดออกได้
“ถือว่าใช้ได้นี่แทบจะเป็นกายส่วนหนึ่งของเขาเลยนะ” เอิร์นนิสพยักหน้ารับถือว่าของที่มีใช้ได้ดีเลยทีเดียว
“เจ้างูดำ ไม่ใช่จะยอมรับใครง่าย ๆบทจะใจดีก็ใจง่ายชะมัด” เวย์นาสถอนหายใจ เจ้าเพื่อนสีดำของเขาไม่ใช่จะไว้ใจใครขนาดนี้แสดงว่า เนย่าคือคนสำคัญจริง ๆ
“คุณไม่พอใจเหรอคะ” เนย่าทำเสียงน้อยใจ
“ไม่หรอกน่าอย่าคิดมากสิข้าเลี้ยงเจ้ามาในโลกมนุษย์ ผูกพันกว่าเจ้างูนั่นมากขนหางสักเส้นยังไม่เคยให้เจ้าเลยนะ” เวย์นาสบอกปัดแต่เนย่าก็พุ่งเข้ามากอดเขาอย่างออดอ้อน ราวกับกลัวคนที่เลี้ยงดูเธอมาจะงอนที่เธอให้ความห่วงใยบาร์รามมากกว่า
“อ๊ะๆ ! ไม่ต้องกอดข้าหรอก เจ้าน่ะงอแงมากตอนเด็กรู้ไหมข้าต้องไปรีดนมวัวนมแพะมาเลี้ยงเจ้าไม่รู้จะกี่หนกว่าจะโตมาขนาดนี้ได้” คนผิวขาวเกิดสีแดงซับข้างแก้มราวกับรู้สึกขัดเขินที่ถูกเด็กหญิงออดอ้อนจึงแสร้งทำเป็นบ่น
“อยากนึกออกจังค่ะตอนที่คุณเลี้ยงหนูเป็นยังไง” เนย่าแหงนหน้าขึ้นถามคนตัวสูงที่ทำเฉไฉไปทางอื่น
“อย่ารู้เลย หาทางพาเจ้างูกลับมาดีกว่าก่อนพวกข้าสามคนจะต้องสูญเสียพลังเพื่อรักษาเขตนี้ไว้จนตายตามไปด้วย” เวย์นาสบอกปัด
“พาดวงวิญญาณเขาออกมาเถอะ” เอิร์นนิสยกยิ้มนึกเอ็นดูกับความออดอ้อนของเนย่า ที่ดูละม้ายคล้ายแม่ของเธอมากพร้อมกับหันไปพยักหน้าให้ฮาร์มเพื่อพาดวงวิญญาณของบาร์รามออกมา
ฮาร์มร่ายพลังเรียกดวงวิญญาณของบาร์รามออกมา มันเป็นเพียงก้อนกลุ่มพลังงานสีดำลอยวนไปมา
เอิร์นนิสรับไว้ในมือ ก่อนเขาส่งดวงวิญญาณนั้นเข้าไปหากำไลข้อมือของเนย่าที่เด็กหญิงยื่นมือคอยไว้อยู่แล้ว
ในที่สุดร่างงูเล็ก ๆ ที่อยู่บนข้อมือเนย่าก็กระพริบแสงเลื่อมพรายก่อนดวงตาสีทับทิมของกำไลนั้นจะลืมตื่นขึ้น ร่างกายของมันขยายยาวขึ้นมันชูคอจ้องมองหน้าเด็กหญิงนิ่งอยู่ชั่วครู่แล้วเลื้อยไปมาก่ายเกาะเด็กหญิงราวกับคิดถึง
“ขนลุกเป็นบ้า” ชูม่าเอ่ยขึ้นอย่างนึกหมั่นไส้ตัวยาวขนาดนั้นแถมมีเกล็ดน่าเกลียดทำมาออดอ้อนยายหนูของเขาอย่างกับแมวเชื่อง ๆซึ่งชูม่าเองก็ดูเหมือนจะลืมตัวที่เขาเองก็มีแต่เกล็ดเหมือนกันแต่เขาก็มั่นใจว่าเขาดูน่ารักกว่าเจ้างูน้อยนั่นเป็นไหน ๆ
“ทำไมคุณบาร์รามถึงยังเป็นงูล่ะคะ” เนย่าหันไปถามบดีดินที่ช่วยส่งพลังปลุกร่างของบาร์รามขึ้น
“คงต้องใช้เวลาหน่อยเพราะนี่ไม่ใช่ร่างต้นของเขาโดยแท้จริงชิ้นส่วนร่างของเขาที่อยู่กับเจ้าคงจะเป็นส่วนเขี้ยวเป็นแน่มันสามารถกลายเป็นอย่างอื่นได้ใช้ไหม” เอิร์นนิสให้คำตอบพร้อมกับเอ่ยถามกลับ
“ค่ะบางทีมันก็เป็นกริชด้วย ถ้าจำเป็นต้องใช้” นอกจากเป็นกำไลแล้วบางทีถ้าจวนตัวมันก็กลายเป็นอาวุธได้ด้วยและสามารถใช้งานได้หลากหลาย
“คงจะเขี้ยวของหมอนั่นล่ะเอาเป็นว่าคงต้องใช้เวลาสักระยะซึ่งก็ไม่รู้ว่ากี่ปี กว่าจะได้ร่างเดิมคืน” เวย์นาสถอนหายใจเจ้างูดำถึงกับถอดเขี้ยวตนเองให้เด็กคนนี้แต่ก็ดีที่มันยังมีประโยชน์ช่วยไม่ให้เพื่อนของเขาจากไปตลอดกาลพอเจ้างูฟื้นตื่นก็ดูเหมือนพลังที่ถูกเขตปกปักดูดไปก็เบาบางลงแทบจะทันทีคาดว่าสองคนที่คอยอยู่บนหอคอยคงจะเริ่มรู้สึกตัวแล้วเช่นกัน
“แค่นี้หนูก็ขอบคุณมากแล้วค่ะจากนี้หนูจะเป็นฝ่ายดูแลเขาเอง” เนย่ายิ้มกับเจ้างูน้อยเธอใช้นิ้วเล็ก ๆลูบหัวของมันอย่างนึกเอ็นดู
“แล้วใครจะทำอาหารให้ข้าล่ะ” ชูม่าท้วงพร้อมกับไต่ขึ้นมาอยู่บนไหล่ของเนย่า
“ฉันไง” เนย่าชี้มือไปที่ตัวเอง
“กินได้รึเปล่าก็ไม่รู้” ชูม่าไหวไหล่อย่างนึกสยอง
“ถ้าไม่ได้ก็ต้องช่วยกันนะคุณบาร์รามต้องใช้เวลารักษาตัว นายห้ามเป็นภาระเขานะช่วยทำความสะอาดหอคอยให้สมกับที่คุณบาร์รามเคยนำอาหารมาปรนเปรอนายด้วย” เนย่าขู่
“ชิ! ข้าไปขอให้ยายนกพริกหยวกทำให้ก็ได้” ชูม่ายังพอมีหวังเรื่องกินอยู่บ้าง เพราะเฟย์รินชอบแย่งบาร์รามทำอาหาร
“ตามใจถ้าไม่ถูกย่างสดกลับมาซ่ะก่อนน่ะนะ” เนย่าเองก็ไม่อยากจะคิด ถ้าชูม่าไปกวนเฟย์รินมากๆ เพราะคนนั้นก็พร้อมจะเผาได้ทุกอย่างถ้าไม่สบอารมณ์
“นี่หลบไปบาร์ราม อย่ามาแย่งที่ข้านะ” ชูม่าเบียดเจ้างูน้อยบาร์รามจนเกือบจะตกไปจากไหล่ของเนย่าจนเธอต้องรีบคว้าไว้
“นายอย่าพาลสิ” เนย่าดุเจ้าตัวเล็ก พร้อม ๆกับที่บาร์รามส่งเสียงขู่ชูม่าฟ่อ ๆ
“ข้าจะกินหัวเจ้าซ่ะ เจ้าตัวยาว ไปข้างนู้นเลย” ชูม่าไล่บาร์รามตัวน้อยจนเขาต้องถอยไปบนไหล่อีกข้างของเนย่า เด็กหญิงถึงกับถอนหายใจทุกคนก็เอาแต่กลั้นยิ้ม เมื่อเห็นความลำบากใจของเด็กมนุษย์
“แยกย้ายเถอะอีกสองอาทิตย์จะต้องออกนอกแค้วนแล้วคงมีเรื่องอีกมากที่เธอจะต้องทำและจัดการนะเนย่า” มาดามรีรีนเดินมาตบบ่าเด็กหญิงเบา ๆและส่งสัญญาณให้ทุกคนแยกย้าย
“ค่ะ ขอบคุณทุกคนมากเลยนะคะ” เนย่าก้มศีรษะขอบคุณทุกคน
“ยังมีเรื่องที่รออยู่อีก ให้เธอต้องเผชิญตอนนี้กลับไปพักกันเถอะทุกคน” ทรีบาสลูบหัวเด็กหญิงเบา ๆพร้อมกับที่ทุกคนต่างแยกย้ายกันกลับที่พักและไปทำหน้าที่ของตนพระอาทิตย์กำลังจะมาเยือนแล้ว เป็นอีกหนึ่งวันที่แสนจะยากลำบากของทุก ๆ คนจริง ๆ