“อย่าเดา ไม่มีใครรู้หรอก” ปานระพียังคงพับนกกระดาษต่อโดยไม่สนใจคนสีหน้าสลดที่นั่งข้างๆ
“เพื่อนๆรู้กันเกือบหมดล่ะ เธอเล่นจ้องหน้าเขาขนาดนั้นแต่ไม่มีใครกล้าพูดเฉยๆ”
“จริงเหรอ แต่ช่างเถอะเรียนจบแล้วอีกอย่างเรายังเด็กไม่มีใครมาสนใจเราหรอก”
“เราไง เราจะรอนะ รอเสมอ” ศิวาทัตทำตาหวานซึ้งจนเพื่อนสาวต้องตวาดเสียงดัง
“เพ้อเจ้อ! กลับไปโต๊ะเธอได้แล้วมลกับเพื่อนๆกำลังเดินมา” นิรมลกับเพื่อนอีกหลายคนมาถึงปานระพีรีบเก็บกระดาษทุกอย่างใส่กระเป๋าเพราะกลัวเพื่อนจะเห็น
วันรับใบประกาศนียบัตรบรรยากาศที่ดูอบอุ่นนักเรียนที่เรียนจบแต่ละคนยิ้มแย้มแจ่มใสกันถ้วนหน้าจนถึงขั้นตอนการผูกข้อมือแบบพิธีของชาวอีสานโดยครูจะเป็คนผูกข้อมือให้ลูกศิษย์ด้วยด้ายสีขาวพร้อมพูดอวยพร
“โอ๊ยมือสั่นเลย โดนมือสาวน้อย” พัศนัยพูดเสียงค่อนข้างดังจนครูอีกท่านที่นั่งใกล้ๆหันมามองพร้อมหัวเราะเบาๆ
“อ้าวลูกศิษย์ทำไมแก้มแดงครับ อมลูกอมอยู่ใช่ไหมแก้มตุ่ยเลย”คราวนี้คนถูกทักหน้าเริ่มแดงมากขึ้นจนแทบมุดหน้าลงกับพื้น
‘ทำไมพี่บีมทักเราแบบนี้หนอ อายมากทำไงดีเรา เอาวะทำเฉยๆ’
เมื่อเสร็จพิธีการผูกข้อไม้ข้อมือแล้วนักเรียนแต่ละคนต่างร่ำลากันแล้วแยกย้ายกลับบ้านปานระพียืนคุยกับนิรมลก่อนจะปลีกตัววิ่งหายไปข้างๆหอประชุมของโรงเรียนนิรมลเองก็พอเดาออกว่าเพื่อนสนิทจะไปร่ำลาใคร
เด็กสาวในชุดนักเรียนม.ปลายรูปร่างท้วมๆทรงผมบ๊อบสั้นกำลังเดินมองหาอะไรสักอย่างรอบๆหอประชุมที่มีเพียงครูและนักเรียนไม่กี่คนกำลังเก็บอุปกรณ์ต่างๆหลังจากเสร็จสิ้นพิธีการแววตาส่อแววผิดหวังแทบจะเอ่อล้นด้วยน้ำตาที่พร้อมจะไหลออกมาเมื่อหาใครบางคนไม่เจอก่อนจะหันหลังกลับพร้อมห่อของขวัญกล่องสีฟ้าอ่อนที่ตั้งใจนำมาให้ ต้องชะงักเมื่อเสียงคุ้นเคยทักขึ้นด้านหลัง
“ลูกศิษย์แก้มป่องหาอะไรครับ ยังไม่กลับบ้านเหรอ?”
“ครูบีม….”
“ครับครูชื่อบีมไม่ผิดครับลูกศิษย์แก้มป่อง” คิ้วหนาๆเลิกขึ้นนิดๆทำให้อีกคนต้องก้มหน้าลงต่ำ
“คือหนูอาจไม่มีโอกาสได้เจอครูบีมอีกแล้วค่ะ”
“เราอยู่บ้านใกล้กันต้องมีสักวันล่ะการะเกดก็เพื่อนเรานี่ คุณอาของครูก็เคยสอนเราตอนม.ต้นนี่นามีโอกาสเจออีกแน่นอนครับ”
“เหรอคะ หนูกลัวจะไม่ใช่แบบนั้นค่ะ”
“ชีวิตอีกยาวไกลครับ เก็บสิ่งดีๆเอาไว้หล่อเลี้ยงกำลังใจตัวเองเดี๋ยวสักวันเราคงจะลืมไปเองครับเชื่อครู…พี่บีมครับ”
“ค่ะ”
“แล้วจะไปเรียนที่ไหนยังไงครับ”
“รอผลสอบค่ะ ถ้าไม่ติดก็คงหาที่เรียนทำงานควบคู่ไปด้วยค่ะ”
“ครับ ครูเชื่อเราทำได้ โชคดีครับ”
“ครูคะ หนูมีเื่สารภาพค่ะครู……………คือหนู….หนูแอบชอบครูค่ะ”พัศนัยสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะเรียกสติเพื่อพูดบางอย่างออกไปเพื่ออนาคตของลูกศิษย์คนนี้
“เราเป็เด็กจะมาบอกรักครูได้ยังไงล่ะปานระพี”
“หนูรู้สึกแบบนี้จริงๆค่ะหนูผิดเหรอคะครู”
“ผิดครับครูกับศิษย์”
“หนูขอโทษค่ะแต่ช่วยรับกล่องใบนี้ไปด้วยนะคะ”
“ครับครูจะรับไว้นะ แต่อย่าลืมเรายังเด็กมากนะปานระพี”
“เด็กมีหัวใจเด็กผิดเหรอคะครู”
“ผิดครับเก็บไปคิดครับชีวิตอีกยาวไกลครับ”
เด็กสาวยื่นกล่องสีฟ้าอ่อนให้คนตรงหน้าพร้อมยกมือไหว้แล้วหันหลังวิ่งไปหานิรมลที่ยืนรออยู่อีกฝั่งของหอประชุมพัศนัยยืนงงกับอาการของลูกศิษย์จนลืมขอบคุณ ชายหนุ่มมองกล่องสีฟ้าอ่อนด้วยความรู้สึกอย่างบอกไม่ถูกก่อนจะค่อยๆแกะออกมาดูพร้อมคลี่จดหมายออกอ่าน
‘หนูคงไม่ได้เจอครูบีมอีก หนูคงจะจดจำ่เวลาสั้นๆนี้ไปตลอดชีวิตค่ะมันเป็ความรู้สึกครั้งแรกในชีวิตที่รู้สึกแบบนี้ครูบีมคงพอจะรับรู้ได้นะคะ เราไม่ได้เจอกันอีกแล้วเลยกล้าจะสารภาพค่ะ สักวันครูบีมคงจำลูกศิษย์คนนี้ไม่ได้แน่นอนแต่หนูคงไม่มีวันลืมค่ะ’
…ปานระพี…
“เฮ้อ….” พัศนัยถอนหายใจเบาๆแล้วหยิบโถแก้วใสใบขนาดพอดีมือออกมาดูด้านในเต็มไปด้วยนกกระดาษสีขาวแต่บนปีกนกถูกเขียนด้วยชื่อเขาทุกตัวคนพับคงตั้งใจมากเพราะขนาดนกกระดาษเล็กมาก ต้องพยายามมากถึงจะพับได้ขนาดนี้พอเงยหน้ามองฝั่งตรงข้ามหอประชุมอีกครั้งลูกศิษย์แก้มป่องก็หายไปแล้ว พัศนัยเก็บทุกอย่างใส่กล่องเหมือนเดิมพร้อมความคิดบางอย่างพลันแล่นเข้ามาในหัวเขา
‘เดี๋ยวเธอก็ลืมมีโอกาสเจอคนอีกมากมายเด็กน้อยพี่บีมรู้มาตลอดเพราะพี่บีมผ่านวัยนี้มาแล้วขอให้เด็กน้อยเจอแต่คนดีๆนะครับพี่บีมเป็กำลังใจให้’