"ฟางเหนียงคารวะญาติผู้พี่เ้าค่ะ" เสียงหวานเอ่ยทักทายชายหนุ่มที่หน้าประตูของเรือนรับรอง ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเหล่าชาวบ้านรวมถึงบ่าวรับใช้ชายบริเวณนั้นต่างต้องตกตะลึงเมื่อพบเห็นรอยยิ้มของนาง ด้วยใบหน้าสวยหวานหยดย้อย กิริยาท่าทางเรียบร้อยดูสง่างามของนางล้วนมัดใจหนุ่มน้อยใหญ่ได้อย่างง่ายดาย
"เ้ามีอันใดงั้นหรือ" จางเหว่ยมิได้ยิ้มตอบกลับ เพียงแค่ถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนลงมาเล็กน้อยตามมารยาท ฟางเหนียงที่เห็นเช่นนั้นกลับไม่รู้สึกไม่พอใจอันใด เพราะปกติชายหนุ่มก็เป็เช่นนี้ ตรงกันข้ามเอกลักษณ์เฉพาะตัวเช่นนี้กลับทำให้เขามีเสน่ห์มากขึ้น
"วันนี้ข้าทำขนมเอง จึงอยากนำมาให้ท่านลองชิมเ้าค่ะ" หญิงสาวพูดพลางหันไปทางขนมที่อยู่ในกล่องใส่อาหาร จางเหว่ยเพียงพยักหน้าให้และเดินนำหญิงสาวไปที่ศาลากลางสระบัว ชายหนุ่มเดินไปได้แค่ 2 ก้าวก็ต้องหยุดฝีเท้าเมื่อนึกอะไรขึ้นได้
"ตามมา" ชายหนุ่มพูดพลางหันหน้ามาทางซิงอีที่ยืนฟังพวกเขาั้แ่แรก
หญิงสาวชี้มาที่ตนอย่างมึนงง "แค่ไปกินขนมเหตุใดต้องให้ข้าไปเป็ก้างขวางคอด้วยเล่า" หญิงสาวกล่าวกับตนเองในใจก่อนที่จะเดินตามชายหนุ่มไปที่ศาลา ฟางเหนียงที่ได้ยินเช่นนั้น ถึงแม้จะรู้สึกขัดใจแต่นางทำได้เพียงแค่ยิ้มอย่างหญิงสาวผู้อ่อนโยนและใจดี
.
บริเวณสระกว้างมีดอกบัวแย่งกันเบ่งบานทำให้ผู้คนที่พบเห็นต่างเพลิดเพลินกับสีสันสวยงาม สะพานไม้ทอดยาวจนถึงกลางสระที่มีศาลาไม้ไม่ใหญ่และเล็กจนเกินไป ดูเงียบสงบเหมาะสำหรับนั่งพักผ่อน ภายในศาลามีโต๊ะตัวหนึ่งตั้งอยู่พร้อมด้วยเบาะรองนั่งอย่างดี จางเหว่ยเดินเข้ามานั่งก่อนทุกคน และตามด้วยฟางเหนียง นางหยิบขนมเฉียวกั่วและกุ้ยฮวาออกมาจากกล่องใส่อาหารที่บ่าวรับใช้ถืออยู่ หน้าตารวมถึงกลิ่นหอมของขนมที่พึ่งทำเสร็จใหม่ๆกลิ่นหอมที่ลอยออกมาทำให้ซิงอีที่ยืนอยู่ด้านหลังของจางเหว่ยถึงกับน้ำลายไหล
"ข้าทำขนมเฉียวกั่วและกุ้ยฮวา ท่านลองชิมดูนะเ้าคะ" ฟางเหนียงพูดพลางเอื้อมมือไปรินชาให้ชายหนุ่มและตัวเอง จางเหว่ยหยิบขนมเฉียวกั่วขึ้นมา จากนั้นกัดไป 1 คำ ก่อนที่จะวางไว้คืน
"อร่อยหรือไม่เ้าคะ"
"อื้ม รสชาติใช้ได้" จางเหว่ยพูดพลางยกชาขึ้นดื่มแต่กลับไม่ได้หยิบขนมนั้นมากินอีก
"เ้ามาหาข้าเพียงแค่นำขนมมาให้เท่านั้นหรือ"
"เหนียงเอ๋อร์....." ฟางเหนียงอ้ำอึ้งเมื่อโดนชายหนุ่มถามตรงๆ นางเพียงแค่อยากหาเื่มาเจอหน้าเขาเท่านั้นเอง ถึงนางจะอยู่จวนเดียวกันกับเขา แต่เรือนแต่ละเรือนไม่เคยยุ่งเกี่ยวหรือมาวุ่นวายกันเลย ฟางเหนียงมองหน้าจางเหว่ยที่มีท่าทีอย่างกับไล่นางทางอ้อมก็ต้องอดกลั้นความรู้สึกที่อยากอยู่ต่อไว้
"เ้าค่ะ" ฟางเหนียงเอ่ยตอบรับอย่างจำใจ
"เช่นนั้นก็กลับไปเถอะ"
"เช่นนั้นเหนียงเอ๋อร์ขอตัวกลับก่อน ท่านรักษาสุขภาพด้วยนะเ้าค่ะ"
หญิงสาวพูดพลางลุกขึ้นย่อกายให้ชายหนุ่มเล็กน้อยเป็การทำความเคารพ และเดินออกไปจากศาลา
"กินสิ"
ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบเมื่อมีเพียงแค่ซิงอีและจางเหว่ยอยู่ในศาลา
"ข้ากินได้หรือเ้าคะ" ซิงอีเอ่ยถามอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ
"น้ำลายเ้าจะหยดลงบนหัวข้าอยู่แล้ว"
ชายหนุ่มเอ่ยแซวหญิงสาวเล็กน้อย ซิงอีที่ได้ยินเช่นนั้นก็เข้าใจและลงไปตรงฝั่งตรงข้ามของชายหนุ่ม ที่เบาะรองนั่งของฟางเหนียงนั่งเมื่อสักครู่ หยิบขนมทานอย่างเอร็ดอร่อย
ฟางเหนียงที่เดินไปได้สุดสะพานไม้หันกลับมามองชายหญิงที่อยู่ในศาลาก็กำมือแน่นด้วยความโมโหและอิจฉา
"มันเป็ใคร"
ฟางเหนียงเอ่ยถามบ่าวรับใช้
"บ่าวรับใช้ใหม่เ้าค่ะ"
"ไปสืบเื่มันมาให้หมด"
ฟางเหนียงเอ่ยสั่งบ่าวรับใช้ของตนและสะบัดตัวเดินออกไป
.
บรรยากาศภายในศาลา
ซิงอีทานขนมที่ฟางเหนียงนำมาให้จางเหว่ยจนหมดอย่างลืมตัว แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าตนเผลอทำตัวสบายต่อหน้าเขาก็อยากที่จะเขกหัวตัวเอง ดันมาเห็นแก่กินซะงั้น หญิงสาวมองไปทางชายหนุ่มที่นั่งดื่มชาด้วยท่าทางสบายๆ "เหตุใดวันนี้เขาอารมณ์ดีเช่นนี้ ไม่เห็นดุเหมือนอย่างทุกวัน" หญิงสาวกล่าวกับตนเองในใจ และลอบสังเกตอย่างระแวง แต่สายตาดันไปสะดุดรอยผื่นแดงที่คอของชายหนุ่ม
"คุณชาย ที่คอท่าน...." หญิงสาวเอ่ยทักทันทีอย่างใ ชายหนุ่มรีบเอาเสื้อปิดทันทีและร้อนรนและลุกขึ้นเดินหนีไปที่ตำหนักจวี๋ฮวา
"เดี่ยวเ้าค่ะคุณชายรอข้าด้วย ท่านแพ้ขนมหรือเ้าคะ คุณชาย..." ซิงอีวิ่งตามชายหนุ่มไปด้วยเอ่ยถามไปด้วย
เมื่อมาถึงเรือนจวี๋ฮวาชายหนุ่มรีบผลักหญิงสาวไปที่ประตูที่ถูกปิดแล้ว จากนั้นใส่ฝ่ามือปิดปากของนางทันที
"หากเ้ายังอยากทำงานที่นี่ต่อก็หุบปากของเ้าไปซะ" จางเหว่ยตะคอกใส่หน้าหญิงและมองด้วยสายตาดุดัน
ซิงอีตัวเเข็งค้างอยู่กับที่ ชายหนุ่มจึงปล่อยมือจากปากหญิงสาวและเดินไปนั่งที่โต๊ะน้ำชา ก่อนที่จะยกชาขึ้นดื่มไปหลายรอบ หญิงสาวยังกลืนน้ำลายอยู่กับที่ไม่ขยับตัวไปไหน
"ออกไป วันนี้พอแค่นี้" ชายหนุ่มพูดเสียงเข้มโดยที่ไม่ได้หันมามองหญิงสาว ซิงอีที่ได้ยินเช่นนั้นก็ใและรีบออกไปโดยเร็ว
"ใครอยู่ด้านนอก"
"ขอรับคุณชาย" บ่าวรับใช้ชายรีบเข้ามาอย่างรวดเร็ว
"ให้คนมาเตรียมน้ำอาบให้ข้า"
"แต่นี้มันพึ่งที่.....ขอรับ" บ่าวรับใช้ถามคิดจะเอ่ยแย้งแต่ดูจากสีหน้าของชายหนุ่ม เลยเลือกที่จะทำตามคำสั่งก็พอ
บ่าวรับใช้เข้ามาเตรียมอ่างอาบน้ำเสร็จจึงคิดจะเดินเข้ามาช่วยถอดชุดของชายหนุ่มแต่กลับถูกไล่ออกไป ภายในห้องอาบน้ำสี่เหลี่ยม จางเหว่ยค่อยๆถอดชุดออกจนหมด เผยให้เห็นร่างกายกำยำสมชายชาตรี แต่ผิวที่เคยขาวนวลตอนนี้แปรเปลี่ยนเป็สีแดงช้ำเพราะผื่นขึ้นทั้งตัว ชายหนุ่มหยิบขวดยาสีใสออกมาจากกล่อง จากนั้นหยดลงไปที่อ่างอาบน้ำหนึ่งหยด และเข้าไปนอนแช่ด้านในอ่าง จางเหว่ยหลับตารู้สึกผ่อนคลายเมื่อัักับน้ำที่อุ่น และสมุนไพรที่ตนหยดลงไปช่วยทำให้อาการคันจากผื่นแดงค่อยๆทุเลาลง
"เหว่ยเอ๋อร์เ้าเป็เช่นไรบ้าง" เสียงของหญิงสาววัยกลางคนแต่ใบหน้ากลับอ่อนหวานดูอ่อนโยนและอบอุ่น
"เสด็จแม่ ลูกคันขอรับ" เสียงของเด็กชายวัย 12 ขวบเอ่ยขึ้นขณะที่นอนอยู่บนเตียง
"แม่ทายาให้เ้าแล้ว ต่อไปนี้เ้าก็อย่ากินอะไรที่มีงาผสมอยู่ด้วยเข้าใจหรือไม่"
"ข้าจะจำไว้" เด็กชายเอ่ยขึ้นและนอนไม่หลับไปเพราะพิษจากผื่นที่ขึ้นตามเนื้อตัว แต่จู่ๆภาพก็ตัดมาที่ฉากที่เด็กชายวิ่งเล่นอยู่ในสวนจนบังเอิญไปยืนหน้าตำหนักแห่งหนึ่ง เด็กชายค่อยๆเดินก้าวเอื้อมมือเล็กไปผลักที่ประตู
"เหว่ยเอ๋อร์หนีไป อย่ามาอยู่ที่นี่" เสียงอันคุ้นเคยที่เด็กชายจำได้ดี ะโออกมาจากในห้องนอนของตำหนัก
"เสด็จแม่ เสด็จแม่ขอรับ" เด็กชายรีบวิ่งไปตามเสียงทันที และพบเ้ากับแม่ของตนที่นอนขดอยู่ด้านล่างเตียง มีเือาบตัวบริเวณหน้าท้องมีมีดปักอยู่
"เสด็จแม่ ใครทำเสด็จแม่ขอรับ ฮื่อๆๆๆๆ" เด็กชายร้องออกมาเมื่อเห็นสภาพแม่ของตนที่ใบหน้าซีดเซียวและเือาบตัว
"เหว่ยเอ๋อร์เ้าฟังแม่นะ ต่อไปนี้เมื่อไม่มีแม่อยู่ข้างกายเ้าแล้วเ้าจงดูแลตัวเองให้ดี เ้ารีบออกไปจากที่นี่ก่อนที่ทุกคนจะมาเห็นและโยนความผิดให้เ้าได้"
"ไม่เอา ข้าจะอยู่กับเสด็จแม่ ฮื่อๆๆๆ" เด็กชายร้องออกมาและกอดไปที่มารดาของตน มือขาวที่เปื้อนไปด้วยเืยื่นขึ้นมาจับที่แก้มของเด็กชายอย่างรักใคร่ และแย้มยิ้มให้กับบุตรชายของตนเป็ครั้งสุดท้าย
"แม่รัก..เ้านะ..." สิ้นเสียงหญิงคนนั้นก็สิ้นใจไปทันที
"เสด็จแม่...ฮื่อๆๆๆ" เด็กชายร้องให้ออกมาอย่างควบคุมตนเองไม่ได้ และคิดว่าจะดึงมีดออกให้มารดาของตน เพราะคิดว่ามีดนี้ทำให้มารดาของตนต้องตาย และขณะที่เด็กชายกำลังดึงออกมานั้น กลับมีทหารและผู้คนมากมายกรูเข้ามาในห้องทันที
"องค์ชายสองสังหารพระสนมกุ้ยเฟยเ้าค่ะ" เสียงบ่าวรับใช้หญิงะโลั่นห้อง จากนั้นก็มีทหารเข้ามาล็อกตัวเด็กชายออกไป
"ปล่อยข้า ข้าจะอยู่กับเสด็จแม่ข้าไม่ได้ทำ เสด็จแม่~~~" เด็กชายร้องให้เสียงดังเมื่อจู่ๆก็โดนดึงตัวออกไป
"เสด็จแม่!" จางเหว่ยอุทานเสียงดังและสะดุ้งตื่น พบว่าตนเองกำลังนอนอยู่ที่เตียงกว้าง ตอนนี้ตนเองแต่งกายเรียบร้อย ผื่นตามร่างกายก็หายไปจนหมดแล้ว ชายหนุ่มก้มมองผ้าพันแผลที่ถูกเปลี่ยนใหม่และพันไว้เรียบร้อย จากนั้นเหลือบตาไปเห็นจดหมายเล็กๆที่มีถ้วยยาทับอยู่
"หากท่านฟื้นแล้วก็ทานยาด้วยนะเ้าคะ" ข้อความในจดหมายเล็กเขียนไว้แต่ไม่ได้ลงชื่อกำกับว่ามาจากใคร แต่ชายหนุ่มก็รู้ดีว่าเป็ใคร บ่าวรับใช้รู้หนังสือมีไม่มากนักส่วนหนิวเกาก็ลาพัก คงเป็ใครไปไม่ได้นอกจากนาง ซิงอี ชายหนุ่มยกยิ้มที่มุมปาก ถึงเขาจะขึ้นเสียงหรือโมโหใส่นางก็ยังมาช่วยเขาไว้เช่นนี้ จางเหว่ยยกยาขึ้นมาดื่มจนหมดและล้มตัวเองไปนอนอย่างเดิมเพราะอาการเพลีย ที่เขาไม่สามารถบอกใครได้ว่าตนนั้นแพ้งา เป็เพราะว่าหากคนอื่นรู้ความลับหรือจุดอ่อนก็ยิ่งไม่เป็ผลดี ตอนที่เขาเห็นขนมที่ฟางเหนียงนำมาให้ก็รู้แล้วว่ามีงาผสมอยู่ แต่ตนต้องกินเพราะััได้ว่าเห็นหนึ่งในชาวบ้านที่เข้ามาแอบดูอยู่ เขาคิดว่าชาวบ้านคนนั้นต้องถูกส่งตัวเข้ามาสังเกตการณ์แน่ ถึงทำตัวสบายๆนั่งข่มอาการคันและแสบร้อนตามร่างกาย ก่อนที่จะถูกหญิงสาวทักจึงรีบออกมา หลังจากนั้นจึงให้คนไปเก็บชาวบ้านคนนั้นซะ
——-
เค่อ 1 เค่อ คือ15 นาที
1 ชั่วยาม เท่ากับ 2 ชั่วโมง
1 ชั่วยามมี 8 เค่อ
1วันมี 100 เค่อ
ยามจื่อ คือ 23.00 - 24.59 น.
ยามโฉ่ว คือ 01.00 - 02.59 น.
ยามอิ๋น คือ 03.00 - 04.59 น.
ยามเหม่า คือ 05.00 - 06.59 น.
ยามเฉิน คือ 07.00 - 08.59 น.
ยามซื่อ คือ 09.00 - 10.59 น.
——————————
พี่เหว่ยแอบยิ้มมุมปากแบบนี้คิดไรกับยายน้องป่าวนะ แต่ก็แอบสงสารไม่ได้เห็นแม่ตายต่อหน้าไม่พอ ยังถูกกล่าวหาว่าเป็คนฆ่าแม่ตัวเองอีก โอ๋ๆเดี่ยวไรท์เป็ตัวแทนทุกคนกอดปลอบใจเองนะ
ไรท์หายไปหลายวันเลยคิดถึงซิงอีกันไหมเอ่ย
ไรท์จะพยายามลงทุกวันน๊าาาทุกคนฝากทุกคนกดหัวใจที่หน้าปก ติดตาม คอมเม้นเป็กำลังใจให้ไรท์ด้วยน๊าาา????