ผมตื่นขึ้นมาในเช้ามืดของอีกวันด้วยความรู้สึกล้า อยากจะนอนต่ออีกสักนิด แต่เสียงเด็กเ้ากรรมที่ไหนมาร้องเพลงแถวนี้นะ =_=
???? ????
/// เด็กที่ไหนวะเนี่ย ///
"ตื่นแล้วหรือพี่น้ำมนต์ เราไปวัดกันเลยไหมครับ" เสียงพอใจดังขึ้นอย่างตื่นเต้น ก่อนที่ไฟห้องนอนจะสว่าง จนทำให้คนที่พึ่งตื่นอย่างผมต้องเอาผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปง
"ค่อยไปรอพระอาทิตย์ขึ้นก่อน แล้วตอนนี้เราอยู่ที่ไหน" ผมถามขึ้นเมื่อเด็กพอใจมาแต่เสียง
"อยู่ในครัวครับ กำลังจะทำกับข้าวให้พี่"
"ทำเป็เหรอ ดีจัง" ผมรู้สึกว่าคิดถูกจริงๆที่ให้พอใจมาอยู่ด้วย
"ทำไม่เป็ครับ ไปแอบดูป้าห้องข้างล่างมาแล้ว" เสียงสดใสตอบกลับมา ผมที่ได้ยินสิ่งที่พอใจพูดถึงกับตื่นเต็มตา
"วันหลังห้ามเข้าห้องคนอื่นนะพอใจ เผื่อห้องเขามีคนดูแลจะลำบากเอา" ผมพูดขึ้นเสียงดุ แต่คำตอบที่ได้รับกลับทำให้รู้สึกเครียดหนักกว่าเดิม
"ได้เลยครับ แต่ห้องป้าข้างล่างไม่มีคนดูแลนะครับ มีแต่ผีขอส่วนบุญอยู่ตนเดียวเอง"
"ไม่ต้องทำอาหารแล้วพอใจ เดี๋ยวพี่พาออกไปกินข้างนอก" ผมพูดก่อนลุกขึ้นเดินหลับตาเข้าห้องน้ำ
.........
เมื่อเตรียมของจำเป็ที่จะทำบุญให้พอใจเสร็จเรียบร้อย ผมก็เดินมาขึ้นรถที่จอดอยู่หน้าคอนโด โดยไม่ลืมเรียกพอใจขึ้นมาด้วย เรามาถึงวัดนอกชานเมืองในเวลาประมาณเจ็ดโมงเช้า ซึ่งเป็่เวลาที่พระสงฆ์กลับจากบิณฑบาตพอดี ผมนั่งรอหลวงตาอยู่ที่กุฏิท้ายวัด เพราะท่านต้องทำกิจของสงฆ์ใน่เช้าให้เสร็จก่อน
หลวงตาเป็เพื่อนของคุณปู่ ผมรู้จักท่านั้แ่จำความได้ เมื่อก่อนหลวงตาจำพรรษาอยู่ที่วัดต่างจังหวัด แต่ด้วยญาติโยมที่เป็พี่น้องขอร้องให้ท่านมาประจำอยู่วัดใกล้ๆบ้าน เพื่อที่อย่างน้อยจะได้ไปมาหาสู่กันได้อย่างสะดวก ทำให้ผมและคุณปู่ได้มีโอกาสมาทำบุญกับท่านบ้าง
"พี่น้ำมนต์ ผมกลัว" พอใจที่นั่งกอดเข่าอยู่บนบันไดไม้หน้ากุฏิพูดขึ้นเสียงสั่น
"กลัวอะไร" ผมถามขึ้นเพราะรอบๆกุฏิของหลวงตา มีสิ่งน่ากลัวมากเกินกว่าที่ผมจะเดาได้ว่าเด็กน้อยกลัวอะไรกันแน่ แค่สัมภเวสีที่โผล่หน้าออกมาจากช่องบันไดที่มีเพียงแค่สามขั้น ก็นำเสนอหน้ากันครบทุกขั้นแล้ว ไม่รวมผีป่าอีกนับสิบที่อาศัยอยู่หลังวัดแห่งนี้
"พี่น้ำมนต์! ผมขอขึ้นไปบนกุฏิได้ไหมครับ" พอใจเอ่ยขออนุญาตเสียงหลงพร้อมกับทำหน้าเลิ่กลั่ก หดเท้าเล็กที่ใกล้จะเหยียบจมูกของสัมภเวสีเข้ามาชิดตัว
"ได้สิ ทำไมจะไม่ได้ แต่ถ้ามีใครทำไม่ดีกับพอใจ แช่งเล๊ย" ผมบอกพอใจกลับไป ก่อนจะเน้นน้ำเสียงตอนท้ายดังๆ ทำให้หัวของสัมภเวสีตรงบันไดไม้ผลุบหายไปทันที
นั่งรอหลวงตาหน้ากุฏิได้ไม่นาน เด็กน้อยพอใจที่อาการหวาดกลัวผีพวกเดียวกับตัวเองลดลงแล้ว อยู่ๆก็สะดุ้งจนสุดตัวก่อนจะก้มหน้ากอดเข่าแล้วร้องไห้สะอึกสะอื้น
"พอใจครับ เป็อะไร" ผมถามขึ้นด้วยความใ เด็กน้อยร้องไห้จนสะอึกและไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมาคุย วงแขนเล็กกอดตัวเองแน่นจนขึ้นริ้วแดง ผมเอื้อมมือลูบหลังเด็กน้อยเบาๆเพื่อปลอบ ความรู้สึกบางอย่างตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่คอ เบ้าตาร้อนจนปวดหัว ความเศร้าเสียใจเกิดขึ้นในอกโดยไม่รู้สาเหตุ รู้ตัวอีกทีน้ำตาก็ไหลจนแก้มชุ่ม
/// เราเป็อะไรไป ///
"ทำผู้มีพระคุณร้องไห้ เอ็งอยากบาปหนักหรือไง" เสียงแหบของชายชราดังขึ้นทำให้ผมต้องหันหลังกลับไปดู หลวงตายืนอยู่บนกุฏิแล้ว และผมก็ไม่แน่ใจว่าท่านมาถึงั้แ่เมื่อไหร่
"นมัสการครับหลวงตา" ผมเอ่ยขึ้นพร้อมพนมมือไว้กลางอก
"นะ นมัส สะ ฮึก นมัสการครับหลวงตา" เสียงใสปนสะอื้นของพอใจดังขึ้นข้างผมก่อนเด็กน้อยจะยกมือป้อมขึ้นปาดน้ำตาอย่างน่าสงสาร
"อืม เข้ามาข้างในก่อน" หลวงตาเดินนำผมเข้าไปด้านใน ที่ความจริงแล้วมีแค่ผมที่เข้าไปได้ ส่วนพอใจนั่งรออยู่หน้าประตู เพราะกุฏิของหลวงตาแคบมาก ถ้าหลวงตาท่านจำวัดพื้นที่ภายในกุฏิก็เติมพอดี
"ไปยังไง มายังไงเ้าน้ำ ไม่ได้เจอกันตั้งนาน"
"ผมมาทำบุญให้พอใจครับ"
"ชื่อเดิมเลยนะ" หลวงตาพูดขึ้นยิ้มๆ
"ครับ บุญกรรมมีร่วมกันมา ก็คงต้องอยู่ดูแลกันไป" ผมตอบกลับหลวงตา ก่อนจะหันมองเด็กน้อยที่นั่งมองผมตาแป๋วอยู่หน้าประตู
"อืม คิดอย่างนั้นได้ก็ถือว่าดี" หลวงตาพูดขึ้น
"พี่น้ำมนต์ ผม...ผมขอโทษครับ" เสียงใสของเด็กน้อยที่เริ่มสะอื้นขึ้นอีกครั้งหน้าประตูกุฏิ ผมรับรู้ได้ตอนนี้แล้วว่า พอใจคือคนสำคัญของผมใน่ชีวิตใดชีวิตหนึ่งก่อนตายจากกันมา
"เื่ที่แล้วมาแล้ว ก็ปล่อยมันนะพอใจ อย่างยึดติดเลย" ผมพูดขึ้นเพื่อบอกพอใจรวมถึงตัวผมเอง ไม่ว่าในอดีตผมกับพอใจเราจะเป็อะไรกัน และทำกรรมไม่ดีอะไรร่วมกันไว้ วันนี้ผมจะปล่อยมันไปและดูแลเด็กคนนี้ให้ดี
"ครับพี่น้ำมนต์"
"เอาล่ะ ทำกิจตัวเองให้เสร็จเถอะน้ำมนต์ หลวงตาไม่อยากให้เกินเพล" หลวงตาพูดขึ้นก่อนที่ผมกับพอใจจะเริ่มจัดของที่นำมาถวาย
.........
หลังจากทำบุญให้พอใจเรียบร้อยและอยู่คุยกับหลวงตาได้ไม่นาน เราสองคนก็ต้องกราบลาท่าน เพราะใกล้เวลาเพล ผมพาพอใจแวะซื้อขอเล่นในร้านสะดวกซื้อก่อนจะมุ่งหน้าตรงไปที่แกลลอรี่ทันที เฟียสโทรบอกผมว่าวันนี้เข้าแกลลอรี่ ให้แจ้งกับยามได้เลยว่าผมเป็แขกพี่ของหนึ่ง จะได้จอดรถด้านหน้าที่เป็โซนสำหรับหุ้นส่วน นั้นทำให้ผมไม่ต้องวนรถให้เมื่อย
"พี่น้ำมนต์ครับ วันนี้เราจะได้เจอพี่พุฒไหมครับ" พอใจถามผมขึ้นในขณะที่ผมกำลังจะเปิดประตูรถ
"ไม่รู้สิ แต่ไม่เจอก็เป็ไร เดี๋ยวเราลองเข้าไปดูก่อนเผื่อวันนี้คุณพุฒมา" ผมเปิดประตูรถ ก่อนจะนึกอะไรบางอย่างออก
"เรารออยู่ที่รถนะ เ้าที่ที่นี่เขาเข้ม" ผมบอกพอใจก่อนจะลงจากรถและเดินเข้าไปในแกลลอรี่ พอใจเข้ามากับผมไม่ได้ เพราะเ้าที่ที่นี่ท่านไม่อนุญาต
วันนี้ภายในแกลลอรี่คนไม่เยอะ ภาพศิลปะที่เคยแขวนไว้บางภาพถูกเปลี่ยน ผมมองหาคุณพุฒทั่วแกลลอรี่แต่ก็ไม่เจอ
/// สงสัยจะยังไม่มา รออีกหน่อยดีกว่า ///
ผมเดินดูภาพศิลปะฆ่าเวลาจนเท้าเริ่มปวด จึงตัดสินใจเดินออกมานั่งเล่นโซนด้านนอกแกลลอรี่ บริเวณนี้ถูกจัดเป็สวนเซน ตกแต่งด้วยไม้พุ่มเตี้ยหลากหลายชนิด ด้านซ้ายเป็ร้านกาแฟขนาดเล็กที่เชื่อมกับแกลลอรี่ ด้านขวาเป็น้ำตกจำลอง ที่มีบรรยากาศร่มรื่นแม้ตอนนี้จะเป็่เวลาบ่ายแล้วก็ตาม คนในความทรงจำที่เพิ่งเจอกันเมื่อไม่กี่วันก่อนหวนกลับเข้ามาในความทรงจำ คุณพุฒเคยยืนบ่นเื่ยุงอยู่ตรงนี้ และคนขี้บ่นคนนั้นก็คือคนใจดีที่ให้บัตรเข้างานประมูลกับผม
/// ผมจะไม่ยอมให้ใครทำอะไรคุณเด็ดขาดคุณพุฒ ///
"เพื่อนผมต้องไม่เป็ไร"
"ใครเป็อะไรวะไอ้น้ำ"
"เหี้ย!" เฟียสยื่นหน้าเข้ามาหาผมในระยะประชิดจนผมใ
"โห ไอ้น้ำ นี่มึงด่ากูในรอบปีเลยนะ ใอะไรขนาดนั้น"
"แล้วจะยื่นหน้าเข้ามาทำไม กูไม่พิศวาสมึงเหมือนพี่หนึ่งหรอกนะ"
"พูดอีกก็ถูกอีก แต่ถ้าเป็พี่หนึ่งกูยื่นหน้าเข้าใกล้กว่านี้อีกครับ" เฟียสพูดขึ้นพร้อมกับทำหน้าทะเล้น
"หน้าไม่อายจริงๆ"
"แหมไอ้น้ำ มึงยังไม่เคยโดยใครยื่นหน้าเข้าใกล้ไง ถ้าเคยมึงอาจจะชอบก็ได้" เฟียสพูดขึ้นก่อนจะนั่งลงข้างผม
"......"
"อะไรไอ้น้ำ ทำไมทำหน้าอย่างนั้น หรือมึงเคย?"
"กวนตีน"
"ฮั่นแน่ แอบมีผัวไม่บอกเพื่อนหรือจ๊ะน้องน้ำมนต์คนงาม"
"ผัวพ่อง"
"... นี่มึงด่ากูรอบที่สองแล้วนะน้ำ วันนี้มันมีอะไรดีๆไหม ถามจริง"
"ไม่"
"เป็อะไรของมันวะ" เฟียสบ่นขึ้นจนผมต้องค้อนใส่
"เออเฟียส วันนี้เห็นคุณพุฒมาแกลลอรี่ไหม"
"ใครนะ ขออีกที"
"วันนี้กูมาหาคุณพุฒ มึงเจอเขาบ้างไหม"
"ไม่จ้า ไม่เจอและไม่อยากเจอครับเพื่อน แล้วมึงตามหาพี่พุฒทำไมวะ"
"กูรู้แล้วว่าคนที่พวกนั้นตั้งใจทำของใส่ คือคุณพุฒเพื่อนพี่ไฟ"
"มึงว่าไงนะ กูขออีกที" เฟียสพูดเสียงเบา
"กูบอกว่า กูรู้แล้วว่าคนที่พวกนั้นตั้งใจทำของใส่ คือคุณพุฒเพื่อนพี่มึง" ผมพูดย้ำอีกครั้ง
"......"
"เฟียส เฟียส!" ผมะโเรียกเพื่อนตัวเองที่เหมือนจะสติหลุดไป
"เื่จริงเหรอวะเนี่ย" เฟียสพูดขึ้นอย่างอึ้งๆ
"เออ เื่จริง คนที่พี่ไฟรับเคราะห์แทนไปเมื่อคราวที่แล้วคือคุณพุฒ ก็ตามนั้นคนที่เกิดวันเดียวกับพี่ไฟก็คือคุณพุฒ วันนี้กูเลยจะมาเตือนเขาแต่เขาก็ไม่มา คือกูกลัวว่าถ้านานกว่านี้คุณพุฒจะแย่ เพราะมันรู้แล้วว่าพี่ไฟรอดเพราะงั้นของที่มันทำไว้ต้องวิ่งหาคนรับ"
"ไอ้น้ำ คือ...คือกูมีเื่จะบอกมึง" เฟียสพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"เื่อะไร?"
"มึงตั้งสติดีๆ นะน้ำมนต์ คือว่าพี่พุฒเพื่อนใหม่มึงเขา..." เฟียสยังพูดไม่ทันจบประโยค โทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงผมก็ส่งเสียงเป็ดร้องพร้อมกับสั่นเป็เ้าเข้า
"มึงว่าอะไรนะเฟียส" ผมถือโทรศัพท์ในมือค้างไว้ยังไม่รับสาย เพราะอยากฟังเื่ที่เพื่อนกำลังจะบอกให้จบก่อน
"มึงรับสายเถอะ เดี๋ยวกูมาไปซื้อกาแฟก่อน" เฟียสบอกผมก่อนเดินไปร้านกาแฟพร้อมกับทำหน้าเครียด
"สวัสดีครับ" ผมรับสายเบอร์แปลก ที่ไม่ค่อยจะมีโทรเข้ามาหาผมบ่อยนัก
[สวัสดีค่ะ โทรจากบริษัทพร้อมพุฒลอจิสติกนะคะ ตอนนี้เรียนสายคุณนที วารีกุลอยู่หรือเปล่าคะ]
"ใช่ครับ" ผมตอบกลับปลายสายอย่างงงๆ
/// เขารู้ชื่อจริงเราได้ยังไงวะ ///
[คุณนทีคะ เราขอแจ้งการนัดสัมภาษณ์งาน บริษัทพร้อมพุฒลอจิสติก ตำแหน่งงาน ผู้ช่วยด้านการตลาดออนไลน์ในวันพรุ่งนี้ เวลา 09:00 ค่ะ ไม่ทราบว่าคุณนที สะดวกหรือเปล่าคะ]
"อ๋อ สะดวกครับ" ผมตอบกลับไปเมื่อนึกขึ้นได้ว่าพี่หนึ่งน่าจะเป็คนฝากงานในบริษัทพร้อมพุฒไว้ให้
[งั้นรายละเอียดเราจะแจ้งไปในอีเมลที่แนบมากับใบสมัครนะคะ]
"ครับ ขอบคุณครับ"
[ยินดีค่ะ พรุ่งนี้เจอกันนะคะคุณนที]
"ครับ สวัสดีครับ"
"คุยกับใครวะมึง หน้าบานเชียวไหนบอกไม่มีแฟน" เฟียสเดินกลับมาพร้อมกับแก้วกาแฟในมือ
"แฟนอะไร นัดสัมภาษณ์งานพรุ่งนี้ต่างหาก"
"หืม พี่พร้อมสัมภาษณ์มึงพรุ่งนี้เลยเหรอ ไวจัง"
"ใครสัมภาษณ์นะ"
"พี่พร้อม เพื่อนพี่หนึ่งลูกเ้าของบริษัทพร้อมพุฒ"
"ไหนว่าเป็ผู้ช่วยการตลาดไง ทำไมต้องสัมภาษณ์กับลูกเ้าของบริษัทด้วย"
"มึงไม่รู้เหรอน้ำมนต์ ว่าตำแหน่งผู้ช่วยที่มึงต้องทำ คือช่วยทุกอย่าง...ทุกอย่างจริงๆ" เฟียสพูดขึ้นพร้อมกับยิ้มแปลกๆ
"หมายความว่ายังไงเฟียส รู้อะไรมาบอกมาเดี๋ยวนี้เลย"
"กูรู้ไม่มากหรอกมึง กูรู้แค่ว่าพี่พร้อมเป็คนที่น่าสงสารมากที่สุดคนหนึ่งที่กูรู้จักในชีวิต แล้วกูก็อยากให้มึงช่วยดูแลพี่เขา"
"เฟียสครับ คือเพื่อนไปเป็ผู้ช่วยการตลาดนะ แล้วอีกอย่างจะเอาปัญญาที่ไหนไปช่วยลูกเ้าของบริษัทพร้อมพุฒ พูดอะไรก็ไม่รู้"
"ไอ้น้ำ มึงลืมอะไรหรือเปล่า เมื่อวานมึงเพิ่งจะช่วยลูกเ้าของเครือโรงแรมอเวนิสนะ เื่แบบนี้กูว่าไม่ได้อยู่ที่สถานะหรอกมึง กูว่าพี่พร้อมเขาเลือกมึงแล้วต่างหาก"
"......?"
"กูไปแล้วนะ พี่หนึ่งน่าจะรอนานแล้ว" เฟียสพูดจบก็เดินออกไปทันที ไม่รอให้ผมได้ถามในสิ่งที่มันกำลังจะบอกก่อนหน้านี้
/// อะไรของมัน แล้วเมื่อกี้เหมือนจะพูดเื่คุณพุฒเลย สงสัยลืมแล้วมั้ง ///
*** Rw