บทที่ 14 เริ่มแผนการ
หลังจากเสวี่ยซานเจอกับที่มาของเสียงก็ทำเอาเขาตกตะลึงไปไม่น้อย
"เ้าพูดได้อย่างไร!"
"ก็ข้ามีจิติญญา"
"เออว่ะ เ้าเป็อาวุธจิติญญา"
"โง่จริงๆ ถ้าเ้ายังฝึกวิชาหอกแบบนี้ ต่อให้เ้าพยายามไปจนตายก็ไม่สำเร็จหรอก"
เสวี่ยซานมุมปากกระตุก เ้าหอกนี่ปากคอเราะร้ายชะมัด
"เช่นนั้นข้าควรทำอย่างไร?" ในเมื่อหอกเล่มนี้มันปากดีนัก เช่นนั้นก็ถามมันนี่แหละ
"เ้าเดินลมปราณผิดวิธี เ้าควรที่จะ—"
หลังจากที่เ้าหอกผีนั้นสอนวิธีเดินลมปราณที่ถูกต้องของเสวี่ยซานแล้ว เสวี่ยซานก็ถึงกับบางอ้อ เ้าหอกนี่พอมีความรู้อยู่บ้าง เสวี่ยซานจึงเริ่มฝึกฝนวิชาหอกต่อทันที
ณ กลางป่าลึก
"ทะลวง!"
ตู้มมม! ตู้มมม!
ในป่าเวลานี้นั้นก็มีเสียงะเิกัมปนาทดังขึ้น เกิดรอยทางยาวขนาดใหญ่ ต้นไม้บริเวณนั้นถูกทะลวงจนขาดสะบั้น
ที่ตรงจุดๆหนึ่ง เหมือนจะเปิดจุดเริ่มต้นของรอยยาวนั้น มีบุรุษคนนึงยืนจังก้าอยู่ แน่นอนว่านั้นก็คือเสวี่ยซานนั้นเอง
หลังจากที่เขาฝึกฝนวิชาหอกที่ซื้อสำเร็จมาแล้ว เขาก็เลยเดินทางมาในป่าลึกเพื่อทดสอบ แต่ก็ไม่คาดคิดว่ามันจะมีอานุภาพขนาดนี้
"สุดยอดเลย วิชาหอกนี้รุนแรงมาก!" เสวี่ยซานถึงกับอุทานออกมาเสียงดัง เทียบกับวิชากระบี่ที่เขาได้มาจากตระกูลมู่แล้วก็แตกต่างราวฟ้ากับเหว
"เหอะ! ที่มันรุนแรงขนาดนี้ก็เป็เพราะข้าต่างหาก" ในขณะที่เสวี่ยซานกำลังเพ้ออยู่นะ หอกเมฆาที่อยู่ในมือของเสวี่ยซานก็เอ่ยขึ้นขัดจังหวะทันที
"เ้าช่วยอยู่เงียบๆได้หรือไม่ เ้าหอกผี"
"เ้าว่าใครเป็หอกผีห๊ะ!" หอกเมฆาถึงกับเืขึ้นหน้าเมื่อได้ยินชื่อที่เสวี่ยซานเรียกมัน
"ข้าเป็ถึงอดีตอาวุธระดับมหาเทพ เหตุใดจึงต้องมาอยู่ในการของเ้าด้วย" หอกเมฆาพูดคล้ายกับตัดพ้อในสถานะที่มันกำลังเป็อยู่
"ในเมื่อเ้าเป็อาวุธที่มีจิติญญา เหตุใดจึงไม่มีคนอื่นใช้เ้าได้ล่ะ ข้าจำได้ว่าประมูลฮุ่ยบอกว่าไม่มีใครยกเ้าได้?"
"ข้าไม่รู้" หอกเมฆาตอบกลับอย่างเศร้าๆ ทำไมกันนะ ทำไม์ถึงได้ส่งเ้าเด็กนี้มาเป็เ้านายของข้า?
เสวี่ยซานเงียบไปสักพักก่อนจะเอ่ยขึ้น "ในคำอธิบายเ้าที่หอการค้า กล่าวว่าเ้าเคยเป็อาวุธของผู้าุโที่แข็งแกร่งคนนึง เขาคนนั้นชื่ออะไรหรือ?"
"ไม่รู้สิ ข้าจำไม่ได้"
เสวี่ยซานถึงกับไปไม่เป็ เ้านี่มันรู้อะไรบ้างกันนะ!ฝ
"เช่นนั้นก็ชั่งเถอะ กลับไปนอนดีกว่า" เพราะอีกไม่นานเขาจะต้องเตรียมตัวไปแย่งชิงแผนที่กับสำนักโลหิตแล้ว
ในตอนเช้า เสวี่ยซานที่ทางเข้าเมืองอีกครั้ง ก็ได้ทราบข่าวว่าคืนนี้ ทางสำนักโลหิตจะออกเดินทางตอนประมาณเที่ยงคืน
"ขอบคุณพี่ชายมาก" พูดจบเสวี่ยซานก็ยื่นเงียบจำนวนหนึ่งเหรียญทองแดงให้กับบุคคลตรงหน้า
"ไม่เป็ไร น้องชายหากเ้าอยากรู้อะไรก็มาถามข้าได้เลย!" พูดจบชายคนนั้นก็เดินจากไป
เสวี่ยซานเมื่อได้ข่าวแล้วก็แวะซื้อของ ก่อนจะรีบเดินทางออกจากเมืองเพื่อเตรียมตัวสำหรับคืนนี้
ยามกลางดึกของวันนั้น มีคนกลุ่มนึงกำลังเดินทาง ตรงกลางกลุ่มมีรถม้าหนึ่งคัน รอบๆรถม้ามีผู้ฝึกตนล้อมรอบหลายสิบชีวิต
นับคร่าวๆน่าจะได้สักประมาณหกถึงเจ็ดสิบคนกระมัง กองกำลังระดับนี้ ในทวีปเล็กๆนับว่าเป็กองกำลังที่แข็งแกร่งมาก
แน่นอนว่านั้นคือสำนักโลหิต สำนักมารที่ได้ชิ้นส่วนแผนที่ของเหมันต์ต้นกำเนิดไป ยามนี้กำลังเดินทางกลับสำนัก
ที่บนกิ่งไม้ที่ห่างไกลมีบุรุษผู้หนึ่ง สวมชุดคลุมสีดำ กลมกลืนไปกับความมืดมิด ยามสายลมพัดผ่านชุดคลุมโบกสะบัด เผยให้เห็นใบหน้าที่หล่อเหลา
ซึ่งคนผู้นั้นก็คือเสวี่ยซานนั้นเอง ยามนี้เขากำลังมองดูกลุ่มเดินทางของสำนักโลหิตอย่างพินิจพิเคราะห์
"ข้าควรจะทำอย่างไรดี?" เสวี่ยซานที่กำลังครุ่นคิด
"ไม่รู้"
"..."
เสวี่ยซานที่ยังไม่มีแผนจะบุกเข้าไป แน่นอนว่าเขานั้นตัวคนเดียว แถมยังเพิ่งบรรลุระดับผู้ฝึกปราณได้ หากผลีผลามเข้าไปคงถูกฝูงผู้ฝึกตนรุมยำแน่
"เ้า้าจะทำอะไรกันแน่" ขณะที่เสวี่ยซานกำลังคิดนั้นเ้าหอกผีก็ถามขึ้น
"ไม่รู้"
"..."
เมื่อหอกเมฆาโดนเสวี่ยซานสวนกลับด้วยคำพูดที่เขามักใช้กวนประสาทอีกฝ่าย หอกเมฆาก็ถึงกับไปไม่เป็
"ข้าจะชิงแผนที่หน่ะ" สุดท้ายเสวี่ยซานก็พูดออกมา
"แผนที่? แผนที่อะไร"
"ข้าไม่รู้ แต่ผู้ประมูลบอกว่าน่าจะเป็แผนที่ของเหมันต์ต้นกำเนิด"
"เหมันต์ต้นกำเนิด!!!"
หอกเมฆาถึงกับอึ้ง ต้องบอกว่าเหมันต์ต้นกำเนิดนั้นเป็สิ่งวิเศษฟ้าดิน ที่หายากยิ่งว่าอะไร แล้วเหตุใดถึงมีแผนที่มาปรากฏในทวีปเล็กๆแห่งนี้
"เ้าจะเสียงดังทำไม เดี๋ยวคนอื่นก็ได้ยินหรอก" เสวี่ยซานรีบพูดปรามอีกฝ่ายทันที
"เ้าโง่ ข้าพูดเสียงดังแค่ไหน ก็มีแค่เ้าที่ได้ยิน"
"เ้าทำยังไง?"
"เ้ากับข้าผูกพันธะกันแล้ว ข้าย่อมสามารถสื่อสารกับเ้าผ่านจิตได้"
"และข้าสามารถทำได้มั้ย?"
"ทำได้สิเ้าโง่ ข้าทำได้แล้วเหตุใดเ้าจะทำไม่ได้"
"แล้วเหตุใดเ้าจึงไม่บอกข้า ปล่อยให้ข้าพูดจนปากเปียกปากแฉะ" เสวี่ยซานสบถด้วยความหงุดหงิด
"ก็เ้าไม่เคยถาม" หอกเมฆาตอบด้วยน้ำเสียงยียวน
"..."
หากเ้าหอกผีนี่เป็มนุษย์ ข้าจะซัดหน้าเ้าให้ฟันหลุดหมดปากเลย
"ดูนั่น เหมือนจะมีคนทนไม่ไหวแล้
ว!?" หอกเมฆาที่พูดขึ้น เรียกสติของเสวี่ยซานกลับคืนมา
ตรงที่ห่างไกลออกไป เขาก็มองเห็นกลุ่มเดินทางของสำนักโลหิต และรอบๆพวกเขามีคนกลุ่มอื่นกำลังล้อมรอบพวกเอาไว้
เสวี่ยซานคิดเอาไว้อยู่แล้วว่าในเมื่อมีข่าวของเหมันต์ต้นกำเนิดแพร่ออกไป ย่อมต้องมีกลุ่มอิทธิพลใหญ่เข้ามาแย่งชิงด้วยแน่
หึ คงมีเื่สนุกให้ชมแล้วล่ะ