"ข้าไม่รีบ เรายังมีเวลาอีกตั้งหลายวันอีกอย่างหลิงซวงก็ต้องพักผ่อนด้วย"อวิ๋นเฟยเฟิ่งกำลังคิดอยู่ว่าจะบอกพวกเขาดีไหมว่านางมีสัตว์เทพเป็สัตว์ในพันธสัญญาแล้ว
"เฟยเฟิ่งเ้าอย่าห่วงเลยข้าไม่เหนื่อยอะไร เพราะเ้ากับจื่อซินต่างก็มีโอสถให้ข้าไม่เคยขาด"ถึงนางจะสงสัยว่าโอสถที่อวิ๋นเฟยเฟิ่งนำมาให้
ทุกคนต่างก็เป็โอสถระดับสูงทั้งนั้นแต่ก็ไม่อยากถามให้มากความทุกคนต่างมีเื่ต้องปิดบังกันบ้าง ส่วนโจวจื่อซินนั้นหลิงซวงไม่สงสัยอะไรเพราะเห็นโจวจื่อซินหลอมโอสถบ่อยครั้งให้เห็นแต่กับอวิ๋นเฟยเฟิ่งไม่เห็นว่านางหลอมโอสถตอนไหนเลย
"พรุ่งนี้พวกเราจะต้องหาสัตว์ิญญาที่เข้ากับเ้าได้แน่นอน"อู๋เหล่ยกล่าว เขาเองก็อยากให้อวิ๋นเฟยเฟิ่งได้มีสัตว์ในพันธสัญญาเหมือนกับทุกคน
"ข้าว่าเราเข้าไปลึกอีกหน่อยก็ได้ ยังไงก็เหลือเวลาห้าหกวันก่อนที่จะจบการสอบคัดเลือกศิษย์"ฟางเจี้ยนิก็ไม่ต่างกันเขาอยากให้อวิ๋นเฟยเฟิ่งได้สัตว์ในพันธสัญญาเช่นพวกเขาเพราะที่เขาเป็อยู่ ณ ตอนนี้ก็เพราะอวิ๋นเฟยเฟิ่งหากไม่มีนางเขายังคงเป็คนขี้ขลาดไม่มั่นใจในตัว
"พวกเ้าไม่ต้องห่วงไปหรอกป่ากว้างใหญ่ออกป่านนี้จะต้องมีสัตว์ิญญาสักตัวที่เป็ของข้าแน่ แต่ว่าในตอนนี้ไหนๆเราก็อยู่ในสถานที่ที่มีพลังิญญาฟ้าดินหนาแน่นขนาดนี้แล้ว พวกเราควรเลื่อนระดับเป็นักรบได้แล้ว"
โดยเื่ที่หลิงซวงเลื่อนระดับเป็นักรบขั้นต่ำอวิ๋นเฟยเฟิ่งจึงคิดว่าทุกคนควรเลื่อนระดับไปพร้อมๆกัน
"ใช่แล้ว แต่ข้าคงไม่อาจเลื่อนระดับพลังิญญายุทธ์ได้ในตอนนี้เพราะข้าพึ่งเลื่อนระดับ ดังนั้นข้าจะคอยปกป้องพวกเ้าเองในระหว่างที่พวกเ้าเลื่อนระดับขั้น"หลิงซวงเอ่ยเพราะนางจะเลื่อนขั้นอีกไม่ได้ด้วยตอนนี้รากฐานพลังยังไม่มั่นคง
"แล้วเราจะทำได้หรือ ข้าไม่มีโอสถทะลวงระดับหรอกนะ อาศัยเพียงแค่พลังฟ้าดินก็ไม่รู้ว่าเวลาห้าหกวันจะพอกับการดูดซับหรือเปล่าก็ไม่รู้"โจวจื่อซินเสริมขึ้นและถึงนางจะมีสมุนไพรอยู่ในมือแต่ก็ใช่ว่าจะหลอมออกมาได้ง่ายๆ
"เื่นั้นไม่ต้องห่วง ข้ามีโอสถทะลวงระดับขั้นและยังเป็โอสถิญญาระดับเซียนด้วยนะ"อวิ๋นเฟยเฟิ่งนำโอสถทะลวงระดับขั้นออกมาสี่เม็ดและแจกให้ทุกคนยกเว้นหลิงซวง
"โอสถิญญาระดับเซียน!"โจวจื่อซินรับโอสถิญญาระดับเซียนมาถือไว้แทบลืมวิธีหายใจ
"ระดับเซียน!"อู๋เหล่ยใเกือบหงายหลังตกต้นไม้เขาถือโอสถทะลวงระดับขึ้นอย่างทะนุถนอม
"เฟยเฟิ่ง นี่เ้า! ไม่อยากเชื่อเลยจริงๆ"หลิงซวงก็ไม่ต่างจากคนอื่นๆไม่คิดว่าตนจะมีโอกาสได้เห็นโอสถระดับเซียน
"ในชีวิตนี้ได้รับโอสถที่ล้ำค่าเช่นนี้ก็ถือว่าไม่เสียชาติเกิดแล้วล่ะ"ฟางเจี้ยนิเอ่ย
"อย่ามัวเสียเวลาเลยกินมันซะ เวลาไม่ช้าแล้ว"เมื่อยังเห็นทุกคนยังไม่กลืนโอสถทะลวงระดับขั้นซะทีอวิ๋นเฟยเฟิ่งก็เอ่ยเตือนสติ
เมื่อได้ยินอวิ๋นเฟยเฟิ่งกล่าวเตือนอู๋เหล่ย โจวจื่อซินและฟางเจี้ยนิก็กลืนโอสถทะลวงระดับขั้นลงท้องทันที จากนั้นพวกเขาก็ต่างหาที่นั่งเหมาะๆแล้วนั่งขัดสมาธิดูดซับพลังฟ้าดินโดยมีโอสถเป็ตัวช่วยขับเคลื่อนอีกแรง
"หลิงซวง ข้าจะกางม่านพลังครอบพวกเราเอาไว้ สองสามวันนี้คงต้องรบกวนเ้าแล้ว"อวิ๋นเฟยเฟิ่งกล่าวอันที่จริงนางไม่ได้จะดูดซับพลังฟ้าดินเพียงแค่ไหลไปตามน้ำเท่านั้น
"ได้ เ้าวางใจเถอะข้าจะไม่ให้สิ่งใดมาขัดจังหวะพวกเ้าเลื่อนขั้นแน่"หลิงซวงรับปากอย่างหนักแน่น
วันที่สามผ่านไปกับการเลื่อนระดับยังไม่เห็นวี่แววว่าจะมีใครเลื่อนขั้น หลิงซวงเฝ้ามองเหล่าสหายด้วยความตั้งใจระวังภัยให้กับทุกคนอย่างเงียบๆ
นางยอมรับอวิ๋นเฟยเฟิ่งจากใจจริงที่เป็ผู้นำและให้คำแนะนำแก่เหล่าสหายได้เป็อย่างดี หลิงซวงตั้งมั่นในใจว่าจะขอเชื่อใจสหายคนนี้อย่างหมดใจโดยไม่มีข้อกังขาใดๆ
ปัง!
กลางดึกของวันที่สามโจวจื่อซินก็ทะลวงระดับขั้นได้สำเร็จก่อนใคร จากแก่นแท้ขั้นสูงกลายเป็นักรบขั้นต่ำใบหน้าของโจวจื่อซินเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความยินดี
อวิ๋นเฟยเฟิ่งเมื่อรับรู้ได้ว่าโจวจื่อซินทะลวงระดับพลังจากแก่นแท้ไปเป็นักรบแล้วก็ถือโอกาสลืมตาขึ้นมาเปลี่ยนจากกดพลังแก่นแท้ของตนเลื่อนมาเป็ระดับนักรบขั้นสูงเช่นกัน ดังนั้นจึงเหลือแค่สองหนุ่มที่ยังคงต้องฝ่าฟัน
"ยินดีกับเ้าด้วยจื่อซิน เฟยเฟิ่ง"หลิงซวงยิ้มอย่างยินดีและโล่งใจที่สหายทั้งสองทะลวงระดับสำเร็จ ในใจนึกกังวลว่าพวกเขาจะเลื่อนระดับขั้นไม่ทันก่อนที่จะหมดเวลา
"อืม ข้าอยู่นักรบขั้นสูงแล้ว"อวิ๋นเฟยเฟิ่งกล่าวยิ้มสดใสให้กับสหาย
"ว่าไงนะ! ดีเยี่ยมไปเลย ฮ่า ฮ่า"หลิงซวงดีใจแทนจนเก็บมาดคุณหนูตระกูลใหญ่ไม่อยู่ ซึ่งก็ไม่ใช่เื่แปลกอะไรที่อวิ๋นเฟยเฟิ่งจะเลื่อนระดับได้ถึงสองขั้นเพราะโอสถที่กินเข้าไปคือโอสถขั้นเซียน แน่นอนว่าแต่ละคนที่กินเข้าไปจะมีประสิทธิภาพต่างกันขึ้นอยู่กับร่างกายของคนคนนั้นด้วย
"สุดยอดไปเลยเฟยเฟิ่ง เ้าต้องเป็อัจฉริยะที่หาได้ยากในดินแดนมนุษย์เป็แน่ ข้ายังทำได้ระดับต่ำเอง"โจวจื่อซินยินดีจากใจจริงกับอวิ๋นเฟยเฟิ่ง
ที่สำคัญต้องขอบคุณนางที่ให้โอสถเลื่อนระดับแถมยังเป็ขั้นเซียนซึ่งนางมั่นใจมากว่าในดินแดนมนุษย์ไม่มีโอสถระดับนี้อย่างแน่นอน หรือต่อให้เป็ดินแดนเซียนก็ไม่แน่ว่าอาจจะหาได้ยากมาก
"ข้าคิดว่าระหว่างที่รออู๋เหล่ยกับเจี้ยนิพรุ่งนี้เราไปซ้อมมือกับสัตว์ิญญาให้รากฐานพลังเสถียรมั่นคงดีหรือไม่"อวิ๋นเฟยเฟิ่งเสนอความคิดนางอยากยืดเส้นยืดสายแล้ว
"ได้/ดีเลย"โจวจื่อซินและหลิงซวงเห็นด้วย
เมื่อตกลงกันได้อวิ๋นเฟยเฟิ่งและโจวจื่อซินจึงออกไปอาบน้ำที่น้ำตกไม่ไกลจากที่พักมากนัก เหลือหลิงซวงอยู่เฝ้าสองหนุ่ม ไม่นานก็กลับมาพร้อมกับปลาเผาสามตัวซึ่งอวิ๋นเฟยเฟิ่งจับเผาเป็อาหารมื้อค่ำ เมื่อกินเสร็จสามสาวพูดคุยกันเล็กน้อยจากนั้นก็แยกย้ายกันพักผ่อน เพราะพรุ่งนี้จะต้องได้ออกแรง
ปัง! ปัง!
ปัง! ปัง!
เช้าวันที่สี่อู๋เหล่ยและฟางเจี้ยนิก็ทะลวงระดับขั้นได้สำเร็จ ทั้งสองคนเองก็เลื่อนระดับจากแก่นแท้ขั้นต่ำมาสู่นักรบขั้นต่ำได้สำเร็จ
อวิ๋นเฟยเฟิ่งตื่นขึ้นเมื่อรับรู้ถึงการเลื่อนระดับของสองหนุ่ม นางรู้อยู่แล้วว่าพวกเขาสองคนจะต้องเลื่อนระดับอย่างน้อยก็สองขั้น เพราะอู๋เหล่ยมีพลังธาตุพิเศษแน่นอนว่าร่างกายของเขาก็ย่อมต้องพิเศษ ส่วนฟางเจี้ยนิเนื่องจากว่าเขาเป็ถึงนักเวทอักขระย่อมต้องไม่ธรรมดาเช่นกัน
"ยินดีกับพวกเ้าด้วย"อวิ๋นเฟยเฟิ่งเอ่ยขึ้น
"ต้องขอบคุณเ้าเฟยเฟิ่ง ขอบคุณจริงๆหากไม่ได้โอสถของเ้าพวกข้าคงไม่มีวันนี้"อู๋เหล่ยเอ่ยอย่างซาบซึ้งใจ หากนางไม่ช่วยเหลือไม่แน่ว่าเขาต้องใช้เวลาเท่าไหร่กว่าจะเลื่อนระดับพลังิญญาได้
ไม่แน่ว่าอาจต้องใช้ทั้งชีวิตก็เป็ได้ อาศัยแค่พลังฟ้าดินเพียงอย่างเดียวคงไม่ได้ ผู้ฝึกตนต้องมีทรัพยากรในการช่วยส่งเสริมอีกแรง ด้วยฐานะของเขาคงไม่มีปัญญา
"นั่นสิ ต้องขอบคุณเ้ามากเฟยเฟิ่ง"ฟางเจี้ยนิดีใจจนดวงตากระจ่างระยิบระยับ
"เหลือเวลาอีกไม่กี่วันก็จะหมดการทดสอบเช่นนั้นเราก็ขัดเกลารากฐานของขั้นพลังให้มั่นคงและทักษะทางร่างกายก็พอ ไม่จำเป็ต้องเข้าไปลึกกว่านี้แล้ว"อวิ๋นเฟยเฟิ่งกล่าวเพราะพวกนางต้องกลับเข้าเขตอาคมก่อนที่จะหมดการคัดเลือกศิษย์
แต่แล้วก็มีบางอย่างเกิดขึ้นพื้นดินสั่นะเืจนรู้สึกได้และมีเสียงการต่อสู้ดังขึ้นซึ่งห่างไปจากตรงที่พวกนางอยู่ประมาณ5กิโลเมตรได้ เกิดเสียงดังอย่างต่อเนื่องจนสามารถมองเห็นได้ว่าพลังทำลายล้างนั้นน่ากลัวเพียงใด
"เกิดอะไรขึ้น?"หลิงซวงใจนหายใจติดขัดด้วยพลังที่ััได้นั้นแน่ใจได้เลยว่าเป็ตัวตนที่น่าเกรงขามเพียงใด
ไม่ใช่เพียงแค่หลิงซวงที่ใทุกคนล้วนใและหวาดกลัว อวิ๋นเฟยเฟิ่งเองก็รับรู้ถึงความน่ากลัวนั้นได้
"ข้าจะไปดู พวกเ้ารออยู่ที่นี่หรือไม่ก็ออกเดินทางไปรอข้าที่ทางเข้าเขตอาคม ประเดี๋ยวข้าจะตามไป"อวิ๋นเฟยเฟิ่งตั้งท่าจะออกไปแต่ก็ถูกโจวจื่อซินรั้งไว้
"เฟยเฟิ่งข้าจะไปกับเ้า มาด้วยกันก็ต้องไปด้วยกัน"นางจะปล่อยให้อวิ๋นเฟยเฟิ่งไปเสี่ยงอันตรายตามลำพังได้อย่างไร
"ใช่/ถูกต้อง"อู๋เหล่ยและฟางเจี้ยนิเห็นด้วย
"ได้ ทุกคนระวังตัวด้วยปกปิดกลิ่นอายในตัวซะ"กล่าวจบอวิ๋นเฟยเฟิ่งก็ทะยานมุ่งหน้าไปทิศทางของเหตุที่เกิดเสียงดังทันที