ฉินหยางกลืนเม็ดยาหยางพิสุทธิ์ลงไปและเริ่มทำการดูดซับพลังจากเม็ดยาในทันที ไม่นานเขาก็รับรู้ได้ถึงพลังความอบอุ่นจากเม็ดยาที่แผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่างกายและจุดต่าง ๆ
เขานั่งหลับตาดูดซับพลังจากเม็ดยาให้ไหลเวียนไปตามเส้นลมปราณทุกส่วนของร่างกายก่อนจะหมุนวนกลับเข้าไปยังจุดตันเถียน ซึ่งปัจจุบันนี้ภายในจุดตันเถียรของเขามีจุดแสงที่เป็นกลุ่มก้อนพลังปราณอยู่ 11 จุด โดยฉินหยางได้ตั้งชื่อกลุ่มก้อนพลังปราณเหล่านี้ว่า "ดวงดาราทั้ง 11"
หลังจากที่ฉินหยางดูดซับพลังจากเม็ดยาหยางพิสุทธิ์เข้าไปและหมุนวนเข้าสูุ่จุดตันเถียนของเขาแล้วดาราดวงที่ 11 ก็ค่อย ๆ เปล่งแสงสว่างมากขึ้นเรื่อย ๆ จนในที่สุดก็มีความสว่างเทียบเท่ากับดาราดวงอื่น ๆ
ฉินหยางยังคงไม่หยุดการกระทำลง เขายังคงดูดซับพลังจากเม็ดยาเข้าไปอย่างต่อเนื่องจนในที่สุดดาราทั้ง 11 ดวง ก็เกิดสั่นสะเทือนและปล่อยคลื่นกระเพื่อมออกมาเป็นระลอก
"ใกล้จะทะลวงแล้ว..!! อีกแค่นิดเดียว!!"
ฉินหยางร้องดังขึ้นในใจเมื่อสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงภายในจุดตันเถียน เขาจึงเร่งดูดซับพลังจากเม็ดยาให้เร็วขึ้นก่อนที่ไม่นานภายในจุดตันเถียนของเขาจะเกิดการสั่นสะเทือนอย่างหนักและมีแสงสีขาวสว่างวาบขึ้นพร้อมทั้งเกิดเสียงระเบิดดังก้องในเวลาต่อมา
ตู้มมมม!!
เสียงระเบิดภายในจุดตันเถียนของเขาดังขึ้นร่างกายของเขาปลดปล่อยคลื่นพลังปราณออกมาสาดซัดไปทั่วทั้งสี่ทิศแปดด้าน สิ่งของภายในห้องเกิดการสั่นไหวก่อนจะล้มระเนระนาดเกลื่อนกลาดไปทั่วทั้งห้อง
"ทะลวงผ่านแล้วงั้นรึ?!!"
เสียงของเสวี่ยอวี๋ที่จ้องมองฉินหยางอยู่ภายในห้องร้องอุทานขึ้นเมื่อสำผัสได้ถุงพลังปราณที่ปะทุออกมาจากร่างกายของฉินหยางแต่ไม่นานเขาก็ต้องขมวดคิ้วแน่นเพราะพลังปราณที่เขาสัมผัสได้จากตัวของฉินหยางในตอนนี้แม้จะรับรู้ได้ว่ามีพลังเพิ่มพูนขึ้นอย่างมาก แต่ก็ไม่ถึงขั้นที่จะเรียกว่าทะลวงข้ามระดับได้
ต้องทราบก่อนว่าความต่างของการก้าวข้ามขั้นพลังกับระดับพลังนั้นมีความแตกต่างกันอย่างมากราวฟ้ากับเหวไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกันได้
"ไม่สินี่มัน...ทะลวงข้ามขั้นเช่นนั้นรึ? มันจะเป็นไปได้อย่างไร หลังจากขั้นที่ 11 ยังมีขั้นที่ 12 อีก? เรื่องเช่นนี้มันเป็นไปได้ด้วยงั้นรึ?"
เสวี่ยอวี๋กล่าวกับตัวเองขึ้นมาในใจด้วยความงุนงงและไม่เข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับฉินหยางในตอนนี้
อย่าว่าแต่เสวี่ยอวี๋ที่ไม่เข้าใจเลย แม้แต่ตัวของฉินหยางเองในตอนนี้ก็ไม่สามารถทำความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเขาเองได้เช่นเดียวกัน
"นี่มันเกิดอะไรขึ้นดาราดวงที่ 12 งั้นรึ? มันเป็นเช่นนี้ไปได้อย่างไร...ไม่ใช่การทะลวงระดับพลังแต่เป็นการทะลวงขั้นพลัง? เช่นนี้แล้วข้าต้องรวบรวมดาราเหล่านี้ไปอีกมากแค่ไหนกันถึงจะทะลวงระดับได้?"
ฉินหยางร้องถามกับตัวเองในใจสิ่งที่เกิดขึ้นนี้มันต่างจากชาติที่แล้วของเขาอย่างสิ้นเชิง เขาจึงเกิดความสับสนและไม่เข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้
"ไม่!!! ข้าไม่เชื่อหรอกว่าจะไม่สามารถทะลวงได้!!!
ฉินหยางนึกขึ้นในใจอย่างไม่อยากยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น เขาสะบัดมือไปด้านหน้าเรียกเม็ดยาหยางพิสุทธิ์เม็ดหนึ่งลอยเข้ามาในฝ่ามือก่อนจะยัดใส่ปากกลืนลงไปอีกครั้ง
พลังปราณจากเม็ดยาเริ่มแผ่ซ่านเข้าไปทั่วทั้งร่างกายของเขาอีกครั้ง เขาไม่รอช้าทำการดูซับพลังเข้าสู่จุดตันเถียนในทันที
หลังจากฉินหยางกลืนเม็ดยาเม็ดที่สองเข้าไปแล้วดาราดวงที่ 12 ภายในจุดตันเถียนของเขาก็เริ่มเปล่งแสงสว่างมากขึ้นเรื่อย ๆ ขนาดของมันเองก็ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ เช่นเดียวกัน จนเวลาผ่านไปอีกหลายชั่วยามพลังปราณภายในร่างกายของเขาก็ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แต่ยังไม่มีท่าทีว่าจะสามารถทะลวงผ่านระดับได้เลยแม้แต่น้อย
เวลาผ่านไปอีกราวสามชั่วยามเขาก็ดูดซับพลังจากเม็ดยาเม็ดที่สองจนหมด แม้พลังปราณภายในจุดตันเถียรของเขาจะเพิ่มขึ้นจากเดิมอย่างมากแต่ก็ยังไม่สามารถที่จะทะลวงผ่านได้ดังเดิม
"นี่มันอะไรกัน? ข้ากลืนเม็ดยาหยางพิสุทธิ์ ไปแล้วถึงสองเม็ดแต่ยังไม่สามารถทะลวงผ่านระดับได้เรื่องเช่นนี้มันจะเป็นไปได้อย่างไร หากเป็นผู้วิเศษคนอื่นกลืนเม็ดยาหยางพิสุทธิ์ระดับมหัศจรรย์เข้าไปสองเม็ดเช่นข้าในตอนนี้คงจะสามารถทะลวงผ่านอย่างน้อย ๆ 1-2 ระดับได้อย่างไม่ยากเย็นแท้ ๆ "
ฉินหยางกล่าวกับตัวเองด้วยน้ำเสียงหดหู่
"หรือหลังจากที่ข้าทะลวงผ่านดาราที่ 12 ได้แล้วก็จะมีดาราที่ 13 โผล่ขึ้นมางั้นรึ? แล้วเช่นนี้เมื่อไหร่ข้าถึงจะทะลวงผ่านระดับถัดไปได้กัน"
คำถามมากมายผุดขึ้นมาในหัวของฉินหยางอย่างต่อเนื่องคิ้วของเขาขมวดชนกันแน่นอย่างห้ามไม่ได้
"ไม่!! ข้าไม่เชื่อว่าจะไม่สามารถทะลวงได้"
ฉินหยางกัดฟันแน่นก่อนจะสะบัดฝ่ามือเรียกเม็ดยาหยางพิสุทธิ์อีกสามเม็ดลอยเข้ามาในฝ่ามือของเขาก่อนในครั้งนี้เขาจะกลืนเม็ดยาหยางพิสุทธิ์ทั้งสามเม็ดเข้าไปพร้อมกันในคราเดียว
ครืนนน........!!!!
หลังจากที่ฉินหยางกลืนเม็ดยาทั้งสามเข้าไปและทำการดูดซับพลังจากเม็ดยาภายในจุดตันเถียน ของเขาก็เกิดการสั่นสะเทือนอย่างหนักขึ้นมาอีกครั้ง ดาราทั้ง 12 ดวง ภายในจุดตันเถียรเองก็สั่นกระเพื่อมปลดปล่อยระลอกคลื่นออกมาจนเกิดลมหมุนพัดวนอยู่รอบตัวเขาทำให้เส้นผมสีดำขลับของเขาปลิวไสวไปตามแรงลมขับเน้นให้เขาดูสูงส่งราวกับเทพเซียนอย่างไรอย่างนั้น
แม้ฉินหยางจะสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นภายในจุดตันเถียรของเขา แต่กลับไม่คิดหยุดมือแต่อย่างใด กลับกันเขายิ่งกัดฟันแน่นเร่งดูดซับพลังจากเม็ดยาให้เร็วขึ้นมากกว่าเดิมเป็นเท่าตัว ส่งผลทำให้ภายในจุดตันเถียรของเขาสั่นสะเทือนอย่างหนัก ก่อนจะเกิดแสงสีเหลืองทองสว่างวาบขึ้นพร้อมกับเสียงระเบิดดังกึกก้องขึ้นภายในจุดตันเถียรของเขาในเวลาต่อมา
ตู้มมมมมมม!!!
ร่างกายของฉินหยางที่นั่งนิ่งอยู่ภายในห้องปะทุพลังปราณออกมาอย่างรุนแรงจนอากาศเกิดการสั่นไหว ข้าวของภายในห้องถูกแรงลมพัดจนลอยปลิวไปคนละทิศละทาง แต่โชคยังดีที่เสวี่ยอวี๋ได้กางม่านพลังตัดขาดห้องนี้ออกจากโลกภายนอกไว้อยู่ก่อนแล้ว ไม่เช่นนั้นผู้คนบริเวณใกล้เคียงคงต้องแตกตื่นตกใจกันเป็นแน่
"พลังปราณนี้มัน...?!! แข็งแกร่งมาก!! หรือว่าครั้งนี้เขาจะทะลวงระดับได้แล้วจริง ๆ ?"
เสวี่ยอวี๋ที่ตอนแรกมองดูสถานการณ์ด้วยความกังวล ก็เริ่มคลายคิ้วที่ขมวดติดกันออก เปลี่ยนเป็นตื่นตะลึงระคนยินดีเข้ามาแทนที่ แต่เขายังดีใจได้ไม่สุดก็ต้องกลับมาขมวดคิ้วอีกครั้งเมื่อสังเกตเห็นว่าฉินหยางในตอนนี้ยังคงนั่งนิ่งไม่ขยับเขยื้อนทั้งยังมีท่าทีราวกับกำลังพบเจอปัญหาบางอย่างอยู่
"นะ..นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?!! จุดตันเถียนของข้าว่างเปล่า?!! หรือว่าการระเบิดเมื่อครู่จะทำให้จุดตันเถียรของข้าแตกสลายงั้นรึ?"
ฉินหยางกล่าวขึ้นกับตัวเองด้วยความตื่นตระหนกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จุดตันเถียนของเขาที่เคยมีจุแสงของดาราทั้ง 12 ดวงอยู่กลับเหลือเพียงความว่างเปล่าสีดำสนิทไม่มีพลังปราณเหลืออยู่เลยแม้แต่อย่างเดียว
"เดี๋ยวก่อนสิ!! ไม่ใช่!! ข้ายังสามารถรับรู้ได้ถึงพลังปราณที่ไหลเวียนอยู่ภายในร่างกายได้อยู่ นั่นหมายความว่าจุดตันเถียนของข้าไม่ได้แตกสลายอย่างที่คิด แต่ว่า...ที่เกิดขึ้นอยู่ตอนนี้มันหมายความว่าอย่างไร? มันเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายข้าในตอนนี้กันแน่"
ฉินหยางพยสยามตั้งสติและทดลองโคจรพลังปราณภายในร่างกายก่อนจะพบว่าเขายังคงสามารถโคจรพลังได้อย่างปกติ ทั้งยังรู้สึกว่าพลังปราณของเขาในตอนนี้ได้เพิ่มพูนขึ้นอย่างมากมายมหาศาล ที่ตัวเขาในก่อนหน้านี้ไม่สามารถเทียบเคียงได้
"นี่หรือว่าข้าทะลวงข้ามระดับได้แล้ว? แต่ว่าเหตุใดตันเถียรของข้าถึงว่างเปล่าเช่นนี้กันล่ะ? หรือว่านี่ก็จะเป็นระดับพลังใหม่ที่แตกต่างจากผู้วิเศษคนอื่น ๆ อีกเช่นนั้นงั้นรึ?"
ฉินหยางกล่าวถามตอบกับตัวเองในความคิด แม้จะดีใจที่ตนสามารถทะลวงระดับได้สำเร็จ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็ยังคงทำให้เขาสับสน งุนงงและไม่สามารถหาคำตอบได้ เขาจึงตัดสินใจทดลองกลืนเม็ดยาหยางพิสุทธิ์ที่เหลืออีกสองเม็ดลงไปและดูดซับพลังปราณอีกครั้ง
ผลปรากฏว่าพลังจากเม็ดยาหยางพิสุทธิ์ทั้งสองเม็ดถูกดูดกลืนเข้าไปยังจุดตันเถียนที่ว่างเปล่าอย่างรวดเร็ว แต่หลังจากพลังจากเม็ดยาทั้งสองถูกดูดซับจนหมดแล้วนั้น จุดตันเถียนที่ว่างเปล่าของเขากลับไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ขึ้นเลยแม้แต่น้อย จะมีก็แต่เพียงพลังปราณที่เขาสัมผัสได้ว่าเพิ่มขึ้นมาเพียงเล็กน้อยนิดจนแทบจะไม่สามารถสำผัสได้เพียงเท่านั้น
ฉินหยางขมวดคิ้วแน่นกว่าเดิมกับสิ่งที่เกิดขึ้น
"นี่มันอะไรกัน?ไม่เกิดความเปลี่ยนแปลงใด ๆ เลยงั้นรึ?"
ฉินหยางเอ่ยขึ้นกับตัวเองด้วยความงุนงงอีกครั้ง หลังจากที่ลองทำการทดสอบอีกหลาย ๆ วิธีแล้วเขาจึงตัดสินว่านี่อาจจะเป็นระดับพลังใหม่ที่เขาพึ่งก้าวข้ามมา แม้จะยังไม่ค่อยเข้าใจทั้งหมดก็ตาม
ตัดสินใจได้ดังนั้นฉินหยางก็เลิกคิดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นและเก็บไว้ให้มันเป็นเรื่องของอนาคต ก่อนที่เขาจะสูดลมหายใจเข้าลึกและนั่งปรับสมดุลพลังให้มีความเสถียรและมั่นคงก่อนเวลาจะหมุนผ่านเลยไปเป็นวันที่ 13 นับตั้งแต่ที่เขาเข้ามายังเมืองเหยียนจิ้งแห่งนี้ ซึ่งเหลืออีกเพียงแค่วันเดียวงานประลองเพื่อคัดเลือกศิษย์ของสำนักอัคคีสวรรค์ก็จะเริ่มต้นขึ้นแล้ว
ในยามราตรีของคืนวันที่ 13 เปลือกตาที่ปิดสนิทมานานหลายวันของฉินหยางเริ่มมีการขยับเคลื่อนไหวขึ้นก่อนจะค่อย ๆ เปิดเปลือกตาขึ้นอย่างช้า ๆ ดวงตาสีดำสนิทของเขาเปล่งประกายวิวับราวกับหมู่มวลดาราบนอวกาศอันแสนกว้างใหญ่ พลังปราณที่เขาแผ่ออกมารอบกายในตอนนี้ให้ความรู้สึกยิ่งใหญ่ราวกับภูเขาขนาดย่อม
แม้จะไม่รู้ว่าระดับพลังที่เขาอยู่ในตอนนี้คือสิ่งใดแต่พลังปราณที่ปลดปล่อยออกมาอยู่รอบตัวให้ความรู้สึกที่แข็งแกร่งเหนือกว่าผู้วิเศษระดับหลอมรวมลมปราณขั้นสุดปลายหรืออาจจะเทียบเท่าผู้วิเศษระดับผู้ใช้ปราณแท้จริงเสียด้วยซ้ำ
"เป็นอย่างไรบ้าง เจ้าทะลวงระดับได้แล้วงั้นรึ?"
เสวี่ยอวี๋ที่เห็นฉินหยางลืมตาตื่นก็รีบพุ่งตัวเข้ามาด้วยความรวดเร็วในทันที
"อื้มม ข้าทะลวงผ่านได้แล้วแต่ว่า..."
ฉินหยางพยักหน้าตอบรับพร้อมกับมีท่าทีครุ่นคิด
"แต่ว่าอะไรงั้นรึ?"
เสวี่ยอวี๋กล่าวถามขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าครุ่นคิดของฉินหยาง
"ข้าเองก็ไม่รู้จะอธิบายอย่างไร...เอาเป็นว่าข้าในตอนนี้ทะลวงผ่านระดับได้แล้วแต่ข้าไม่รู้ว่าระดับที่อยู่ในตอนนี้มันเป็นเช่นไร เพราะในระหว่างที่ข้ากำลังจะทะลวงระดับจุดตันเถียรของข้าได้เกิดการสั่นสะเทือนอย่างหนักก่อนที่ดาราทั้ง 12 ดวงภายในจุดตันเถียน ของข้าจะเกิดแสงวาบและระเบิดขึ้น หลังจากนั้นก็เหมือนข้าจะทะลวงระดับได้สำเร็จแต่จุดตันเถียนของข้ากลับว่างเปล่าไม่มีพลังปราณใด ๆ หลงเหลืออยู่เลย"
ฉินหยางกล่าวอธิบายสิ่งที่ตนพบเจอช่วงที่ตนทะลวงระดับให้เสวี่ยอวี๋ได้ฟังด้วยสีหน้าเคร่งขรึม...
"หลอมสร้างดาราดวงที่ 12 เรื่องนั้นข้าเองก็พอจะสัมผัสได้ แต่ว่าจุดตันเถียนระเบิดจนไม่มีพลังปราณหลงเหลือนี่มันเป็นไปได้ด้วยงั้นรึ?"
เสวี่ยอวี๋เอามือลูบคางพลางทำสีหน้าครุ่นคิด
"ไม่ผิด แต่จะบอกว่าไม่หลงเหลือพลังปราณอยู่เลยก็คงไม่ใช่เพราะข้ายังสามารถโคจรพลังปราณได้เช่นปกติเพียงแต่ว่า ข้าไม่สามารถสัมผัสถึงพลังปราณที่อยู่ภายในจุดตันเถียรของข้าได้ก็เท่านั้น"
ฉินหยางกล่าวอธิบายเสริม
"เช่นนั้นงั้นรึ? ช่างเป็นเรื่องที่แปลกเสียจริงแม้แต่ข้าเองก็ยังไม่เคยได้ยินเรื่องราวเช่นนี้มาก่อน นี่หากว่าข้าไม่ได้ยินเรื่องราวเหล่านี้จากปากของเจ้าด้วยตัวเอง ข้าคงไม่มีทางเชื่อเป็นแน่"
เสวี่ยอวี๋กล่าวออกมาตามความรู้สึกเพราะจนถึงตอนนี้เขาเองก็ยังไม่อยากจะเชื่อว่าบนโลกใบนี้จะมีเรื่องราวเช่นนี้อยู่
"เรื่องนี้เอาไว้ก่อนเถอะ เราอาจจะได้คำตอบเรื่องนี้ในภายหลัง ว่าแต่วันนี้เป็นวันที่เท่าไหร่แล้ว งั้นรึ? งานประลองของสำนักอัคคีสวรรค์ใกล้เริ่มแล้วหรือไม่?"
ฉินหยางกล่าวถามเพื่อเปลี่ยนหัวข้อบทสนทนา เสวี่ยอวี๋ที่เห็นว่าฉินหยางไม่อยากพูดถึงเรื่องราวก่อนหน้าแล้วก็ไม่ได้ถามสิ่งใดก่อนจะตอบกลับว่า
"พรุ่งนี้เช้างานประลองก็จะเริ่มขึ้นแล้ว ข้าเองก็กำลังคิดอยู่เลยว่าหากเจ้าไม่ลืมตาขึ้นมาข้าจะทำอย่างไร"
"พรุ่งนี้งั้นรึ? อื้มม...โชคดีจริง ๆ ที่ข้าเสร็จทันเวลา ลำบากเจ้าแล้วที่ค่อยเฝ้าข้าเช่นนี้ เช่นนั้นคืนนี้เราพักผ่อนกันเถอะ พรุ่งนี้จะไปเข้าร่วมงานประลองตั้งแต่เช้า"
"ตกลง"
เสวี่ยอวี๋ได้ยินก็พยักหน้าตอบรับก่อนร่างของเขาจะเรืองแสงสีขาวสว่างวาบและหายลับไปจากจุดที่เขายืนอยู่กลับเข้าในไข่มุกจิตวิญญาณในทันที....