
สาว Run Club
บ่ายวันเสาร์ ผมยืนเคว้งอยู่กลางห้องหลังจากถูกสาวที่นัดมา 'ดู Netflix' ที่ห้อง เทแบบกะทันหัน ปัญหาใหญ่คือ ยาเม็ดสีน้ำเงินที่กลืนลงคอไปล่วงหน้ากำลังออกฤทธิ์เต็มพิกัด เป้ากางเกงโด่ชันจนแทบทะลุเนื้อผ้า แม้เข้าไปจัดการตัวเองในห้องน้ำแล้วก็ยังไม่สุด จนความรู้สึกค้างคา สุดท้ายผมจึงต้องเปลี่ยนชุดวิ่งขาสั้นสีเทา แล้วขับรถมาตามหมายของรันคลับในสวนสาธารณะตามที่มีคนแชร์มาให้ทางไลน์ พร้อมหวังว่าความเหนื่อยล้าจะช่วยดับความร้อนรุ่มที่พร้อมจะทะลุเนื้อผ้าออกมาตลอดเวลา
ทว่าผลลัพธ์กลับตรงกันข้าม ตลอดการวิ่งสองรอบ ท่อนเนื้อแข็งขืนเสียดสีกับตะเข็บกางเกงทุกก้าวจนแสบผิว ผมต้องวิ่งห่อไหล่ มือถือขวดน้ำบังหน้าขาด้วยความทุลักทุเล ยิ่งเหงื่อออกผ้าสีเทาก็ยิ่งแนบเนื้อจนทรงผงาดชัดเจน ท่ามกลางสายตาคนวิ่งสวนที่เหลือบมองต่ำแล้วเบือนหน้าหนี จนเมื่อหมดเซ็ตวิ่ง ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็สีเทาหม่น ผมปลีกตัวมาทรุดนั่งชันเข่าหอบหายใจอยู่ริมสนามหญ้า พยายามใช้ขวดน้ำพลาสติกกดทับเป้ากางเกงที่ยังตึงเปรี๊ยะรั้งเนื้อผ้าไว้ใต้แสงไฟสลัวของสวน จนกระทั่งเงาของใครบางคนทาบทับบังแสงไฟจากเสา
“อุ๊ย พี่ พกปลาช่อนมาวิ่งด้วยเหรอคะ ฮิ ๆ”
เสียงแหลมแหบ ๆ ดังขึ้น พร้อมเสียงหัวเราะทิ้งท้ายแบบคนรู้ทัน ผมหันขวับไปมอง ร่างผอมสูงของคนสองคนที่อยู่ในชุดวิ่งรัดรูปของผู้หญิงยืนกอดอกมองมา เมคอัพบนใบหน้าและทรงผมที่เซ็ตมาอย่างดี ขัดกับสรีระและโครงร่างที่ยังดูเป็ผู้ชายชัดเจน
“เห็นั้แ่โค้งโน้นแล้วค่ะ ทรงชัดเบอร์นั้น จะให้แกล้งมองวิวก็เสียดายแย่”
คนที่สองขยับเข้ามายืนพิงเสาไฟใกล้ ๆ กลิ่นน้ำหอมหวานเอียนผสมกลิ่นเหงื่อผู้ชายลอยมาปะทะ “มาจอยครั้งแรกเหรอคะ ไม่คุ้นหน้าเลย"
"เอ๊ะ หรือพาน้องมาวิ่งเล่น" เธอตบมุขเสริม สายตายังวิบวับอยู่ที่เดิม
ผมกลืนน้ำลายฝืดคอ ขยับขวดน้ำบังเพิ่มอีกนิด “มะ... มาวิ่งครับ”
“วิ่งแบบไหนคะเนี่ย ดูทรงแล้ว... น่าจะของขาดยาว ๆ” สองคนหัวเราะประสานเสียงกัน
“ไม่ต้องเกร็งหรอกค่ะ พี่งานดี ของก็ดุ๊ดุ” ทั้ง ๆ ที่กำลังคุยกับผม แต่ไม่ได้มองหน้า
สาวอีกคนเอียงคอ ยิ้มมุมปาก เสียงแหบ ๆ พยายามดัดให้นุ่มนวล แต่แฝงไว้ด้วยแรงกดดัน
“พวกเรากำลังจะกลับพอดี เดี๋ยวพวกหนูพาไปเคลียร์ให้ ปล่อยค้างเติ่งแบบนี้ เสียสุขภาพนะคะ”
“จริง ไม่ต้องกลัว พวกหนูไม่เอาอะไรเลย พี่ 'ยิ้ม' อย่างเดียวพอ” คนแรกหัวเราะคิกคัก
สายตาโลมเลียที่ยิงตรงมาและการถูกจับจ้องในสภาพที่เป้ากางเกงยังตุงเปรี๊ยะ ทำให้ผมขนลุกซู่ ร่างกายเกร็งทื่อ มือเผลอกำขวดน้ำพลาสติกจนบู้บี้
จู่ ๆ ก็มีััเย็นเฉียบแตะเข้าที่ลำคอผมจากด้านหลัง ผมสะดุ้งเฮือก รีบหันขวับกลับไปมอง หญิงสาวเ้าของเรือนร่างทะมัดทะแมง เอวคอดบางรับกับสะโพกและ่ขาที่ดูอวบอิ่มแบบคนออกกำลังกายเป็ประจำ เธออยู่ในชุดเสื้อกล้ามวิ่งสีส้มแขวนป้าย STAFF ใบหน้าคุ้นตา ผมถูกมัดรวบสูง มีเหงื่อเกาะพราวที่ขมับ เธอส่งยิ้มบาง ๆ แล้วยื่นขวดน้ำมาให้ผม
“รอนานไหมพี่”
เสียงเธอนุ่มนวล ชัดเจน เหมือนเรารู้จักกันดีอยู่แล้ว ผมกะพริบตาปริบ ๆ สมองยังประมวลผลไม่ทัน สาวข้ามเพศสองคนนั้นเงยหน้าขึ้นมองพร้อมกัน คนแรกขมวดคิ้วมุ่น “อ้าว เพื่อนน้องข้าวเองเหรอจ๊ะ”
หญิงสาวด้านหลังย่อตัวลง เอื้อมมือมาแตะต้นแขนผม มืออีกข้างยื่นขวดน้ำอ้อมตัวมาใส่มือผม ผมรับมันมาโดยอัตโนมัติ ในหัวยังคงงุนงงว่าเราเคยไปคุยกันตอนไหน
“พี่เขามากับหนูค่ะ” เสียงหวานดังอยู่ข้างหู
พี่สาวคนแรกอ้าปากเตรียมจะเถียง แต่พอเห็นท่าทางที่ดูสนิทสนม คนที่สองจึงดึงแขนเพื่อนแล้วยกมือขึ้นยอมแพ้ ยิ้มแห้ง ๆ “ได้ค่ะ แอดมิน เคลมเก่งนะ”
คนแรกทอดสายตาอาลัยมาที่เป้ากางเกง “เสียดาย ของพี่เขาซ๊วยสวย” แล้วเดินตามเพื่อนไป ยังคงได้ยินเสียงกระซิบกระซาบกันตอนที่พวกเธอเดินห่างออกไป
ไฟในสวนกะพริบวูบ ท้องฟ้ามืดสนิทลงอีกนิด ผมยังคงนั่งอยู่ที่เดิม ขวดน้ำทับอยู่บนตัก ชายเสื้อชื้นเหงื่อรัดตึง ก่อนที่จะรีบดึงชายเสื้อลงปิดกางเกง เพราะเธอคนนั้นเดินอ้อมมานั่งยอง ๆ ตรงหน้า สายตาผมเผลอมองลอดคอเสื้อกล้ามเห็นเนินอกขาวผ่อง กับกางเกงวิ่งที่ผ้ารั้งจนเผยให้เห็นความสมบูรณ์ที่ซ่อนอยู่เื้ั
เธอยิ้มสดใส "เกือบไปแล้วนะคะ พี่สาวสองคนนั้นเขาเป็ขาประจำของคลับ มาวิ่งแล้วก็ชอบแอ๊วหนุ่ม ๆ กลับไปด้วยบ่อย ๆ" เธอพูดต่อ ขณะที่ผมยังคงทำหน้าเหรอหรา มองเธอตาค้าง "เอ๊... หรือว่าข้าวมาขัดจังหวะอะไรพี่หรือเปล่าคะ" เธอพูดแล้วเอานิ้วจิ้มที่คางทำหน้าครุ่นคิด เอียงคอ พร้อมยิ้มมุมปาก
"อะ... อ้อ เปล่า ๆ ครับ ขอบคุณคุณข้าวมาก ผมกำลังอึดอัดอยู่พอดี" ผมได้สติ รีบตอบกลับ
“ข้าวหุงค่ะ... แอดมินฯ คลับ คนที่ส่งโลเคชันให้พี่" เธอแนะนำตัวขณะที่ขยับลุกขึ้น พร้อมยื่นมือมาให้ผม
"จะ... โจ้ครับ" ผมยื่นมือไปจับมือเธอแล้วลุกตาม
"อืม... พี่โจ้คะ ข้าวรบกวนพี่เดินไปเป็เพื่อนข้าวอาบน้ำหน่อยได้ไหม มันเริ่มมืดแล้ว" ข้าวหุงพูดขณะปัดเศษดินเศษหญ้าออกจากตัว
"ดะ... ได้สิครับ"
เธอเดินนำหน้า ผมเดินตีคู่ไปด้านข้าง มือยังคงจับชายเสื้อรั้งไว้ เป้ากางเกงยังคงแข็งโด่ดันเนื้อผ้าตลอดทางเดินคอนกรีตชื้น ๆ ที่มีกลิ่นหญ้าผสมกลิ่นดินลอยแตะจมูก
เราเดินมาถึงห้องอาบน้ำรวม ภายในเป็โถงทางเดินแคบ ๆ มีตู้ล็อกเกอร์เรียงรายอยู่ฝั่งหนึ่ง ฝั่งตรงข้ามเป็ห้องอาบน้ำ ตรงกลางคั่นด้วยม้านั่งยาว นักวิ่งสองสามคนกำลังยืนแต่งตัวพลางคุยกัน ข้าวหุงเปิดล็อคเกอร์หยิบผ้าเช็ดตัวกับชุดเปลี่ยนยื่นให้ผม แล้วเดินตรงไปหยุดยืนหน้าประตูห้องอาบน้ำห้องในสุด
“วานพี่รอเป็เพื่อนหนูแป๊บนึงนะคะ” เธอพูดยิ้ม ๆ เสร็จแล้วก็ผลุบหายเข้าไปด้านใน
ผมหย่อนก้นนั่งลงบนม้านั่งหน้าประตูห้องอาบน้ำ เอาผ้าในมือวางทับหน้าตัก สักพักกลุ่มนักวิ่งที่ยืนแต่งตัวอยู่ก็ทะยอยออกไป
ภายในห้องน้ำที่ข้าวหุงเข้าไปยังเงียบสนิท ไม่มีเสียงน้ำไหล
“พี่โจ้... น้ำไม่ไหลอะค่ะ” เสียงเธอดังลอดมาจากด้านใน
ผมลุกขึ้น แล้วยื่นหน้าเข้าไป ภายในห้องน้ำนั้นคับแคบ ปูด้วยกระเบื้องสีครีมอมเหลืองภายใต้แสงไฟหลอดฟลูออเรสเซนต์บนเพดาน ฝักบัวโครเมียมเก่า ๆ ห้อยเอียงกะเท่เร่ หยดน้ำเกาะค้างอยู่ที่หัวฝักบัวสะท้อนแสงไฟวาววับ พื้นกระเบื้องเกือบจะแห้งสนิท กลิ่นคลอรีนจาง ๆ ปะปนกับกลิ่นสบู่ลอยอวลอยู่ในอากาศอับชื้น
เธอยืนอยู่ตรงนั้น มือข้างหนึ่งจับหัวก๊อก เสื้อสีส้มยังแห้งสนิท ผ้าแห้งตึงรั้งอยู่ที่หน้าอก หันมาขมวดคิ้วใส่ “เปิดก๊อกแล้วแต่น้ำไม่ออกเลยค่ะ” เธอยื่นมือมาดึงแขนผมเข้าไป “พี่ช่วยดูให้หน่อยสิ”
ผมก้าวเข้าไปใกล้ ยืนประจันหน้ากับเธอ หน้าอกแทบจะชนกัน กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ผสมกับกลิ่นเหงื่อโชยเตะจมูก ผมเอื้อมมือไปจับก๊อกน้ำ แล้วหมุนจนสุด
เสี้ยววินาทีนั้นทุกอย่างยังคงเงียบงัน ได้ยินเพียงเสียงลมหายใจของเราสองคนที่ประสานกัน กับไออุ่นที่ปะทุขึ้นอย่างกะทันหัน และเสียงน้ำไหลดังสะท้อนมาจากท่อในผนังตึก
จากนั้นฝอยน้ำเย็นก็พุ่งพรวดออกมาจากฝักบัว สาดกระเซ็นเข้าใส่เราทั้งคู่อย่างจัง
น้ำเย็นจัด
สะท้านขึ้นหลัง
เสื้อชุ่มน้ำในพริบตา
แนบท้อง
ผ้าสีเทากลายเป็สีเข้ม
เป้าที่ยังแข็งเกร็งดันทะลุชัด
ตะเข็บตึงรั้ง
ชายเสื้อลู่ติดรูปทรง
เธอสะดุ้ง
แต่ไม่ถอย
เสียงน้ำกระทบพื้นดังกลบเสียงโถงด้านนอก
น้ำไหลจากผมเธอลงขมับ
ลงแก้ม
ลงไหปลาร้า
เสื้อส้มลู่ติดผิวโปร่ง
ทรงอกชัด
ยกทรงดันผ้าจนเห็นชัด
กางเกงวิ่งดำแนบร่องต้นขา
เรายืนนิ่ง
เสี้ยววินาทีที่ทุกอย่างหยุดนิ่งใต้สายน้ำ
ไม่มีใครขยับปิดก๊อก
สายตาเธอจ้องผม
ไม่กะพริบหนี
รอยยิ้มมุมปากบอกชัดว่าไม่ได้ใ
เธอเลื่อนสายตาลงต่ำ
หยุดที่ความตึงใต้ผ้า
จ้องเขม็ง
“อุ้ย...”
เธอเปล่งเสียงเบาหวิวขัดกับแววตา
มือเอื้อมลอดหลังผม
หน้าอกชนกัน
เนื้ออุ่นตัดกับน้ำเย็นจัด
คลิก
เสียงกลอนประตูลั่นตัดเสียงฝักบัว
ห้องแคบลงทันที
โถงนอกกลายเป็โลกอื่น
เธอยังยืนใกล้
สายน้ำตกพาดไหล่ทั้งคู่
หยดจากปลายผมเธอตกลงอกผม
นิ้วหลังมือปาดน้ำที่แก้มตัวเอง
พูดเสียงแ่ทับเสียงน้ำ
ลมหายใจร้อนรดต้นคอผม
“หนูแอบเห็นพี่แข็งั้แ่ตอนวิ่ง
ขอจับหน่อยนะคะ”
สายตาไม่หนีเป้า
รอ
ขนตาชุ่มน้ำติดกันเป็แพ
ผมชะงัก
ไม่ถอย
ไม่ห้าม
เสียงหัวใจรัวแข่งกับฝักบัว
เธอยิ้มมุมปาก
ปลายนิ้วแตะชายเสื้อผมที่ลู่ติดลำ
ดึงลงนิด
ผ้าลากบนผิวที่ตึงคัด
ฝ่ามือทาบทับรูปทรงที่โด่ค้าง
ร้อนรุ่มทั้งที่แช่น้ำ
นิ้วเรียวโอบกุม
หัวแม่โป้งรูดตามขอบตะเข็บเนิบนาบ
น้ำหนักไม่แรง
แต่ปลายนิ้วััชัดทุกรอยหยัก
เสียววาบขึ้นท้องน้อยทันที
ผมหายใจออกปาก
ไอร้อนไหลผ่านคอ
กลิ่นเหงื่อสาวฉุนแตะจมูก
อกเปียกชนอกผม
ยอดอกแข็งเสียดผ่านผ้าสองชั้น
มือเลื่อนเข้าขอบกางเกง
นิ้วเย็นจัดเกี่ยวยางยืด
รูดลงพร้อมผ้าชั้นใน
ความแข็งเกร็งดีดผึงโดนฝ่ามือ
เม็ดน้ำไหลตามเส้นเืหลังมือเธอ
เธอคุกเข่า
เงยหน้า
หยดน้ำเกาะคิ้ว
แล้วอ้าปาก
อุ่นจัด
ชื้นแฉะ
ลิ้นวนส่วนหัวช้า ๆ
แล้วกลืนลงลึก
แก้มบุ๋ม
ลำคอตึงเกร็ง
ผมขบกราม
มือเกาะราวฝักบัว
ความร้อนในโพรงปากเธอสวนทางกับน้ำเย็นจัดทั้งตัว
ท้องน้อยบิดเกร็ง
เสียงดูดกลืนปนสายน้ำ
ฉ่ำลื่น
ดังสลับเบา
นอกห้อง
ฝีเท้า
ประตูตู้ล็อกเกอร์ดังปัง
ใครบางคนหัวเราะ
เสียงใกล้มาก
เธอชะลอ
แต่ไม่ถอนปากออก
แก้มตึงรอบลำ
ตาเหลือบขึ้นสบตาผม
มือชักโคนสอดรับจังหวะริมฝีปาก
รูดปรื๊ดลื่นไหลด้วยน้ำกับความชื้น
ผมหายใจหอบทางปาก
กลั้นเสียง
ไอน้ำคละคลุ้ง
กลิ่นน้ำหอมผสมเหงื่อและกลิ่นคาวผิว
เธอถอนปาก
สายน้ำลายใสขาดผึง
ตัดด้วยสายน้ำฝักบัว
มือยังสาว
ปลายหัวแดงก่ำมันวาว
“อย่าเสียงดัง
มีคน”
กระซิบ
ลมหายใจร้อนเป่ารดหัว
แล้วครอบต่อ
ลึกกว่าเดิม
ปลายจมูกชนร่องท้องน้อย
จนคอเธอสั่น
น้ำตาซึมจากหางตา
มือผมเผลอวางท้ายทอยเธอ
เส้นผมพันนิ้ว
ไม่กดแรง
แค่ประคองจังหวะ
เธอเร่งริมฝีปาก
มืออีกข้างบีบคลึงพวงไข่
อุ่นวาบ
ตึงคัด
เสียวแปลบขึ้นสันหลัง
หัวเข่าอ่อนยวบ
เกือบ...
ผมสูดหายใจยาว
ฮึบไว้
เธอรู้จากลำที่กระตุกในปาก
ถอนออก
ลุกขึ้นยืน
รูดกางเกงลงอย่างไว
สะบัดทิ้งเบา ๆ
เสื้อยังใส่ค้าง
เลิกขึ้นครึ่งตัว
ผมดึงสปอร์ตบราลง
เต้าเปลือยทะลัก หัวนมแข็ง
ยอดสีชมพูเข้ม
หยดน้ำเกาะร่องอก
“ใส่เลย
ไม่ไหวแล้ว”
เธอพูด ตาปรือฉ่ำ
หลังพิงกำแพง แขนโอบตัวผมเข้าประชิด
ขาข้างหนึ่งเกี่ยวเอว
ร่องชื้นแฉะเปิดอ้า
ผมย่อตัว แล้วขยับเข้าแทรก
เนื้ออุ่นตุบเบียดต้นขาด้านในเธอ
มือรวบเอวคอดเปียกปอน
จ่อส่วนหัวที่ตึงคัด
กดพรวดเดียว
แน่น
ลื่นไหล
ง่ายดาย
เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังกึ๊บเบา ๆ เมื่อเข้าสุดลำ
เธออ้าปากค้าง ไม่ออกเสียง
อกอวบเปียกชุ่มแนบสนิทกับอกผม
ััยอดอกสีชมพูที่แข็งขืนดันสู้
ผมบดจูบริมฝีปากร้อนผ่าว
รสเหงื่อ
รสน้ำคลอรีน
ฟันกระทบกัน
ผมกระแทกสวนขึ้นไปจากด้านหน้า
สั้นรัว
ลึกสุดโคน
ช่องทางตอดรัดหนึบรุนแรง
เสียงฉ่ำลื่นของผิวชนผิวกลางสายน้ำ
เสียงปิดประตูจากห้องถัดออกไป
เธอกัดฟันกรอด กลั้นคราง
ได้ยินเสียงฟันขบข้างหู
เล็บจิกแผ่นหลังผมจนแสบแปลบ
ผมพยุงเอวบาง
กระแทกย้ำจุดเดิมซ้ำๆ
สายน้ำช่วยพรางเสียง
เหลือแค่หายใจหอบกับน้ำฉ่า
เห็นใบหน้าเหยเกปนเสียวซ่านของเธอใกล้ชิด
ดวงตาปรอยสะท้อนแสงไฟ
มีเสียงเคาะประตูห้องข้างๆ
ไม่ใช่ห้องเรา
แต่ใกล้มาก
ปัง ปัง ปัง สามที
“ห้องอาบน้ำจะปิดอีกห้านาทีนะคะ”
แม่บ้านะโลั่น
ทั้งคู่ชะงัก จังหวะสะดุด
ผมยังฝังลึกสุดโคน
เธอเม้มปากแน่น
ไหล่สั่น
ช่องทางรัดตุบเป็ระลอกจากความตื่นเต้น
รอจนเสียงรองเท้าครูดพื้นแล้วเดินจากไป
เวลาห้านาทีกำลังนับถอยหลัง
ผมพ่นลมหายใจ
สาวต่อ
ลึกและหนักกว่าเดิม
เน้นบดขยี้เนินนูน
เธอสะดุ้งเฮือก
กัดไหล่ผมจนฟันทะลุผ้าเปียก
กลั้นเสียงร้องสุดฤทธิ์
รัดลำผมแน่นจนปวด
ความอัดอั้นตลอดบ่ายะเิออก
ข้างใน...
ฉีดพ่นร้อนผ่าว
เธอเกร็งกระตุก
กอดคอผมแน่น
กลั้นครางเป็เสียงอือในลำคอ
ตัวอ่อนระทวย
ได้ยินเสียงถอนหายใจเฮือก
ถอนออก
คราบขาวไหลลงตามต้นขาด้านใน
เส้นขุ่นปนน้ำฝักบัว
ไหลย้อยลงน่อง
จางหายไปกับพื้นอย่างรวดเร็ว
เหลือเพียงคราบมันบนผิว
หอบตัวโยนทั้งคู่
อกกระเพื่อมชนกัน
ผมยังแข็งค้างอยู่ครึ่งลำ
ยายังไม่หมดฤทธิ์
เนื้ออุ่นตุบ ๆ เบียดต้นขาด้านในเธอ
เธอเหลือบมอง
หัวเราะหอบ ๆ
หยดน้ำร่วงจากปลายจมูก
“พอก่อนค่ะ...
เดี๋ยวแม่บ้านจับได้”
น้ำยังพุ่งสาด
ห้องอบอวลด้วยไอน้ำ
กลิ่นความรักคาวคลุ้งปนกลิ่นสบู่
กลิ่นเนื้อ กลิ่นกาม กลิ่นคลอรีนตีกันยุ่ง
กระเบื้องเปียกชุ่มมันวาว
เสื้อส้มเธอยับย่นร่นเหนืออก
_ _
ผมโผล่หน้าออกไปก่อน เป้ายังคงตุงและชื้นแฉะ เนื้อตัวเปียกมะลอกมะแลก เสื้อผ้าเปียกเย็นแนบสนิทไปกับผิวเนื้อ รีบหยิบกองผ้ายื่นให้คนในห้องอาบน้ำ ข้าวหุงยื่นมือมารับ ใบหน้ายิ้มเผล่
“พี่ไปก่อนเลยค่ะ ไม่ต้องรอ เดี๋ยวคนมาเห็น”
ผมเดินออกมาผ่านแม่บ้านที่ยืนหน้าตึงบอกบุญไม่รับอยู่หน้าประตู ในใจลังเลว่าควรรอข้าวหุงไหม แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจออกมาตามที่เธอสั่งไว้
ผมไม่ได้รีบร้อนตรงไปที่รถ ตั้งใจว่าจะตากลมให้เสื้อผ้าแห้งพอหมาด ๆ ก่อน จึงเดินทอดน่องไปเรื่อยเปื่อย ความรู้สึกอุ่นแน่นและภาพความเร่าร้อนในห้องน้ำเมื่อครู่ยังค้างคาอยู่ในหัว
เมื่อเดินมาถึงรถที่จอดหลบมุมอยู่ใต้ร่มไม้ ผมเปิดประตูแทรกตัวเข้าไปนั่งหลังพวงมาลัย สตาร์ทเครื่องยนต์แล้วเปิดแอร์จนสุด ลมเย็นฉ่ำเป่าปะทะใบหน้าและเสื้อผ้าที่ยังชื้นเหงื่อ ผมทิ้งศีรษะพิงเบาะ หลับตาลงพ่นลมหายใจยาวเหยียด ปล่อยให้ความเหนื่อยล้าจากการวิ่งและการปลดปล่อยเมื่อครู่ซึมซาบเข้าสู่กล้ามเนื้อ ความคัดตึงที่เป้ากางเกงคลายตัวลงจนกลับสู่สภาวะปกติแล้ว
'จบไปอีกวัน...' ผมคิดในใจ เอื้อมมือขยับเกียร์เตรียมจะขับออกจากลานจอดรถเพื่อกลับคอนโด
ครืด... ครืด...
จู่ ๆ มือถือในกระเป๋ากางเกงก็สั่นขึ้นมาท่ามกลางความเงียบในห้องโดยสาร พอผมหยิบขึ้นมาปลดล็อกหน้าจอ ก็เห็นว่ามีข้อความไลน์ส่งจากแอดมินฯ Run Club
เปิดออกมาเป็ภาพเรียวนิ้วกำลังแหวกกลีบเนื้อสีแดงชมพูฉ่ำวาว ตรงกลางมีของเหลวขาวข้นไหลคาอยู่ แนบพิกัดมาด้วยชัดเจน พร้อมข้อความสั้น ๆ
[อารมณ์ค้างอ่า]
นึกว่าเกมจบ... แต่นั่นเป็แค่ 'ออร์เดิร์ฟ' ไฟราคะที่คิดว่ามอดดับก็ถูกจุดพรึบขึ้นมาอีกครั้งด้วยข้อความสั้น ๆ... เมื่อแอดมินสาวส่งพิกัดลับพร้อมภาพยั่วสวาท สานต่อความค้างคาที่รอการปลดปล่อยแบบทะลุพิกัด ราตรีนี้ยังอีกยาวไกล! (โปรดติดตามตอนต่อไป)