บทที่ 58 ประสิทธิภาพในการทำงาน
คนตัวเล็กเข้าสู่สนามต่อสู้ทันทีที่แยกตัวออกมา เธอวางแผนการล่าของตนเองเอาไว้ที่ 40 แกนพลังงานสำหรับ 4 วันหลังจากนี้ มองดูจุดสีดำของเหล่าอาจารย์ที่กระจายตัวออกไป เนื่องจากพวกเธอแบ่งกลุ่มออกเป็น 6 กลุ่ม อาจารย์ที่มีเพียง 5 คนย่อมไม่เลือกติดตามปกป้องเธอเพียงคนเดียว ในเมื่อซูหยวนอวดเก่งเกินไปในสายตาของพวกเขา เช่นนั้นก็ต้องยอมรับชะตากรรมของตนเองให้ได้ด้วย
ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องดีสำหรับซูหยวน หญิงสาวสามารถทำอะไรได้มากขึ้นเมื่อไม่อยู่ในสายตาของคนอื่น หรือต่อให้มีอาจารย์คนไหนอยากจะมาติดตามเธอ ซูหยวนก็มีแผนที่จะหลบเลี่ยงพวกเขาได้อยู่เช่นกัน ขอแค่เธอรู้ตำแหน่งของทุกคน มันก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะจัดการ
โคเขาแหลมกลายพันธุ์ไม่ใช่เป้าหมายเดียวของเธอ ซูหยวนเชี่ยวชาญในการจัดการกับโคเขาแหลมกลายพันธุ์มากแล้ว อันที่จริง...ด้วยระดับพลังงานของเธอ ซูหยวนก็แทบจะเทียบเท่ากับนักล่าตัวจริงแล้ว ส่วนใหญ่นักเรียนจบจากสถาบันก็มีค่าพลังงานที่ 60 ขึ้นเท่านั้น แต่ซูหยวนเริ่มต้นที่ 76 และตอนนี้ก็เพิ่มสูงขึ้นไปอีก เธอจึงกลายเป็นสัตว์ประหลาดในบรรดานักล่าทั้งหมด
ขีดจำกัดการเติบโตของเธอไม่จำกัดเหมือนกับพวกเขา เธอไม่จำเป็นต้องฝึกการดูดซับพลังงานจากแกนพลังงานด้วยซ้ำ ต่อให้กินทิ้งกินขว้าง พลังงานจำนวนมากในอาหารจากฟาร์มก็ยังทำให้เธอสามารถเพิ่มพลังตนเองได้นำหน้าคนอื่นอยู่ดี
เพื่อให้ท้าทายตนเองและไม่เสียเวลาในการฝึกฝน ซูหยวนเรียกใช้สมาธิของตนเอง และพยายามควบคุมจิตใจให้ได้ แม้จะแค่ไม่กี่วัน แต่เธอมีเป้าหมายที่จะฝึกฝนทักษะการใช้ธนูของตนเองให้ดีขึ้น นั่นเป็นเพราะเธอมีนัดหมายกับอาจารย์เติ้งในอีก 1 เดือนข้างหน้าที่สนามรบที่แท้จริง
หากเป็นการต่อสู้ทั่วไป ซูหยวนก็คงจะมีโอกาสได้ใช้พลั่วจัดการศัตรูบ้าง แต่เพราะเธอต้องติดตามอาจารย์เติ้งไปสนามรบ อาจารย์เติ้งที่เชี่ยวชาญในการโจมตีระยะไกลจะส่งศิษย์ไปต่อสู้แนวหน้าได้หรือ? ดังนั้นซูหยวนมั่นใจว่าหน้าที่ของตนเองก็คือการต่อสู้เคียงข้างอาจารย์ของตนเอง ถ้าเธอทำผลงานได้ดีในครั้งนี้...อาจารย์เติ้งจะต้องใส่ใจศิษย์คนนี้มากกว่าเดิมแน่นอน
เพื่อความก้าวหน้าและการพัฒนาของตนเอง ซูหยวนจะต้องโดดเด่นในสายตาของเขาให้ได้
สิ่งที่ซูหยวนเลือกที่จะทำก็คือการเดินไปยัง “รัง” ของพวกแมลงปีกแดง ซึ่งนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ซูหยวนมารอบๆนี้ แต่ก่อนหน้านี้เธอมาโจมตีพวกมันด้วยการเตรียมพร้อมจะใช้ยาฆ่าแมลง ดังนั้นจึงไม่มีความกดดันเหมือนกับตอนนี้
ลูกธนูที่ซูหยวนเตรียมมามีทั้งหมด 200 ดอก เธอใส่เอาไว้ในกระบอกได้ 50 ดอกก็จริง แต่อีก 150 ดอกก็โยนเอาไว้ในฟาร์มของเธอแล้ว ตอนที่โจมตีพวกกลายพันธุ์ที่ค่ายพักก่อนหน้านี้ เธอใช้ไปเพียง 5 ดอกเท่านั้น มีหนึ่งศรที่เสียไปเพราะจุดไฟเผากระโจมของเพื่อนนักเรียนทุน ส่วนอีก 4 ศรเธอยังไปเก็บพวกมันกลับมาใช้ใหม่ได้
ด้วยราคาของลูกธนูที่มีราคาแพง มันจึงไม่หักพังตั้งแต่การใช้งานครั้งแรก แน่นอนว่าเป็นเพราะซูหยวนตั้งใจให้เป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว สำหรับการฝึกฝนด้วยธนูทั้ง 200 ดอกนี้ เธอมั่นใจว่าเพียงพอที่จะทำให้ความชำนาญเพิ่มขึ้นได้ อีกอย่าง...ไม่เหมือนกับในสนามรบ ซูหยวนจำเป็นต้องแสดงให้เห็นว่าเธอสามารถนำลูกธนูติดตัวมาได้ 50 ดอกหรืออาจจะมากสุดได้แค่ 100 ดอกเท่านั้น แต่ในการต่อสู้จริงเมื่อเข้าร่วมกองทัพกับอาจารย์เติ้ง อุปกรณ์ในการต่อสู้จะเป็นฝ่ายขนย้ายที่เตรียมไปให้ เธอจึงไม่กังวลเรื่องนั้น
ในเมื่อมีข้อจำกัดในการใช้อาวุธ ซูหยวนจึงต้องเลือกซื้อธนูคุณภาพเอามา เพราะแบบนั้นจึงเป็นที่ยอมรับได้ในสายตาคนทั่วไป
ตอนนี้กระบอกด้านหลังของเธอมีลูกธนูอยู่ 49 ดอก แน่นอนว่าพวกมันคงไม่เพียงพอที่จะจัดการกับแมลงปีกแดงหากเธอต้องการทำลายรังของพวกมัน ทว่าเป้าหมายการเก็บแกนพลังงานของซูหยวนมีแค่ 40 แกนเพื่อส่งสถาบันเท่านั้น ส่วนที่เหลือ...แน่นอนว่าต้องเป็นของเธออยู่แล้ว
ซูหยวนมองหาตำแหน่งที่ดีสำหรับซุ่มยิงศัตรู เธอไม่ได้บุ่มบ่ามเข้าไปในเขตรังของแมลงปีกแดงกลายพันธุ์ เพราะหากเป็นแบบนั้น เธอก็ไม่ต่างอะไรกับเหยื่อที่บินเข้าไปในรังผึ้งเลย
ขวดสารดึงดูดความสนใจของสัตว์ร้ายที่ผลิตโดยโรงงานเคมีภัณฑ์เพื่อการเกษตรวางอยู่ห่างออกไป ซูหยวนเล็งลูกศรไปยังตำแหน่งของมันก่อนจะยิงจนขวดแตกกระจาย
ใช้เวลาไม่นาน สารดึงดูดความสนใจของสัตว์ร้ายก็ทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยม มันทำให้แมลงปีกแดงที่อยู่รอบๆนั้นบินเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ซูหยวนไม่ได้ใช้สารดึงดูดความสนใจของสัตว์ร้ายที่เข้มข้นนัก เธอยังผสมมันกับน้ำเปล่าเพื่อไม่ให้ออกฤทธิ์รุนแรงจนสร้างรังแมลงปีกแดงกลายพันธุ์ไปอีกจุด ดังนั้นสารดึงดูดความสนใจของสัตว์ร้ายจึงเป็นเหมือนกับสารเคมีอ่อนๆ ทำให้แมลงปีกแดงที่บินเข้ามาใกล้ๆสนใจได้เท่านั้น
แมลงปีกแดงกลายพันธุ์สี่ตัวบินวนเข้ามา ดวงตาของพวกมันเป็นสีแดงเลือดเพราะถูกกระตุ้น การเคลื่อนไหวของพวกมันก็ย่อมผิดปกติไปด้วยเช่นกันเนื่องจากสภาพอารมณ์โกรธ
“กี๊ก!!”
สัตว์ร้ายส่งเสียงร้องออกมา พวกมันสี่ตัวบินไปรอบๆเพื่อต้องการหาเหยื่อที่ส่งกลิ่นหอมโอชะนี้ อย่างไรก็ตาม...ตรงหน้าของพวกมันไม่มีอะไรเลย กลิ่นนั้นยังคงหอมยั่วยวนอารมณ์จนทำให้การบินของพวกมันรุนแรงมากขึ้น
ฉับพลันนั้นเอง เสียงธนูแหวกอากาศดัง “ฟิ้ว” พร้อมกับลูกศรที่ยิงออกไปอย่างเฉียบคม ผ่านเข้าไปจากด้านหลังแทงเข้าที่หัวของแมลงปีกแดงอย่างรุนแรง ทว่า...เป็นที่น่าเสียดาย เพราะการโจมตีนั้นถือว่าเป็นการโจมตีที่พลาดท่า
ตุบ!!
แมลงปีกแดงกลายพันธุ์ร่วงหล่นลงมา มันยังคงกระพือปีกอีกสามสี่รอบด้วยไม่ได้ตายในการโจมตีเดียว ทว่าก็ไม่สามารถลุกขึ้นมาบินอีกได้ สุดท้ายแล้วมันยังคงทิ้งลมหายใจของตนเองเอาไว้เช่นนั้น
ซูหยวนขมวดคิ้ว ดูเหมือนความแม่นยำที่ยอดเยี่ยมของเธอไม่ใช่ปัญหา แต่ปัญหาที่แท้จริงก็คือการคาดการณ์การเคลื่อนไหวของศัตรูต่างหาก เธอยังมีสายตาไม่เฉียบคมเพียงพอ ดังนั้นแทนที่จะยิงเข้าที่ข้อต่อของแมลงปีกแดงกลายพันธุ์ ลูกศรกลับเจาะไปที่หน้าอกของมันแทน
จริงอยู่ที่ว่ามันเกิดเหตุจากเงื่อนไขที่ไม่ปกติ อย่างแรกคือแมลงปีกแดงกลายพันธุ์พวกนี้เคลื่อนไหวมั่วไปหมดจากความโกรธ อีกทั้งความเร็วก็เพิ่มขึ้น ทว่า...ซูหยวนต้องไม่ลืมว่า เมื่อสัตว์กลายพันธุ์พวกนี้แข็งแกร่งมากขึ้น ยิ่งอยู่ห่างออกไปในพื้นที่ล่าลึกๆมากเท่าไร พวกมันก็ยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น
เธอได้อ่านข้อมูลจากตำราพื้นฐานพวกกลายพันธุ์แล้ว พบว่าพวกมันยิ่งมีระดับสูงมากเท่าไร ก็ยิ่งมีความคิดความอ่านมากเท่านั้น มีพวกกลายพันธุ์บางพวกที่มีความฉลาดเหมือนกับมนุษย์ สามารถสร้างกองทัพเพื่อมารบกับพวกเขาได้เลย ดังนั้นแล้ว...ถ้าเธอยังไม่สามารถอ่านความเคลื่อนไหวของแมลงปีกแดงระดับต่ำพวกนี้ได้ อย่างนั้นก็อย่าคาดหวังเลยว่าเธอจะพร้อมสำหรับการต่อสู้จริง
ม่านตาของหญิงสาวหดลงโดยไม่รู้ตัวเมื่อใช้ความคิด ก่อนที่ศรอีกหนึ่งดอกจะพุ่งออกไปข้างหน้าด้วยความเร็ว แน่นอนว่าครั้งนี้ก็ยังคงไม่โดนตำแหน่งที่เธอหมายตาเอาไว้ ถึงสัตว์กลายพันธุ์จะตาย แต่ก็ไม่ได้ทำให้ซูหยวนพอใจเลย
“ฟู่ว....”
หญิงสาวพยายามเรียกสมาธิของตนเองกลับมาเพื่อโจมตีต่อไป การที่เธอซ่อนตัวอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ประกอบกับสารดึงดูดสัตว์ร้ายนั้นทำให้เธอมีเวลาตลอดทั้งวันไปกับการฝึกฝน ถึงแม้ว่าผลลัพธ์จะยังไม่ดีเท่าที่ควร แต่เธอก็จัดการสัตว์กลายพันธุ์ไปแล้ว 22 ตัว โดยใช้เวลาครึ่งวัน และสารดึงดูดสัตว์กลายพันธุ์ไป 1 ขวดเต็มเท่านั้น
หากมีใครรับรู้ผลงานของเธอครั้งนี้ พวกเขาคงจะต้องชื่นชมไม่น้อยแน่ ทว่าซูหยวนเองก็มีแผนการที่ต้องเร่งทำ เธอไม่ได้ตั้งใจมาฝึกฝนการใช้ธนูเท่านั้น อีกอย่าง...นี่ก็เวลาอาหารเช้าและกลางวันแล้ว สุดท้ายหญิงสาวก็เลือกที่จะเข้าสู่ฟาร์มของตนเองในจุดที่ซ่อนตัวอยู่ตอนนี้
ภายในฟาร์มของเธอ ซูหยวนมองเห็นผลผลิตที่พร้อมสำหรับการเก็บเกี่ยวเต็มทั่วทั้งทุ่ง อารมณ์ตึงเครียดจากการฝึกซ้อมก่อนหน้านี้ได้หายไปอย่างสิ้นเชิง หญิงสาวเลือกที่จะไปยังโรงงานผลิตอาหารสำเร็จรูป โรงงานผลิตขนมหวาน และโรงงานน้ำผลไม้ เธอนำข้าวหน้าหมูทอดและไข่ดาว พายสับปะรด และน้ำองุ่น ออกมา
ความหอมของน้ำมันทำให้ซูหยวนพอใจ ก่อนหน้านี้ที่ต้องอยู่กับเพื่อนนักเรียนและอาจารย์...ซูหยวนทำได้แค่กินสารอาหารสำเร็จรูปเพื่อให้พวกเขาเห็นเท่านั้น ถึงเธอจะสามารถเข้าไปในฟาร์มได้หลังเข้ากระโจม ซูหยวนก็ยังไม่กล้าทำ
เธอไม่รู้ว่าอาจารย์เหล่านั้นมีทักษะที่ยอดเยี่ยมแค่ไหน ขนาดอาจารย์เติ้งก็ยังครอบครองวิชาขั้นสูงถึงสามชนิด ไม่สิ! เขาอาจจะมีวิชามากกว่านั้น ทว่าความใจกว้างที่เอาวิชาระดับสูงมาสอนแก่ศิษย์ก็ทำให้ซูหยวนเกรงกลัวแล้ว เช่นนั้น...หากอาจารย์ท่านอื่นมีวิธีฝึกฝนที่ต่างกันจนทำให้ตรวจจับตำแหน่งของศิษย์ได้ แบบนั้นความลับของเธอก็อาจจะถูกเปิดเผยก็ได้
“ไม่ว่ายังไง การทำฟาร์มก็ยังดีที่สุดสินะ”
ซูหยวนตั้งเป้าหมายของตนเอง เธอรู้ว่าการทำฟาร์มที่โลกนี้นั้นยุ่งยากมาก แต่เมื่อถึงเวลาที่เธอกลายเป็นนักล่าที่แข็งแกร่งจนได้รับการยอมรับแล้ว เธอก็จะหาเช่าพื้นที่ทำฟาร์มของตนเอง
ต่อให้การทำฟาร์มของยุคนี้จะต้องมีเทคนิคลับใดๆเพื่อจัดการกับสารพิษ เมล็ดพันธุ์ และแร่ธาตุ จนกลายเป็นความยุ่งยากและวิชาลับเฉพาะตระกูล ทว่า...ซูหยวนก็ยังอ้างเกี่ยวกับการค้นพบโดยบังเอิญหลังจากออกไปพื้นที่ล่าได้ เธอไม่เชื่อหรอกว่าความสามารถในการเพาะปลูกของตนเองจะไม่มีน่ะ
หากเมล็ดพันธุ์จัดการยากมากนัก เธอก็แค่เอามันไปล้างน้ำก็ได้แล้ว หากแร่ธาตุในดินไม่มี อย่างนั้นเธอก็จะเอาดินจากมิติออกมา ยังมีปุ๋ยเพิ่มผลผลิตและปุ๋ยเร่งการเติบโตจากโรงงานอีก ถ้าใช้ทั้งหมดนี้แล้วยังเพาะปลูกออกมาไม่ได้ แบบนั้นเธอก็เรียกว่าไร้ค่าแล้ว
เมื่อได้สารอาหารจากของอร่อย ซูหยวนก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ เธอรู้สึกเหมือนกับว่าร่างกายถูกฟื้นฟูกลับมาอีกครั้งหนึ่งแล้ว ครั้งนี้การล่าแมลงปีกแดงกลายพันธุ์นั้นไม่ใช่แผนของเธออีกต่อไป การฝึกของซูหยวนจะใช้เวลาช่วงเช้าไปกับการล่าแมลงกลายพันธุ์ ในขณะที่ช่วงบ่ายจะต้องฝึกการใช้พลั่วและฝึกพลังกายของตนเอง
ซูหยวนออกมาอีกครั้ง การเคลื่อนไหวเพื่อโจมตีโคเขาแหลมกลายพันธุ์นั้นง่ายดายเกินไป ส่วนการโจมตีเจ้าริเวอร์เร่อร์กลายพันธุ์ก็ไม่เหมาะสมที่จะฝึกทักษะการใช้พลั่วและพลังกาย ดังนั้น...ซูหยวนจึงเลือกวีครอนกลายพันธุ์เป็นเป้าหมายต่อไป
วีครอนกลายพันธุ์เป็นหนึ่งในพืช 5 ชนิดในพื้นที่ล่าเขต A โดยเจ้าวีครอนกลายพันธุ์นี้จะมีรัศมีการเคลื่อนที่เป็นวงกลมในอาณาเขตของมัน ไม่เหมือนกับเถาวัลย์ซุกซ่อนกลายพันธุ์ กับดักมือใหม่ รังผีเสื้อกลายพันธุ์ และดวงตากระรอกกลายพันธุ์ ที่จะอยู่ในจุดเดิมๆของมันหลังจากที่วางเมล็ดพันธุ์ไว้แล้ว
ดังนั้นส่วนใหญ่แล้ว นักล่าจะมีโอกาสพบเจอกับวีครอนกลายพันธุ์มากที่สุด แต่ความอันตรายไม่ได้เทียบเท่ากับเถาวัลย์ซุกซ่อน เนื่องจากวีครอนกลายพันธุ์เป็นตัวที่มีขนาดใหญ่โต เมื่อนักล่าเข้ามาในอาณาเขตของพวกมันก็จะมองเห็นได้เลย ต่างกับเถาวัลย์ซุกซ่อนที่มักจะเป็นกับดักสังหารคนได้ทันทีเพราะพวกเขาไม่ทันได้รู้ตัวด้วยซ้ำว่ามีพวกมันอยู่รอบๆ
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากวีครอนกลายพันธุ์เป็นพืชที่เคลื่อนที่ได้ อีกทั้งการโจมตีของมันก็รวดเร็วมาก ขนาดที่ใหญ่โตของวีครอนกลายพันธุ์เองก็เป็นปัญหา ดังนั้นซูหยวนมั่นใจว่าการได้ฝึกฝนกับมันจะทำให้เธอพัฒนาการเคลื่อนไหวได้ดี
ซูหยวนได้ระบุตำแหน่งของพวกวีครอนกลายพันธุ์จากข้อมูลที่หาอ่านได้ทั่วไป อาศัยการพูดคุยบนกระดานแชทเพื่อดูว่านักล่าแต่ละคนได้เจอกับสัตว์หรือพืชกลายพันธุ์จุดไหนบ้าง แล้วนำมารวมเข้ากับแผนที่ของเธอ ดังนั้นการตามหาตำแหน่งของวีครอนกลายพันธุ์จึงไม่ได้ยากเย็นอะไร เพียงแต่...ยังไม่ทันที่ซูหยวนจะได้เริ่มล่า เธอก็ได้รับสัญญาณจากลูกแก้วขอความช่วยเหลือเสียก่อนแล้ว
พวกนักเรียนจะไม่ได้รับลูกแก้วขอความช่วยเหลือตอนที่เข้ามา เนื่องจากนี่เป็นการทดสอบพิเศษของเหล่าอาจารย์ แต่ถ้ายามปกติแล้ว ตอนที่มาทำภารกิจกันเอง พวกเขาต้องแลกรับลูกแก้วเช่นเดียวกับนักเรียนชาย 5 คนที่ซูหยวนเคยเจอก่อนหน้านี้
ทว่า ต่อให้ไม่ได้รับลูกแก้วมา กฎของโลกก็ยังคงเหมือนเดิม ตราบเท่าที่มีการเรียกใช้ลูกแก้วขอความช่วยเหลือ ทุกคนที่อยู่รอบๆและได้รับสัญญาณขอความช่วยเหลือจะต้องตรงไปยังบริเวณนั้นทันที ไม่อย่างนั้นก็จะถือว่าทำผิดกฎหมาย และครั้งนี้...ซูหยวนก็ได้รับมันเช่นกัน
เธอขมวดคิ้ว ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ มองดูจากแผนที่แล้วจะเห็นจุดสีฟ้าจำนวนหนึ่งอยู่รวมกัน ในขณะที่มีจุดสีแดงเพียง 2 จุดเท่านั้น ถึงแม้ว่าจะมี “จุดสีดำสามจุด” อยู่ที่นั่นด้วย แต่ก็ไม่น่าเป็นเหตุให้ต้องใช้ลูกแก้วขอความช่วยเหลือไม่ใช่หรือ? ถ้าอย่างนั้นแล้ว... ที่ตรงนั้นกำลังเกิดอะไรขึ้นกันแน่!
…………………………………….