ตอนที่ 127
สร้างพันธมิตร
“เจ้าเป็นนักปรุงยาอย่างนั้นเหรอ!”
เมื่อเขากล่าวเช่นนี้ติงเหม่ยหลินก็รู้สึกตกใจหากไม่ใช่นักเล่นแร่แปรธาตุก็ไม่อาจจะมองเห็นอาการของนางได้ทำให้หญิงสาวถึงกับตกตะลึงเพราะคิดว่าเด็กน้อยตรงหน้านี้คงจะเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุอย่างแน่นอนแทบจะหาไม่ได้เลยกับคนที่การต่อสู้ก็เก่งแถมการปรุงยาก็ชำนาญ คนตรงหน้านี้นอกจากทักษะการต่อสู้ที่เก่งกาจแล้วการปรุงยาก็ไม่ธรรมดาเช่นกันดูจากการที่เขาสามารถมองเห็นอาการเจ็บป่วยของนางแสดงว่าเขาเก่งกาจมากอาจจะถึงขั้นชำนาญเลยก็ว่าได้
“ข้าพอมีความรู้อยู่บ้างขอรับ”
ไป๋เหอกล่าวอย่างไม่ปิดบังแต่ก็ถ่อมตัวอยู่บ้างไม่ให้นางต้องตกใจถึงการเป็นนักปรุงยาอย่างชำนาญของเขาการเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุระดับ 5ก็ถือว่าสำคัญมาก หากใครรู้ว่าเขาอยู่ระดับ 5 ของการหลอมยาการต้อนรับคนอย่างเขาจะต้องพิเศษกว่านี้แน่นอน
เนื่องด้วยคนเช่นเขาจะต้องมีคนมากมายเข้ามาตีสนิทและต้องการผลประโยชน์จากตัวเขาอย่างมาก การเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุนั้นล้วนเป็นบุคคลที่สำคัญต่อยุทธภพนี้เพราะการเป็นผู้หลอมยานั้นสามารถช่วยชีวิตของผู้ฝึกตนได้อย่างมหาศาล ทุกตระกูลจึงต้องมีนักเล่นแร่แปรธาตุอยู่ในเรือนการจ้างมาอยู่ในเรือนแต่ละครั้งจึงมีค่ามหาศาลที่เจ้าบ้านจะต้องลงทุนจ่ายและผลตอบแทนนั้นก็คุ้มค่าอย่างมาก
“ถ้าหากอย่างนั้นเจ้าพอจะมีวิธีรักษาอาการบาดเจ็บของข้าได้เหรอไม่”
อาการของนางเกิดขึ้นมานานแล้วและก็เสาะแสวงหาผู้ที่ชำนาญการถอนพิษมาก็หลายครั้งแต่ก็ไม่มีใครที่จะมีฝีมือในการถอนพิษตัวนี้ ช่วงนี้นางเพียงแต่ต้องใช้ยาระงับความเจ็บปวดไว้ชั่วคราวเท่านั้นต้องทนกับความทุกข์ทรมานอยู่บ่อยครั้งเพื่อผ่านไปในแต่ละวันหวังว่าสักวันหนึ่งจะมีคนที่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือแล้วเมื่อได้เจอคนตรงหน้าก็ทำให้นางรู้สึกมีความหวังขึ้นมาและนางก็เชื่อว่าคนตรงหน้าเก่งกาจไม่เบาในเมื่อแค่มองก็รับรู้ได้ทันทีว่านางเป็นเช่นไรคนแบบนี้นางควรจะต้องจับมือเขาให้แน่น
“เรียนตามตรงอาการของท่านนั้นดูเหมือนว่าจะเป็นมานานแล้ว ได้แต่กินยารักษาอาการเบื้องต้นเท่านั้นไม่ได้รักษาที่ต้นเหตุทำให้เกิดพิษกระจายมากขึ้นเรื่อยๆการบ่มเพาะของท่านก็ติดขัดด้วยใช่เหรอไม่”
“ท่านช่างเก่งกาจนักที่แค่มองก็รู้สาเหตุแล้วข้าขอไม่ปิดบังมันเป็นอย่างที่ท่านกล่าวมา โปรดช่วยเหลือข้าด้วยเถิดข้าจะตอบแทนท่านอย่างงาม”หญิงสาวรู้สึกชื่นชมเพียงอายุยังน้อยแต่ความสามารถนั้นค่อนข้างละเอียดรอบคอบคงมีความรู้ที่ซ่อนไว้ในตัวมากมาย
“เรื่องตอบแทนไว้ทีหลังข้าจะพยายามรักษาท่านแล้วกัน เดี๋ยวข้าขอกระดาษกับพู่กันมาหน่อยข้าจะเขียนรายการสมุนไพรให้ท่านไปหาซื้อมาพอได้แล้วข้าก็จะปรุงยาให้ท่าน” เรื่องนี้เขาคิดว่าตอนนี้มาเข้าทางเขาพอดีหากจะสานสัมพันธ์กับสตรีตรงหน้าต้องเกิดประโยชน์กับเขาภายภาคหน้าอย่างแน่นอน
ติงเหม่ยหลินให้สาวใช้ข้างกายไปหยิบกระดาษและพู่กันมาแล้วยื่นให้แก่เขา
ไป๋เหอรับมาแล้วเขียนรายการสมุนไพรลงไปอาการของหญิงสาวถูกพิษของไอพิษเย็นกัดกร่อน เมื่อเขียนรายการลงไปเขาก็ยื่นให้แก่นาง
“สมุนไพรทั้งหมดนี้เลยเหรอที่จะให้ข้าหามาให้ท่าน”
หญิงสาวพออ่านรายการสมุนไพรแต่ละอย่างที่เขาเขียนมาถึงกับตกใจเพราะมีรายการเป็นจำนวนมากพอสมควรมี 5 รายการที่ต้องใช้เงินเป็นจำนวนมากเพื่อซื้อมันแต่เรื่องเงินทองนางไม่ได้ขัดสนฉะนั้นแล้วย่อมที่จะหาซื้อได้แต่ติดตรงที่ว่าจำนวนอีก1รายการนั้นค่อนข้างจะหายากพอสมควร
“ท่านกลุ้มใจอะไรอย่างนั้นเหรอ”ไป๋เหอมองเห็นสีหน้าหญิงสาวก็รับรู้ทันทีว่านางกำลังกลุ้มใจสมุนไพรที่เขาเขียนรายการลงไป
“จำนวนสมุนไพรข้าหามาได้แต่ว่ามีอีก1 รายการเห็นว่าทางเมืองแห่งนี้คงไม่มีจะต้องออกไปตามหาที่ภูเขาในป่าลึกที่มีสัตว์วานรยักษ์ทมิฬอาศัยอยู่โดยเฉพาะและมันค่อนข้างอันตรายมากมันเป็นที่ตั้งถิ่นฐานของมันจะต้องใช้เวลาหน่อยในการจะเข้าไปฆ่ามัน”
“ไม่เป็นไรได้ตอนไหนก็ทำตอนนั้นเพียงแต่หากอาการของท่านกำเริบแค่เพียงอดทนให้ได้แค่นั้นเอง”
เมื่อนึกถึงอาการกำเริบหญิงสาวก็รู้สึกหนักใจกำเริบแต่ละครั้งร่างกายเจ็บปวดแทบทนไม่ไหว ไม่ได้นางจะรอแบบนี้ไม่ได้จะต้องสั่งระดมคนเพื่อไปเอาสมุนไพรนี้ออกมาก่อนจะหันไปหาชายชราที่ยืนอยู่ใกล้ๆ
“เอาอันนี้ไปแล้วก็จัดการหาสมุนไพรมาตามจำนวนนี้หรือจะมากกว่านี้ก็ได้เอามาเยอะๆยิ่งดีส่วนอีก 1 รายการก็ส่งคนไปจำนวนมากหน่อยเพื่อสังหารวานรทมิฬแล้วนำกลับมา”
ชายชรารับกระดาษแล้วก็ออกไปจากที่ตรงนี้ไปจัดการให้เร็วที่สุดเพื่อนายท่านหญิงจะได้หายจากอาการนี้เสียทีเห็นทีว่าเขาจะต้องไปเอง
“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่มีอะไรแล้วข้าขอตัวก่อนสหายข้ารอนานแล้ว”เรื่องอะไรนอกจากนี้ค่อยคุยกับนางทีหลังเพียงรักษานางให้หายขาดเสียก่อนถึงมีเรื่องต่อรองได้
“หากหาสมุนไพรครบแล้วเดี๋ยวข้าจะส่งคนไปแจ้งท่านข้าติงเหม่ยหลินจะรอพบท่านเสมอ” นางคิดว่ารอให้เขาช่วยเหลือนางให้ได้ก่อนถึงจะพูดอะไรมากกว่านี้
“ได้ข้าไป๋เหอยินดีที่ได้รู้จักท่านหญิงส่วนที่อยู่ของข้านั้นข้าคงไม่บอกคิดว่าท่านน่าจะสืบหาข้าได้ไม่ยาก”นางน่าจะมีสายลับมากมายไม่จำเป็นจะต้องบอกเดี๋ยวนางคงหาเขาเจอเอง
หวังเหว่ยที่รออยู่เมื่อเห็นไป๋เหอเดินมาเขาก็รีบวิ่งเข้าไปหาทันทีใบหน้าดูมีความตื่นเต้นเพราะมีเรื่องอยากจะสอบถามเขามากมาย
“เป็นยังไงบ้างผู้หญิงที่อยู่ด้านในสวยเหรอไม่” เขารู้ว่าเจ้าของที่นี่ต้องการพบตัวและคงจะมองเห็นความสามารถของไป๋เหอถึงได้เรียกพบแล้วเขาก็อยากจะรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นมีใบหน้าเป็นยังไงบ้างอยากได้ยินจากปากของสหาย
“ดูเจ้าสิอยากจะรู้มากขนาดนั้นเชียวเหรอ” มองเห็นความกระตือรือร้นของหวังเหว่ยก็อดที่จะขำออกมาไม่ได้
“ใช่ๆข้าย่อมอยากรู้ว่านางจะงดงามขนาดไหน รีบพูดมาเร็วข้ารอฟังอยู่อย่าปิดไว้คนเดียวสิ”
“พวกเราออกจากที่นี่เถอะเดี๋ยวข้าจะเล่าให้ฟัง”
ภายในห้องติงเหม่ยหลินมองดูชายผู้นั้นเดินจากไปนางมีความหวังแล้วที่จะหายจากอาการโดนพิษนี้ ตลอดหลายปีต้องทนทุกข์อยู่กับมันอย่างแสนสาหัสเมื่อรู้ว่าอาการของนางมีทางรักษาโดยคนที่รักษานั้นเป็นเด็กหนุ่มที่อายุน้อยแต่ความสามารถดูลึกลับยากที่จะคาดเดา
“นายท่านหญิงท่านคิดเห็นยังไงกับเด็กหนุ่มผู้นี้” ติงกว่านอานเอ่ยถามขึ้นเพราะดูเหมือนว่านายท่านหญิงจะให้ความสำคัญกับเด็กหนุ่มผู้นี้อย่างมากเชิญเข้ามาในที่แห่งนี้ได้แสดงว่านางเห็นความสำคัญในตัวเด็กคนนี้
“ข้ารู้สึกว่าตัวตนคนผู้นี้น่าสนใจมากเขาน่าจะมีความลับมากมายอยู่ในตัว หากอนาคตข้างหน้ามีเขาเดินร่วมทางเป็นพันธมิตรที่ดีทุกอย่างคงจะราบรื่นอยู่หลายส่วน”
“ข้ากลัวว่าคนที่มีพรสวรรค์เช่นเขาจะต้องถูกขัดขาตลอดทางเดินหากเขาไม่แข็งแกร่งพอ”
ติงอิ้นทิงผู้เป็นอาวุโสรับใช้กล่าวขึ้นมาบ้างหากเป็นอย่างที่เขาคิดก็น่าเสียดายอยู่ไม่น้อยด้วยอายุเพียงเท่านี้ก็มีใครหลายคนปองร้ายเพราะเหตุจากการต่อสู้ในครั้งนี้ย่อมมีคนที่คิดอยากจะได้อาวุธจากเด็กผู้นี้ไว้ครอบครองเอง
“ถ้าอย่างนั้นเราช่วยเขาดีเหรอไม่ในเมื่อตอนนี้เด็กน้อยผู้นั้นยังไม่เติบโตมากพอ เราก็ยื่นมือเข้าช่วยเหลือเขาสักหน่อย”ติงกว่านอานเสนอแนะหากเป็นคนที่มีฝีมือจริงและนายท่านหญิงพึงพอใจอยากใช้งานก็ต้องเลี้ยงไว้ก่อน
“ข้าเห็นด้วยกับท่านติงกว่างอานตอนนี้เราต้องช่วยเขา”ติงอิ้นทิงเห็นด้วยกับความคิดของคนข้างๆหากนายท่านหญิงอยากใช้งานคนผู้นี้ก็ต้องปกป้องเขาให้แข็งแรงกว่านี้
“แล้วพวกเจ้าจะช่วยเขายังไง” นางก็คิดเหมือนกันคนผู้นี้มีความสามารถทางเดินข้างหน้าต้องมีอุปสรรคมากมายขวางอยู่
“ดูแลความปลอดภัยจากศัตรูของเขาพวกเราคงช่วยได้เท่านี้”