บทที่ 7
ใต้น้ำตกไห่ซานหลงสายน้ำไหลลงตามแรงโน้มถ่วงเสียงน้ำตกกระทบโขดหินดังสนั่นหวั่นไหวทะเลหมอกปกคลุมกลิ่นของความสดชื่นที่พุ่งใส่หน้าทำให้รู้สึกปลอดโปร่ง ปรากฏร่างหลินเซียวกำลังนั่งสมาธิเดินลมปราณหน้านิ่วคิ้วขมวดใบหน้าเริ่มซีด ริมฝีปากม่วงคล้ำเพราะความหนาว
แรงน้ำตกกระทบทำเอาร่างกายแทบแหลกดีที่ใช้ปราณคุมร่างไว้ความเ็ปที่ได้รับจึงลดลงไปแทบครึ่ง หลินเซียวฝืนจนใกล้จะครบสองชั่วยามก็หมดแรงก่อนจะกระเด็นกระดอนไหลไปตามกระแสน้ำ ริมฝั่งใกล้ๆมู่ไป๋กำลังรอใช้ไม้ไผ่เขี่ยหลินเซียวเข้าฝั่ง
เด็กน้อยทั้งห้าคนเดินตามหลังกันต้อยๆด้วยใช้พลังปราณไปแทบหมดแล้วจึงไม่สามารถใช้วิชาตัวเบาได้ หลินหลี่ถิงหลับไปแล้วโดยมีโม่อวี้หรานกำลังแบกอยู่ ด้านหน้ามีหลินเซียวจับชายเสื้อโม่อวี้หรานอีกมือนึงถือโคมไฟส่องทางเดินนำทุกคนปิดท้ายด้วยมู่ไป๋ โหย่วจิ่งที่ขี้ขาดตาขาวเดินอยู่ตรงกลางส่งสายตาล่อกแล่กมองซ้ายขวาตลอดทาง
สำนักเทียนซินแม้ลูกศิษย์ลูกหาจะน้อยนิด แต่การตกแต่งก็โอ่อ่าอลังการยิ่งนัก เรียกได้ว่าเกินจำเป็ รสนิยมของอาจารย์พวกเขาเข้าขั้นย่ำแย่ ั้แ่ชุดสีแดงสดที่มองเห็นได้ในทันทีเมื่ออยู่ในฝูงชน พวกเขาได้แต่คิดไม่มีใครกล้าเอ่ยปาก อาจารย์ของพวกเขามีสมบัติมากมาย มากจนนำมาทำแต่เื่ไร้สาระ บรรพบุรุษของอาจารย์โปรดระงับโทสะด้วย พวกเขาก็ทำอะไรไม่ได้เหมือนกัน
วันหนึ่งขณะที่พวกเขากำลังกลับหลังจากฝึกเสร็จ คืนนั้นเป็คืนพระจันทร์เต็มดวงปีศาจหมาป่าที่รวมกันฝูงใหญ่กำลังออกล่าพอดีกับพวกเขาผ่านทางไปเจอพวกมันเข้า จึงโดนล้อมอยู่กลางวง หมาป่าเขี้ยวแหลมน้ำลายไหลย้อยเมื่อเห็นร่างอ้วนกลมขาวนวลของหลินหลี่ถิงที่กำลังหลับอยู่บนหลังโม่อวี้หราน จึงตีวงล้อมแคบลงกว่าเดิม ทั้งสี่คนยืนหันหลังชนกันหันหน้าออกไปทางหมาป่าที่กำลังล้อมพวกเขาไว้อยู่ ตรงกลางมีร่างของหลินหลี่ถิงที่หลับไม่รู้เื่รู้ราว
"ทำอย่างไรดีศิษย์พี่ใหญ่ ทำไมวันนี้พวกมันถึงมากันเป็ฝูงเลยเล่า" โหย่วจิ่งถือกระบี่ที่เอาไว้สำหรับฝึกชี้ไปทางฝูงหมาป่ามือไม้สั่น
"เ้ารับไป" โม่อวี้หรานส่งร่างหลินหลี่ถิงให้โหย่วจิ่งก่อนจะชักกระบี่ออกมายังไม่ทันจะได้เอ่ยอะไรต่อ
เปรี้ยงง!!!
พลันมีแสงสีน้ำเงินเส้นหนึ่งสว่างวาบผ่านหน้าพวกเขาไป หลินเซียวที่ใจร้อนซัดพลังปราณที่เหลืออยู่น้อยนิดออกไป หมาป่าะโหนีตายหัวซุกหัวซุนวงแตกทันที ก่อนหลินเซียวจะล้มทิ้งตัวลงอย่างหมดแรง พวกหมาป่าเริ่มคลั่งโก่งคอหอนรับกันเสียงยาว ทำเอาใจโม่อวี้หรานตกไปอยู่ตาตุ่ม
แย่แล้ว!
ยังไม่ทันจะหันไปเอ็ดหลินเซียวก็มีหมาป่าตัวหนึ่งพุ่งกระโจนใส่ร่างของหลินเซียวที่ล้มอยู่
ระคนใโม่อวี้หรานสะกิดปลายเท้าใช้พลังปราณส่งแรงพุ่งไปกระชากคอเสื้อหลินเซียวโยนให้มู่ไป๋ "รับ!"
"โว้วๆ ศิษย์พี่ใหญ่จะโยนคนซี้ซั้วเช่นนี้ได้อย่างไรกัน" มู่ไป๋ทิ้งกระบี่ในมือลงพื้นก่อนจะรับร่างหลินเซียวที่ลอยมาตรงหน้าเขาได้อย่างพอดิบพอดี
ตอนนี้โม่อวี้หรานกำลังใช้กระบี่เข้าห้ำหั่นกับหมาป่าสามตัวที่พุ่งมาทางเขาติดๆกัน เด็กน้อยที่ร่างกายยังไม่เจริญเติบโตเต็มที่ได้แต่พยายามใช้แรงเหวี่ยงตัวหลบให้พ้นเพียงเท่านั้น เขาที่ยังไม่ได้ฝึกวิชากระบี่อย่างจริงจัง ทำได้เพียงใช้ปราณหุ้มกระบี่แล้วฟาดออกไปก็หืดขึ้นคอแล้ว พลังปราณของเขาที่ตอนนี้แทบจะหมดร่างจากการฝึก ถูกรีดเค้นออกมาอย่างหนักในการต่อสู้นี้
เกือบจะพลาดท่าหลายครั้งโม่อวี้หรานะโหลบไปมาอย่างน่าหวาดเสียว หมาป่ามันเห็นดังนั้นจึงคลั่งยิ่งกว่าเดิม ตะกุยเท้าแรงๆสองสามทีก่อนจะเปลี่ยนเป้าหมายไปทางพวกหลินเซียวที่กำลังหมดแรงกับโหย่วจิ่งที่กอดหลินหลี่ถิงแน่นยืนตัวสั่นอยู่ข้างๆมู่ไป๋
ร่างสีดำของหมาป่าพวยพุ่ง หวังเข้าฉีกกระชากกลุ่มเด็กน้อยตรงหน้า มู่ไป๋ที่ดูมีสติกว่าใครเพื่อนรีบเข้ามาขวางแต่ก็ทำได้เพียงโดนกระแทกกลับเท่านั้น
มู่ไป๋ร่างกระเด็นกระดอน แม้ว่าการฝึกนรกที่ผ่านมาจะทรมานกายใจยิ่งนัก แต่ตอนนี้มันสามารถช่วยให้พวกเขารับมือกับหมาป่าเหล่านี้ได้อย่างเหลือเชื่อ
พลังกายที่เพิ่มขึ้นอย่างมากจากการแบกถุงทรายวิ่งเหมือนคนบ้า ทำให้เขารับแรงกระแทกได้อย่างไม่ลำบากนัก มู่ไป๋ลุกขึ้นยืนจะเข้าสู่วงต่อสู้อีกครั้งหูพลันได้ยินเสียงกรีดร้องของโหย่วจิ่งดังลั่นเสียงแหลม
"ศิษย์พี่มู่! ท่านทำอะไรซักอย่างสิ" โหย่วจิ่งแม้จะฝึกนรกมาเหมือนกันแต่เขาไม่ได้เชี่ยวชาญการต่อสู้ เขาชื่นชอบแค่วิชาแพทย์เท่านั้น ตอนนี้เขามีภาระสองตัวมือนึงอุ้มหลินหลี่ถิงมือนึงลากหลินเซียวออกวิ่ง ด้านหลังมีหมาป่าสองสามตัววิ่งไล่อย่างบ้าคลั่งจวนจะโดนจะปบคออยู่รอมร่อ เห็นดังนั้นมู่ไป๋จึงวิ่งตามไปบ้าง
ด้านโม่อวี้หรานที่สู้อย่างเสียเปรียบ คล้อยหลังที่พวกมู่ไป๋วิ่งหายไปโม่อวี้หรานด้วยความกลัวศิษย์น้องจะเป็อันตรายจึงสะบัดหยกห้อยเอวที่พกติดตัวไว้ตลอดทิ้งลงพื้น พลังปราณสีแดงม่วงสายหนึ่งพวยพุ่งออกมาอย่างบ้าคลั่ง โม่อวี้หรานประสานมือซัดพลังออกไปสุดแรง แสงสีแดงม่วงพุ่งใส่หมาป่าสองสามตัวนั้นกระเด็นไปกระแทกต้นไม้หักระเนระนาด ส่งผลให้พวกหมาป่าที่เหลือตัวสั่นงันงกก่อนจะวิ่งหายไปคนล่ะทาง
โม่อวี้หรานร่างทรุดล้มลงควานหาหยกสีแดงอ่อนที่โยนทิ้งไปเมื่อครู่ก่อนจะออกวิ่งตามมู่ไป๋ไป ใบหน้าน้อยๆซีดเผือด ในลำคอกระอักเืออกมาคำโต โม่อวี้หรานกัดฟันดีดเท้าใช้วิชาตัวเบาะโทีเดียวหลายลี้ จนตามพวกเขาทัน
มู่ไป๋ในสภาพเืเปื้อนไปทั้งร่างมือกุมกระบี่ยืนคุมเชิงหมาป่าอยู่ด้านหน้า โหย่วจิ่งนอนสลบอยู่ข้างหลัง โม่อวี้หรานมองไปรอบๆไม่พบร่างของหลินเซียวกับหลินหลี่ถิงพลันหน้าถอดสี
"ทางนั้น มีหมาป่าตัวใหญ่คาบศิษย์น้องไปแล้ว" มู่ไป๋ที่เห็นโม่อวี้หรานหันรีหันขวางคิดว่าคงเป็เพราะหาพวกศิษย์น้องอยู่แน่จึงรีบร้องบอก
โม่อวี้หรานพยักหน้าก่อนจะออกตัวพุ่งไปยังทิศทางที่มู่ไป๋ชี้ให้ดู ระหว่างทางปรากฏรอยเืเป็ดวงๆ ใจโม่อวี้หรานเริ่มเสียเค้นพลังปราณสะกิดปลายเท้าพุ่งออกไปด้วยความเร็วเท่าที่จะเร็วได้ พร้อมส่งสายตาสอดส่องหาร่างหมาป่าตัวใหญ่ที่มู่ไป๋บอกไปตลอดทาง
ก่อนจะสบตากับดวงตาสีแดงเืของหมาป่าตัวใหญ่ที่น่าจะเป็จ่าฝูงของพวกมัน ในปากของมันมีร่างของหลินเซียวที่หมดสติอยู่ ใต้ฝ่าเท้าของหมาป่าจ่าฝูงตัวนั้นหลินหลี่ถิงใช้มืออุดปากกลั้นเสียงร้องไห้ด้วยความกลัวตัวสั่นงันงกใบหน้าแดงก่ำ เห็นดังนั้นโม่อวี้หรานจึงเืขึ้นหน้า เส้นสติขาดผึ่งบีบหยกสีแดงรูปวิหคเพลิงจนแตกพลังปราณสีแดงพวยพุ่งพร้อมสู้เต็มที่
บนกระบี่ปรากฏไฟสีม่วงอ่อนคลื่นความร้อนปะทุออกมาอย่างบ้าคลั่ง โม่อวี้หรานใบหน้าซีดยิ่งกว่าเดิมมุมปากเปื้อนเืที่กระอักออกมาอีกคำหลังจากบีบจี้หยกอันนั้นแตกไปเหมือนพลังที่โดนผนึกไว้ได้รับอิสระจึงเต้นเร้าเต็มที่
โม่อวี้หรานรู้สึกเหมือนร่างกายจะถูกฉีกเป็ชิ้นๆ จุดตันเถียนในร่างกายปวดแสบปวดร้อนเหมือนโดนไฟเผา เขากัดฟันแน่นข่มความเ็ปก่อนจะกระโจนใส่ร่างของหมาป่าจ่าฝูงตัวนั้น
ทันทีที่กระบี่ถูกฟาดฟันออกไปแสงสีม่วงเริ่มเข้มขึ้นเมื่อเส้นพลังถูกส่งไปถึงตรงหน้าศัตรู พลังความร้อนพุ่งสูงขึ้นหลายเท่า หมาป่าจ่าฝูงสะบัดศีรษะโยนร่างของหลินเซียวกระแทกต้นไม้ ก่อนจะวิ่งเข้าหาโม่อวี้หรานอย่างบ้าคลั่งเช่นกัน
หลังจากได้รับอิสระหลินหลี่ถิงพุ่งเข้าไปหาหลินเซียวกอดร่างเปื้อนเืร้องไห้เสียงดัง
ในตอนนั้นหลินหลี่ถิงกำลังแอบอยู่ในพุ่มไม้กับหลินเซียวที่นอนหมดแรงไม่มีกำลังจะช่วยเหลือตัวเอง โหย่วจิ่งจึงเอาพวกเขามาแอบไว้ก่อนจะวิ่งล่อหมาป่าไป
คล้อยหลังโหย่วจิ่งหมาป่าตัวใหญ่ตาแดงเืพุ่งเข้าใส่พวกเขาทั้งสองกำลังจะโดนหมาป่าจ่าฝูงขย่ำคอทันใดนั้นหลินเซียวกัดฟันใช้แรงเฮือกสุดท้ายกระแทกร่างตัวเองใส่หลินหลี่ถิงจนร่างเล็กกระเด็นออกจากระยะไป แต่ตัวเองกลับโดนคมเขี้ยวของหมาป่าจ่าฝูงฝังเข้าเต็มไหล่ ก่อนจะสลบไปเพราะเสียเืมาก
ตอนนั้นมู่ไป๋ที่ตามมาพอดีทันเห็นหมาป่าจ่าฝูงคาบร่างของทั้งสองวิ่งหายเข้าป่าไปแต่ไม่พบโหย่วจิ่งมู่ไป๋ตัดสินใจตามหมาป่าตัวนั้นไป แต่ไม่ทัน
เขาได้ยินเสียงโหย่วจิ่งร้องเสียงดังลั่น เลี้ยวผ่านต้นไม้ใหญ่สะดุดตาไปโหย่วจิ่งกำลังฟัดกับหมาป่าสองสามตัวส่งเสียงร้องอย่างเอาเป็เอาตายก่อนจะพลาดท่าโดนกระแทกสลบไป มู่ไป๋จึงรีบวิ่งเข้าไปขวางหมาป่าพวกนั้นไว้ ยืนคุมเชิงกันเป็เวลาสั้นๆ แต่มู่ไป๋ช่างรู้สึกว่ายาวนานยิ่งนัก มือที่เริ่มล้าเต็มทีเริ่มสั่นจนกระบี่แทบจะหลุดจากมือ
หม่าป่าที่คุมเชิงอยู่เห็นท่าทางเหนื่อยล้าของมู่ไป๋จึงเตรียมจะกระโจนเข้าใส่เต็มแรง โม่อวี้หรานก็โผล่มาพอดี บรรยากาศรอบตัวพลันเปลี่ยนไป มวลอากาศเริ่มอัดแน่นให้ความรู้สึกอึดอัด หมาป่าพวกนั้นใวิ่งหนีตัวสั่นงันงก มู่ไป๋งุนงงพฤติกรรมของพวกมัน กลัวอะไรของมันนักหนา? มู่ไป๋รีบร้องบอกโม่อวี้หรานให้ตามหมาป่าจ่าฝูงที่คาบสองคนนั้นไป
ตอนนี้ทางด้านโม่อวี้หรานกับหมาป่าจ่าฝูงเริ่มจะเห็นบทสรุปแล้ว โม่อวี้หรานเริ่มหมดแรงหมาป่าจ่าฝูงเห็นดังนั้นจึงได้ใจเตรียมท่าไม้ตายสะบัดหางส่งพลังสีดำทมิฬดูน่าเกรงขามใส่โม่อวี้หราน แม้ว่าหมาป่าพวกนี้จะเป็แค่ปีศาจชั้นต่ำ แต่พระจันทร์เต็มดวงทำให้พวกมันได้รับพลังจากแสงจันทร์ส่งผลให้คืนนี้พวกมันกล้าออกมารวมตัวกันอย่างใจกล้าเช่นนี้
ทันใดนั้นพลันมีเสียงคำรามอันทรงพลังสนั่นลั่นป่า เสียงคำรามะเืถึงกระดูกทำเอาทุกร่างที่อยู่ตรงนั้นล้มลงไปกองกับพื้น เหมือนมีแรงกดดันอันมหาศาลมากดทับ เว้นเสียแต่เด็กน้อยสามคนที่ไม่โดนผลกระทบอะไร หมาป่าจ่าฝูงที่กำลังห้ำหั่นอยู่กับโม่อวี้หรานใตัวสั่นหูตกหางลู่ลงแล้วกระโจนหายเข้าป่าไป
โม่อวี้หรานเห็นดังนั้นจึงเบาใจลงได้บ้างขณะที่กำลังจะหันไปหาศิษย์น้องทั้งสองของเขา ภาพตรงหน้าพลันมืดสนิทร่างกายหมดแรงกะทันหันหงายหลังล้มลงพร้อมกับกระอักเืออกมาอีกคำ บนหน้าผากปรากฏสัญลักษณ์เปลวเพลิงสามแฉกสีแดงเล็กๆสว่างวาบขึ้นมาก่อนจะหายไป โม่อวี้หรานจึงสลบไสลไปทั้งอย่างนั้น
มู่ไป๋ที่แบกโหย่วจิ่งมาถึงสถานที่เกิดเหตุเห็นโม่อวี้หรานล้มลงจึงโยนโหย่วจิ่งลงพื้นข้างๆหลินหลี่ถิงที่กำลังกอดหลินเซียวร้องไห้เป็บ้าเป็หลังอยู่อย่างน่าสงสาร
"แงง สิกพี่รองๆ สิกพี่หย่ายนอนตายอยู่ตรงนั้น ฮึกๆ" หลินหลี่ถิงชี้ไม้ชี้มือใส่ร่างโม่อวี้หรานที่สลบอยู๋ไกลๆ อาภรณ์สีขาวเปื้อนเืกระดำกระด่าง หมดคราบเทพเซียนตัวน้อยในยามปกติ
"เ้าเด็กปากเสีย เ้าว่าใครตายหา" หลินเซียวลืมตาขึ้นทันทีที่ได้ยินคำของหลินหลี่ถิง มาพูดซี้ซั้วเยี่ยงนี้น่าฟาดให้ตายจริงๆ
"แงงง สิกพี่เล็กกก" หลินหลี่ถิงกอดหลินเซียวแน่นยิ่งกว่าเดิม เขย่าร่างหลินเซียวไปมาด้วยความดีใจที่ศิษย์พี่เล็กไม่ตายไปอีกคน
"โอ้ยย ข้าจะตายเพราะเ้านั่นแหละ" หลินเซียวสะบัดตัวลุกขึ้นใช้เรี่ยวแรงที่เริ่มกลับมาน้อยนิด พยายามคลานไปหาโม่อวี้หรานที่โดนมู่ไป๋หามมาวางเรียงกันไว้ข้างๆพวกเขา หลินเซียวจับมือโม่อวี้หรานพลิกซ้ายทขวาทีสำรวจร่างกายว่าได้รับาเ็ตรงไหนหรือไม่ นิ้วจับตรงชีพจร ก่อนจะหน้าซีดตาเหลือก
"พะ พลังปราณของศิษย์พี่ใหญ่ หายไปแล้ว" หลินเซียวเขย่าร่างโม่อวี้หรานหัวสั่นหัวคลอน
อ่อกกก
โม่อวี้หรานกระอักเืออกมาตำโต หลินเซียวหน้าซีดยิ่งกว่าเดิมเรี่ยวแรงที่ไม่รู้มาจากไหน เวลานี้แบกโม่อวี้หรานขึ้นหลังก่อนจะหันไปสั่งพวกศิษย์พี่ศิษย์น้องทั้งหลาย
"กลับสำนัก!" หลินเซียวร้องเสียงหลงแบกโม่อวี้หรานออกวิ่ง เืบนไหล่ที่หยุดไหลไปแล้วกลับมาไหลอีกครั้ง ด้วยที่หลินเซียวเตี้ยกว่าโม่อวี้หรานจึงโดนแบกขาลากไปตามทาง
มู่ไป๋หันไปมองหน้าหลินหลี่ถิงที่ผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักใบหน้าแดงช้ำ ดวงตาปูดโปนแทบจะปิดอยู่รอมร่อ
"ข้าแบกขา เ้าแบกหัวนะ" มู่ไป๋ชี้ไปที่ร่างโหย่วจิ่ง
หลินหลี่ถิงสั่นหัวหงึกๆก่อนจะมือนึงดึงผม อีกมือพยุงหลังคอศิษย์พี่สามของเธอขึ้นได้แล้วออกวิ่งตามหลินเซียวไป ด้วยความที่มู่ไป๋สูงกว่าหลินหลี่ถิง ขาของโหย่วจิ่งจึงถูกยกขึ้นสูงกว่าหัวในสภาพน่าขัน
คล้อยหลังพวกเขาจากไปป่าใหญ่ด้านหลังปรากฏเงาสีขาวสายหนึ่งวาบผ่านสายลมพัดตีกันอย่างรุนแรงเมือเงาร่างนั้นพาดผ่าน ทิ้งไว้เพียงร่องรอยของพลังทำลายล้างรุนแรงจนพื้นที่รอบข้างโล่งเตียนน่าพิศวง
---
สวัสดีขอรับ จบไปอีกตอน ตอนนี้ถอดสมองมาก ยังไงก็ฝากติชมกันได้นะขอรับ ชื่นชอบอะไรยังไงเสี่ยวอวี้อยากอ่านเม้น
อยากให้แก้ตรงไหน เนื้อเื่อืดเกินไปยังไงกระซิบข้าน้อยที