บทที่ 24 ปรนเปรอ
เมื่อรถจอดอยู่ที่ท่าเรือริมแม่น้ำ เหยียนซีและเจียงโม่เฉินก็ลงจากรถเส้นผมยาวสลวยและกระโปรงของเหยียนซีพริ้วไหวไปตามแรงลม ใบหน้าหญิงสาวแดงก่ำเพราะลมกลางคืนเล็กน้อย สุภาพบุรุษอย่างเจียงโม่เฉินจึงถอดเสื้อสูทออกเพื่อคลุมไหล่ ก่อนจะและโอบเธออย่างทะนุถนอม
ถ้าลองเขาได้ยึดให้ผู้หญิงคนไหนเป็คนของเขา เธอคนนั้นจะต้องได้รับการปฏิบัติที่ดีและให้เกียรติจากตัวเขาอย่างแน่นอน
“คุณเจียง กรุณาขึ้นเรือครับ”
เหยียนซีชะเง้อมองเขาและจับมือใหญ่ของอีกฝ่ายอย่างนุ่มนวล
"ไม่คิดว่าวิวกลางคืนบนเรือจะสวยขนาดนี้"
และท้องฟ้ายามค่ำคืนที่มืดมิดก็เหมือนม่านที่มีดาวดวงเล็ก ๆ ร่วงหล่น เหยียนซีพิงราวบันไดและเพลิดเพลินกับค่ำคืน
มีดนตรีแจ๊สเล่นบนเรือ เจียงโม่เฉินยืนอยู่ทางด้านซ้ายของเธอและขมวดคิ้วเล็กน้อย "ไม่พอ"
"อะไรนะคะ?"
เหยียนซีมองเขาด้วยความประหลาดใจ วินาทีต่อมา เธอก็ถูกเขาคว้าเข้าไปกอดในอ้อมแขน จากนั้นดอกไม้ไฟอันวิจิตรก็พุ่งออกมาจากท้องฟ้า ที่พื้นผิวสายน้ำก็สะท้อนแสงไฟ เธอพบว่าดวงตาของชายตรงหน้าเปี่ยมไปด้วยความหมายอันลึกซึ้ง
“ผม้าให้คุณจำคืนนี้และผม้าให้คุณจำผม” การแสดงออกที่รักใคร่ของเขาถูกตราตรึงอยู่ในดวงตาของเหยียนซี
เหยียนซียิ้มเบา ๆ พิงศีรษะบนหน้าอกของเขา "ฉันจะจำทุกสิ่งที่คุณให้ฉันคืนนี้ไว้ค่ะ"
การเอาแต่ใจของเขา ความรอบคอบของเขา… และจูบที่ดูดดื่มของเขา
ในสายตาที่พวกเขามองดูกันและกัน มีความทะนุถนอมและชื่นชมรวมอยู่ด้วย
โม่เฉินคะ… รอฉันก่อนนะ ฉันจะยืนอยู่ในตำแหน่งที่ฉันสามารถมองดูโลกที่เจริญรุ่งเรืองเคียงข้างคุณแน่นอน
ในหัวใจของเจียงโม่เฉิน เขาตั้งตารอวันนั้นและ้าดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับภรรยาสาวตัวน้อยของเขา
...
เพล้ง!!!
“ทำไม… ทำไม???!!!!!!”
ในขณะที่เหยียนซีกำลังเพลิดเพลินกับ่เวลาแห่งความสุข อีกด้านหนึ่ง เจียงอวี้เิกำลังขว้างปาสิ่งของที่บ้านด้วยความโกรธจัด
เพื่อที่จะได้ฉายแสงในเื่ ‘เหนียนฮวา’ เธอใช้ความพยายามมากแค่ไหน แต่ทำไมนังเหยียนซีถึงได้ปรากฏตัวเป็นักแสดงนำหญิงคนที่สองได้โดยตรงแบบนั้น
เธอไม่มีทางหยุดเื่นี้ได้ เพราะไป๋ลั่วฝานเองก็ยังคงห่วงใยเหยียนซีอยู่ จึงทำให้เกิดสถานการณ์อย่างในวันนี้ขึ้น
เจียงอวี้เิหยุดเดินตามหลังไป๋ลั่วฝาน เธอหันกลับมาและมองเขาด้วยน้ำตาคลอเบ้า “คุณมาทำอะไรที่นี่อีก?”
“แน่นอนสิ ฉันมาที่นี่เพื่อดูแลลูกของฉันไง” ไป๋ลั่วฝานยื่นกล่องของขวัญที่สวยงามให้ “สร้อยคอที่เธอชอบล่าสุดไง… ลองสิ”
“ฉันมีสร้อยคอมากพอแล้ว!” เจียงอวี้เิไม่เห็นค่ามัน เธอรู้ดีว่าของขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆ แบบนี้เป็เพียงกลอุบายที่ไป๋ลั่วฝานคอยเอาใจเธอ
แล้วก็อาจเอาใจนังเหยียนซีด้วย!
“แล้วเธอ้าอะไรล่ะ ฉันจะซื้อให้ทันทีเลย! ถึงเธอจะ้าดวงดาวบนท้องฟ้า ฉันก็จะเอามันมาและมอบให้เธอแน่นอน” ไป๋ลั่วฝานกล่าว เขากอดเจียงอวี้เิและจูบเธอที่ด้านข้างคอเบา ๆ
“คุณรู้ดีว่าฉัน้าอะไร!” เจียงอวี้เิพ่นลมหายใจ “ทุกสิ่งที่เหยียนซีทำคือการแสดงให้ฉันเห็นว่าเธอจะพรากคุณไปจากฉัน!”
"เพ้อเจ้อน่า! ฉันจะเป็ของเธอเสมอ อย่าคิดไปเอง มันไม่เป็ผลดีกับเด็กนะ"
ไป๋ลั่วฝานลูบหลังเจียงอวี้เิเบา ๆ แต่หารู้ไม่ว่าผู้หญิงในอ้อมแขนของเขาได้เตรียมการแสดงดี ๆ ไว้เพื่อรอที่จะทำให้เหยียนซีอับอายแล้ว
คงจะดีถ้าหากเหยียนซีไม่ได้เล่นเป็นางเอกคนที่สอง ในเมื่อเธอตัดสินใจที่จะทำเช่นนั้น เจียงอวี้เิเองก็ไม่ใช่พวกที่จะยอมอ่อนข้อให้อีกฝ่ายเช่นกัน ยังไงซะตอนนี้เธอก็มีชื่อเสียงมากกว่าเหยียนซีหลายเท่า และมันเป็เื่ง่ายที่จะก่อกวนนังเหยียนซีและทำให้อับอายจนอีกฝ่ายไม่สามารถยืนอยู่ในวงการบันเทิงได้เช่นเดิมอีก!
หลังจากที่ไป๋ลั่วฝานถูกบังคับให้ยอมรับบทบาทของเหยียนซีในฐานะนักแสดงนำหญิงคนที่สอง เหยียนซีก็ได้รับเชิญให้เข้าร่วมงานเลี้ยงเปิดงานของละคร
“เหยียนซี ฉันอยู่นี่” พี่เซี่ยจอดรถไว้ที่ประตูหน้าบ้าน เมื่อเห็นเหยียนซีเดินลงบันไดมาด้วยชุดกีฬาธรรมดา ๆ เธอก็ต้องขมวดคิ้วทันที “เธอจะใส่ชุดนี้เหรอ?”
“ใช่” เหยียนซีมองดูชุดของเธอ เธอเป็คนใจกว้างและสบาย ๆ เธอไม่คิดว่าจะมีปัญหาอะไร
เมื่อเจียงโม่เฉินออกมา เขาก็ได้ยินการสนทนาระหว่างทั้งสองเข้าพอดี
"ตามผมมา" เขาจับมือเหยียนซีอย่างนุ่มนวลและเดินเข้าไปในห้องรับฝากของที่เตรียมไว้เป็พิเศษสำหรับเหยียนซี "คุณไม่ชอบของที่เตรียมไว้เหรอ? งั้นผมจะให้คนอื่นเตรียมตัวอื่นให้นะ"
“ไม่ค่ะ เสื้อผ้าที่นี่สวยมาก แต่ฉันไม่อยากเปิดเผยมากเกินไปน่ะ” เหยียนซีหยุดเขาอย่างรวดเร็วและอธิบาย
เจียงโม่เฉินขมวดคิ้ว “ใบหน้าที่สวยงามเช่นนี้ก็เพียงพอที่จะอวดได้ ไม่ว่าคุณจะใส่เสื้อผ้าแบบไหน มันก็แค่เพิ่มสีสันให้กับคุณเท่านั้น และไม่มีทางที่จะปกปิดความเปล่งประกายของคุณได้เลย”
คำพูดที่ไม่ใช่คำว่ารักของเขามีพลังทำลายล้างอย่างมากจริง ๆ แก้มของเหยียนซีถึงกับแดงระเรื่อเล็กน้อย “ในเมื่อประธานเจียงพูดอย่างนั้น คุณช่วยฉันเลือกสักชุดได้ไหมคะ?”
ทีแรกเหยียนซีก็แค่พูดไปอย่างนั้น แต่เธอไม่คิดเลยว่าเจียงโม่เฉินจะช่วยเธอเลือกชุด ซึ่งมันเป็เดรสสีเบจเปิดไหล่ที่มีเพชรละเอียดั้แ่คอถึงเอวจากนักออกแบบต่างชาติแบรนด์ จูดี้ [JUDI]
"ลองสวมดูสิ"
เหยียนซีสวมมันอย่างเชื่อฟังและจับคู่กับรองเท้าส้นสูงสีขาว ทำให้บรรยากาศรอบ ๆ ตัวของเธอเปลี่ยนไปอย่างสมบูรณ์
"สวยมาก" เจียงโม่เฉินสวมสร้อยคอเงินให้เธอโดยส่วนตัว มันไม่มีการตกแต่งใด ๆ เพิ่มเติมที่ดูหรูหรา ซึ่งทำให้เหยียนซีรู้สึกดีกับมันมาก
“ฉันไม่คิดเลยว่าประธานเจียงจะมีรสนิยมที่ดีอย่างนี้!”
“เพราะความงามของคุณต่างหาก” ดวงตาของเขาขยับเล็กน้อย เขาดึงเหยียนซีเข้าไปในอ้อมแขน ยกคางของเธอเบา ๆ แล้วจูบริมฝีปากของเธอ “ความงามของคุณอยู่การควบคุมของผม… ผมชักไม่อยากเข้าบริษัทแล้วสิ เรา…"
เหยียนซีเป็เหมือนดอกลิลลี่ที่บานสะพรั่งบริสุทธิ์ ใบหน้าของเธอแดงก่ำ ค่อย ๆ รองรับการจุมพิตของเขา
“แต่คุณเป็ประธานต้าฮวา เพราะงั้นถ้าคุณไม่...”
มือของเจียงโม่เฉินสางเส้นผมยาวของเธอ พลางควบคุมความปรารถนาในใจ "แล้วเจอกันที่บ้านคืนนี้นะ..."
“...ค่ะ” เหยียนซีตอบรับด้วยรอยยิ้มที่เขินอาย เธอจับมือเจียงโม่เฉิน และเดินออกจากบ้านด้วยกัน ทั้งสองเป็ชายหนุ่มกับหญิงสาวรูปงาม ความนิ่งสงบของเหยียนซีและความดุดันของเจียงโม่เฉินเป็สุดยอดความเข้ากันที่เพอร์เฟ็กต์ลงตัวอย่างแน่นอน
ผลงานชิ้นเอกของพระเ้า!
พี่เซี่ยอดชื่นชมไม่ได้ “ทั้งเก่งและสวยจริง ๆ ถ้ามีบทที่เหมาะสมกับเธอสองคน จะต้องได้รับความนิยมอย่างมากแน่นอน”
“ไปกันเถอะ” เหยียนซีขึ้นรถด้วยรอยยิ้ม
…
พวกเขารีบไปหาทีมงานและนักข่าวก็มาหลังจากได้ยินข่าว
ก่อนที่เหยียนซีจะลงจากรถ พวกนักข่าวก็ได้ล้อมรถเอาไว้ "คุณเหยียนซี คุณเงียบหายไปสองปีแล้ว ทำไมจู่ ๆ ถึงกลับมาครับ? มันเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงเื่ความรักกับไป๋ลั่วฝานหรือไม่ครับ?"
“ความสัมพันธ์ของคุณกับเจียงอวี้เิเป็อย่างไรคะ?”
เหยียนซีไม่ได้เปิดปากเพื่อตอบคำถามใด ๆ แต่โบกมือให้นักข่าวอย่างสุภาพและเดินไปที่ประตูโรงแรม
ความสง่างามและความอ่อนโยนของเธอนั้นดูดีเป็พิเศษเมื่ออยู่ในกล้อง ราวกับนางฟ้าที่เดินออกมาจากความฝัน ดึงดูดความสนใจของทุกคน
หลังจากพบทีมงานทีละคน ผู้กำกับเฉินก็เข้ามาหาเหยียนซี "ยินดีต้อนรับเข้าสู่ทีมของเรานะ"
“ขอบคุณผู้กำกับเฉินที่ให้โอกาสฉันนะคะ ฉันจะตีบทให้แตกอย่างสุดใจเลยค่ะ”
เมื่อเหยียนซีพบกับทีมงาน เจียงโม่เฉินก็ได้ออกคำสั่งในสำนักงานของต้าฮวาเอนเตอร์เทนเมนต์ "จัดผู้คุ้มกันเพื่อปกป้องเหยียนซีอย่างลับ ๆ และอย่าให้ผู้ต้องสงสัยมีโอกาสเข้าใกล้เธอ!"
เขารู้ดีกว่าใครเกี่ยวกับการวางอุบายในแวดวงนี้
บทบาทของเหยียนซีในบทนี้จะกลายเป็เสี้ยนหนามในใจของใครบางคน
เมื่อเหยียนซีพบกับผู้กำกับและกำลังจะนั่งเก้าอี้ นักแสดงหลายคนก็ตั้งคำถามถึงความจริงใจของเธอ "ทำไมไม่หลอกพวกทีมงานอีกล่ะ? เื่จอมปลอมคราวที่แล้วก็ใหญ่เอาเื่อยู่นะ"
“พูดมาเถอะ เธอเป็คู่หมั้นของประธานฮุยหวงเอนเตอร์เทนเมนต์ และมีแบ็คใหญ่! มันไม่ยากเลยที่จะอยากให้ใครสักคนหายไปจากวงการบันเทิงจริงไหม?”
ไม่ไกลออกไป เจียงอวี้เิมองดูทั้งหมดนี้ด้วยความดูถูก "เหยียนซี ต่อให้เธอเข้าร่วมทีมแล้วเธอก็ทำอะไรฉันไม่ได้อยู่ดี เพราะชะตากรรมของเธอถูกลิขิตไว้ให้ถูกเหยียบย่ำอยู่ใต้ฝ่าเท้าของฉันเท่านั้น!"