มิปรารถนาเป็นเซียน ไยเป็นเซียนแล้วต้องขี้หึงทุกวันเล่า (BL) (จบ)

    เล่มที่ 3 บทที่ 77 อวยพรสองเท่า

            ไป้เอ๋อร์ถูกทำให้สั่นสะท้านด้วยท่าทางของเขา จึงรีบรับมาด้วยมือทั้งสองข้างด้วยความเคารพหลังสัมผัสด้วยมือจึงรับรู้ได้ หยกคู่เพลิงสุวรรณ์ชิ้นนี้ร้อนแรงและโปร่งใสกว่าชิ้นที่อาจารย์เคยให้ไว้ก่อนหน้านี้กระแสของแสงหลั่งไหลภายใต้การย้อมด้วยแสงแดด ส่งผลให้ทั้งฝ่ามือเหมือนกับถือเปลวเพลิงที่ลุกโชนกลุ่มหนึ่งเอาไว้เพียงแค่มองก็รู้ว่าไม่ใช่สิ่งของธรรมดา

           บิดามารดาและพี่ชายของไป้เอ๋อร์ก็ถูกหยกชิ้นนี้ทำให้สั่นสะท้านเช่นเดียวกันล้วนโน้มตัวไปข้างหน้าอย่างอดไม่ได้

           “นี่...”

           หลี่อวิ๋นหังละฝ่ามือออก ฟื้นคืนความเย็นชาตามปกติอีกคราแล้วกำชับเสียงดัง“พกติดตัวไว้ อย่าให้ห่างกาย”

           ภายใต้แรงกดดันที่แข็งกร้าว ไป้เอ๋อร์ไม่สามารถปฏิเสธได้ เขาทำได้เพียงพยักหน้าอย่างจริงจัง“ขอรับ!”

           เจียงเฉิงเยว่หันมองใบหน้าด้านข้างของหลี่อวิ๋นหังด้วยแววตาฉงน กลับเห็นว่าอีกฝ่ายคล้ายรู้สึกได้ถึงการจับจ้องอยู่จึงหันสายตามามองเมื่อทั้งสองคนสบตากัน เจียงเฉิงเยว่ตกใจแล้วรีบถอนสายตากลับมา

           เมื่อทุกคนแยกจากทั้งสองคนจึงออกเดินทางอีกครั้ง ก่อนอื่นเจียงเฉิงเยว่ร่ายเคล็ดวิชาเพื่อนำสิ่งของที่ต้องแบกเก็บใส่ถุงเฉียนคุนอย่างระมัดระวังจากนั้นจึงตามฝีเท้าของหลี่อวิ๋นหังได้อย่างคล่องตัว เขาลังเลเล็กน้อย ทว่าข่มความสงสัยไว้ไม่ได้จึงเอ่ยถาม“เอ่อ...เซียนจวิน”

           หลี่อวิ๋นหังมองเขา

           ด้วยเหตุนี้ เจียงเฉิงเยว่จึงเอ่ยต่อ “บนร่างของไป้เอ๋อร์มีผนึกที่ท่านวางไว้แล้วไม่ใช่หรือ...เหตุใดจึงต้องมอบหยกคู่เพลิงสุวรรณให้เขาอีก?”

           หลี่อวิ๋นหังไม่ตอบกลับ

            เจียงเฉิงเยว่ลูบจมูกของตน คิดในใจว่าอาจกระตุ้นสิ่งต้องห้ามของอีกฝ่ายอีกครั้งทำให้ไม่พอใจหรือไม่? ก่อนหน้านี้ต้องการให้หลี่อวิ๋นหังนำหยกคู่เพลิงสุวรรณครึ่งหนึ่งออกมาด้วยการแสดงละครอย่างยิ่งใหญ่เช่นนั้นผลลัพธ์กลายเป็นกระตุกหนวดเสือโดยไม่ทันระวัง ทำให้อีกฝ่ายอารมณ์เสีย แน่นอนว่าเรื่องที่เกี่ยวข้องกับหยกคู่เพลิงสุวรรณและหลี่อวิ๋นเฉินนับเป็นหัวข้อที่ละเอียดอ่อนทั้งหมด

           ทั้งสองคนต่างคนต่างเดินไปไม่กี่ก้าวอย่างไร้สุ้มเสียง เมื่อเจียงเฉิงเยว่คิดว่าอีกฝ่ายจะไม่พูดแล้วหลี่อวิ๋นหังกลับเอ่ยเสียงแผ่วเบาอย่างช่วยไม่ได้ “แค่เด็กในหมู่บ้านเจ้ายังเสียใจมากเช่นนี้ถ้าหาก...” เขาพูดยังไม่จบกลับหยุดพูดไป เจียงเฉิงเยว่ไม่ตอบสนองชั่วขณะหนึ่ง หลังจากที่เขาค่อยๆเข้าใจความหมายในถ้อยคำกับครึ่งประโยคหลังที่อีกฝ่ายยังไม่ได้พูด เขาอดไม่ได้ที่จะสั่นระรัวในใจนับร้อยนับพันครั้งเจียงเฉิงเยว่ไม่กล้าเงยหน้าขึ้น เพียงจ้องมองถนนที่อยู่ใต้ฝ่าเท้าของตนเอง เดินไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมาย

           หากไป้เอ๋อร์ประสบกับเรื่องเช่นเดียวกับอาหนิว แม้ว่าบนร่างของเขาจะได้รับการอวยพรจากผนึกเซียนแล้วอย่างไรคงไม่สามารถวางใจได้และที่ไม่สามารถวางใจได้เป็นเพราะ...ไม่ต้องการให้เขาเสียใจอย่างนั้นหรือ?

           ถ้อยคำเหล่านี้ช่างคลุมเครือ เจียงเฉิงเยว่ทั้งรู้สึกอบอุ่นและเจ็บปวดใจ พลางกำแขนเสื้อแน่นแล้วกัดริมฝีปากทันใดนั้นเขารู้สึกได้ว่าหลังจากผ่านไปร้อยห้าสิบกว่าปี หลี่อวิ๋นหังยังคงมีความรู้สึกเช่นเดียวกับในอดีตให้กับเขาทั้งให้ความหอมหวานของความคาดหวังที่ไร้ขอบเขต ทั้งนำความโหดร้ายที่ไม่ยอมให้ค้นหา

           นี่เป็นความเห็นส่วนตัวของข้าเอง...เขาคิดในใจ ใช้ร่างกายนี้กับตัวตนของหลี่อวิ๋นเฉินอย่างไร้ยางอายแอบเพ้อฝันเล็กน้อย อีกฝ่ายทำเช่นนี้เพียงเพราะเสด็จพี่เท่านั้น ไม่เกี่ยวกับสิ่งใด

           บรรยากาศมีความหนักอึ้ง เจียงเฉิงเยว่ต้องการกำจัดความเงียบที่แปลกประหลาดนี้อย่างเร่งรีบจึงเปลี่ยนหัวข้ออีกครา “มีผนึกเซียนของเซียนจวินบนร่าง รับรองได้ว่าเขาจะปลอดภัย นอกจากผนึกที่เขาฉู่อวิ๋นเขาเคยได้รับพรจากเซียนจวินแล้วไม่ใช่หรือ?”

           หลี่อวิ๋นหังกล่าว “แม้ว่าผนึกที่ตี้จวินแห่งปรโลกวางไว้จะได้รับความเสียหายสถานการณ์ที่วุ่นวายของสามโลกในปัจจุบันนั้นไม่ชัดเจนเป็นอย่างมาก ผนึกบนเขาฉู่อวิ๋นกับผนึกอวยพรบนร่างของเขาล้วนขึ้นอยู่กับพลังวิญญาณของข้าแต่หยกคู่เพลิงสุวรรณกลับไม่เป็นเช่นนั้น แม้ว่าวันหนึ่งข้า...”

           เจียงเฉิงเยว่ตกตะลึง เขารีบคว้าเสื้อของอีกฝ่ายไว้ หลี่อวิ๋นหังหยุดฝีเท้าแล้วหันกลับมามองเจียงเฉิงเยว่เงยหน้าขึ้นสบตา จ้องดวงตาทั้งสองข้างนั้นอย่างแน่วแน่พร้อมเอ่ยอย่างจริงจัง“จะไม่มีวันนั้น!”

           หลี่อวิ๋นหัง “...”

           ครั้งนี้เขาไม่ได้หลบเลี่ยงสายตาอีกต่อไป แต่มองอีกฝ่ายอย่างใกล้ชิดด้วยความมั่นใจและแข็งกร้าวซึ่งไม่เคยปรากฏบนใบหน้าของเขามานานจ้องมองแล้วกล่าวอย่างหนักแน่น “ท่านวางใจเถิด จะไม่มีวันนั้น!”

           หลี่อวิ๋นหังตวัดสายตามองบนใบหน้าเขา แววตาอ่อนลงฉับพลัน เขาอมยิ้มน้อยๆ แล้วตอบอย่างหนักแน่นเช่นเดียวกัน“ตกลง”

           .............................

           เมืองปี่อั้น

           ผ่านมาสามเดือนเมืองผีจึงเปิดขึ้นอีกครั้ง เจียงเฉิงเยว่กับหลี่อวิ๋นหังเดินเตร็ดเตร่บนถนนในเมืองปี่อั้นโดยสวมหมวกคลุมหน้า แต่งกายด้วยเครื่องแบบสีเทาของลูกศิษย์สำนักป้าเทียน ปะปนอยู่ในหมู่ผู้ฝึกฝนธรรมดาของโลกมนุษย์จึงไม่โดดเด่นสะดุดตาหลี่อวิ๋นหังกวาดสายตามองผู้คนสัญจรสองข้างทางที่พลุกพล่านไปด้วยเหล่าภูตผี นักพรตจากโลกมนุษย์เผ่าปีศาจและเผ่ามารด้วยความความสนใจ เจียงเฉิงเยว่ลอบมองใบหน้าด้านข้างของเขา

           นับตั้งแต่รู้ว่าหลี่อวิ๋นหังเป็นกังวลกับร่างกายนี้ของหลี่อวิ๋นเฉินและไม่ทำอะไรกับราชาผีผู้ครอบครองร่างนี้อย่างตนเขารู้สึกว่าตนยิ่งไม่สามารถยับยั้งตนเองมิให้ ‘กำเริบเสิบสาน’ ต่อหน้าอีกฝ่าย ทุกครั้งที่เหลือบมองคนรูปงามข้างกายในใจกลับเพ้อฝัน คนรูปงามไม่ชอบพูด เขาจึงหาเรื่องมาพูดอย่างยินดี “เมืองผีเป็นสถานที่ชั่วร้ายลำบากเซียนจวินที่เดินทางมาด้วยแล้วยังต้องซ่อนแสงรัศมีรอบตัว ทั้งยังต้องปลอมตัวอีก”

           เมื่อหลี่อวิ๋นหังได้ยินเช่นนี้ ท่าทางสงบเมื่อครู่หายไปทันที เขาเหลือบมองอย่างเฉยเมยขมวดคิ้วเล็กน้อยโดยไม่พูดไม่จา

           เจียงเฉิงเยว่เคยชินแล้ว เขายังคงพูดด้วยรอยยิ้ม “อันที่จริงเจ้าเมืองปี่อั้นนับว่าเป็นสายลับของข้าเมื่อปีนั้นหลังจากทำผิดพลาดครั้งใหญ่ในเมืองยง อำนาจของข้าในปรโลกถูกตี้จวินถอนรากถอนโคนแม้กระทั่งคนสนิททั้งหมดล้วนหายไป มีเพียงบางคนที่ต่อหน้าไม่เกี่ยวข้องอะไรกับข้า แต่ลอบอยู่ในที่มืดให้ข้าใช้งานด้วยเหตุผลบางอย่างซวีอวี่นับเป็นหนึ่งในนั้น เขาไม่สะดวกที่จะตอบรับการเรียกของข้าโดยตรง ดังนั้นจึงทำได้เพียงต้องมาเมืองผีด้วยตนเอง”

           หลี่อวิ๋นหังถอนหายใจเล็กน้อยพลางส่งเสียง “อืม” แผ่วเบา เจียงเฉิงเยว่ยิ้มอย่างยินดีราวกับคนโง่

           อันที่จริงข้อมูลเหล่านี้นับเป็นความลับอย่างยิ่ง ทว่าเมื่อเผชิญหน้ากับหลี่อวิ๋นหังเขาไม่ต้องการปิดบังอีกฝ่ายแม้แต่นิด รู้สึกเพียงว่าคงไม่มีปัญหาที่จะบอก ถึงกับต้องการจะบอกทุกอย่างที่เหลืออยู่ของตนเองเพื่อเอาอกเอาใจจากนั้นค่อยเริ่มรู้สึกตัว...ราวกับว่าตนเองกำลังตกอยู่ในวงจร ‘ลุ่มหลงในความงาม’ อีกครั้งเพียงเป้าหมายของความลุ่มหลงนั้นเมื่อหนึ่งร้อยห้าสิบปีที่แล้วคือคนผู้นี้ และหนึ่งร้อยห้าสิบสิบปีผ่านมาก็ยังเป็นคนผู้นี้เช่นเดิม

           นี่อาจเป็นสิ่งที่เรียกว่าคู่รักคู่แค้นโชคชะตาใช่หรือไม่?

           ทั้งสองคนเดินเคียงข้างกัน เจียงเฉิงเยว่เหลือบไปเห็นระเบียงชมกวางสูงตระหง่านในเมืองปี่อั้นอย่างไม่ตั้งใจหัวใจพลันเต้นรัว ความจริงแล้วเขาต้องการถามหลี่อวิ๋นหังโดยตรงเกี่ยวกับเรื่องนี้มานานแต่เมื่อพิจารณาแล้วกลับไม่กล้า สุดท้ายแล้วเรื่องนี้จะทำให้หลี่อวิ๋นหังนึกถึงหลี่อวิ๋นเฉินหรือพี่ชายของเขาหลี่อวิ๋นเฉินเป็นหนึ่งในเหยื่อของฉิงชางจวิน ราชาผีผู้ชั่วร้ายอย่างตน นี่เป็นการย้ำเตือนถึงบุญคุณความแค้นของหลี่อวิ๋นหังที่มีต่อเขาไม่ใช่หรือไร?

           ถึงอย่างนั้น ยามเห็นระเบียงชมกวางตรงหน้า เขากลับรู้สึกอึดอัดในใจมากหากไม่ถามหลังจากครุ่นคิดพักหนึ่งจึงเกิดความคิดขึ้นมาฉับพลัน หากไม่สะดวกที่จะถามโดยตรง เพียงถามหยั่งเชิงคงจะได้ใช่หรือไม่? ดังนั้นจึงจงใจแสร้งถามด้วยรอยยิ้มสบายๆ“เซียนจวิน มาเมืองผีครั้งแรกหรือไม่กัน?”

           หลี่อวิ๋นหังหันมามองเขาด้วยท่าทีซับซ้อนแต่กลับไม่ได้พูดอะไร เจียงเฉิงเยว่หัวใจเต้นแรงอย่างบ้าคลั่งรู้สึกกระสับกระส่ายกับท่าทางนิ่งเฉยของอีกฝ่ายอีกครา ทั้งสองคนเดินไปไม่กี่ก้าวด้วยความอึดอัดใจเจียงเฉิงเยว่กัดฟัน ยังคงไม่ยอมแพ้แล้วแสร้งยิ้มอีกครั้ง “ข้าแค่ถามไปเรื่อยเท่านั้นสถานที่วิญญาณในปรโลก เดิมทีไม่ใช่สถานที่ดีอะไรที่จะมา...”

           คนผู้นั้นยังคงไม่ตอบกลับ สีหน้าดูมืดมนมากขึ้น

           เจียงเฉิงเยว่ชี้ไปที่ระเบียงชมกวางแล้วกล่าว “ข้าจะเล่าเรื่องน่าสนใจให้เซียนจวินฟังครั้งที่แล้วเมื่อเมืองผีเปิดข้ากับคุณชายอี้มาที่นี่ มีการต่อสู้บริเวณด้านล่างนี้ต่อสู้กันชุลมุนวุ่นวายจนพวกเราเองเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย บังคับให้ข้าต้องกระโดดขึ้นไปบนระเบียงชมกวางเพื่อหลบภัยเซียนจวินเดาว่าอย่างไร? คงนึกไม่ถึงว่าทางด้านล่างจะไม่ต่อสู้กันกลับมีสองคนขึ้นมาต้องการที่จะทุบตีข้า ฮ่าๆๆๆ ต่อมาข้าจึงได้รู้ว่าแท้จริงแล้ว ปัจจุบันการขึ้นระเบียงชมกวางในเมืองปี่อั้นเท่ากับต้องการต่อสู้หากคิดดูแล้วคงเป็นเพราะข้าจากปรโลกไปนาน จึงไม่รู้ว่ามีกฎมากเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อไร”

           ฉิงชางจวินหัวเราะอย่างเบิกบาน ในที่สุดเสวียนเหยาซ่างเซียนจึงหันศีรษะมามองเขาอีกครั้งหลังจากได้ยินเขาพูดยาวเหยียดจบจึงตอบกลับตามมารยาทหนึ่งคำ “อืม”

           หลังฉิงชางจวินได้ยินเช่นนี้มุมปากเขากระตุกไม่หยุด เขามองรูปลักษณ์ที่เฉยเมยไม่แม้แต่จะเลิกคิ้วของหลี่อวิ๋นหังหลังตนพูดจบแล้วอีกฝ่ายคงไม่ใช่ผู้ฝึกฝนธรรมดาในโลกมนุษย์เมื่อยามนั้นกระมัง หรือว่าทั้งหมดอาจเป็นเรื่องบังเอิญ?

           เจียงเฉิงเยว่ทำได้เพียงสงบสติอารมณ์ เพียงไม่นานหอปราสาทของเมืองปี่อั้นก็อยู่ตรงหน้าทันใดนั้นเขาเกิดความคิดบางอย่าง ซวีอวี่เคยเห็นผู้ฝึกฝนธรรมดาคนนั้นไม่ใช่หรือ? หากเป็นหลี่อวิ๋นหังจริง อีกฝ่ายยังไม่ได้ขึ้นเป็นเซียนเวลานั้นคงไม่มีทางเปลี่ยนรูปลักษณ์ของตนเองได้ ณ ตอนนี้ใช้รูปลักษณ์แท้จริงอยู่ หากทั้งสองฝ่ายพบกัน...คงจำกันได้ใช่หรือไม่?

           คิดถึงตรงนี้ เขาจึงนำหลี่อวิ๋นหังไปข้างหน้าอย่างเบิกบานใจอีกครั้ง

           หากนัดหมายล่วงหน้าเรียบร้อย ซวีอวี่ย่อมรออยู่ก่อน หลังจากผู้คุมวิญญาณนำทั้งสองคนเข้ามาในวิหารด้านในซวีอวี่จึงรีบออกมาต้อนรับ “ฉิงชางจวิน...”

           เจียงเฉิงเยว่ทักทายเขาด้วยรอยยิ้ม พลางรีบหลีกทางเพื่อเผยหลี่อวิ๋นหังที่ตามมาด้านหลังแล้วแนะนำให้อีกฝ่ายรู้จัก“ท่านนี้คือเสวียนเหยาซ่างเซียน เซียนจวินที่สวรรค์ส่งมาเพื่อตรวจสอบคดีโซ่วหลิง หากได้พบกันแล้วก็ไม่จำเป็นต้องหลบเลี่ยง”

           ซวีอวี่หันไปทางหลี่อวิ๋นหังอย่างตกตะลึงเล็กน้อย จากนั้นประสานมือทำความเคารพแล้วเอ่ย“ซ่างเซียน”

           หลี่อวิ๋นหังพยักหน้าเป็นสัญญาณ

           เจียงเฉิงเยว่ยืนอยู่ข้างกายทั้งสองคนด้วยดวงตาเบิกกว้าง ไม่ยอมพลาดท่าทีที่เปลี่ยนไปเล็กน้อยบนใบหน้าของสองคนนั้นอย่างไรก็ตาม ทั้งสองคนกลับไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก เพียงทำความเคารพกันอย่างเฉยเมยก็จบลงแล้ว

           ซวีอวี่รีบเอนกายให้ทั้งสองคนเดินเข้าไป พร้อมผายมือไปที่โต๊ะน้ำชาซึ่งจัดเตรียมไว้โดยมีไอน้ำอบอวล“เชิญทั้งสองท่านนั่งลง”

           เจียงเฉิงเยว่ทำได้เพียงอ้าปากเล็กน้อยด้วยความสงสัยแล้วนั่งลง หรือว่าจะไม่ใช่กัน? เมื่อคิดเช่นนี้ ความอิจฉาริษยาและความเจ็บปวดในใจก่อนหน้านี้เหมือนว่าจะสงบลงถึงกับรู้สึกยินดีเล็กน้อยกับความทุกข์ใจของผู้อื่น

           ซวีอวี่จัดเสื้อผ้าแล้วค่อยๆ นั่งลง พลางจับแขนเสื้อเพื่อรินน้ำชาให้ทั้งสองแล้วกล่าวกับเจียงเฉิงเยว่ “สิ่งที่ฉิงชางจวินฝากฝังไว้นั้น สำเร็จลุล่วงด้วยดี”

           ยามกล่าวถึงธุระสำคัญ ในที่สุดเจียงเฉิงเยว่จึงหยุดคิดแล้วถามอย่างยินดี “พบเบาะแสแล้วหรือ?”

           ------------------------

    คล้ายกับเรื่องมิปรารถนาเป็นเซียน ไยเป็นเซียนแล้วต้องขี้หึงทุกวันเล่า (BL) (จบ) ที่คุณอ่าน

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320