บทที่ 10 ยินดีด้วยน้องชาย
อาเจ๋อยังไม่ทันเอ่ยปาก แต่ซูเหวินฮุ่ยกลับพูดเสียงดังว่า "ให้เขาแล้วมันจะเป็ไรไป? ของฉันก็คือของอาเจ๋อ ต่อไปเมื่อเขาเปิดบริษัทแล้วทำเงินได้มาก ๆ เขาจะซื้อบ้านหรูและรถหรูให้ฉัน"
"หนึ่งแสน พี่ต้องคืนให้ฉัน" ซูเหวินฮุ่ยชี้นิ้วไปที่ซูช่าน
จู่ ๆ ซูช่านก็หันไปมองซูเหวินซาน พลางถามด้วยรอยยิ้มว่า "คุณลุงครับ ก่อนหน้านี้ลุงไม่ได้บอกหรอกเหรอว่า ถ้าขาหายดีแล้วจะเปิดร้านอาหารที่ชั้นล่าง?"
"ตอนที่มา ร้านค้าชั้นล่างกำลังให้เช่าอยู่พอดี ไปดูกันไหมครับ?"
ซูเหวินซานชะงัก รีบโบกมือปฏิเสธ "ร้านค้าชั้นล่างค่าเช่าปีละกว่าแสนหยวน แพง แพงเกินไป"
เนื่องจากซูเหวินซานเคยเป็พ่อครัวในกองทัพมาก่อน ฝีมือการทำอาหารก็ถือว่าไม่เลว เขาคิดอยู่เสมอว่าถ้าร่างกายหายดีแล้วจะเปิดร้านอาหารเป็ของตัวเอง
"ซูช่าน พี่ยังหาเงินแสนหยวนไม่ได้เลย ยังกล้าจะไปเช่าร้านอีกเหรอ" ซูเหวินฮุ่ยขมวดคิ้วเยาะเย้ย
ซูช่านยิ้มพูดว่า "คำพูดเมื่อกี้ทำให้ฉันนึกขึ้นได้ บุญคุณการเลี้ยงดูของลุงไม่สามารถตีค่าเป็เงินได้"
"ถ้าฉันเป็เธอ ฉันคงไม่ปล่อยให้พ่อของตัวเองล้มอยู่บนพื้นโดยไม่มีใครดูแล ปล่อยให้แมลงสาบเริงร่าอยู่ในครัว แถมยังกลับมาเอาเปรียบคนแก่กลายเป็ลูกอกตัญญูอีก" ซูช่านพูดจบก็พยุงซูเหวินซานเดินออกไปนอกประตู
"คนแบบพี่นี่มาว่าใครอกตัญญู พี่นี่มันไร้ยางอายจริง ๆ" ซูเหวินฮุ่ยด่าพลางลากอาเจ๋อวิ่งตามออกไป
ชั้นล่างเป็ร้านสองชั้น มีพื้นที่ประมาณร้อยกว่าตารางเมตร หลังจากซูช่านพาคุณลุงลงไปแล้ว ก็มีโทรศัพท์จากเ้าของบ้านเข้ามา
เ้าของบ้านเป็คนแก่อายุหกสิบกว่าปี เมื่อเห็นซูเหวินซานก็ตกตะลึงไปชั่วขณะ ทั้งสองคนเป็คนรู้จักกันมานาน เมื่อรู้ว่าอาการาเ็ที่ขาของซูเหวินซานหายดีแล้ว เ้าของบ้านก็แสดงสีหน้าประหลาดใจ
เพราะซูเหวินซานเป็คนอัธยาศัยดีและเป็กันเอง ค่าเช่าที่เดิมทีต้องจ่ายหนึ่งหมื่นสองพันต่อเดือน ก็ลดลงเหลือแค่หนึ่งหมื่นถ้วน
"เสี่ยวช่าน แกเชื่อใจลุงขนาดนี้ งั้น… งั้นเอาเป็ว่าเช่าไปก่อนหนึ่งปี หลังจากหนึ่งปีลุงจะคืนเงินให้" ซูเหวินซานมองดูผู้คนที่เดินผ่านไปมาด้านนอก พร้อมด้วยฝีมือการทำอาหารของตัวเอง เขารู้ว่าการเปิดร้านที่นี่จะไม่ขาดทุนแน่นอน
ซูช่านโบกมือพลางกล่าว "ถ้าจะเช่าก็เช่าห้าปีเลยครับ จะได้ไม่ต้องยุ่งยาก"
ค่าเช่าหกแสน?
ซูเหวินซานและซูเหวินฮุ่ยที่ยืนอยู่ด้านหลังต่างเบิกตากว้างด้วยความใ
จากนั้นซูช่านก็ขอเลขบัญชีธนาคารจากเ้าของบ้าน หลังจากเซ็นสัญญาแล้ว เขาก็โอนเงินหกแสนต่อหน้าเ้าของบ้าน
เ้าของบ้านชราเห็นข้อความแจ้งเตือนการรับเงินในโทรศัพท์ จึงยิ้มพูดกับซูเหวินซานว่า "เหล่าซู หลานชายคนนี้ของคุณไม่ได้ด้อยไปกว่าลูกแท้ ๆ เลยนะ"
พูดจบเ้าของบ้านชราก็ชำเลืองมองซูเหวินฮุ่ย เพราะอยู่ตึกเดียวกัน เขาก็พอรู้ว่าซูเหวินฮุ่ยปฏิบัติต่อพ่อของเธออย่างไรบ้าง
ใบหน้าของซูเหวินฮุ่ยพลันแดงก่ำ
"หนึ่งแสนที่เธอพูดถึง ตอนนี้มันไม่ใช่แค่นั้นแล้ว แต่คนที่ให้ข้าวฉันกิน ให้เสื้อผ้าฉันใส่คือพ่อของเธอ ดังนั้นถ้าฉันจะให้ ก็ต้องให้เขา" ซูช่านมองไปทางอาเจ๋อ
อาเจ๋อโกรธจนกัดฟันกรอด แผนการของตัวเองล้มเหลว เขาแค่นเสียงหึอย่างเ็า สะบัดมือออกจากซูเหวินฮุ่ยแล้วเดินออกไปข้างนอก
"พี่นี่แย่จริง ๆ อาเจ๋อ อาเจ๋อ รอฉันด้วย" ซูเหวินฮุ่ยสบถออกมา ก่อนจะหันหลังวิ่งไล่ตามชายคนรักไป
ซูเหวินซานเห็นเหตุการณ์แล้วส่ายหน้าพลางถอนหายใจ
"คุณลุงครับ อย่าเพิ่งกังวลไปเลย เื่ของเหวินฮุ่ย ผมจะหาทางจัดการเอง" ซูช่านปลอบเบา ๆ
"เสี่ยวช่าน ลุงรู้ว่าตอนนี้แกไม่เหมือนแต่ก่อน แต่ก็ต้องระวังตัวไว้หน่อย อย่าใช้เงินฟุ่มเฟือย ค่าเช่าร้านนี่ลุงจะหาเงินมาใช้คืนให้เอง"
ซูช่านได้แต่ยิ้มขื่น หลังจากคุยกับคุณลุงสักพัก เขาก็เรียกแท็กซี่ไปที่คฤหาสน์ของเย่จื่อเมิ่ง ตอนนี้เสี่ยวเสี่ยวน่าจะกลับมาถึงแล้ว
ครึ่งชั่วโมงกว่าต่อมา ซูช่านมาถึงหน้าคฤหาสน์ พอดีเห็นลุงจ้าวกำลังพาเสี่ยวเสี่ยวจับผีเสื้อที่ข้าง ๆ พุ่มดอกไม้หน้าบ้าน
พอเห็นซูช่านมา เสี่ยวเสี่ยวก็รีบหันหลังวิ่งเข้าไปข้างใน
"คุณซู..." ลุงจ้าวชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วยิ้มเจื่อน
ในห้องรับแขก เสี่ยวเสี่ยวกำลังกอดขาของเย่จื่อเมิ่งแน่น พลางเบือนหน้าหนีไม่มองซูช่าน
เย่จื่อเมิ่งเพิ่งวางโทรศัพท์ลง ก้มลงมองเสี่ยวเสี่ยวแวบหนึ่ง แล้วหันไปมองซูช่านที่เดินเข้ามาก็เข้าใจสถานการณ์ทันที
เมื่อเธอก้มลงอุ้มเด็กน้อย ทิวทัศน์ที่อยู่ใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวก็ปรากฏชัดเจนในสายตาของซูช่าน
หลังจากที่เย่จื่อเมิ่งอุ้มเด็กน้อยขึ้นมา เธอก็พบว่าซูช่านกำลังจ้องมองมาที่หน้าอกของเธอ
เธอก้มลงมองตัวเองแวบหนึ่ง ใบหน้าของเย่จื่อเมิ่งพลันแดงขึ้น เธอด่าเสียงหวานว่า "ไอ้บ้า"
"คุณบอกว่าจะทำอาหาร ของก็ซื้อมาแล้ว ไปทำได้แล้ว" เย่จื่อเมิ่งหมุนตัวเดินขึ้นบันไดไป
ขณะที่เดินขึ้นบันได เธอหันกลับมาพูดว่า "อ้อใช่แล้ว ที่ประชุมบริษัทได้อนุมัติแล้ว การพัฒนาหมู่บ้านใหม่ในเมืองไห่จะอยู่ในความรับผิดชอบของบริษัทน้องชายคุณ ไปแสดงความยินดีกับเขาด้วยนะ"
"น้องชาย?" ซูช่านชะงักไป
"โจวซื่อฉยงไม่ใช่น้องชายคุณเหรอ" เย่จื่อเมิ่งกลอกตาใส่เขาแล้วเดินขึ้นชั้นสองไปเลย
ซูช่านไม่ได้โทรหาโจวซื่อฉยง แต่เดินเข้าไปในครัว เปิดตู้เย็นก็พบว่ามีวัตถุดิบสดใหม่มากมาย บนเตาไฟยังมียาจีนวางอยู่หลายห่อ
หนึ่งชั่วโมงผ่านไป กับข้าวห้าอย่างและซุปหนึ่งชามถูกจัดวางบนโต๊ะอาหาร
เย่จื่อเมิ่งเปลี่ยนมาใส่ชุดลำลองหลวม ๆ อุ้มเสี่ยวเสี่ยวเข้ามาในห้องอาหาร เมื่อเห็นอาหารบนโต๊ะ ดวงตาของเธอฉายแววประหลาดใจ
"ลองชิมดูสิว่ารสชาติเป็ยังไง?" ซูช่านเดินออกมาจากห้องครัวแล้วชี้ไปที่โต๊ะ
"หน้าตาดูดีนะ แต่วันนี้ฉันไม่ค่อยอยากอาหารน่ะ"
ตอนนั้นเองซูเสี่ยวเสี่ยวก็ประคองแก้มของเย่จื่อเมิ่ง พลางพูดว่า "ถ้าพี่จื่อเมิ่งไม่กิน เสี่ยวเสี่ยวก็ไม่อยากกินเหมือนกัน"
"ได้ ๆ พี่จะกินกับเสี่ยวเสี่ยวสักหน่อย เธอกินสองคำ พี่กินหนึ่งคำนะ ตกลงไหม?" เย่จื่อเมิ่งยิ้มพลางนั่งลงบนเก้าอี้
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ซูช่านมองดูเย่จื่อเมิ่งที่กินข้าวไปถึงสามชามด้วยความประหลาดใจ แล้วพูดเบา ๆ ว่า "ตอนที่คุณหิวมาก ๆ คุณต้องกินข้าวหกชามเลยใช่ไหม"
เย่จื่อเมิ่งหน้าแดงขึ้นมาทันที ลูบท้องที่อิ่มจนตึงของตัวเอง กลอกตาพูดว่า "ฉันแค่...อยากให้เสี่ยวเสี่ยวได้กินเยอะ ๆ เท่านั้นเอง รสชาติก็ธรรมดานะ"
แต่ความจริงแล้วในใจของเธอรู้สึกทึ่งมาก ฝีมือการทำอาหารของซูช่านอร่อยยิ่งกว่าอาหารที่เธอเคยกินในโรงแรมหรูหราที่ไหน ๆ เสียอีก
"เอิ้ก! ฝีมือการทำอาหารของคุณซูนี่ เทียบชั้นได้กับเชฟระดับสูงของโรงแรมสำหรับแขกบ้านแขกเมืองในกรุงปักกิ่งเลยทีเดียว ยอดเยี่ยมจริง ๆ" ลุงจ้าวที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เรอออกมาด้วยความอิ่มหนำ พลางเอ่ยชมอย่างไม่ปิดบังความรู้สึก
ซูช่านยิ้มน้อย ๆ เขาไม่ได้บอกทั้งสองคนว่า อาหารห้าอย่างนี้นอกจากจะอร่อยแล้ว ยังช่วยบำรุงชี่ เสริมเื และบำรุงร่างกายอีกด้วย
สิ่งที่ทำให้ซูช่านดีใจที่สุดก็คือ เมื่อครู่เสี่ยวเสี่ยวกินข้าวไปเต็มชาม และดื่มน้ำซุปไปครึ่งชาม
หลังจากค่ำแล้ว ข่าวใหญ่ก็ได้แพร่สะพัดไปทั่วทั้งมณฑลจงโจว
โครงการพัฒนาหมู่บ้านใหม่ในเมืองไห่ กลุ่มบริษัทตระกูลเย่ได้ตัดสินใจร่วมมือกับกลุ่มบริษัทหลานไห่
หากโครงการสำเร็จ กลุ่มบริษัทหลานไห่ของโจวซื่อฉยงจะก้าวขึ้นเป็บริษัทอันดับหนึ่งของมณฑลจงโจว แซงหน้าตระกูลเหวินและตระกูลโอวหยาง
กลางคืนดึกสงัด ภายในห้องหนังสือของตระกูลหลู หลูเต๋อจี้เพิ่งได้รับข่าว ประตูห้องหนังสือถูกผลักเปิดออก หลูเชาจูงมือเฉินเชี่ยนเดินเข้ามาด้วยสีหน้าร้อนรน "พ่อครับ โครงการหมู่บ้านใหม่ในเมืองไห่ตกเป็ของตระกูลโจวแล้วเหรอ แล้ว...แล้วทางตระกูลเหวินคงเกลียดพวกเราตายเลยสิ?" หลูเชาแสดงสีหน้าหวาดกลัว
หลูเต๋อจี้พยักหน้าด้วยสีหน้าหม่นหมองพลางกล่าวว่า "ใช่แล้ว เื่นี้พวกเราต้องหาทางจัดการ ไม่อย่างนั้น ความโกรธแค้นของตระกูลเหวิน พวกเราคงรับไม่ไหวแน่"
"เื่นี้ต้องเป็ฝีมือของไอ้ซูช่านแน่ ๆ ไอ้นักโทษชั่วช้านั่น มันทำลายงานแต่งงานของผม ไม่รู้ว่ามันไปหาใครมา ถึงได้มาทำลายแผนใหญ่ของพวกเราได้" หลูเชาพูดด้วยใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ
ตอนนี้เฉินเชี่ยนพูดเสียงเ็าว่า "จับซูเสี่ยวเสี่ยวมา เดี๋ยวไอ้เลวซูช่านนั่นก็จะยอมฟังพวกเราเอง"
หลูเชาตาเป็ประกาย แต่ก็พูดอย่างหดหู่ว่า "โจวซื่อฉยงก็อยู่ข้างเขา พวกเราจับยัยตัวไร้ค่านั่นมาแล้วจะได้อะไร"
ตอนนี้หลูเต๋อจี้หัวเราะเ็าพูดว่า "ไม่แน่หรอก ลุงของแกโทรมาหาฉันตอนบ่าย อีกสองวันเขาจะย้ายไปรับตำแหน่งรองผู้บัญชาการที่กองทัพจงโจว พอลุงของแกมา พวกเรายังต้องกลัวโจวซื่อฉยงอีกเหรอ?"
"ส่วนไอ้เด็กเวรนั่น มันจบเห่แล้ว!"