ตอนที่ 6 ปรุงยา
หลังจากพันศรโยธาเดินทางออกจากเมืองไป นางพิมก็ออกมายืนอยู่ที่หน้าบ้านจ้องมองไปยังทิศทางที่คณธเดินทางจากไป พร้อมภาวนาให้พ่อของนางกลับมาอย่างปลอดภัย
“ทำไมคุณหนูไม่ออกมาส่งคุณท่านเล่า เ้าคะ”
“ข้ารู้น่ะสิพี่บัว หากข้าออกมาส่งท่านพ่อ ข้าคงจะทำตัวงี่เง่าไร้เหตุผล ต่อหน้าท่านพ่ออีก ข้าคงไม่ยอมให้ท่านพ่อจากไปเป็แน่ การเดินทางครั้งนี้สำคัญมาก ข้าเข้าใจดี แต่ทุกครั้งที่อยู่ต่อหน้าท่านพ่อข้ามักกลับกลายเป็เพียงเด็กไม่รู้จักโตคนนึงเท่านั้น”
นางบัวไม่ได้ตอบอะไรออกไปนางเฝ้ามองแม่พิมมาตลอด นางอยู่ด้วยกันมาั้แ่แม่พิมยังหัดเดินในตอนนั้นนางก็เป็เพียงเด็กสาวคนนึง การเติบโตมาเยี่ยงพี่สาวน้องสาวไม่ใช่บ่าวและเ้านายทำให้นางเข้าใจคุณหนูของนางเป็อย่างดี
“หากข้ามีกำลังมากกว่านี้ข้าคงเปลี่ยนแปลงสิ่งใดได้บ้าง”
...
“สวัสดีท่านทั้งสอง ไม่ทราบว่าพวกท่านมาทำอะไรดึกๆดื่นๆหน้าบ้านเช่นนี้”
“...” นางพิมไม่ได้ตอนคำถามชายหนุ่ม นางพี่จมอยู่กับความคิดที่เป็ห่วงพ่อของนาง
“พ่อสายธาร ตอนนี้ไม่เหมาะจะพูดคุยนัก”
นางบัวดึงสายธารออกมาเพื่อให้คุณหนูใช้เวลาอยู่คนเดียว
“ท่านเ้าบ้านมีกิจต้องออกไปทำการศึกที่ชายแดน คุณหนูนางจึงสงบใจเื่นี้ไม่ได้ ก่อนหน้าจะจากกันก็เกิดกระทบกระทั้งกันบ้าง”
“เดี๋ยวนะพี่บัว! อย่าบอกนะว่าท่านเ้าบ้านออกเดินทางแล้ว”
“ใช่แล้วท่านเดินทางไปเมื่อหัวค่ำนี้เอง”
“นี่ข้ามาไม่ทันรึนี้ ไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้”
หากเื่นี้เป็ไปตามเนื้อเื่จริงๆ การออกไปทำศึกครั้งนี้ พันศรโยธาจะไม่ได้กลับมาแน่ๆ
“ข้าคิดว่าเ้าหนีไปแล้วซะอีก ข้าจำได้ว่าข้ามีเื่จะคุยกับเ้าก่อนหน้านี้ เ้าไปไหนมา”
นางพิมเดินเข้ามาในวงสนทนาจากด้านหลัง
“ข้าข้อโทษนะ...ข้าแค่หิวน่ะข้าไม่ได้มีที่พักที่เมืองนี้ ระหว่างเดินทางก่อนหน้านี้ข้าเสียทรัพย์สินไปแทบทั้งหมดเลย ก่อนมาบ้านท่านข้ายังไม่ได้กินอะไรเลย อีกอย่างข้ามีเื่ด่วนต้องรีบไปทำพอดี”
“พี่บัวขอข้าคุยกับนายคนนี้สักเดี๋ยว ท่านไปรอข้าที่บนบ้านก่อนไป”
“ได้เ้าค่ะ”
นางบัวจากไปตามคำสั่งแต่เมื่อหลบพุ่มไม้นางกลับแอบรอฟังว่าทั้งสองจะพูดคุยอะไรกัน ใจนึงเพราะเป็ห่วงเ้านายอีกใจนึงก็เพราะสงสัยใคร่รู้
...
“ก่อนหน้านี้เ้าพูดว่า พ่อข้ามีอาการเส้นเอ็นเยือกแข็ง เ้ารู้เื่นั้นได้ยังไง”
“ข้าก็ไม่ทราบเหมือนกันเพียงแต่ข้าสังเกตได้เมื่อท่านพ่อท่านแตะตัวข้า”
ก็คงบอกนางได้เท่านี้ล่ะนะ
นางพิมประหลาดใจมากเนื่องจากอาการาเ็นี้ของพ่อนางเกิดขึ้นเมื่อ 10 ปีก่อน ไม่น่าที่คนนอกอย่างสายธารจะรับรู้ได้
“พ่อข้าเคยได้รับาเ็อย่างหนักเมื่อครั้งออกรบเมื่อ 10 ปีก่อนเป็อาการเส้นเอ็นเยือกแข็ง ท่านพ่อใช้เวลารักษาอยู่นานหลายปี ไม่ว่าหมอคนใดในเมืองก็ไม่สารมารถรักษาได้ ทำได้เพียงบรรเทาอาการเท่านั้น จนสุดท้ายท่านก็หยุดเรียกหมอเข้ามาทำการรักษา ท่านบอกข้าเพียงว่าท่านหายดีแล้ว”
“แต่ท่านก็ไม่มั่นใจในเื่นั้น ว่าท่านพ่อท่านจะหายสนิท?”
“ใช่แล้ว”
“ท่านรู้เื่นี้อยู่แล้วว่าพ่อท่านอาจยังไม่หายดี”
“ข้าเพียงแค่คาดเดาเพียงเท่านั้น อาการเส้นเอ็นเยือกแข็งเกิดขึ้นได้ยากมาก ความจริงอีกชื่อของมันคือเส้นชีพจรเยือกแข็ง มันพบได้จากการถูกพิษของสัตว์หายากบางชนิดเท่านั้น มันจะทำให้เหยื่อเ็ปแสนสาหัส เมื่อได้รับพิษเข้าไปการเคลื่อนไหวจะช้าลงอย่างมากเมื่อออกแรงเยอะขึ้น ทุกคืนเดือนดับจะมีอาการเย็นะเื เ็ปอย่างทรมานจนอาจเกิดอาการชักได้ ครั้งนั้นที่พ่อข้าชนะศึกกลับมาอาการท่านสาหัสนัก ข้านึกว่าจะเสียท่านไปแล้ว หากอาการเข้าสู้ระยะสุดท้ายมันคงสายเกินแก้ ยาของหมอหลวงทำได้เพียงบรรเทาอาการของท่าน”
การหวนนึกถึงวันนั้นของนางทำให้นางกังวลเกี่ยวกับการออกไปรบของพ่อนางวันนี้อีกครั้ง
“เ้าคงเห็นแล้วว่าข้าร่ำเรียนมนตร์รักษา และศาสตร์การแพทย์ ั้แ่เห็นท่านพ่อาเ็และดิ้นรนต่อสู้กับมัน ในตอนนั้นข้าคิดเพียงว่าต้องทำอะไรสักอย่าง เพื่อรักษาท่านพ่อให้ได้ ยิ่งข้าร่ำเรียนข้าก็ยิ่งสังเกตเห็นอาการผิดปรกติของท่านพ่อมากยิ่งขึ้น”
“แต่ท่าพ่อท่านคงปฏิเสธเื่ที่ท่านยังไม่หายสินะ”
“ใช่แล้ว ข้ามั่นใจมากขึ้นเมื่อเ้ากล่าวทักท่านพ่อ หลังท่านพ่อปฏิเสธเื่นี้มาตลอด”
สายธารหยิบเอาของในกระเป๋ากางเกงออกมา
“ความจริงแล้ววันนี้หลังจากข้าพบอาการาเ็ของพ่อท่าน ข้าก็ออกไปหาสิ่งนี้”
“แร่สีแดงตรงนั้นคือ”
แม่พิมถามอย่างสงสัย
“พลอยสีชาตน่ะ ข้ารู้มาว่ามันมีสรรพคุณรักาอาการเยือกแข็งได้ข้าจึง ไปนำมันมา”
“!!!เ้าไม่ได้หลอกข้าใช่มั้ย ข้าศึกษาทุกตำราในเมืองนี้เขียนเพียงว่าสามารถบรรเทาอาการได้เท่านั้น”
“ข้าคิดว่าอาจเป็เพราะสิ่งนี้ไม่ได้หาได้ในดินแดนแห่งนี้น่ะ”
“งั้นก็มีความเป็ไปได้ เพราะพิษของอสูรเยือกแข็งก็ไม่สามารถหาได้จากเมืองนี้เช่นกัน นั้นคงเป็สาเหตุที่ไม่มีหมอที่เมืองนี้ค้นคว้าหาความรู้จนแตกฉานในด้านนี้”
ตอนแรกชายหนุ่มเพียงแค่อยากตอบแทนบุญคุณแม่พิมเท่านั้น แต่อาการดีใจอย่างมีความหวังของแม่พิมก็ทำให้สายธารรู้สึกคุ้มค่ากับความลำบากของในวันนี้มาก
“เห็นว่ามันต้องต้มกับสมุนไพรที่มีสรรพคุณรักษาอาการเยือกแข็งเช่นเดียวกัน ข้าคิดว่าพริกที่ท่านซื้อมาเมื่อเช้าน่าจะใช้การได้”
“วัตถุดิบอยู่ใกล้ตัวเพียงแค่นี้เองรึ! ข้าของทดลองก่อนนะ”
หลังจากพูดคุยกันจบ นางพิมไม่รอช้ารีบกลับเข้าเรือนไปเตรียมอุปกรณ์
“เ้ามัวยืนทำอะไรอยู่ ตามข้ามาสิ เราไม่มีมาชักช้าแล้วนะ”
“เอิ่ม...ได้”
สายธารตามนางไปอย่างว่าง่าย หลังจากนั้นทั้งสองก็ใช้เวลาทั้งคืนนั้นเพื่อทดลองทำยา ด้วยความรู้ทางการแพทย์ของนางพิมพิลาไลย แม้นางจะไม่เคยเห็นวัตถุดิบชนิดนี้ แต่การกระบวนการหลอมกลั่นยานั้นนางทำมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว ฝีมือของนางที่เฝ้าเพียรพยายามร่ำเรียนบวกกับความอัจฉริยะของนางนับว่าอยู่ในระดับสูงของเมืองนี้ก็ว่าได้ หากนางมีวัตถุดิบที่เพียงพอนางอาจสามารถรักษาพ่อของนางได้นานแล้ว
ทั้งสองช่วยกันปรุงยาจากวัตถุดิบที่ได้ตลอดทั้งคืน
...
นางพิมตื่นขึ้นตอนเช้าเพราะแสงแดดที่ส่องผ่านหน้าต่างเข้ามายังห้องนอนของนาง นางจำได้ว่านางฟุบหลับไปยังโต๊ะที่ห้องปรุงยา แต่ไฉนนางจึงมานอนอยู่ที่ห้องนอนกัน ไหนจะเครื่องแต่งกายที่เปลี่ยนเป็ชุดนอนหลังจากเลอะไปด้วยวัตถุดิบเมื่อคืน
“ไม่นะ อย่าบอกนะว่าชุดของข้าก็!!”
นางพิมรีบวิ่งไปยังห้องปรุงยา
“จ...เ้า!”
ความคิดลงโทษสายธารก่อนหน้า พลันต้องหยุดไป ภาพตรงหน้าคือเด็กหนุ่นที่ฟุบหลับอย่างเหนื่อยล้าบนโต๊ะปรุงยา เนี้อตัวเปลอะเปื้อนไปด้วยวัตถุดิบและถ่านก่อไฟ แม้นางพิมจะยังขุนเขืองอยู่บ้านใจไม่ทราบว่าเหตุใด นางจึงละทิ้งความโกรธในการเอาเื่เด็กหนุ่มไปก่อน
เ้านี่อยู่ตรงนี้ทั้งคืนเลยรึ
แม่พิมขยับเข้าใกล้สายธาร นางก็พึ่งเคยสังเกตหน้าของเด็กหนุ่มใกล้ๆ ชายที่มีปริศนามากมายคนนี้ มาช่วยเหลือนางทำไมกัน เหตุใดต้องทุ่มเท ทำเพื่อนางด้วย
“แม่หญิงเ้าคะ”
เสียงนางพิมดังมาจากด้านนอกห้องปรุงยา ทำให้สายธารสะดุ้งตื่นขึ้น นางพิมที่ตอนนี้ใบหน้าอยู่ใกล้เด็กหนุ่มอย่างมากก็รีบดีดตัวออก พร้อมกลบเกลื่อนความละอายด้วยการโวยวายโมโหใส่เด็กหนุ่ม
“จ..เ้า! เมื่อคืนนี้เ้าทำอะไรกับข้ากัน ใครใช้ให้เ้าฉวยโอกาสร่างกายข้า เ้าเป็ชายที่หน้าไม่อายยิ่งนัก”
“เอ๋...เอ่ออ ข้าก็แค่”
ฉันแค่อุ้มเธอไปนอนเองนะ ไม่ได้ทำอะไรเธอสักหน่อย หรือแค่การที่อุ้มนางไปนอนเป็การเสียมารยาทกันนะ
“เ้าคิดว่าแค่เ้าช่วยข้าปรุงยาให้ท่านพ่อ เ้าจะทำอะไรข้าก็ได้งั้นเหรอ”
“ข้าขอโทษท่านด้วยแล้วกัน ข้าไม่คิดว่าท่านจะโกรธ”
จากตอนแรกที่นางเพียงจะมาถามหาความจริงแต่เมื่อสายธารทำเหมือนเื่ที่เกิดขึ้นเป็เื่เล็กน้อยทำให้นางอารมณ์เสียขึ้นจริงๆ
“นี้เ้าคิดว่าร่างกายข้าเป็อะไรกัน!! เ้าฉวยโอกาศ”
เพลี๊ย!!
“เอ่ออ” สายธารอึ้งไปชั่วขณะ
“แม่หญิง! เกิดอะไรขึ้นคะเนี่ย”
“พี่บัว เมื่อคืนนี้พี่ไปอยู่ไหนกัน ทำไมปล่อยให้เ้านี้ทำมิดีมิร้านข้า”
“เอ้?...แม่หญิง เข้าเพียงแค่อุ้มแม่หญิงไปที่ห้องนอนเองนะเ้าคะ”
“เอ๊ะ? แค่อุ้มข้าแล้วชุดข้าล่ะ”
“พี่บัวเปลี่ยนให้เองเ้าค่ะกลัวแม่หญิงจะไม่สบายตัว”
หลังจากนั้น นางบัวก็อธิบายเื่ เพียงแค่สายธารเห็นแม่พิมหลับที่โต๊ะจึงพานางออกมาหาที่นอนพัก ระหว่างที่เดินอุ้มนางพิมออกมาก็พบกับนางบัวที่เผลอหลับไประหว่างที่แอบดูทั้งสองคนอยู่หน้าห้องปรุงยาจึงบอกให้นางพิมพาไปส่งที่ห้องนอนของนางพิม หลังจากนั้นสายธารก็หลับมาปรุงยาต่อปล่อยให้นางบัวดูแลเ้านายต่อ
“แต่เ้าก็ยังแตะตัวข้าอยู่ดี! ข้าอาจทำเกินกว่าเหตุอยู่บ้างถือว่าหายกันก็แล้วกัน”
ทำไมข้าถึงรีบร้อนเช่นนี้ ข้าเป็อะไรไป
ในใจแม่พิมสับสนในการกระทำของตนที่แม้แต่นางก็อธิบายไม่ได้
นางพิมรูู้แล้วว่านางทำอะไรลงไป ตอนนี้นางทั้งอับอายและรู้สึกผิด นางไม่ได้เป็คนวู้วามแบบนี้มานานแล้ว ตอนนี้นางทำได้เพียงขอโทษสายธาร แต่ปากนางดันพูดออกไปแบบนั้น
“ไม่เป็ไร ข้าไม่ถือโทษท่านหรอกถือว่าลงโทษที่ข้าแตะต้องตัวท่านตอนอุ้มท่าน โดยไม่ได้รับอนุญาตนั้นแหละ”
ทำเอาสร่างเลยแฮะ นี้เขาเรียกทำคุณบูชาโทษรึป่าวนะ ตัวก็เบาๆนิ่มๆแท้ๆ มือดันหนักซะได้ ตอนแรกก็รู้สึกผิดอยู่หรอกถือว่าหายกันละกัน
ััของนางก็ยังคงอยู่ในความทรงจำสายธาร
“ข้าคิดว่ายานี่น่าจะใช้ได้แล้วนะ”
สายธารไม่รอให้นางพิมสำนึกผิด เขาส่งขวดยาให้นางพิมด้วยใบหน้าเ็ปเล็กน้อย เขาใช้ความสามารถในการอ่านข้อมูลตรวจสอบแล้วว่ายานี่ใช้รักษาอาการเยือกแข็งได้จริง หลังทดลองทั้งคืน
[ความสามารถใหม่ : ปรุงยา]
...
...
ณ ห้องโถงโออ่า ใหญ่โตประดับไปด้วยสิ่งของหรูหรามากมาย ทาสคนหนึ่งเริ่มรายงานภารกิจของตนให้กับผู้เป็นายได้รับทราบ
“ข้าทำตามความประสงค์ของท่านแล้วขอรับ เพียงเท่านี้เ้านั้นก็คงถูกสังหารในไม่ช้า”
“กลับไปยืนยันให้แน่ใจซะ มันจะต้องได้รับบทเรียนที่กล้าปฏิเสธข้า”
“ได้ขอรับ”
“สิ่งที่ข้าอยากได้ยังไงมันก็ต้องเป็ของข้า”
..