ณ เมืองหลวงแห่งหนึ่งภายในบ้านหลังน้อยๆ ดูเหมือนว่าจะเป็นบ้านที่โทรมที่สุดในเมืองหลวงแห่งนี้ ได้มีสองสามีภรรยาคู่หนึ่งกำลังปรึกษาปัญหากันอยู่"นี่คุณลูกก็อายุ5ขวบแล้วนะ เมื่อไหร่จะส่งเขาไปเรียนหนังสือหล่ะ""คุณก็รู้หนิ ว่าถ้าเกิดลูกของเราไปโรงเรียนแล้ว อะไรจะเกิดขึ้น""คุณอย่าพึ่งตัดสินใจก่อนเลย อย่างน้อยก็ยังเป็นประสบการณ์ของลูกเรานะ""ที่คุณว่ามาก็จริง แต่ฉันก็อดเป็นห่วงไม่ได้ กับเรื่องที่จะเกิดขึ้นกับลูกของเราต่อจากนี้""พ่อก็เป็นห่วงเช่นกัน แต่ลูกเราควรที่จะมีประสบการณ์กับโลกภายนอกบ้างนะ""ถ้างั้นแม่ยอมให้ลูกเข้าเรียนก็ได้ แต่พ่อจะต้องสัญญากับแม่ก่อนนะว่า ถ้าหากลูกของเราทนไม่ไหว พวกเราจะให้เขาออกจากโรงเรียนทันที!""พ่อสัญญาเลยแม่จ๋า"
เช้าวันรุ่งขึ้น ครอบครัวนี้ ก็ได้พาลูกไปเข้าเรียนเป็นวันแรกตามปกติพ่อชี้ไปทางเด็กคนอื่นๆที่มากับผู้ปกครองของพวกเขากำลังร้องห่มร้องไห้กันอยู่ "ลูกดูตรงนั้นสิ มีเด็กๆอยู่เต็มไปหมดเลย เดี๋ยวลูกก็จะได้เจอเพื่อนๆใหม่อีกเพียบเลยนะ เห็นไหม"เมื่อลูกหันไปมอง ก็ทำแสร้งเหมือนกับว่าตนเองดีใจ "ว้าว ผมอยากจะไปรู้จักกับพวกเพื่อนๆใหม่ของผมแล้วหล่ะครับพ่อ"มีหรือที่พ่อได้ยินดังนั้นแล้วจะไม่ตกใจ เพราะว่าลูกๆของคนอื่นร้องห่มร้องไห้กันหมด ไม่อยากจะจากครอบครัวไปไหน อีกทั้งลูกคนอื่นยังกอดผู้ปกครองของตนเองเอาไว้แน่น เหมือนกับว่าไม่อยากให้พ่อแม่ทิ้งเขาให้อยู่คนเดียว"ว่าแต่ลูกจะเข้าไปฟังที่คุณครูเขาอธิบายหน่อยไหม เพราะวันนี้เป็นวันที่นักเรียนทุกคนมาเรียนพร้อมหน้าพร้อมตากันครบเลยนะลูก"เมื่อลูกได้ยินดังนั้น ก็ได้ลุกเดินออกไปทางที่คุณครูกำลังอธิบาย กับเด็กๆไม่น่าจะเกิน5คน แถวๆนั้น เหมือนกับว่า เด็กๆ5คนตรงนั้นไม่ได้มีความหวาดกลัวเลยที่ครอบครัวของพวกเขา พามาส่งที่โรงเรียนเป็นวันแรกทุกคนก็ได้ฟังคุณครูอธิบายเรื่องต่างๆ กับสิ่งที่ต้องทำหลังจากนี้ บราๆ~~~ บราๆ~~~ บราๆ~~~"เอาหล่ะนักเรียนทุกคน คุณครูอธิบายไว้เพียงเท่านี้ก่อนนะ แล้วจะให้ไปพักกันได้ แต่อย่าไปไกลนักหล่ะ เพราะเดี๋ยวครูจะตามหาพวกหนูไม่เจอเอาได้"หลังจากที่คุณครูปล่อยพัก พวกเด็กๆทั้ง5คน ก็ได้หันมาทางเด็กหนุ่มที่มาใหม่อย่างพร้อมเพียงเด็กหนุ่มคนหนึ่งก็ได้ยิ้มแล้วก็เอ่ยปากออกมาเป็นคนแรก "เอาหล่ะกลุ่มของพวกเรามีกันทั้งหมด6คน นอกเหนือจากนี้พวกเราจะหามาเพิ่มอีกทีหลัง ข้าว่าพวกเรามาแนะนำตัวกันก่อนดีกว่า ข้ามีชื่อว่า ชู"คนที่สองก็กล่าวตามมา "ข้าชื่อ สมิง"คนที่สาม "ส่วนข้า อิฟริท"คนที่สี่ "ข้า พยัคฆ์"คนที่ห้า "เรียกเราว่า ได เฉยๆก็พอ" [ผู้หญิงของกลุ่ม]แล้วก็มาถึงคนที่หก คนสุดท้าย "เอ่อออ... ผมชื่อ จอมมัล ครับ" #[เรียกสั้นๆพระเอก]เมื่อทั้ง5คนได้ยินที่จอมมัลแนะนำตัวเสร็จ ก็ต่างหัวเราะกันใหญ่ เหมือนกับว่าเคยสนิทสนมกันมานานแล้ว ทั้งๆที่พวกเขาก็พึ่งเคยเจอกันครั้งแรก"ฮ่า ฮ่า ฮ่า นี่ไม่ต้องเกร็งขนาดนั้นก็ได้ ยังไงพวกเราก็เป็นเพื่อนกันแล้วนะ""ใช่ๆ นี่จอมมัล ชื่อนายนี่โคตรจะเท่เลยหวะ""ฮ่า ฮ่า ฮ่า แล้วทำไมไม่ใช้ชื่อว่า จอมมารซะเลยหล่ะ ใกล้เคียงกันดี"เมื่อกล่าวถึงจอมมาร เสียงหัวเราะทั้งหมด ก็ได้หยุดลง และทุกๆคนก็ทำหน้าเคร่งเครียดกันอย่างหนักชู จึงเป็นคนกล่าวเปิดประเด็นว่า "เมื่อพูดถึงจอมมาร ในกลุ่มของพวกเราใครเคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของผู้ที่ได้รับฉายาจอมมารกันมาบ้างหรือไม่?""ข้าเคย""ข้าก็เคย""ข้าก็ได้ยินผ่านๆมาบ้าง""ข้าก็ด้วยเหมือนกัน"เหลือเพียง จอมมัลเท่านั้น ที่ไม่เคยฟังเรื่องเล่าของจอมมาร เขาจึงสงสัยอยากจะรู้ขึ้นมาว่า ใครคือ จอมมาร แล้วทำไมชื่อถึงคล้ายคลึงกันกับเขา "เอ่ออ.. พอดีมีข้าเพียงคนเดียวสินะที่ไม่เคยได้ยินเรื่องของจอมมาร ถ้าเกิดว่าข้าจะขอให้..."ชู ก็ได้กล่าวแทรกขึ้นมา "ไม่แปลกที่นายจะยังไม่เคยได้ยินเรื่องนี้ เพราะมันเป็นเรื่องที่ถูกปกปิดเป็นความลับมาสู่รุ่นต่อรุ่น มีเฉพาะคนตระกูลใหญ่ๆเท่านั้น ที่จะรู้เรื่องของท่านจอมมารผู้กลืนกินโลกทั้งใบ! แต่เดี๋ยวข้าจะฝ่าฝืนคำสั่งของตระกูล เพื่อมาเล่าให้กับทุกๆคนได้ฟัง นั่นก็เพราะว่า พวกเราเป็นเพื่อนกันแล้วยังไงหล่ะ ถึงจะมีกันแค่ 6คนเท่านั้นก็เถอะเห้อ~~..."
#พบกับเรื่องเล่าของท่านจอมมารได้ในตอนต่อไปเน้อ ผ่ามมมม~~~~~~~