แต่ก่อนอวิ๋นเฉิงหลิ่งเคยมาที่ร้านตำราในเมือง รู้จักอยู่ร้านหนึ่งซึ่งตามหาได้ง่ายยิ่ง พวกเขาไม่ได้แวะถามทางผู้อื่นอีก แล้วเดินตรงไปถึงร้านตำราแห่งนั้นทันที
อวิ๋นเฉิงซิ่วเปิดพลิกดูตำราบนชั้นวาง การคัดแยกประเภทตำราของที่นี่นับว่าครบถ้วนทีเดียว ทั้งดาราศาสตร์ ภูมิศาสตร์ การเกษตรเพาะปลูก การเลี้ยงพฤกษาและสกุณา เื่เล่าแปลกประหลาด การสอบจอหงวน รวมถึงวิชาความรู้ต่าง ๆ เรียกได้ว่าครอบคลุมทุกแขนง และแน่นอนว่าสิ่งที่เยอะที่สุดก็คือนิยายประโลมโลกนานาชนิด
อวิ๋นเฉิงเฟิงมิได้สนใจสิ่งของประเภทขีด ๆ เขียน ๆ เหล่านี้ จึงยืนเฝ้าชะลอมคอยอยู่หน้าประตูร้าน ส่วนอวิ๋นเฉิงหลิ่งเดินไปเปิดพลิกดูตำราเกี่ยวกับการสอบอยู่หน้าชั้นวาง
อวิ๋นเฉิงซิ่วเลือกบันทึกการเดินทางมาเล่มหนึ่ง แล้วเริ่มอ่านเนื้อหาเอ่ยถึงประสบการณ์การเดินทางท่องเที่ยวตัวคนเดียว ในเล่มเขียนถึงขุนเขาและสายน้ำอันยิ่งใหญ่ ขนบธรรมเนียมดั้งเดิมของแต่ละท้องถิ่น รวมถึงเื่ราวแปลกประหลาดที่พบเห็นและได้ยินระหว่างทาง อวิ๋นเฉิงซิ่วอ่านอย่างเพลิดเพลินยิ่งนัก
เมื่อนำไปเอ่ยถามเถ้าแก่ เขาคิดราคาประมาณสามร้อยอีแปะ นางจึงกัดฟันซื้อมาทันที อย่างไรเสียร่างเดิมก็เคยเรียนรู้วิธีอ่านออกเขียนได้จากพี่ใหญ่ ยามนี้นางจะอ่านตำราก็ไม่ใช่เื่ผิดแปลกอันใด จะให้รับบทเป็คนตาบอดอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ไปตลอดก็คงไม่สะดวกเท่าใดนัก
เพียงครู่เดียว อวิ๋นเฉิงหลิ่งก็เลือกตำราอ้างอิงออกมาสามเล่ม พอสอบถามราคา ตกเล่มละห้าร้อยอีแปะหรือครึ่งตำลึงเงิน เขาทำท่าจะวางคืนไปสองเล่ม อวิ๋นเฉิงซิ่วรีบเอ่ยขัดไว้ พลางเอ่ยกับอวิ๋นเฉิงหลิ่งว่า "พวกเรานาน ๆ ทีจะได้มาในเมืองสักครั้ง คราวหน้าจะได้มาอีกเมื่อไรก็ยังไม่รู้ นำไปให้หมดเถิดเ้าค่ะ" พูดจบก็ตบตรงเอว ยักคิ้วหลิ่วตาให้พี่ใหญ่ เป็เชิงบอกว่าไม่ได้ขาดแคลนเงินทอง
อวิ๋นเฉิงหลิ่งเห็นท่าทางซุกซนของน้องสาว ก็อดไม่ได้ที่จะหลุดหัวเราะออกมา
ขณะที่อวิ๋นเฉิงซิ่วกำลังจะควักตั๋วเงินออกมาจ่ายเงิน ก็พลันเหลือบไปเห็นพู่กัน กระดาษ หมึก และแท่นฝนหมึกวางเรียงรายอยู่ในโต๊ะคิดเงินของเถ้าแก่ จึงเอ่ยถามเถ้าแก่ว่า "ท่านลุงเถ้าแก่ กระดาษและพู่กันพวกนี้ขายอย่างไรหรือเ้าคะ?"
ท่านลุงเถ้าแก่? คำเรียกขานนี้ช่างแปลกหูนัก เถ้าแก่ได้ยินก็หัวเราะออกมาทันที เขาเอามือลูบเคราใต้คาง พลางเอ่ยยิ้ม ๆ ว่า "แม่หนูน้อย กระดาษและพู่กันในร้านของข้า หากไม่เอ่ยได้ว่าดีที่สุดในเมืองนี้ ก็ถือเป็หนึ่งไม่เป็สองในแปดแถบสิบหลี่เชียวนะ พู่กันทนทานใช้งานดี ด้ามพู่กันตรงสม่ำเสมอ ปลายพู่กันกลมมนยืดหยุ่นดี ช่วยให้เ้าตวัดพู่กันได้ลื่นไหลเรียบลื่นดังใจ ตวัดเขียนได้อย่างทระนงองอาจ"
เขาหยุดชั่วครู่แล้วเอ่ยต่อ "เ้าดูก้อนป่านขาวพวกนี้สิ ขาวสะอาดราบเรียบ เนื้อผ้านุ่มบางแต่เหนียว เก็บไว้นานก็ไม่กรอบไม่เปลี่ยนสี ใช้คัดลอกตำราสามารถเก็บไว้เป็มรดกตกทอดประจำตระกูลได้เลยนะ"
พูดจบก็รู้สึกว่าเด็กหญิงตัวน้อยอาจฟังความหมายเหล่านี้ไม่เข้าใจ จึงเอ่ยหัวเราะร่าว่า "เ้าดูสิ กระดาษป่านขาวหนึ่งตั้งเจ็ดสิบแผ่น คิดราคาแปดสิบเหรียญทองแดง พู่กันหนึ่งชุดมีสามด้าม ขนาดใหญ่ กลาง เล็ก ชุดละสองร้อยเหรียญทองแดง สรุปคือกระดาษและพู่กันที่นี่ทั้งถูกทั้งดี เ้าซื้อไปรับรองว่าไม่ขาดทุนแน่นอน"
อวิ๋นเฉิงซิ่วฟังแล้วก็รู้สึกว่าไม่เลว นางจึงเอ่ยถามต่อ "ท่านลุงเถ้าแก่ มีกระดาษแบบอื่นที่ถูกกว่านี้หรือไม่เ้าคะ? เอาไว้ใช้ฝึกเขียนอักษรน่ะเ้าค่ะ"
เถ้าแก่ขบคิดครู่หนึ่งแล้วเอ่ย "แบบถูกกว่านี้พอจะมีอยู่บ้าง คราวก่อนตอนรับของมา อีกฝ่ายหยิบกระดาษป่านเหลืองมาให้ผิดมัดหนึ่ง ทำมาไม่ค่อยดี มีตำหนิเล็กน้อย" พูดจบก็ดึงกระดาษสีค่อนข้างเหลืองมัดหนึ่งออกมาจากหลังโต๊ะคิดเงิน
"เดิมทีตั้งใจจะส่งคืนตอนรับของคราวหน้า หากพวกเ้า้า ข้าจะขายให้ถูก ๆ จะได้ไม่ต้องยกไปยกมา มัดนี้มีสิบตั้งเจ็ดร้อยแผ่น ปกติขายปลีกตั้งละห้าสิบอีแปะ หากเอาทั้งหมด คิดแค่สามร้อยอีแปะก็พอ"
อวิ๋นเฉิงหลิ่งรู้สึกว่ากระดาษและพู่กันที่นี่ค่อนข้างแพง สู้ใช้กระดาษฟางหยาบ ๆ กับพู่กันไผ่ที่ซื้อจากในหมู่บ้านจะดีกว่า เสียเงินน้อยกว่าด้วย
เขาเอ่ยกับอวิ๋นเฉิงซิ่วว่า "ซื้อแค่ตำราไม่กี่เล่มนี้ก็พอแล้ว ที่บ้านยังมีกระดาษและพู่กันพอใช้อยู่"
อวิ๋นเฉิงซิ่วโบกมือเอ่ยว่า "พี่ใหญ่ ปีหน้าท่านต้องเข้าร่วมการสอบถงเซิงแล้ว พู่กัน หมึก กระดาษ และแท่นฝนหมึกอย่างไรเสียก็ต้องเตรียมชุดที่มีคุณภาพดีไว้สักชุด ซื้อที่นี่เลยเถิดเ้าค่ะ เตรียมไว้ล่วงหน้า จะได้ไม่ต้องมาวุ่นวายยามใกล้ถึงเวลา หากหาชุดที่เหมาะสมไม่ได้จะยิ่งร้อนใจเอา"
นางดึงกระดาษออกมาแผ่นหนึ่งจากมัดกระดาษป่านเหลือง พลิกดูทั้งหน้าและหลัง พบว่ากระดาษป่านเหลืองชนิดนี้มีสีค่อนข้างเหลืองกว่ากระดาษป่านขาว ผิวหน้าขรุขระเล็กน้อย มีจุดรอยตำหนิประปรายตรงมุมกระดาษ แต่ไม่มีจุดบกพร่องใหญ่ ไม่ส่งผลกระทบต่อการเขียนอักษรฝึกฝน นางคิดว่าวันหน้าพี่ใหญ่สามารถนำมาใช้ร่างข้อความ เขียนบทความ ส่วนตนเองก็สามารถนำมาฝึกคัดอักษรและทำบัญชีได้ดีกว่ากระดาษฟางที่เขียนทีไรหมึกซึมเปรอะเปื้อนเป็วงกว้างตั้งเยอะ
"ตกลงเ้าค่ะ ท่านลุงเถ้าแก่ ข้าเอาทั้งหมดนี้เลยเ้าค่ะ ขอพู่กัน หมึก กระดาษ และแท่นฝนหมึกชั้นดีเพิ่มอีกหนึ่งชุด อ้อ จริงด้วย กระดาษป่านขาวที่เอ่ยถึงเมื่อครู่ ขอสองตั้งนะเ้าคะ"
อวิ๋นเฉิงซิ่วเองก็เริ่มมือเติบแล้ว การใช้เงินมันเสพติดจริง ๆ ผู้หญิงยามออกท่องถนน พอได้ใช้เงินแล้วก็ยากจะหยุดยั้ง ถึงยามนี้น่างจะเป็เพียงเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ แต่เนื้อแท้กลับเป็หญิงสาววัยรุ่น ซึ่งเป็วัยที่ใช้เงินราวกับสายน้ำไหลพอดี
สุดท้ายพวกเขาก็เลือกตำรามาสี่เล่ม ชุดพู่กัน หมึก กระดาษ แท่นฝนหมึกชั้นดีหนึ่งชุด และกระดาษป่านเหลืองมัดใหญ่อีกหนึ่งมัด รวมเป็เงินทั้งหมดสี่ตำลึงเงินเศษ อวิ๋นเฉิงซิ่วควักตั๋วเงินมูลค่าสิบตำลึงยื่นส่งให้เถ้าแก่ ได้รับเงินตำลึงย่อยทอนกลับมาห้าตำลึงเศษ ก็นำส่งให้อวิ๋นเฉิงหลิ่งเก็บรักษาไว้