ความทรงจำ
--------------------------
หลังจากเหตุการณ์ความวุ่นวายได้สงบลง ทุกๆคนต่างเเยกย้ายไปประกอบอาชีพของตนของขมักเขม้นทำเหมือนกับว่าเื่ราวที่เกิดขึ้นนี้ไม่เคยเกิดผู้คนในหมู่บ้านต่างทำท่าทีเพิกเฉย ไม่รู้ไม่ชี้ หลับหูหลับตา บาเลียสต้าได้ยืนมองท่าทีของชาวบ้านเเต่ละคน สังเกตดูพฤติกรรมของผู้คนที่กำลังเพ่นพ่าน เดินไปมาทั่วหมู่บ้าน ดูเหมือนว่าคืนนี้จะมีงานเทศกาลที่จัดขึ้นทุกๆปี เทศกาลนี้ผู้จัดงานเทศกาลนี้ขึ้นคือหัวหน้าหมู่บ้าน ลูค เรอัล เเม้ว่าจะยังไม่มืดค่ำเเต่เทศกาลนี้ดูจะยิ่งใหญ่อย่างมาก ดูข้างทางประดับไปด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ มีทั้งสีเเดง สีเหลืองอ่อนๆ สีฟ้า เเละสีเขียวอ่อนๆออกสีเหลืองหน่อยๆ
พระอาทิตย์ยามเย็นมองดูเเล้ว สบายตาสบายใจให้ เเก่ผู้ที่กำลังชมอยู่มากนัก หลังพระอาทิตย์ลับฟ้าไป ท้องฟ้าที่ปราศจากเเสงอาทิตย์กลับมีสีสวดสดงดงามตระการตาเป็อย่างมากราวกับว่าดอกไม้ดับล้านดอกมารวมกันที่ท้องฟ้า ทำให้เกิดสีสันต่างๆก้อนเมฆสีดำมืดกำลังจะเคลื่อนตัวมารวมกันเป็สัญญาณว่ายามวิกาลกำลังจะมาถึงพวกเขาทั้งหลาย บาเลียสต้ามองไปเเอบยิ้มไปพลางๆ สีหน้าสดใสขึ้นมาหลังจากได้เจอเื่เลวร้าย
จู่ๆเสียงระฆังเวทย์ได้ดังกังวานอีกครั้ง ชาวบ้านที่กำลังมองดูท้องฟ้ายามเย็นอยู่นั้น ได้สดุ้งหันมองหน้ากันอย่างสงสัย ครันนึกคาดการเหตุการณ์ที่หัวหน้าหมู่บ้านเรียกก็เข้าใจทันทีทันใด ต่างพากันลุกขึ้นเเล้วเดินไปรวมตัวอยู่ลานกว้าง กลางหมู่บ้าน
เเต่มีอยู่ผู้หนึ่งที่นั่งนิ่งไม่ขยับเขยื้อนจนชาวบ้านลุงเเก่ๆ อายุราวเจ็ดสิบเเป็ดสิบมาสะกิดเรียก
"นี้..เ้าหนูไปรวมตัวกันได้เเล้ว..." บาเลียสต้าที่กำลังเหม่อลอยจิตใจไม่อยู่กับตัว ก็ลุกพลวดขึ้นพร้อมกับหยิบดาบที่วางไว้ข้างๆกายตนชี้ไปตรงหน้าคนถามอย่างใสุดขีด ลุงเเก่ๆได้หยุดนิ่งยืนมองคมของดาบที่กำลังจี้คออยู่ คมของดาบที่ปกคลุมไปด้วยพลังเวทย์ได้ปล่อยคลื่นออร่าสีดำออกมาทีละนิด ปกคลุมตัวดาบ จากนั้นค่อยๆสงบลงอย่างช้าๆ ดาบในมือของบาเลียสต้าเริ่มสั่นทันทีเเละร่วงลงพื้นด้วยความคมของดาบได้ปักลงดินไปถึง3ใน4ส่วนของดาบ เหล่าชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ก็รู้ได้เลยว่าดาบนี้ต้องเป็สุดยอดศาสตราวุธ ที่จัดอยู่ใน คลาสA ขึ้นไปอย่างเเน่นอน
เวลาอันสมควรที่จะจัดงานเลี้ยงก็ได้มาถึง ณ บัดนี้ ประมาณกลางดึกที่เต็มไปด้วยเสียงครื้นเครงของพวกชาวบ้าน ต่างกำลังสำราญดื่มสุรา อาหาร กินเลี้ยงในเทศกาลครบรอบ100ปีของการก่อตั้งหมู่บ้าน บาเลียสต้านั่งนิ่งอยู่ริมๆ งานเลี้ยงพร้อมกับถอนหายใจอย่างคนสิ้นหวัง จวบจนงานเริ่มจนกำลังจะจบ เขาก็นั่งนิ่งมองดูพวกชาวบ้านด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย สักพักมีคนมาเรียกบาเลียสต้าให้ไปพบกับหัวหน้าหมู่บ้านลูค เรอัล ด้วยถ้าทางที่ดูเรียบเฉยทำให้บาเลียสต้าถูกทำโทษเนื่องจากไม่ปฏิบัติตามกฎของหมู่บ้าน ซึ่งกฎของหมู่บ้านกล่าวไว้คือผู้ใดมิเข้าร่วมเทศกาลหรือไม่สนใจในงานหมู่บ้านจะถูกทำโทษ ซึ่งโทษที่ได้รับคือรับการลงทัณฑ์ด้วยเเส้อสนีที่กลางหลังจำนวนตามความผิด ความเ็ปที่ได้รับนี้มีมากกว่าเเส้ธรรมดาถึงสองเท่าตัว
เมื่อเทศกาลจบลง ค่ำคืนอันเงียบสงัดได้มาเยือนอีกครั้ง ชาวบ้านต่างหลับไหลมิรู้ตื่น บาเลียสต้านอนไม่หลับได้เเต่มานั่งระเบียงหน้าบ้านของตนมองดูดาว พระจันทร์ที่เเสงสีนวลกระทบกับเเม่ มองเห็นเเล้วชั่งงามตาอย่างยิ่ง พรันเสียงยิ่งดึกสงัดนกฮูกได้บินมาเกาะบนกิ่งไม้ของต้นไม้ที่ตายไปเเล้วใกล้ๆ บ้านของบาเลียสต้า จู่ๆ เสียงระฆังเวทย์ได้ดังขึ้นพร้อมกับฝูงก็อบลินจำนวนมากมายมหาศาลวิ่งโถงตรงมายังหมู่บ้านเรอัล พวกขุนนางที่ประจำการ ณ หมู่บ้านเรอัลกลับนิ่งเฉยไม่กระทำการใดๆทั้งสิ้น มีเเต่พวกทหารระดับล่าง(อัศวินระดับเงินลงมา)เข้ารับมือเเต่ด้วยกำลังพลต่างกันอย่างยิ่งทำให้ฝูงก็อบลินบุกไปจนถึงลานโถงของหมู่บ้าน ลูค เรอัลได้เกณฑ์ชาวบ้านที่พอรับมือไหวไปช่วยทหารมารับมือพวกก็อบลิน คริส เรอัล อัศวินหนุ่มอนาคตไกลได้วิ่งพลวดออกไปรับมือก่อนผู้ใด
"ทุกคน!!...ใครที่มีเวทย์ธาตุไฟ สายฟ้า ลมโปรดมากับข้า!" เสียงตระโกนขึ้นของคริสพร้อมกับร่ายเวทย์วารี
Dragon water
....[ัวารี].....
ัวารีได้ทยานออกมาจากร่างของคริสพร้อมกับคำรามกู่ก้องไปทั่วทั้งหมู่บ้าน เหล่าทหารทั้งหลายที่มีเวทย์ไฟ สายฟ้า ลม ต่างก็ร่ายเวทย์ใส่ก็อบลินอย่างไม่หยุดหย่อน จู่ๆก็อบลินได้วางอาวุธลงเเละวิ่งกลับไปยังหุบเขามรณะทันที ทางฝ่ายชาวบ้าน ทหารที่ประจำการอยู่หมู่บ้านเรอัล ได้เเต่ยืนมองด้วยความสงสัย เเต่เเล้วความสงสัยของทุกคนก็หมดไปกลับความหวาดกลัวครั้งใหญ่
.
.
..."าาก็อบลิน!!"
.
.
เสียงตระโกนของเหล่าทหารทำให้เหล่าชาวบ้านเเตกกระเจิงกันระนาว บาเลียสต้าได้วิ่งอย่างสุดชีวิตเพื่อไปบอกลูคพ่อบุญธรรมเขาเเต่ก็ไม่ทันการ าาก็อบลินได้เริ่มการนองเืขึ้นเสียเเล้ว คริสเเม้จะมีพลังสูงสุดในหมู่เหล่าทหารนั้นเเต่ด้วยสถานการณ์ที่มานาตนเองมีไม่พอที่จะร่ายเวทย์ต่อไปได้สักพักหนึ่งเพื่อฟื้นฟูพลังมานาตนเอง ฝ่ายลูคไปส่งจดหมายเวทย์ตนไปถึงผู้ปกครอง เทพอสนีบาต มาคัส ดีโอ มารอสซ่า เมื่อผู้ปกครองมาคัสได้รับก็ส่งคนมายังหมู่บ้านเรอัล ด้วยมหาเวทย์เคลื่อนย้าย ส่งคนจากอีกที่ไปอีกที่ได้ด้วยระยะเวลาอันสั้น เหล่าอัศวินที่เป็องครักษ์รักษาผู้ปกครองทั้ง4คน มายังพื้นที่หมู่บ้านเรอัล ฝ่ายองครักษ์ไปเข้าไปหยุดเหตุการณ์อย่างอยากลำบาก ซึ่งพวกองครักษ์นี้อย่างต่ำก็มีอัศวินศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดยังมิสามารถจัดการาาก็อบลินลงได้
องครักษ์คนหนึ่งได้ถูกสันดาบเล่มั์ของาาก็อบลินกระเเทรกเข้าไปที่หน้าท้องอย่างจัง จนกระเด็นไปชนกับบ้านเรือนของชาวบ้านนับสิบหลังพลังเละไม่เป็ท้า องครักษ์ที่เหลือก็ไม่ต่างกันทั้งถูกกดลงพื้นดิน จนเกิดหลุมขนาดใหญ่ขึ้น ทั้งถูกโยนขึ้นบนฟ้าเเละใช้กำปั้นต่อย ฝุ่นควันที่เกิดจากการะเิพลังของาาก็อบลินได้ปกคลุมไปทั่วพื้นที่มองเห็นเพียงเงาลางๆ เงาของาาก็อบลินที่มีดวงตาสีส้ม เดินผ่านควันออกมาอย่างช้าๆ อัศวินศักดิ์สิทธิ์ที่เป็ถึงองครักษ์ของผู้ปกครองกับพ้ายเเพ้ให้กับาาก็อบลินที่ ระดับ 10 ขั้นกลาง
มาคัส ดีโอ มารอสซ่า ผู้ปกครองได้ปรากฎตัวขึ้นพร้อมกับพุ้งเข้าไปจู่โจมาาก็อบลินซึ่งๆหน้าเเต่ก็พอต้านาาก็อบลินได้ไม่นานมากนักก็เสียท่าทันที บาเลียสต้าเมื่อเห็นว่าผู้ปกครองจะเเพ้ก็เขวี้ยงดาบในมือตนไปหาาาก็อบลินเมื่อดาบปักเข้าตรงกลางอกของาาก็อบลิน ดาบก็เริ่มดูดเืของาาก็อบลินจนหมดสิ้น จนาาก็อบลินตายลงในที่สุด เมื่อผู้ปกครองเห็นดาบของบาเลียสต้าที่ที่ปักที่อกบนศพของาาก็อบลิน ก็กล่าวขึ้นอย่างใว่า
......"ศราตราวุธต้องสาป(bedevil weapon)".....
ดาบเสี้ยวโลหิต
.
.
ทุกคนที่กำลังหวาดกลัวอยู่กับาาก็อบลิน กลับโฟกัสมองไปที่ดาบที่ปักบนอดาาก็อบลินเเทนทันที