EP 6
ที่ ห น้ า ป ร ะ ตู ห้ อ ง 209 มือเล็กๆ ที่ยังไม่ได้ผ่านการเช็ดล้างทำความสะอาด มันเลยเปื้อนทั้งคราบจารบีและคราบจุลินทรีย์ผงเคาะก๊อก ๆ 2 ครั้ง ตามด้วยเอ่ยแนะนำตัวเอง เป็ประโยคมาตรฐานว่า. . .
"สวัสดีค่ะ, engineeringservice ค่ะ"
แล้วก็รับรู้ถึงเสียงฝีเท้า พร้อมกับเงาคนที่เดินมาหยุดยืนหลังประตูน่าจะยืนส่องเธออยู่ตรงช่องตาแมว
เพียงไม่ถึงเสี้ยวนาที ประตูห้องก็ถูกเปิดออก เจอเ้าของห้อง คือคุณช้างตัวเป็ๆ
คุณช้างส่งยิ้มทักทาย ซึ่งอย่างน้อยปีกุนก็โล่งอกที่คุณช้างไม่ได้มีสีหน้าบูดบึ้งหรือมีทีท่าว่าจะแผ่รังสีอำมหิตออกมา
"คุณช้างเรียกพบแผนกช่างมีอะไรหรือเปล่าคะ?"
"เข้ามาก่อนสิ"คุณช้างผายมือเชื้อเชิญ
ปีกุนไม่ได้ระแวงสงสัยถอดรองเท้าหัวเหล็กออกวางไว้หน้าประตู เผยให้เห็นถุงเท้าสีเทาเข้มลืมไปแล้วว่าแอบมีลายหมูน้อยสามตัวเรียงกันตรงแนวพับขอบ
เธอเดินตามหลังคุณช้างเข้าไปด้านในพร้อมกับกวาดตามองอย่างผ่านๆ ตามสัญชาตญาณความเป็ช่างเสาะหาเผื่อบางทีอาจมีไฟหลอดไหนขาด แอร์ไม่เย็น ก๊อกมีน้ำหยด หรืองานเล็กๆ น้อยๆที่ต้องให้ซ่อมด่วนถ้าเป็อย่างนั้นเธอไม่ห่วงเลยเพราะเอากล่องอุปกรณ์พื้นฐานติดมือมาด้วยหรือถ้าไม่งั้นเธอค่อยกลับไปเอาใหม่ที่ออฟฟิศช่างก็ได้ ไม่กลัวเหนื่อยอยู่แล้วคืนนี้เธอพร้อมจะวิ่งขึ้นๆ ลงๆ จนสว่างโน่นแหละ
ทว่าเดินตามหลังคุณช้างมาได้ยังไม่ถึงสามก้าวปีกุนก็ต้องผงะ ... นายอ่ำ ผู้ติดตามหรือควรจะเรียกว่าองครักษ์ประจำตัวคุณช้างนั่งไขว่ห้าง สองมือกอดอกใบหน้าตาขึงขังอยู่ตรงโซฟาคู่สีขาวตัวใหญ่นั่น
ทีแรกเธอก็ไม่คิดอะไรหรอกแต่พอเห็นกล้ามแขนกับแผ่นอกที่แน่นจนเกือบจะปลิ้นทะลักออกมานอกเสื้อเนื้อบางที่เขาสวมใส่อยู่แล้วเธอก็อดคิดไม่ได้ว่า บางทีนายอ่ำอาจไม่ได้เป็แค่องค์รักษ์ธรรมดาๆ
ระหว่างที่กำลังยืนชั่งใจว่าควรวางกล่องอุปกรณ์ลงเพื่อยกมือไหว้นายอ่ำหรือไม่เพราะส่วนของคุณช้างเธอนับว่าได้ไหว้ไปแล้วตอนเจอกันที่ลิฟต์เสียงกระแอมแหบแห้งโรยราของคุณช้างก็ดังขึ้นมาจากด้านหลังก่อนจะเดินอ้อมโซฟาตัวที่นายอ่ำนั่ง แล้วไปหยุดยืนพิงอยู่ตรงขอบประตูกระจกระเบียง
แล้วเสียงทุ้มก็ถูกเอ่ยผ่านริมฝีปากบางเรียบเป็เส้นตรงของคนผิวเข้มบนโซฟา
"นั่งสิ"พร้อมมือใหญ่ซึ่งคลายจากท่ากอดอก
ปีกุนย่นคิ้วมองฉงน
จะ นั่ง? เพื่อ?
"มีอะไรต้องซ่อม ตรงนั้นเหรอคะ?"
"ใช้ให้นั่งก็นั่งเถอะน่า" คุณช้างตรงขอบประตูกระจกระเบียงส่งเสียงบอก
ปีกุนเชื่อฟังคำสั่งคุณช้างหรอก จึงยอมนั่ง
"ลิฟต์ค้างเหรอ เมื่อกี้"นายอ่ำถาม
ปีกุนเหลือบมองคุณช้างตรงขอบประตูกระจกระเบียงซึ่งดูเผินๆ เหมือนกำลังหน้าแห้งและยิ้มให้เธอแบบแปลกๆ
เธอพยักหน้าให้นายอ่ำแทนคำตอบ ขณะวางกล่องอุปกรณ์ลงบนพื้นบางทีก็คิดว่าถ้าเอามันขึ้นมากอดหรือเอาแนบลำตัวไว้เลย คงรู้สึกปลอดภัยเหมือนมีพวก
"แล้วดึกป่านนี้ ทำไมยังทำงานอยู่อีกเมื่อเช้าก็เห็นทำงาน" นายอ่ำซัก
ปีกุนชักแน่ใจขึ้นมาอีกระดับว่านอกจากเป็ผู้ติดตามเป็องค์รักษ์ หมอนี่อาจพ่วงตำแหน่งคิวซี ออดิตหรือไม่ก็ผู้ตรวจประเมินคุณภาพงานที่ทางเทศบาลส่งมา... บ้าแล้ว!
"ทำ Split shift ค่ะ"
"คนไม่พอ หรือขอทำเองเพราะอยากได้โอที?"
นายอ่ำนี่ชักจะเยอะสิ่งเกินไปแล้วนะ
"คนไม่พอค่ะ"
"ฝ่ายบุคคลมีไว้ทำไม ทำไมไม่แจ้ง การทำ Splitshift กะดึก โดยเฉพาะอย่างยิ่งแผนกช่างที่ต้องพร้อมคอย Service แขกตลอด 24 ชั่วโมงมันไม่สมควรเลยที่จะให้ผู้หญิงทำ เพราะงานที่ออกมามันจะไม่มีประสิทธิภาพ"
แรกๆ เหมือนจะดีนึกว่าเขาเห็นใจในความเป็สตรีเพศท้ายประโยคเขาก็แสดงถึงทัศนคติตัวเองที่มองผู้หญิงอ่อนแอและด้อยความสามารถอยู่วันยังค่ำ
ปีกุนแอบแบะปากในใจ
"มีงานไหนชี้วัดว่างานฉันไม่มีประสิทธิภาพเหรอคะ"ถามซื่อใส่เลย แล้วก็ไม่ลืมเหลือบมองคุณช้างตรงขอบประตูกระจกระเบียงซึ่งตอนนี้หน้าแห้งมาก หรือเป็เพราะแสงไฟวอร์มไวท์ภายในห้องสะท้อนใบหน้าเขาให้เจื่อนๆ ซีดเซียวพิกลพิการ
"พูดดีๆ ทำไมต้องย้อน!" นายอ่ำบอกหรือว่าเขากำลังถาม หรือนี่คือเขาออกคำสั่ง เฮ้ย! อะไรเนี่ย ปีกุนชักมึนหัวกินข้าวมื้อล่าสุดตอนไหน เอ หรือเธอเมาผงจุลินทรีย์
"เอาล่ะๆ"คุณช้างดีดตัวออกจากขอบประตูกระจกระเบียง แทรกเสียงละมุน "ความจริงแล้วที่เรียกมาก็แค่อยากจะสอบถามความจริงว่าทำไมแผนกของเธอมันถึงได้แร้นแค้นขาดแคลนพนักงานนัก วันๆแผนกช่างพวกเราเจอแต่หน้าเธอ แล้วถ้าเป็แขกรายอื่นๆ ล่ะเรียกใช้บริการงานซ่อมทีไร เจอแต่ช่างคนเดิมั้แ่เช้ากลางวันเย็นดึกยันสว่างแขกเขาต้องคิดมั่งแหละว่า รีสอร์ทนี้บุคคลากรน้อย แถมยังเป็ผู้หญิงตัวกะเปี๊ยกอีกเหมือนใช้งานเธอหนัก ใช้แรงงานเด็กและสตรี อะไรทำนองนี้ ที่พูดมาเข้าใจใช่ไหม"
อ๋อ... ปีกุนยิ้มตอบ "เข้าใจค่ะ"
มันต้องพูดแบบที่คุณช้างพูดสิเธอถึงจะวาดภาพออก
ซึ่งมันก็จริงอย่างที่คุณช้างพูด...แขกจะรู้สึกยังไงถ้าช่างที่มาซ่อมส้วมให้ในตอนเช้าเป็ช่างคนเดียวกับช่างที่มาซ่อมแอร์ให้นอนตอนเที่ยงแล้วก็เป็ช่างคนเดียวกับที่มาเปลี่ยนหลอดไฟในตอนค่ำแถมยังเป็ช่างคนเดิมอีกที่มาจับตุ๊กแกริมระเบียงตอนกลางดึก
"แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่ใช่ความผิดเธอ"คุณช้างบอก ก่อนจะนั่งลงบนโซฟายาวตัวเดียวกับที่องค์รักษ์ของเขานั่งอยู่โดยเว้นระยะห่างเกือบสามศอก คืออีกนิดคุณช้างจะก้นกระแทกขอบโซฟา
ปีกุนยิ้มตื้นตัน คุณช้างขยับปากจะพูดต่อแต่นายอ่ำขัดขึ้น ซึ่งดูเขาแสนจะไม่มีมารยาท
"พรุ่งนี้มีประชุมหัวหน้าแผนกหวังว่าคงได้เจอหัวหน้าช่างอยู่ในที่ประชุมอยากชมลูกน้องเขาให้หัวหน้าช่างฟังสักหน่อย"
อย่ามา! ปีกุนแอบแบะปากอีกครั้งในใจ
"เื่ที่เรียกพบมีเท่านี้ใช่ไหมคะ"คว้าหูกล่องอุปกรณ์ แต่เสียงทุ้มหนักรั้งไว้
"เดี๋ยว ซ่อมขาเตียงด้วย" เอราบอก"มันดัง อ๊อด แอ๊ด เวลาพลิกตัว"
ก็กลางวันเขามัวทำอะไรอยู่ไม่รู้จักเรียกใช้บริการ กะบ่ายพี่บังหยัดก็อยู่ oncall ตลอด เวรกรรมเลยต้องตกทอดมาถึงเธอจนได้
ปีกุนพยักหน้ารับคำสั่งนายอ่ำก่อนจะหิ้วกล่องอุปกรณ์แล้วลุกขึ้น โดยมีนายอ่ำเดินนำเข้าไปในห้อง
แต่เดี๋ยวนะ ห้อง 209 นี่มันห้องพักของคุณช้างไม่ใช่เหรอนายอ่ำมานอนพลิกตัวตอนไหนถึงได้ยินเสียงว่ามันดัง อ๊อด แอ๊ด?
ปี กุ น ก้ า ว ช้ า ๆตามนายอ่ำเข้ามาในห้องนอน โดยไม่รู้สึกว่ามีคุณช้างเดินตามหลังมาแต่อย่างใดภายในห้องราวกับถูกเซ็ตไว้ล่วงหน้ารอรับการมาเยือนของเธอเพราะไม่มีเสื้อผ้าข้าวของ หรือสิ่งแปลกปลอมหลงหูหลงตาโผล่มาให้จับพิรุธ เอ้ย! โผล่มาให้เธอคิดลึก
เตียงนอนเป็ไม้เนื้อแข็งปีกุนเคยรู้มาว่าคุณอาชาพ่อของคุณช้างเป็คนเลือกเฟอร์นิเจอร์เองเกือบทุกชิ้น โต๊ะตู้ เตียง ล้วนเป็ไม้เนื้อแข็งและเข้าชุดกันหมด
นายอ่ำเดินไปหยุดยืนตรงขาเตียงด้านที่ติดกับผนังซึ่งใกล้กันนั้นเป็โคมไฟเหล็กตั้งพื้น สูงราวๆ เมตรยี่สิบตัวโคมทำด้วยกระเบื้องเคลือบ ลวดลายแบบยุโรปสมัยใหม่ ถูกสั่งซื้อมาอินทีเรียร์ภายหลังดูไม่เข้าชุดกับเฟอร์นิเจอร์ไม้เก่าสักเท่าไหร่
ปีกุนวางกล่องอุปกรณ์แล้วย่อตัวลงหวังจะมองหาร่องรอยหลักฐานที่มาของเสียงอ๊อดแอ๊ด
“คงขาด้านนี้มั้งที่มันโยก” นายอ่ำพูดพร้อมเอาเท้าถีบขาเตียงประกอบคำอธิบาย ทำซะปีกุนสะดุ้ง กลัวว่าลำแข้งขนาดมหึมาของเขาจะพลาดมาโดนแสกหน้าเธอ
“เดือยมันน่าจะหลวม” เธองึมงำบอก ไม่ได้ใส่ใจว่าเขาสนใจฟังหรือไม่ขั้นตอนการซ่อมฉบับเร่งรัดผุดขึ้นในหัวสมองของเธอ
ห นึ่ ง ถ้าไม่อยากให้เนื้อไม้เสียหายหรือมีรอยตำหนิเธอไม่ควรยึดด้วยตะปูเกลียว แค่หยอดด้วยกาวร้อน เพื่อให้ใช้งานได้ไปพลางๆ ก่อนเอาไว้เขาเช็คเอาท์ออกไปแล้ว ค่อยสั่งซื้อผงไม้ผสมกาวสำเร็จรูปมาอุดให้เต็มร่อง
ห รื อ ส อ ง ให้เขาอดทนนอนฟังเสียงอ๊อดแอ๊ดไปสักคืนนึง พรุ่งนี้แผนกแม่บ้านจะมีห้องที่ดีและเตียงที่แข็งแรงพร้อมสำหรับการนอนและทำกิจกรรมอื่นๆมานำเสนอเขาแทนห้องนี้ แต่คนใจแคบแล้วก็หัวดื้ออย่างหมอนี่ ขืนเสนอวิธีที่สองออกไปเขาได้ว่าเธอไม่มีประสิทธิภาพอีกเท่านั้น
ปีกุนตัดสินใจเลือกใช้วิธีแรก
เปิดกล่องอุปกรณ์ หยิบกาวร้อนพร้อมแผ่นยางรองพื้นกันเปื้อนกับผ้าหมาดๆขึ้นมา ผ้าหมาดที่ว่านี้หมาดน้ำมัน ซึ่งจะหมาดทั้งปีทั้งชาติไปจนกว่าเน่ามากๆแล้วถึงจะโยนทิ้งถังขยะ
ความจริงเธอถนัดงานระบบ ระบบไฟ ระบบปั๊มเคเบิ้ลทีวี อินเตอร์เน็ต ส่วนงานไม้และงานเฟอร์นิเจอร์เธอก็พอทำได้ แต่ปกติมักจะซ่อมในกะกลางวันประมาณบ่ายสองจนถึงห้าโมงเย็น เพราะมีช่างทำงานใน่เวลาดังกล่าวซ้อนกันอยู่หลายคนประเภทงานซ่อมโต๊ะ ตู้ เตียง ที่ทำจากไม้เนื้อแข็งของแท้ น้ำหนักมากยิ่งต้องอาศัยแรงงคน อย่างเคสนี้ขาเตียงโยก เดือยมันหลวม ต้องมีอีกคนช่วยผลัก เพื่อดันน้ำหนักเตียงให้เอนไปอีกด้านเหลือช่องว่างให้สามารถหยอดกาวลงในร่องเดือยได้
ปีกุนลุกขึ้น เห็นทางหางตาว่านายอ่ำยืนกอดอกพิงข้างฝา มองคุมเชิงเธออยู่ทุกฝีก้าวซึ่งเธอไม่ได้สนใจ เธอหันไปจัดการกับโคมไฟตั้งพื้นก่อนเป็อันดับแรก
ขาของโคมไฟเป็เหล็กกล่องกลวง ฉาบสีโครเมี่ยมน้ำหนักเบา ส่วนตัวโคมเป็กระเบื้องเคลือบซึ่งเธอต้องระมัดระวังในการยกออกจากตำแหน่งเดิมให้ห่างไปสักสองฟุตเพื่อสะดวกต่อการเข้าซ่อมขาเตียง
เมื่อยกโคมไฟพ้นทางได้แล้วเธอเริ่มต้นงานซ่อมโดยเอาไหล่ดันหัวเตียง ออกแรงผลักเต็มที่ แต่มันไม่ขยับเลยสักกระเบียดนิ้ว
ฉับพลันนั้นโดยไม่มีเสียงแซะหรือคำพูดทำนองเหยียดเพศให้ได้ยินเรี่ยวแรงมหาศาลจากคนตัวล่ำที่ยืนกอดอกอย่างจ้องจะจับผิดเธอมาสักพักก็ใช้แค่เพียงปลายมือของเขาผลักเบาๆหัวเตียงก็โน้มไปราวสามสิบองศาอย่างว่านอนสอนง่ายทันที
เธอไม่ได้กล่าวขอบคุณในความกรุณานั้นเปิดฝากาวร้อน และค่อยๆ บีบหลอดกาวอย่างเบามือ กาวเหลวสีขาวใสไหลเอื่อยลงไปในร่องเดือย
นายอ่ำเหมือนรู้งาน เขาค่อยๆผ่อนแรงปล่อยน้ำหนัก ให้เตียงเอนกลับมาอยู่ในองศาเดิมปีกุนใช้ผ้าหมาดเช็ดกาวบางส่วนที่เยิ้มออกมา กาวร้อนแห้งในเวลาชั่วพริบตา ทิ้งไว้อีกสักห้านาทีค่อยลองโยกว่ายังร้องออดแออีกไหมแต่เธอคงไม่อยู่รอให้ถึงห้านาทีนั้น เก็บอุปกรณ์ใส่กล่อง ลุกขึ้น
"เสร็จแล้วค่ะถ้ายังไม่ดีขึ้น ไว้พรุ่งนี้ค่อยมาดูให้ใหม่นะคะ พอดีว่าปกติกฎระเบียบโรงแรมจะไม่ให้พนักงานเข้าห้องลูกค้าหลังเวลาเที่ยงคืนทุกกรณีค่ะ"
เธอบอกแล้วเดินไปที่โคมไฟตั้งพื้น ข้อควรจำของงาน Engineering service ก็คือถ้าโยกย้ายข้าวของอะไรในห้องลูกค้าเมื่อซ่อมงานแล้วเสร็จต้องเลื่อนมันกลับมายังตำแหน่งเดิม
"ได้" ชายหนุ่มยักไหล่บอกมองตามเธอซึ่งทำท่าจะยกโคมไฟกลับมาวางข้างหัวเตียง สามัญสำนึกสั่งเขาให้เข้าไปช่วย
แต่กรรม! เขาสะดุดขากางเกง
เมื่อต้องเลือกระหว่างคว้าหัวเตียงกับคว้าเอวกางเกงซึ่งยางมันยืดแน่นอน เขาคว้ากางเกง ยอมปล่อยตัวเองให้หน้าทิ่มพื้น
แต่ปรากฏว่าหน้าไม่ทิ่มเพราะคนตัวเล็กพุ่งมือเข้ามายันหน้าอกเขาไว้ ความรู้สึกที่ไม่รู้จะเรียกว่าใอึ้ง หรือทึ่ง จุกตื้ออยู่ในหลอดลม เขามองเธออย่างขอบคุณ
แต่ไม่เพียงไม่มองตอบเธอยังหันกลับไปสนใจโคมไฟนั่น ส่วนเขาเองพอตั้งหลักได้ก็พรูลมหายใจออกมาอย่างลืมตัว
"ขอบใจ"ปกติเขาไม่พูดคำนี้กับใครบ่อย กลั่นได้แต่ละทีเหมือนดอกพิกุลจะร่วงซึ่งเมื่อพูดออกไปแล้ว เขากลับรู้สึกแปลกเมื่ออีกฝ่ายไม่มีวี่แววซาบซึ้งถ้าเป็กิตติ เ้านั่นจะหน้าบาน หุบยิ้มไม่ลงไปทั้งวัน
ความคิดที่จะเข้าไปช่วยเธอเลื่อนโคมไฟกลับเข้าที่ถูกพับไปเขาถอยร่นออกมา ไม่ลืมดึงกางเกงให้กระชับและรูดเอวจนแน่น
ยืนมองเธอลากโคมไฟเ้ากรรมนั่นกลับมายังที่เดิมของมัน ระยะห่างระหว่างเขากับเธอเกินสอง่แขนแต่เขากลับรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงหัวใจเต้นตึ๊กตั๊กๆ อยู่ใกล้หู
เขาแอบอมยิ้ม . . .
แน๊ ! ยายลูกหมูทำเป็ฟอร์มเอาเข้าจริงก็ใจเต้นแรง หวั่นไหวล่ะสิ
เขายกมือกอดอกมองเธอที่ก้มลงหยิบกล่องอุปกรณ์เงียบๆ เสียงหัวใจเธอเต้นแรงใส่เขายังดังอยู่มองเผินๆ ดูอวดเก่ง ทำถือดีว่าเป็ลูกสาวของนายธเนศบุคคลิกลักษณะมุ่งมั่นและเป็ตัวของตัวเองสูง ก็ดูจะคล้ายกับนายธเนศอยู่ไม่น้อยถึงแม้ว่าหน้าตาผิวพรรณ จะไม่มีส่วนละม้ายคล้ายคลึงกับนายธเนศ
แต่เขาก็เชื่อว่าพิษสงคงไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันหรอก
หึ! ยายลูกงู
"งานเสร็จแล้วฉันขอตัวนะคะ"
เขาหรี่ตา มองตามเธอเดินออกไป
เธอเดินพ้นจากโซนห้องนอนอ้อมชุดโซฟาหนังในโซนห้องนั่งเล่น ผ่านโต๊ะกินข้าว ไปจนสุดถึงประตู
กิตติลุกจากเก้าอี้หน้าทีวีเดินไปส่งพูดอะไรกันไม่รู้
เอรารู้แค่ว่าเด็กลูกหมูนั่นออกพ้นประตูไปแล้วแต่ทำไมเสียงหัวใจเต้นตึ๊กตั๊กยังจะดังใกล้ๆ หูเขาอยู่อีก!?
"บอสคะ บอส!!"
คนโดนเรียกสะดุ้ง มองฉุนเฉียวใส่
"อะไร? นายจะทำเสียงดังทำไมเนี่ย! อยู่กันใกล้แค่นี้" ส่ายหน้างึมงำขึงขัง ก่อนจะอ้อมชุดโซฟาหนังไปเปิดตู้เย็นเดินไปบ่นไปเป็มนุษย์หมีกินผึ้ง
กิตติฟังไม่ได้ศัพท์จะจับมากระเดียดเองก็เดายาก พึมพำตอบเขาไปขณะเดินตามหลังกลับมาต้อยๆ
"ก็บอสอ่ะกี้เดินเข้าไปตามจะถามว่าสรุปเรียกมานี้มีเื่อะไร บอสก็เอาแต่ยืนใจลอยมองประตูตกลงที่เรียกมาเนี่ย มีอะไรคะ" แล้วเอื้อมไปลากเก้าอี้หน้าทีวีมานั่ง
"เอ้าก็เรียกมาต่อว่าเื่ควงกะกับให้ช่วยซ่อมเตียงไง!"
กิตติพ่นลมหายใจเฮือก
"ไม่ใช่ บอส กี้หมายถึงที่บอสเรียกกี้มาเนี่ยอ่ะค่ะ ไม่ได้หมายถึงยายเด็กช่าง"
"อ๋อแล้วก็ไม่พูดให้เคลียร์" เอราหยิบเบียร์จากตู้เย็นสองกระป๋อง
เดินกลับมาแล้วส่งให้กิตติกระป๋องนึงหย่อนตัวนั่งลง พลางว่า "อย่างฉันจะเรียกนายมาทำไม?!ก็ต้องเรียกมาใช้งาน"
กิตติพรูลมหายใจแ่ . . . ว่าแล้ว ต้องงานเข้า!
"ช่วยคิดหน่อยพรุ่งนี้จะเอาอะไรพูดในที่ประชุม"
กิตติแอบซ่อนหน้าเซ็ง...คืนนี้คุยงานจนสว่างคาตาแน่ๆ เขาล่ะสังหรณ์ใจั้แ่เห็นบอสใจดีหยิบเบียร์มาให้แล้ว... ใช่ว่าแต่จะมียายเด็กช่างตัวเปี๊ยกหรอกนะ ที่ต้องทำงานั้แ่เช้ายันดึกเขาเองก็เป็ นี่ล่ะหนอ ชีวิตลูกจ้าง
. . . . . . . .