"มนุษย์เ้ามาทำอะไรที่นี่? "
หมาป่าตรงหน้ามีลักษณะ ลำตัวยาวประมาณหนึ่งร้อยแปดสิบเิเและสูงประมาณหนึ่งเมตร ตัวมันมีขนาดใหญ่ ขนสีเทาแซม ๆ สีแดงและสีดำบางส่วน เล็บของมันทั้งใหญ่และยาว เหมือนมันสามารถที่จะฉีกกระชากทุกอย่างได้ทันทีเพียงแค่ตวัดมือ
ที่สำคัญมัน..พูดได้....
หลี่หวังฟางรู้สึกช็อกมาก คนตัวเล็กหวังว่ามันจะไม่จับเขากินหรอกนะ อยู่ๆก็รู้สึกรักชีวิตขึ้นมาซะงั้น แต่..เดี๋ยวนะ แล้วเขาจะใอะไรนักหนาในเมื่อิญญาก็เคยเห็น ยมบาลก็เคยเจอ แถมยังเคยโดนสัตว์นรกมากมายกัดกินเป็อาหารว่าง
หลี่หวังฟางคิดอย่างปลงตกแต่ถึงอย่างงั้นเขาก็ไม่คลายความระแวง ยังคงมีความหวาดกลัวเฉดเช่นเดียวกับเด็กคนหนึ่งต้องมี
"ข้า..หลงทางขอรับ"
"..เ้า ฟังข้าออกด้วยหรือ!? " หมาป่าตาโตเปิดกว้างอ้าปากค้าง
เมื่อโดนถามเด็กชายเลยพยักหน้าตอบกลับ
"โอ้วว แปลว่าเ้าต้องมีพรสินะ..อ่าา ข้ามีนามว่า ลี่ เป็สัตว์พันธสัญญาของซ่งน้อย"
ซ่งน้อยที่ว่าหมายถึงหยวนซ่งถัง แล้วที่บอกว่าสัตว์ในพันธสัญญาคงจะเป็สัตว์คู่หูตามที่ตำราบอกเอาไว้ แต่คนที่จะมีสัตว์ในพันธสัญญาได้จำเป็ต้องมีพลังและพรของเทพ โดยลักษณะของสัตว์คู่หูเราสามารถไปเลือกเองได้แต่จำเป็ต้องมีคุณสมบัติและสัตว์ตนนั้นต้องจำยอมจริงๆ ไม่ใช่การบังคับ
"ข้ามีนามว่า หลี่หวังฟาง เป็บุตรของท่านพ่อหลี่อาหลงขอรับ"
"อาหลงหรือ อ้อ เ้านั้นเอง เคยเห็นอยู่สองสามครั้ง มีลูกน่ารักเสียจริง"
.
.
"นั้นใครกัน"
ยังไม่ทันได้พูดอะไรกันต่อ ก็มีเสียงแหลมเล็กดังขึ้นมาเสียก่อน ไม่นานก็ปรากฏร่างหญิงสาวรูปงาม แต่งอาภรณ์หรูหราเดินมาทางทั้งสอง ตาสวยคมดุจเหยี่ยวปรายตามองโดยรอบก่อนหยุดอยู่ที่หลี่หวังฟาง
"เ้า? มาทำอะไรที่นี่กัน? "
"ข้า หลี่หวังฟาง เป็บุตรของท่านพ่อหลี่อาหลงขอรับ ข้าหลงทางมาขอรับ ท่าน..."
"ข้าอิ่งฟาง เ้านี้เองที่เป็บุตรชายคนเล็กของท่านพี่หญิงอันฉี"
ท่าทางของนางดูเหมือนจะไม่ใอะไรที่มีหมาป่าอยู่ที่นี้แถมยังรู้จักหยวนอันฉีผู้เป็มารดาของเด็กชายอีกด้วย
"ท่านคือฮองเฮาหรือขอรับ" หลี่หวังฟางเอ่ยถามอย่างลังเล
"ฮิฮิ เ้าช่างฉลาดหลักแหลมเหมือนท่านพี่หญิงมิมีผิด"
นางยกมือขึ้นป้อนปากแล้วหัวเราะเบาๆ ยามที่นางหัวเราะหรือยิ้มช่างงดงามยิ่งกว่าใคร
แต่ถึงงามอย่างไงก็สู้มารดามิได้หรอก หลี่หวังฟางแอบคิดในใจ
ในเมื่อมีคนที่สามารถช่วยให้ออกจากสวนที่ใหญ่โคตร ๆ นี้ได้แล้วหลี่หวังฟางก็ไม่รอให้เสียโอกาสอันดีงาม เดินเข้าไปจับชายเสื้อของฮองเฮาเงยหน้าทำตามองอย่างน่าสงสาร ถือวิสาสะเรียกฮองเฮาว่าท่านหน้าอย่างสนิทสนมแบบไม่กลัวฟ้าดิน เนื่องจากความหิวหลี่หวังฟางยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ไปทานอาหารแสนอร่อย
"ท่านน้า ฟางเอ๋อร์หลงทางและหิวมากๆ เลย ท่านต้องช่วยข้านะ นะ"
"เฟ้ย! ข้ายังอยู่ตรงนี้นะ" หลังจากที่หนึ่งตัวผู้ถูกลืมฟังอยู่นานและเห็นว่ามนุษย์ทั้งสองกำลังเดินออกไปโดยไม่สนใจตน จึงเอ่ยขัดขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์นักที่ถูกลืมไว้ข้างหลัง
"เอ๋ สัตว์พันธะของอาถังนิหน่า มาทำอะไรที่นี่กัน?"
"ท่านลี่เห็นว่าข้าอยู่คนเดียวเลยอยู่คุยเป็เพื่อนข้านะขอรับ" ก็ไม่เชิงว่าคุยหรอกพูดกันไม่กี่ประโยคเอง อิ่งฟางพยักหน้าเข้าใจและไม่ได้ถามอะไรอีก
จากนั้นอิ่งฟางก็พาเด็กชายเดินออกจากสวนโดยมีหมาป่าลี่เดินตามหลังมา ระหว่างทางหลี่หวังฟางก็ได้รู้ว่าอิ่งฟางฟังที่หมาป่าลี่พูดไม่ออก จึงทำให้ตอนที่กำลังเดินออกจากสวนเลยมีแต่หมาป่าลี่ที่ชวนเด็กชายคุยตลอดทาง แต่ส่วนมากหลี่หวังฟางเป็คนฟังเสียมากกว่าแต่ก็จะตอบบ้างบางครั้งเช่นกัน
อิ่งฟางที่เห็นหลี่หวังฟางโต้ตอบกับสัตว์พันธสัญญาทำหน้าสงสัย แต่ก็ไม่ได้เอ่ยหรือถามอะไรออกมา
ใช้เวลาไม่นานพวกเขาอันได้แก่มนุษย์สอง สัตว์หนึ่ง ก็หลุดพ้นจากสวนขนาดใหญ่ได้สำเร็จ ทันทีที่เท้าหลี่หวังฟางออกจากเขตสวน เขาก็โดนดึงกระชากเข้าไปในอ้อมอกของใครบางคนทันที ซึ่งไม่ใช้ใครที่ไหนแต่เป็ฮองเต้แคว้นจิ้นนั้นเองๆ
เหมือนดั่งละครน้ำเน่าที่ตัวเอกพบเจอบิดาของตนครั้งแรก เพียงแต่ฉากนี้ต้องเป็บิดาไม่ใช่เหรอที่วิ่งมากอดบุตร แล้วฮ่องเต้ต้องไปยืนเป็ตัวประกอบอยู่ด้านหลังสิ ทำไมตำแหน่งถึงสลับกันได้ละเนี่ย
ดูเหมือนว่าประมุขหลี่จะโดนแย่งซีนไปเสียแล้ว
"อะแฮ่ม! โปรดรักษากิริยาด้วยเพค่ะฮ่องเต้"
"อ๊ะ ฮองเฮาเหตุในเ้าถึงมาอยู่ที่นี้กัน? "
"ข้าก็มาเดินชมสวนนะสิ แต่ท่านเถอะปล่อยฟางเอ๋อร์ ให้อยู่คนเดียวตั้งนานสองนานแบบนี้ได้ที่ไหนกัน"
"ข้าเปล่านะ ข้าไม่คิดว่าฟางเอ๋อร์จะไปหลงทางในสวนเล็กๆ แบบนั้นได้" หยวนสุยส่ายหน้าไปมา
ดูเหมือนอิ่งฟางกับหยวนสุยกำลังเปิดศึกประสาทขนาดย่อมๆ กัน หลี่หวังฟางที่อยู่ตรงกลางของทั้งคู่รู้สึกลำบากใจ
ขืนปล่อยให้ทั้งสองมัวแต่ทะเลาะกันมีหวัง วันนี้เขาคงไม่ได้กลับไปกินข้าวเป็แน่
หลี่หวังฟางก้มลงมองท้องที่บวมหน่อย ๆ กระพือขึ้นลงส่งเสียงประท้วงเบา ๆ ว่า้าอาหารแบบด่วน ๆ เห็นดังนั้นเขาเลยเอามือลูบท้องไปมาเบา ๆ เป็เชิงบอกให้รอเดี๋ยว ก่อนที่เขาตัดสินใจทำบางอย่าง
"พวกท่านขอรับ ข้าหิว" มือเล็กจับชายเสื้อของตน เงยหน้ามองคนทั้งสองพลางทำตาโตๆ เหมือนร้องไห้
"เอ่อ..."
"ข้าเพิ่งได้ทานเพียงข้าวเช้าเท่านั้นเอง" ทำแก้มป่องๆ มือลูบท้อง
"..."
"ข้าหิว..อึก.." ร้องไห้แม่ง ไม่รู้ละข้าหิวข้าจะกินข้าว!!
ได้กินข้าวจนอิ่มหนำสำราญเป็ที่เรียบร้อย หลี่หวังฟางกับบิดาก็เดินทางกลับเรือน เนื่องจากไม่มีอะไรทำหลี่หวังฟางจึงปล่อยเวลาผ่านไปด้วยการนั้ง ๆ นอน ๆ ในสวนบัวหน้าเรือนนอนของเขา จนถึงเวลาอาหารเย็นก็ลุกไปทานและกลับมานั่งเล่นที่เดิม
เรือนของตัวเขานั้นอยู่ทางซ้ายห่างจากเรือนหลักไม่มาก หลี่หวังฟางได้เรือนนี้ในวันเกิดอายุครบ 3 ขวบ และแน่นอนเขาต้องอาศัยอยู่คนเดียว นอนคนเดียวในเรือนเงียบ ๆ แห่งนี้ เพราะเป็เื่ปกติของที่นี่ ที่บุตรต้องแยกเรือนนอนั้แ่อายุยังน้อย ในส่วนนี้หลี่หวังฟางคิดว่ามันไม่ได้แย่อะไร ดีซะอีกที่บางที่ไม่ต้องค่อยทำตัวเป็เด็กตลอดเวลา เรือนนี้มีชื่อว่า เรือนจันทร์ เพราะถ้ามองท้องฟ้าในยามค่ำคืนก็จะเห็นพระจันทร์ส่องสว่างอย่างชัดเจน
"นายน้อยเ้าค่ะ นั้งตรงนี้นานๆ เดี๋ยวเป็หวัดเอาได้นะเ้าค่ะ เข้าเรือนนอนดีกว่าเ้าค่ะ"
พอรู้ตัวอีกทีมิงมิงบ่าวคนสนิทที่คอยดูแลเขาั้แ่เด็กก็มาเรียก หลี่หวังฟางพยักหน้ารับมิงมิงสองสามครั้งก่อนจะเดินเข้าห้องนอน
จะว่าไป..พรุ่งนี้แล้วสินะที่จะได้เจอหลี่หวังเหว่ย บุตรชายคนโตที่มียศเป็ถึงแม่ทัพทิศใต้และองครักษ์ของรัชทายาท จะเป็คนเช่นไรหน่อ รีบนอนดีกว่าจะได้ถึงพรุ่งนี้ไวๆ เมื่อคิดได้ดังนั้นหนังตาก็คล้ายจะหนักอึ้งขึ้นมาทันใดก่อนจะปิดลงในที่สุด
วันรุ่งขึ้น ยามเหม่า ร่างเล็กลุกขึ้นล้างหน้าล้างตา เดินออกจากห้องเพื่อไปรับประทานอาหารพร้อมครอบครัวเช่นปกติเหมือนทุกๆวัน ตามหลังมาด้วยมิงมิงที่เดินตามไม่ห่าง เมื่อมาถึงหลี่หวังฟางก็เห็นว่าไม่ได้มีแค่ครอบครัวของตน ยังมีบุรุษนั่งอยู่ใกล้กับคุณชายรองหลี่ ถึงจะสงสัยแต่ก็ไม่ได้หลงลืมมารยาทที่ถูกสอนมาั้แ่เด็ก
"คารวะท่านพ่อท่านแม่ ท่านพี่ขอรับ"
"มาแล้วหรือฟางเอ๋อร์ มานั่งกับแม่มา"
ฮูหยินหยวนกล่าวพร้อมตบที่นั่งข้างๆ เชิงบอกให้บุตรคนเล็กรีบมานั่ง โดยที่นั่งของแต่ละคนมีดังนี้ ประมุขหลี่อาหลงนั่งอยู่คนเดียวตรงหัวโต๊ะ ถัดมาทางขวามีฮูหยินหยวนและหลี่หวังฟาง ตรงข้ามกันคือหลี่หวังหย่งข้างๆ คือบุรุษแปลกหน้าที่มองคนอายุน้อยสุดด้วยสายตาเอ็นดูแบบไม่คิดปิดบัง แต่ก่อนที่หลี่หวังฟางจะััถึงสายตาที่มองมาผู้เป็บิดาก็เอ่ยแนะนำชายแปลกหน้าเสียก่อน
"ฟางเอ๋อร์เ้าคงรู้แล้วใช่หรือไหมว่าเ้ามีพี่อยู่สองคน"
"..ขอรับ"
"อืม นี้คือพี่ใหญ่ของเ้าชื่อหวังเหว่ย อาเหว่ยนี้น้องเล็กของเ้าชื่อหวังฟาง" พี่ใหญ่งั้นหรือ คนตัวเล็กตาโตมองสำรวจคนที่ไม่เคยได้พบเจอกันมาก่อนทันที หล่อเหลาสมเป็พี่ใหญ่ มองไปมองมาสายตาก็ไปประสานกับคนตรงหน้าที่ตอนนี้กำลังมองตนด้วยสายตาเอ็นดูไม่เลิก แถมรอยยิ้มยังกว้างขึ้นเรื่อยๆ จน...แอบน่ากลัวหน่อยๆ
"น้องเราน่ารักจริงๆ อย่างที่เขาลือกันเลยนะขอรับ"
"ขอบคุณขอรับพี่ใหญ่" พูดพร้อมส่งรอยยิ้มไปให้ แต่หลี่หวังเหว่ยกลับไม่พูดอะไรต่อพร้อมหันหน้าหนีทันที รอยยิ้มเขามันน่าเกลียดหรือ? หลี่หวังฟางค่อยๆ หุบยิ้มช้าๆ
หลี่หวังเหว่ยมีรูปร่างหน้าตาคล้ายบิดาถึงเก้าส่วน หลี่หวังฟางที่กำลังจมอยู่ในความคิดของตัวเอง ส่งสายตาสำรวจคนเป็พี่อีกครั้งอย่างจริงจังจึงทำให้ไม่ได้สนใจบทสนทนาของทุกคนมากนัก หลี่หวังเหว่ยนับว่าเป็คนที่หล่อเหล่าและเก่งเอาการ เกรงว่าคงจะมีคนอยากเกี่ยวดองอยู่มากเป็แน่ คิดแล้วก็แอบอิจฉานิดๆ ตัวเขาเองก็อยากเก่งและหล่อแบบพี่ใหญ่บ้าง
ในขณะที่กำลังสำรวจตัวหลี่หวังเหว่ยอยู่นั้น ตากลมโตก็เหลือบไปเห็นสิ่งมีชีวิตสีขาว อยู่ในอกเสื้อข้างซ้ายของหลี่หวังเหว่ย ยามที่มันเคลื่อนไหว เกร็ดที่อยู่ด้านนอกก็ขยับตาม มันเหมือนกับ...งู
หลี่หวังฟางเกิดมาหลายชาติภพ สัตว์ดุร้ายก็เจอมาเยอะ แต่สิ่งที่กลัวรึใช่ว่าจะไม่มี สิ่งที่เขาไม่ชอบที่สุดกลัวที่สุด ไม่ว่าจะชาติใหน ๆ เห็นทีจะเป็สิ่งมีชีวิตที่ไม่มีเท้า มักอาศัยการเลื้อยเพื่อเคลื่อนตัวไปข้างหน้า ถึงตัวมันจะดูตัวเล็กแต่ปากมันสามารถกินสิ่งมีชีวิตที่ใหญ่กว่าได้หลายเท่าตัว จริง ๆ ตัวหวังฟางเองก็ไม่ใคร่จะเข้าใจนักว่าเหตุใดตนถึงกลัวเ้าสิ่งนี้นัก แต่ก็ไม่เคยมีชาติใหนเลยที่ญาติดีกับสิ่งมีชีวิตน่าเกลียดน่ากลัวนี้ รวมถึงชาตินี้ด้วยเช่นกัน
พอเดาได้ว่ามันคืออะไรก็ไม่อยากอยู่ตรงนี้แล้ว สายตาจับจ้องไปที่สิ่งมีชีวิตที่คาดว่าน่าจะเป็สัตว์คู่หูของพี่ชาย ขณะที่ร่างเล็กค่อยๆ ขยับตัวออกห่าง สิ่งมีชีวิตใต้ร่มผ้าััได้ถึงความหวาดระแวงด้วยสัญชาตญาณทำให้มันรู้สึกตื่นเต้นและอยากเล่นกับเหยื่อ ทันใดนั้นมันก็โผล่หัวออกมา ตาสีไพลินจับจ้องทุกการเคลื่อนไหวของหลี่หวังฟาง
คนตัวเล็กชะงักค้างไม่กล้าขยับตัวกลัวว่ามันจะพุ่งเข้าใส่ ก่อนจะร้องเสียงหลงด้วยความใเมื่องูตัวนั้นทำท่าเหมือนจะพุ่งตัวมาหา
"ฟางเอ๋อร์! เป็อะไรลูก! " เสียงร้องของบุตรคนเล็กทำให้ทุกคนเป็ห่วง
"นั..นั้น.."
หลี่หวังฟางตัวแข็งทื่อตาโตก่อนชี้นิ้วสั่นๆ ด้วยความขลาดกลัวไปทางสัตว์ตัวขาว หลี่หวังเหว่ยที่เห็นปฏิกิริยาน่ารักนั้นคิดว่าคนน้องสนใจเลยจับมันขึ้นมายื่นให้ดู หวังให้น้องได้ทำความรู้จักคู่หูของตน
"อ๋อ เ้าคงไม่เคยเห็น นี้ไป๋หลิน เป็สัตว์พันธะของข้าเอง"
แต่ความหวังของคนพี่ไปไม่ถึง ความหวังดีที่กำลังทำร้ายคนตัวเล็กอย่างน่าเศร้าใจ เมื่อเห็นว่าตัวไป๋หลินขยับเข้ามาใกล้ หลี่หวังฟางไม่ใคร่อยากทำความรู้จักกับมันนักจึงรีบรุดวิ่งหนีกลับเรือนนอนทันที ถึงรู้ว่าเสียมารยาทและอาจโดนมารดาทำโทษ แต่จังหวะนี้ใครสนกันละ เขาเลือกโดนท่านแม่ทำโทษยังดีกว่าอยู่ใกล้สิ่งมีชีวิตน่าขนลุก!
"อ่ะ! ฟางเอ๋อร์! /น้องเล็ก! "
ถึงจะมีเสียงท่านพ่อท่าแม่และท่านพี่ไล่หลังก็ไม่ได้ทำให้หลี่หวังฟางเปลี่ยนใจที่จะกลับไปแต่อย่างใด เมื่อมาถึงก็ล้มตัวลงนอนบนเตียงปิดหูปิดตาไม่สนใจคำเรียกของมิงมิง ในหัวก็เริ่มคิดไปเรื่อย
สัตว์พันธะหรือสัตว์คู่หูคือ สัตว์อสูร ที่อยู่ขั้นสูง (ขั้น7-9) ขึ้นไป ถึงจะสามารถนำมาเป็สัตว์ในพันธะได้ และผู้ที่จะมีสัตว์ในพันธะได้จะต้องมีพลังิญญาขั้นทะเลิญญาและมีพรของพระเ้าจึงจะสามารถพูดคุยกับสัตว์อสูรและนำสัตว์อสูรตัวนั้นมาเป็คู่หูได้
ดั่งเช่น หยวนซ่งถังหรือพี่ถังมีสัตว์พันธะเป็ หมาป่าชื่อว่าลี่ เป็สัตว์อสูรขั้นราชัน (ขั้น10) และพี่ถังมีพลังิญญาอยู่ขั้นจักรพรรดิิญญา
ส่วนทางหยวนซ่งหมินหรือพี่หมินเองก็มีพลังิญญาเท่ากับผู้เป็น้องชาย แต่สัตว์อสูรของหยวนซ่งหมินจะเป็เหยี่ยวชื่อว่าเฟยเยว่ เป็สัตว์อสูรขั้นเทพ (ขั้น11) และทั้งสองก็มีพรของพระเ้าทำให้สามารถพูดคุยกับสัตว์อสูรได้ ตัวเขาเองก็มีพรของพระเ้าด้วยเช่นกัน ถึงจะไม่รู้ว่ามีได้อย่างไงก็เถอะ
หลังจากวิ่งหนีออกมาหลี่หวังฟางก็ไม่ได้ออกไปพบใครอีก จนเวลาร่วงมาใกล้ถึงยามอู๋ ตอนนี้เด็กชายเริ่มหิวอีกครั้งเนื่องจากเมื่อเช้าเพิ่งทานไปได้แค่นิดเดียว จึงตัดสินใจว่าจะออกไปหาอะไรทาน
"นายน้อยเ้าค่ะ คุณชายเหว่ยมาขอพบเ้าค่ะ"
มิงมิงที่เห็นว่านายของตนออกมาจากห้องพอดีจึงรีบรายงาน ร่างเล็กที่ได้ยินก็ขมวดคิ้วสงสัยทำท่าลังเลอยู่ครู่ พี่ใหญ่มีอันใดพางูมาด้วยหรือไม่ หรือจะโกรธที่เขาเสียมารยาท
"นายน้อยคะ? "
"อือ ท่านพี่อยู่ไหน? "
"อยู่ที่ห้องรับรองเ้าค่ะ"
"ขอบคุณขอรับพี่มิง"
"มิเป็ไรเ้าค่ะ"
พอเดินมาถึงห้องรับรองก็เจอกับหลี่หวังเหว่ยกับหลี่หวังหย่งนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ตัวเขาเลยเดินไปนั่งฝั่งตรงข้ามกับพี่ทั้งสองอย่างระวัดระวัง เด็กชายมองสำรวจรอบ ๆ ตัวคนเป็พี่ด้วยสายตาหวาดระแวง
"พี่ไม่ได้นำไป๋หลินมาด้วยหรอก" หลี่หวังเหว่ยพูดแล้วก็หัวเราะเบาๆ
"อ่า ขอรับ แล้วท่านพี่ทั้งสองมีอะไรหรือขอรับ? "
"พี่ว่าจะพาน้องไปเดินเที่ยวตลาด เลยมาชวน" หลี่หวังหย่งตอบ คร่าแรกแอบหงุดหงิดใจเพราะกำลังหิวแต่พอได้ยินว่าจะได้ไปตลาดตากลมโตสมวัยก็เปล่งประกายแวววาวเมื่อนึกถึงของกินหลากหลายที่ไม่ได้ไปจับจ่ายตั้งนาน จนคนเป็พี่ทั้งสองแทบทนไม่ไหวอยากจับมากอดหอมให้ชื่นใจ แต่ต้องหักห้ามใจเอาไว้ เดียวน้องกลัว
"ไปขอรับ! " ต้องมีของกินเยอะแน่ๆ คิดแล้วหิวจากที่หิวอยู่แล้วก็หิวเข้าไปใหญ่
"งั้นไปเตรียมตัวเถอะ อีก 1 เค่อ ออกมาเจอกันที่หน้าประตู"
"ขอรับ" ว่าเสร็จก็แยกย้ายไปเตรียมตัว