หวังเฉียงยังยืนทำหน้าเหวอ ไม่เข้าใจว่าหลิวอวิ๋นอวิ๋นหมายถึงอะไร แต่แล้วในเสี้ยววินาทีต่อมา ความเจ็บปวดรวดร้าวก็ทะลักกลับเข้าสู่ร่างอย่างรุนแรง
“อ๊ากกก!”
เสียงแผดร้องด้วยความเจ็บปวดดังก้องไปทั่วสนามประลอง บรรดาผู้เข้าแข่งขันที่กำลังประลองอยู่ต่างพากันหันมามองเป็นตาเดียว
หวังเฉียงกุมแขนเดินกลับเข้าสู่อัฒจันทร์ท่ามกลางสายตาฝูงชน
“นายท่านนี่ไม่เลวเลยนะขอรับ ได้ใจสาวมาครองซะแล้ว” หลินหานเอ่ยกระเซ้า
หวังเฉียงบอกอย่างหงุดหงิด “อย่ามาพูดเพ้อเจ้อ เพิ่งเคยเจอกันครั้งแรก ไม่ได้ซับซ้อนขนาดนั้นสักหน่อย แต่แขนข้างนี้นี่สิ การประลองรอบหน้าคงแย่แน่ ๆ ”
หลินหานรู้สึกอนาถใจกับเจ้าหมอนี่จริง ๆ ผู้หญิงยอมเจ็บแทนขนาดนั้นต้องมีความรู้สึกดี ๆ ให้แน่ ๆ แต่หมอนี่กลับไม่คิดจะขอคอนแทกต์ติดต่อไว้เลยสักนิด คนบื้อขนาดนี้ยังมีผู้หญิงมาชอบได้อีกเหรอเนี่ย?
วินาทีต่อมา หลินหานก็ทาบมือลงบนแขนของหวังเฉียง นัยน์ตาทอประกายแสงอ่อน ๆ ส่งพลังเวทเข้าสู่ร่างของเพื่อน บาดแผลฉกรรจ์จากเล็บเหล็กสมานตัวประสานกันด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
หวังเฉียงลองเหวี่ยงแขนดู ไร้ซึ่งความรู้สึกเจ็บปวด ก็หันมองหลินหานด้วยความประหลาดใจ “คิดไม่ถึงเลยว่านายจะมีวิชาแบบนี้ด้วย”
หลินหานขำ “นายลืมไปแล้วหรือไงว่าฉันได้อาชีพอะไร ฉันเป็นผู้สังเวยนะเว้ย ใช้ทักษะแบบนี้ได้มันแปลกตรงไหน”
“จริงด้วย!” หวังเฉียงราวกับตื่นรู้ บอกอย่างเกรงใจว่า “ขอโทษทีว่ะ พอดีสไตล์การต่อสู้ของนายมันป่าเถื่อนเกินไป จนฉันลืมไปเลยว่านายเป็นผู้สังเวย เรื่องนี้จะโทษฉันไม่ได้นะ”
หลินหานไม่ได้เอ็ดอะไร แค่ถามว่า “เป็นไง ตอนนี้ไม่เจ็บแล้วใช่ไหม”
“นอกจากจะไม่เจ็บแล้ว ยังรู้สึกว่าสเตตัสดีกว่าตอนแรกอีกว่ะ” หวังเฉียงบอกต่อ “นึกไม่ถึงเลยว่า นอกจากพลังต่อสู้จะโหดแล้ว วิชาอาชีพตัวเองก็เอามาใช้ได้เชี่ยวชาญขนาดนี้ด้วย”
หลินหานไม่ได้พูดต่อ ที่เขาใช้เมื่อครู่มันคือระดับมหาเวทต้องห้ามต่างหาก!
ผลลัพธ์ไม่ดีสิแปลก!
ถ้าบอกหวังเฉียงไปว่านี่คือทักษะฮีลระดับมหาเวทต้องห้าม มีหวังหมอนั่นได้ตัดแขนข้างนี้ใส่กล่องบูชาแน่
ตอนนี้เวลาล่วงเลยมาถึงช่วงบ่ายแล้ว
ผู้เข้าสอบหายไปเกือบครึ่งสนามแล้ว ส่วนใหญ่เป็นพวกที่โดนคัดออก และบางส่วนที่เห็นอัจฉริยะประลองกันอย่างโหดเหี้ยม จึงถอดใจถอนตัว ไปสมัครสถาบันระดับล่างแทน คนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นผู้ใช้อาชีพที่มีเลเวลไม่ถึง 3
“สนามประลองโซน C เตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขันรอบถัดไป!”
“หลินหาน จงซานเชียน ตู้ลี่ หูเซิง”
ได้ยินชื่อหลินหาน หวังเฉียงก็ตื่นเต้นขึ้นมาทันที “หลินหาน! ถึงคิวนายแล้ว! รีบไปเร็ว แสดงพลังบดขยี้ของผู้สังเวยคลั่งให้พวกเขาดูหน่อย!”
“ฉันคือผู้สังเวยคทา ไม่ใช่ผู้สังเวยคลั่ง” หลินหานบอกอย่างจนใจ ก่อนจะยันกายลุกขึ้นเดินเข้าสู่ลานประลอง
ทว่าหวังเฉียงด้านหลังกลับพึมพำกับตัวเองว่า “สไตล์ป่าเถื่อนขนาดนั้น ไม่เรียกผู้สังเวยคลั่งจะให้เรียกว่าอะไรวะ”
ประโยคนี้เข้าหูหลินหานเต็ม ๆ แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจ
กรรมการตัดสินประจำสนามประลองนี้เห็นหลินหานก้าวขึ้นมาก็หัวใจกระตุกวูบ เขาคือกรรมการคนเดียวกับที่คุมประลองรอบแรกของหลินหาน พอลองส่องดูรายชื่อในมือ เขาก็อดรู้สึกเห็นใจและกังวลแทนคู่ต่อสู้ของหลินหานไม่ได้
จนถึงตอนนี้ เขายังคงจำน้ำหนักของหมัดนั้นได้ขึ้นใจ!
กรรมการถึงขั้นอยากเอ่ยปากเตือนผู้เข้าสอบอีกสามคนให้ระวังความปลอดภัยด้วยซ้ำ
หลินหานเห็นกรรมการเป็นคนคุ้นเคย จึงทักทายด้วยรอยยิ้ม “เจอกันอีกแล้วนะครับ”
กรรมการเห็นหลินหานเป็นกันเองก็ทำตัวไม่ถูก เขาไม่อยากยืนใกล้เด็กคนนี้เลยสักนิด หมอนี่มันตัวอันตรายชัด ๆ ใครประลองด้วยต้องระวังสุดชีวิต ถ้าเกิดเรื่องขึ้นมา เขาก็ต้องร่วมรับผิดชอบด้วย เขาอยากให้หลินหานถอยออกไปห่าง ๆ เสียด้วยซ้ำ
ภาพการทักทายทำเอาผู้เข้าสอบอีกสามคนเริ่มสงสัยในความสัมพันธ์ระหว่างหลินหานกับกรรมการ ถ้าไม่สนิทกัน คนปกติที่ไหนจะมาทักทายกรรมการแบบนี้
กรรมการเห็นสายตาเคลือบแคลง ก็รีบอธิบายว่า “อย่าเข้าใจผิด พวกเราไม่ได้สนิทกัน แค่การสอบรอบก่อนของเขา ฉันเป็นคนคุมสอบเหมือนกันเท่านั้น”
“พวกเราก็ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย”
จงซานเชียนยิ้มเอ่ย “ในเมื่อมากันครบแล้ว ก็เตรียมพร้อมเริ่มเถอะครับ จะได้ไม่เสียเวลาคนอื่น”
ฟังคำของจงซานเชียน กรรมการก็รู้สึกแปลก ๆ “นายเป็นกรรมการหรือฉันเป็นกรรมการกันแน่! ขืนมาแย่งบทกรรมการอีกรอบ ฉันจะปรับแพ้ฟาวล์ให้หมด!”
จงซานเชียนยิ้มเจื่อน “พวกเราจะแนะนำตัวกันหน่อยไหม จะได้รู้จักกันไว้”
ผู้เข้าสอบทั้งสามคน (ยกเว้นหลินหาน) ต่างจ้องมองกันและกันอย่างระมัดระวัง ทุกคนล้วนเป็นผู้ชนะมาจากรอบแรก ย่อมรู้ทริกการแข่งดี ขืนแนะนำตัวออกไป คนที่เก่งที่สุดจะกลายเป็นศัตรูของคนทั้งสนาม และโดนรุมคัดออกเป็นคนแรกแน่นอน
สถานการณ์จึงตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก!
ตอนนั้นเอง หูเซิงก็ชี้ไปทางหลินหาน “ฉันจำเขาได้! คนที่ลงประลองคนแรก! เป็นสายฮีลแต่กลับอัดโจรขโมยคลาส 2 ซะหมดสภาพ!”
“หมอนี่ต้องเป็นตัวเป้งของพวกเราแน่ ในเมื่อตอนนี้พวกเราไม่มีเป้าหมาย งั้นมาร่วมมือกันเก็บผู้สังเวยคลั่งคนนี้ออกไปก่อนดีกว่า! พอคัดหมอนี่ออกไปได้ พวกเราค่อยมาวัดฝีมือกันเอง!”
คำพูดนี้ทำเอาคนอื่น ๆ หันมาจ้องหลินหานเป็นตาเดียว แม้พวกเขาจะจำหน้าหลินหานได้ไม่ชัดเจน แต่ถ้าบอกว่าเป็นคนที่ประลองคู่แรก ย่อมจำได้ติดตา
นั่นมันตัวประหลาดชัด ๆ !
อานุภาพพลังหมัดพวกนั้น… พวกเขายังจำได้ดี!
หลินหานเห็นสายตาทั้งหมดกวาดมองมาก็พูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งว่า “ในเมื่อพวกนายวางแผนกันเสร็จแล้ว งั้นก็เข้ามาพร้อมกันเลย ถือว่าช่วยประหยัดเวลาให้ฉันด้วย”
“หลินหาน ต่อให้นายจะเก่งจริง แต่พูดจาอวดดีขนาดนี้ ไม่เห็นพวกเราอยู่ในสายตาไปหน่อยมั้ง” หูเซิงแค่นเสียง “นายตัวคนเดียว ส่วนพวกเรามีสามคน นายคิดว่าสัดส่วนชัยชนะของนายมันสูงมากหรือไง”
“ฉันไม่ได้บอกว่าสัดส่วนชัยชนะของฉันสูงสักหน่อย” หลินหานบอกอย่างจนใจ “ฉันแค่จะบอกว่า สัดส่วนชัยชนะของพวกนายน่ะ มันต่ำมากต่างหากล่ะ”
แม้หลินหานจะดึงทักษะยั่วโมโหออกมาเต็มขั้น แต่คนทั้งสามก็ยังไม่มีใครยอมลงมือก่อน ตามตำราว่าไว้ สู้ก่อนมักโดนสอยก่อน ใครเข้าไปคนแรก ย่อมไม่มีจุดจบที่ดีแน่!
“ในเมื่อพวกนายไม่บุก งั้นฉันบุกเองนะ!”
สิ้นเสียง ร่างของหลินหานก็พุ่งทะยานออกไปดุจกระสุนปืน เป้าหมายตรงไปหาหูเซิงที่เพิ่งเอ่ยปากเมื่อครู่
ในเมื่อต้องเลือกเหยื่อสักคน ก็เลือกคนที่ปากดีที่สุดย่อมสะใจที่สุด!