วิถีแห่งผู้สังเวยชีวิต : ปลดล็อกมหาเวทต้องห้ามด้วยระบบขยายหมื่นเท่า!

    บทที่ 35 อีกครั้งในสนาม ลงมือเปิดฉาก!

            หวังเฉียงยังยืนทำหน้าเหวอ ไม่เข้าใจว่าหลิวอวิ๋นอวิ๋นหมายถึงอะไร แต่แล้วในเสี้ยววินาทีต่อมา ความเจ็บปวดรวดร้าวก็ทะลักกลับเข้าสู่ร่างอย่างรุนแรง

     

            “อ๊ากกก!”

     

            เสียงแผดร้องด้วยความเจ็บปวดดังก้องไปทั่วสนามประลอง บรรดาผู้เข้าแข่งขันที่กำลังประลองอยู่ต่างพากันหันมามองเป็นตาเดียว

     

            หวังเฉียงกุมแขนเดินกลับเข้าสู่อัฒจันทร์ท่ามกลางสายตาฝูงชน

     

            “นายท่านนี่ไม่เลวเลยนะขอรับ ได้ใจสาวมาครองซะแล้ว” หลินหานเอ่ยกระเซ้า

     

            หวังเฉียงบอกอย่างหงุดหงิด “อย่ามาพูดเพ้อเจ้อ เพิ่งเคยเจอกันครั้งแรก ไม่ได้ซับซ้อนขนาดนั้นสักหน่อย แต่แขนข้างนี้นี่สิ การประลองรอบหน้าคงแย่แน่ ๆ ”

     

            หลินหานรู้สึกอนาถใจกับเจ้าหมอนี่จริง ๆ ผู้หญิงยอมเจ็บแทนขนาดนั้นต้องมีความรู้สึกดี ๆ ให้แน่ ๆ แต่หมอนี่กลับไม่คิดจะขอคอนแทกต์ติดต่อไว้เลยสักนิด คนบื้อขนาดนี้ยังมีผู้หญิงมาชอบได้อีกเหรอเนี่ย?

     

            วินาทีต่อมา หลินหานก็ทาบมือลงบนแขนของหวังเฉียง นัยน์ตาทอประกายแสงอ่อน ๆ ส่งพลังเวทเข้าสู่ร่างของเพื่อน บาดแผลฉกรรจ์จากเล็บเหล็กสมานตัวประสานกันด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

     

            หวังเฉียงลองเหวี่ยงแขนดู ไร้ซึ่งความรู้สึกเจ็บปวด ก็หันมองหลินหานด้วยความประหลาดใจ “คิดไม่ถึงเลยว่านายจะมีวิชาแบบนี้ด้วย”

     

            หลินหานขำ “นายลืมไปแล้วหรือไงว่าฉันได้อาชีพอะไร ฉันเป็นผู้สังเวยนะเว้ย ใช้ทักษะแบบนี้ได้มันแปลกตรงไหน”

     

            “จริงด้วย!” หวังเฉียงราวกับตื่นรู้ บอกอย่างเกรงใจว่า “ขอโทษทีว่ะ พอดีสไตล์การต่อสู้ของนายมันป่าเถื่อนเกินไป จนฉันลืมไปเลยว่านายเป็นผู้สังเวย เรื่องนี้จะโทษฉันไม่ได้นะ”

     

            หลินหานไม่ได้เอ็ดอะไร แค่ถามว่า “เป็นไง ตอนนี้ไม่เจ็บแล้วใช่ไหม”

     

            “นอกจากจะไม่เจ็บแล้ว ยังรู้สึกว่าสเตตัสดีกว่าตอนแรกอีกว่ะ” หวังเฉียงบอกต่อ “นึกไม่ถึงเลยว่า นอกจากพลังต่อสู้จะโหดแล้ว วิชาอาชีพตัวเองก็เอามาใช้ได้เชี่ยวชาญขนาดนี้ด้วย”

     

            หลินหานไม่ได้พูดต่อ ที่เขาใช้เมื่อครู่มันคือระดับมหาเวทต้องห้ามต่างหาก!

     

            ผลลัพธ์ไม่ดีสิแปลก!

     

            ถ้าบอกหวังเฉียงไปว่านี่คือทักษะฮีลระดับมหาเวทต้องห้าม มีหวังหมอนั่นได้ตัดแขนข้างนี้ใส่กล่องบูชาแน่

     

            ตอนนี้เวลาล่วงเลยมาถึงช่วงบ่ายแล้ว

     

            ผู้เข้าสอบหายไปเกือบครึ่งสนามแล้ว ส่วนใหญ่เป็นพวกที่โดนคัดออก และบางส่วนที่เห็นอัจฉริยะประลองกันอย่างโหดเหี้ยม จึงถอดใจถอนตัว ไปสมัครสถาบันระดับล่างแทน คนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นผู้ใช้อาชีพที่มีเลเวลไม่ถึง 3

     

            “สนามประลองโซน C เตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขันรอบถัดไป!”

     

            “หลินหาน จงซานเชียน ตู้ลี่ หูเซิง”

     

            ได้ยินชื่อหลินหาน หวังเฉียงก็ตื่นเต้นขึ้นมาทันที “หลินหาน! ถึงคิวนายแล้ว! รีบไปเร็ว แสดงพลังบดขยี้ของผู้สังเวยคลั่งให้พวกเขาดูหน่อย!”

     

            “ฉันคือผู้สังเวยคทา ไม่ใช่ผู้สังเวยคลั่ง” หลินหานบอกอย่างจนใจ ก่อนจะยันกายลุกขึ้นเดินเข้าสู่ลานประลอง

     

            ทว่าหวังเฉียงด้านหลังกลับพึมพำกับตัวเองว่า “สไตล์ป่าเถื่อนขนาดนั้น ไม่เรียกผู้สังเวยคลั่งจะให้เรียกว่าอะไรวะ”

     

            ประโยคนี้เข้าหูหลินหานเต็ม ๆ แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจ

     

            กรรมการตัดสินประจำสนามประลองนี้เห็นหลินหานก้าวขึ้นมาก็หัวใจกระตุกวูบ เขาคือกรรมการคนเดียวกับที่คุมประลองรอบแรกของหลินหาน พอลองส่องดูรายชื่อในมือ เขาก็อดรู้สึกเห็นใจและกังวลแทนคู่ต่อสู้ของหลินหานไม่ได้

     

            จนถึงตอนนี้ เขายังคงจำน้ำหนักของหมัดนั้นได้ขึ้นใจ!

     

            กรรมการถึงขั้นอยากเอ่ยปากเตือนผู้เข้าสอบอีกสามคนให้ระวังความปลอดภัยด้วยซ้ำ

     

            หลินหานเห็นกรรมการเป็นคนคุ้นเคย จึงทักทายด้วยรอยยิ้ม “เจอกันอีกแล้วนะครับ”

     

            กรรมการเห็นหลินหานเป็นกันเองก็ทำตัวไม่ถูก เขาไม่อยากยืนใกล้เด็กคนนี้เลยสักนิด หมอนี่มันตัวอันตรายชัด ๆ ใครประลองด้วยต้องระวังสุดชีวิต ถ้าเกิดเรื่องขึ้นมา เขาก็ต้องร่วมรับผิดชอบด้วย เขาอยากให้หลินหานถอยออกไปห่าง ๆ เสียด้วยซ้ำ

     

            ภาพการทักทายทำเอาผู้เข้าสอบอีกสามคนเริ่มสงสัยในความสัมพันธ์ระหว่างหลินหานกับกรรมการ ถ้าไม่สนิทกัน คนปกติที่ไหนจะมาทักทายกรรมการแบบนี้

     

            กรรมการเห็นสายตาเคลือบแคลง ก็รีบอธิบายว่า “อย่าเข้าใจผิด พวกเราไม่ได้สนิทกัน แค่การสอบรอบก่อนของเขา ฉันเป็นคนคุมสอบเหมือนกันเท่านั้น”

     

            “พวกเราก็ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย”

     

            จงซานเชียนยิ้มเอ่ย “ในเมื่อมากันครบแล้ว ก็เตรียมพร้อมเริ่มเถอะครับ จะได้ไม่เสียเวลาคนอื่น”

     

            ฟังคำของจงซานเชียน กรรมการก็รู้สึกแปลก ๆ “นายเป็นกรรมการหรือฉันเป็นกรรมการกันแน่! ขืนมาแย่งบทกรรมการอีกรอบ ฉันจะปรับแพ้ฟาวล์ให้หมด!”

     

            จงซานเชียนยิ้มเจื่อน “พวกเราจะแนะนำตัวกันหน่อยไหม จะได้รู้จักกันไว้”

     

            ผู้เข้าสอบทั้งสามคน (ยกเว้นหลินหาน) ต่างจ้องมองกันและกันอย่างระมัดระวัง ทุกคนล้วนเป็นผู้ชนะมาจากรอบแรก ย่อมรู้ทริกการแข่งดี ขืนแนะนำตัวออกไป คนที่เก่งที่สุดจะกลายเป็นศัตรูของคนทั้งสนาม และโดนรุมคัดออกเป็นคนแรกแน่นอน

     

            สถานการณ์จึงตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก!

     

            ตอนนั้นเอง หูเซิงก็ชี้ไปทางหลินหาน “ฉันจำเขาได้! คนที่ลงประลองคนแรก! เป็นสายฮีลแต่กลับอัดโจรขโมยคลาส 2 ซะหมดสภาพ!”

     

            “หมอนี่ต้องเป็นตัวเป้งของพวกเราแน่ ในเมื่อตอนนี้พวกเราไม่มีเป้าหมาย งั้นมาร่วมมือกันเก็บผู้สังเวยคลั่งคนนี้ออกไปก่อนดีกว่า! พอคัดหมอนี่ออกไปได้ พวกเราค่อยมาวัดฝีมือกันเอง!”

     

            คำพูดนี้ทำเอาคนอื่น ๆ หันมาจ้องหลินหานเป็นตาเดียว แม้พวกเขาจะจำหน้าหลินหานได้ไม่ชัดเจน แต่ถ้าบอกว่าเป็นคนที่ประลองคู่แรก ย่อมจำได้ติดตา

     

            นั่นมันตัวประหลาดชัด ๆ !

     

            อานุภาพพลังหมัดพวกนั้น… พวกเขายังจำได้ดี!

     

            หลินหานเห็นสายตาทั้งหมดกวาดมองมาก็พูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งว่า “ในเมื่อพวกนายวางแผนกันเสร็จแล้ว งั้นก็เข้ามาพร้อมกันเลย ถือว่าช่วยประหยัดเวลาให้ฉันด้วย”

     

            “หลินหาน ต่อให้นายจะเก่งจริง แต่พูดจาอวดดีขนาดนี้ ไม่เห็นพวกเราอยู่ในสายตาไปหน่อยมั้ง” หูเซิงแค่นเสียง “นายตัวคนเดียว ส่วนพวกเรามีสามคน นายคิดว่าสัดส่วนชัยชนะของนายมันสูงมากหรือไง”

     

            “ฉันไม่ได้บอกว่าสัดส่วนชัยชนะของฉันสูงสักหน่อย” หลินหานบอกอย่างจนใจ “ฉันแค่จะบอกว่า สัดส่วนชัยชนะของพวกนายน่ะ มันต่ำมากต่างหากล่ะ”

     

            แม้หลินหานจะดึงทักษะยั่วโมโหออกมาเต็มขั้น แต่คนทั้งสามก็ยังไม่มีใครยอมลงมือก่อน ตามตำราว่าไว้ สู้ก่อนมักโดนสอยก่อน ใครเข้าไปคนแรก ย่อมไม่มีจุดจบที่ดีแน่!

     

            “ในเมื่อพวกนายไม่บุก งั้นฉันบุกเองนะ!”

     

            สิ้นเสียง ร่างของหลินหานก็พุ่งทะยานออกไปดุจกระสุนปืน เป้าหมายตรงไปหาหูเซิงที่เพิ่งเอ่ยปากเมื่อครู่

     

            ในเมื่อต้องเลือกเหยื่อสักคน ก็เลือกคนที่ปากดีที่สุดย่อมสะใจที่สุด!

    คล้ายกับเรื่องวิถีแห่งผู้สังเวยชีวิต : ปลดล็อกมหาเวทต้องห้ามด้วยระบบขยายหมื่นเท่า! ที่คุณอ่าน