“ท้อง...” ชายหนุ่มในชุดนักศึกษาหันกลับมามองร่างเล็กที่ยืนก้มหน้าสองมือกำแน่นเข้าด้วยกัน
“ค่ะ ตรวจเมื่อเช้า ตรวจตั้งสองสามรอบด้วย” เธอตอบเขา น้ำเสียงะเืสั่นเครือไปทั้งอกทั้งใจ
“เป็ไปได้ยังไง ก็เราป้องกันตลอด” เขาว่า ท่าทางเครียดจัดขึ้นมาทันที
“เภตราก็ไม่รู้ อาจจะเป็คืนนั้น...ที่พี่อาร์ตเมา”
“แล้วไม่ได้กินยาคุมหรอกหรือ”
“ก็กินอยู่แต่มันเกิดขึ้นแล้ว จะให้ทำยังไงคะ” หญิงสาวรู้สึกขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาทันทีเมื่ออีกฝ่ายเหมือนจะต้องโทษว่าสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะความผิดพลาดของเธอ
มันเจ็บแปลบ...เหมือนถูกไฟช็อตเป็ครั้งคราว
“พี่ไม่ได้ตำหนิหนูนะ แต่เรายังเรียนกันอยู่ทั้งคู่ไหนจะครอบครัวทั้งสองฝ่ายอีกล่ะ มันไม่ใช่เื่เล็กๆ เลยนะเภตรา”
“ถึงได้มาบอกพี่อาร์ตไงคะ เพราะเภตราก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน” เธอเพิ่งเข้าเรียนคณะนิเทศศาสตร์ปีหนึ่ง ถือเป็น้องใหม่หมาดๆแบกความหวังและความฝันทั้งของตัวเองและพ่อแม่เอาไว้เต็มบ่าบัดนี้เหมือนทุกอย่างจะพังทลายสิ้นเสียแล้ว
“ทางบ้านพี่คงไม่ยอมรับเื่นี้แน่ๆ” เขาถอนหายใจ แล้วยกมือขึ้นบีบขมับ ส่วนมืออีกข้างก็เท้าสะเอวเอาไว้
“พ่อกับแม่เภตราก็เหมือนกัน พวกท่านต้องเสียใจผิดหวังมากๆ”แล้วน้ำตาที่พยายามเก็บกลั้นก็ไหลพรากอาบแก้มลงมาอย่างไม่อาจหยุดยั้ง
ชายหนุ่มเห็นดังนั้นจึงเดินเข้าไปยืนตรงหน้าแล้วมือไล้เช็ดแก้มขาวพลางรวบร่างเล็กเข้ามากอดปลอบโยน
“อย่าร้องไห้สิครับคนดี...พี่ผิดเองที่ไม่ระวังตัวชอบเอาเปรียบเภตราอยู่เรื่อย ยังไงพี่ก็ต้องรับผิดชอบการกระทำของตัวเองหนูไม่ต้องกลัวนะ”
“พี่อาร์ต...”เป็ความซาบซึ้งใจอย่างยิ่งเมื่อได้ยิน อย่างน้อยๆ วันที่เลวร้ายที่สุดเขาก็ยังคงอยู่กับเธอเสมอ ไม่ได้โดดเดี่ยวเดียวดายเหมือนอย่างแต่เก่าก่อนอีกแล้ว
“เภตราต้องกลับบ้านแล้วใช่ไหม เราค่อยโทร.คุยกันนะระหว่างนี้พี่จะพยายามหาทางออกเอง ไม่ต้องเครียด ไม่ต้องกังวลอะไรทั้งนั้น จำไว้ว่าพี่ยังอยู่กับหนูเสมอ...” เขาว่า ก่อนจะหอมแก้มนวลเบาๆ แล้วผละร่างเล็กออกจากตัว
“ค่ะพี่อาร์ต...หนูรักพี่อาร์ตนะคะ”
“พี่ก็รักหนูจ้ะ” ชายหนุ่มยิ้มให้อบอุ่นแม้แววตาจะแฝงความเคร่งเครียดเอาไว้มากมาย แต่ก็ต้องสะกดเก็บเอาไว้ด้วยเพราะตัวเองต้องเป็เสาหลักให้กับผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างเธอ
เภตราไม่ได้ต่างอะไรจากเด็กน้อยเธอเติบโตมาในครอบครัวข้าราชการ แม่เป็ครู พ่อเป็นายอำเภอ ซึ่งเกษียณแล้วทั้งคู่และด้วยมีลูกคนเดียวก็คือเธอตอนอายุมากแล้ว ด้วยเป็คนมีหน้ามีตาในสังคมย่อมตั้งความหวังเอาไว้ที่ลูกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ พวกท่านจึงเข้มงวดทุกอย่าง
ส่วนเขา...แม้ทางบ้านจะมีฐานะเพราะทำธุรกิจห้างทองแต่ก็ไม่ได้มีศักดินาเป็อนันต์ เหมือนในโลกคู่ขนานกันเลยก็ว่าได้
“พี่อาร์ตไม่ต้องไปส่งหรอกค่ะเดี๋ยวพ่อเห็นเข้าจะเป็เื่อีก”เธอว่าเมื่อแฟนหนุ่มจับมือแล้วทำท่าจะจูงมือเดินไปด้วยกันเพราะตอนนี้ทางครอบครัวของทั้งสองฝ่ายเข้าใจว่าพวกเขาเลิกรากันแล้วหลังจากเกิดข้อพิพาร์ทถึงขั้นต้องนัดเคลียร์ปัญหากันที่โรงพัก
เื่มันยาว...ยืดเยื้อมาั้แ่เธอเข้าเรียนมหาวิทยาลัยแห่งนี้ใหม่ๆได้พบกับเขา และคบหากันในที่สุด ความรักที่ต้องหลบๆ ซ่อนๆเพราะผู้ใหญ่ไม่เห็นด้วยย่อมปกปิดได้ไม่นาน เมื่อพ่อกับแม่ของเธอสืบจนรู้ความจริงพวกท่านก็แจ้งความดำเนินคดีอมันต์ในข้อหาพรากผู้เยาว์เนื่องจากตอนนั้นเธอยังอายุไม่ถึงสิบแปดปีเต็ม
แต่เมื่อทุกอย่างผ่านไปก็พิสูจน์ให้เห็นได้ว่า ต่อให้เกิดอะไรขึ้น เขา...ก็จับมือเธอก้าวข้ามทุกขวากหนามอยู่กันมาจนถึงทุกวันนี้
และเภตราเชื่อว่ามันจะเป็เช่นนี้จนตราบสิ้นอสงไขย...
“อย่าคิดมากล่ะ...” อมันต์ยิ้มเศร้า ยกมือขึ้นวางบนศีรษะของเธอแล้วขยี้หยอกเอินเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดให้กับเธอ
เภตรายิ้มรับแล้วพยักหน้าก่อนจะเดินจากลา ค่อยๆ กลืนห่างไปกับนักศึกษาคนอื่นๆโดยที่อมันต์ยังคงยืนอยู่ใต้อาคารแห่งนั้น มองดูเธอจนลับหายไปจากสายตา
เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่...ก่อนจะหยิบสาร์ตโฟนขึ้นมากดเบอร์หาเพื่อนสนิทคนหนึ่งในกลุ่ม
“โต้งกูมีเื่จะปรึกษามึงว่ะ” ชายหนุ่มเริ่มบทสนทนาโดยไม่รีรอ
เพื่อสะสางปัญหาที่ตัวเองเป็คนก่อ
เพื่อคลี่คลายให้ทั้งเภตราและเขาได้ใช้ชีวิตกันอย่างเป็ปกติดังเช่นคนอื่นๆอีกครั้ง...