บาเอลพาเฟยหลงไปยังที่พักของเขาซึ่งที่พักของบาเอลเองก็เป็นต้นไม้เช่นเดียวกัน ครอบครัวของบาเอลมีด้วยกันสี่คนซึ่งบิดา มารดาและน้องสาวของบาเอลได้ให้การต้อนรับเฟยหลงอย่างดีพวกเขาไม่ได้คิดว่าเฟยหลงเป็นเผ่าพันธุ์อื่นเพราะเฟยหลงเป็นคนช่วยชีวิตของบาเอลทำให้ทุกคนต่างซาบซึ้งน้ำใจของเฟยหลง
ทางด้านผู้อาวุโสทั้งห้าคนหลังจากที่เฟยหลงและบาเอลออกจาห้องนั้นไปพวกเขาต่างมีสีหน้าที่เครียดเป็นอย่างยิ่ง
“ท่านผู้อาวุโสใหญ่ครั้งนี้โชคดีที่บาเอลสามารถกลับมาพร้อมกับความสำเร็จได้แต่ตอนนี้เผ่าพันธุ์มนุษย์ที่พวกเรากำลังสืบหา พวกมันคอยจับเผ่าพันธุ์ของพวกเราไปพวกเราจะตามหาพวกมันอย่างไร ตอนนี้พวกเราสูญเสียคนของพวกเราไปไม่น้อยเลยทีเดียวอีกอย่างพวกเราเองก็ไม่รู้ว่าเฟยหลงผู้นี้จะเป็นกลุ่มคนเดียวกันกับเจ้าพวกนั้นหรือไม่?”
“เท่าที่ข้าสังเกตข้าคิดว่าบาเอลนั้นไม่ได้พูดโกหกพวกเรา หากเฟยหลงสามารถช่วยเหลือชีวิตของบาเอลได้แสดงว่าเขาต้องมีฝีมืออยู่ไม่น้อย อีกอย่างเขาเป็นถึงผู้สืบทอดของท่านเทพสงครามไม่แน่บางทีครั้งนี้พวกเราอาจจะไม่ต้องย้ายถิ่นฐานไปอยู่ที่อื่น หากพวกเราหาร่องรอยและจัดการกับเผ่าพันธุ์อื่นที่จับคนของพวกเราไปได้”
“ท่านผู้อาวุโสใช่ว่าพวกเราไม่อยากจะเชื่อใจเจ้าหนุ่มนั่น แต่ว่าหากเจ้าหนุ่มนั่นเป็นพวกเดียวกันครั้งนี้อาจจะทำให้คนของพวกเราสูญเสียจำนวนมากก็เป็นได้”
“พวกเจ้าอย่าพึ่งสรุปความใดๆ ตอนนี้พวกเรายังไม่รู้เลยว่าเฟยหลงเป็นคนเช่นไร หากเขาคิดช่วยเหลือเผ่าพันธุ์เอลฟ์ของพวกเรานับว่าเขามีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งโดยเฉพาะฐานะของเขาเป็นถึงผู้สืบทอดของท่านเทพสงคราม”
“ยังไงเสียพวกเราก็ต้องสอบถามจากบาเอลก่อนพวกเราจะด่วนตัดสินใจอะไรไม่ได้ตอนนี้เพราะหากเฟยหลงเป็นผู้สืบทอดของท่านเทพสงครามจริง เขาจะต้องช่วยเหลือเผ่าเอลฟ์ของพวกเราอย่างแน่นอนอีกอย่างตอนนี้บาเอลเองก็เป็นผู้สืบทอดของวิหารเทียมเมฆแล้วด้วยพวกเราสมควรฟังความเห็นของบาเอลด้วยเช่นกัน”
“เฟยหลงเจ้าสามารถอยู่ที่บ้านของข้าได้แต่เจ้าอย่าได้ออกไปด้านนอกอย่างเด็ดขาดเพราะเผ่าเอลฟ์นั้นไม่ไว้ใจเผ่าอื่น ๆยิ่งช่วงนี้เผ่าเอลฟ์ของพวกเราหายตัวไปหลายสิบคนในช่วงสองปีมานี้”
“หายตัวไปเจ้าหมายความว่าอย่างไรบาเอล ทำไมพวกเขาถึงได้หายตัวไปได้เวรยามของพวกเจ้าเองก็มีกันแน่นหนาอีกทั้งยังมีค่ายกลรอบด้านครอบคลุมบริเวณที่พวกเจ้าอาศัยอยู่”
“เรื่องนี้พวกเราก็พยายามหาสาเหตุอยู่แต่ตอนนี้ยังจับมือใครดมไม่ได้ยิ่งตอนนี้มีเพียงแค่เจ้าเพียงคนเดียวที่เข้ามาที่ดินแดนของเผ่าเอลฟ์หวังว่าจะไม่เกิดเหตุร้ายอะไรในช่วงนี้หรอกนะ”
“คงไม่มีอะไรช่วงนี้หรอกกระมังเอาเถอะตอนนี้เจ้านำผลไม้แห่งชีวิตให้คนในครอบครัวของเจ้าก่อนดีไหม ผลไม้แห่งชีวิตที่เจ้าเองก็มีไม่น้อยก่อนจะให้คนอื่นก็ให้ครอบครัวของเจ้าก่อนเวลามีอะไรเกิดขึ้นพวกเราจะได้หมดห่วงไปเรื่องหนึ่ง”
บาเอลพยักหน้าพร้อมกับนำผลไม้แห่งชีวิตออกมาให้กับบิดามารดาและน้องสาวของเขา และให้พวกเขาทานกันตอนนั้นเลย ซึ่งทั้งสามคนก็ทำตามที่บาเอลบอกอย่างไม่ลังเล
“บาเอลเจ้าว่าช่วงที่ผ่านมาสองปีมานี้คนในเผ่าเอลฟ์ของเจ้าหายตัวไปเช่นนั้นหรือ?”
“ใช่แล้วหละคนในเผ่าของพวกเราหายไปเดือนละสองถึงสามคนได้ บางเดือนมากที่สุดถึงห้าคนเลยทีเดียวพวกเราพยายามตามหาและสืบเซาะหาคนที่หาย แต่ก็ไม่พบเบาะแสใด ๆ เลยแม้แต่น้อย”
“น่าแปลกทั้ง ๆ ที่ไม่น่าจะมีคนนอกสามารถเข้ามาในดินแดนเผ่าเอลฟ์ของพวกเจ้าได้หรือว่าจะมีคนของเผ่าเอลฟ์ร่วมมือกับคนนอก”
“เรื่องนี้เป็นไปไม่ได้เพราะเผ่าเอลฟ์ของพวกเรารักกันเสมือนคนในครอบครัวเดียวกันอยู่แล้ว”
เฟยหลงเองมีคำถามอยู่หลายเรื่องแต่เขาก็ไม่กล้าที่จะถามบาเอลในเวลานี้ตัวเขาเองก็ทราบดีว่าเผ่าพันธุ์เอลฟ์นั้นมีนิสัยรักพวกพ้องเพียงใด
เช้าวันรุ่งขึ้นบาเอลเข้าไปหาผู้อาวุโสทั้งห้าคนส่วนทางด้านเฟยหลงกำลังครุ่นคิดถึงสิ่งที่ผู้อาวุโสซุนหวู่อาจารย์ของเขาพร่ำสอนมาถึงเรื่องของสมุนไพรชนิดต่างๆ และวิธีการหลอมกลั่นโอสถแต่ละชนิด
“ท่านผู้อาวุโสนี่คือผลไม้แห่งชีวิต ทั้งหมดห้าผล พวกท่านรีบทานมันเสียก่อน”บาเอลส่งผลไม้แห่งชีวิตจำนวนห้าผลให้กับผู้อาวุโสสูงสุด
“ขอบใจเจ้ามากบาเอลครั้งนี้รบกวนเจ้าจริง ๆ”
“ไม่เป็นไรท่านผู้อาวุโส”
“บาเอลเจ้ารู้ได้อย่างไรว่าเฟยหลงสหายของเจ้าเป็นผู้สืบทอดของท่านเทพสงคราม”
“เรียนท่านผู้อาวุโสผู้อาวุโสซู หม่า จิ้น จิตวิญญาณที่ดูแลวิหารเทียมเมฆ เป็นคนบอกกับข้าน้อยขอรับอีกเรื่องคือผู้อาวุโสไท่หลุน จิตวิญญาณวิหารเทพสงครามเองข้าน้อยก็เคยเจอเขามาแล้วแม้แต่ผู้อาวุโสซู ยังให้ความเคารพผู้อาวุโสไท่หลุนรวมถึงเฟยหลงอีกด้วย”
“เป็นเช่นนี้นี่เอง”
“ท่านผู้อาวุโสพวกท่านรีบทานผลไม้แห่งชีวิตก่อนเถอะเรื่องที่พวกท่านกังวล ข้าขอรับประกันเองว่า เฟยหลงเป็นคนที่ไม่มีความคิดที่จะทำร้ายเผ่าพันธุ์ของพวกเราอย่างแน่นอน”
ผู้อาวุโสทั้งห้ารับผลไม้แห่งชีวิตจากผู้อาวุโสสูงสุดมาจากนั้นพวกเขาจึงได้ทานผลไม้แห่งชีวิต
“บาเอลครั้งนี้ที่เจ้าพาเฟยหลงกลับมาด้วย เจ้าคิดอย่างไร”
“ข้าคิดว่าเขาเป็นคนที่เชื่อถือได้อีกอย่างท่านเทพสงครามเองก็เคยช่วยพวกเราเผ่าเอลฟ์เอาไว้ข้าคิดว่าเฟยหลงเองก็คงคิดไม่ต่างไปจากท่านเทพสงครามอย่างแน่นอน”จากนั้นบาเอลจึงได้เล่าเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นภายในวิหารเทียมเมฆ รวมถึงสำนักมังกรเพลิงที่เข้ามาช่วยเหลือเขาหลังจากที่ผู้อาวุโสทั้งห้าคนได้ฟังเรื่องราว ต่าง ๆจึงพากันเข้าใจเหตุผลที่บาเอลชวยเฟยหลงมาดินแดนเผ่าเอลฟ์แห่งนี้
ส่วนทางด้านเฟยหลงยังคงครุ่นคิดและฝึกฝนหลอมโอสถอยู่กลางลานที่พักในต้นไม้ใหญ่ที่บาเอลพักอาศัยพร้อมกับครอบครัว
อีกทางด้านหนึ่งของดินแดนเผ่าเอลฟ์คนกลุ่มหนึ่งจำนวนสามคนกำลังคุยกันอยู่
“พี่ใหญ่ท่านแน่ใจเช่นนั้นหรือว่าเจ้าหนุ่มนั่นจะเป็นแพะรับบาปให้พวกเราได้”
“เจ้าลืมไปแล้วหรือไงว่าพวกเราปลอมตัวอยู่ในเผ่าเอลฟ์มาเกือบสองปีแล้วพวกเจ้าเคยเห็นเผ่าพันธุ์อื่นสามารถเข้ามาในดินแดนของพวกเอลฟ์ได้หรือไม่?”
“ไม่เลยนะพี่ใหญ่พวกเราไม่เคยเห็น”
“ก็นั่นแหละที่ข้าบอกว่าพวกเราจะลงมือคืนนี้ เพราะจะไม่มีใครสงสัยในตัวของพวกเรา เวทของข้าอยู่ได้อีกไม่ถึงสามวันแล้วตอนนี้พวกเรายังขาดเอลฟ์ไปอีกสามคนพวกเราก็สามารถส่งเอลฟ์ทั้งหมดไปให้กับอาณาจักรเมฆาตะวันตก ภาระกิจที่ยาวนานเกือบสามปีของพวกเราก็จะได้สิ้นสุดลงเสียทีพวกเราไม่ต้องอยู่อย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ ภายในดินแดนเอลฟ์แห่งนี้อีกต่อไปแล้ว”
“เช่นนั้นก็หมายความว่าพวกเราจะได้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายในดินแดนเมฆาตะวันตกเสียที”
“จริงหรือพี่ใหญ่ข้าละเบื่อต้องทำตัวเสแสร้งกับพวกมันจริง ๆ”
“เอาหละพวกเจ้าเตรียมตัวไว้พวกเราต้องการพวกเอลฟ์อีกเพียงแค่สามคนเท่านั้นข้าคิดว่าภายในวันสองวันนี้เจ้าหนุ่มนั่นคงจะออกมาเดินเที่ยวดินแดนเผ่าเอลฟ์อย่างแน่นอน”ทั้งสามคนวางแผนกันอยู่นานจากนั้นพวกเขาจึงได้แยกย้ายกันไปทำตามหน้าที่ของตนเอง
หลังจากที่บาเอลพูดคุยกับผู้อาวุโสทั้งห้าคนเสร็จสิ้นเขาจึงได้กลับไปหาเฟยหลงเมื่อเฟยหลงเห็นบาเอลกลับมาเขารีบเอ่ยกับบาเอลในทันที
“บาเอลเจ้าช่วยพาข้าออกไปซื้อสมุนไพรหน่อยจะได้ไหม ข้าต้องการสมุนไพรสองสามชนิด”
“ได้สิข้าจะพาเจ้าออกไปซื้อสมุนไพรเอง นี่ป้ายประจำตัวของเจ้าท่านผู้อาวุโสสูงสุดฝากมาให้เจ้าเวลาเจ้าอยู่ในดินแดนเผ่าเอลฟ์แห่งนี้จะไม่มีใครกล้ายุ่งกับเจ้าเพราะสถานะของเจ้าในตอนนี้คือแขกของท่านผู้อาวุโสสูงสุด”
“ขอบใจมากบาเอล”เฟยหลงรับป้ายมาจากบาเอล เขาตรวจสอบดูอย่างละเอียดพบว่ามีกลิ่นอายของเผ่าเอลฟ์เข้มข้นเป็นอย่างมากภายในป้ายของเขา
หลังจากนั้นบาเอลจึงได้พาเฟยหลงออกจากบ้านของเขามุ่งตรงไปยังตลาดภายในดินแดนเผ่าเอลฟ์ ซึ่งในตอนที่กำลังออกจากที่พักของบาเอลเฟยหลงสัมผัสได้ถึงพลังเวทที่เบาบางเขาสงสัยเป็นอย่างมากเพราะว่าภายในดินแดนเผ่าเอลฟ์แห่งนี้น่าจะไม่มีใครที่สามารถฝึกฝนและใช้เวทมนต์ได้อย่างแน่นอน
ถึงแม้จะเป็นพลังเวทที่เบาบางแต่สำหรับเฟยหลงแล้วเป็นสิ่งที่เขาคุ้นสามารถสัมผัสได้ในทันทีเฟยหลงมองไปยังจุดที่พลังเวทนั้นยังคงหลงเหลืออยู่
“มีอะไรหรือเฟยหลง ข้าเห็นเจ้ามองไปยังทิศทางต้นไม้ใหญ่นั้น”
“ไม่มีอะไรหรอกข้าคงคิดมากไปเอง พวกเราไปกันเถอะ”
หลังจากที่เฟยหลงและบาเอลเดินออกไปได้สักห้านาทีร่างหนึ่งค่อย ๆ ปรากฎขึ้นมาหลังต้นไม้ใหญ่ จากนั้นมันจึงได้เดินเข้าไปปะปนกับเผ่าเอลฟ์ที่อยู่ในบริเวณนั้นอย่างรวดเร็วหลังจากนั้นไม่นาน
“พี่ใหญ่เจ้าหนุ่มนั่นออกไปด้านนอกกับบาเอลแล้ว รู้สึกว่าพวกมันจะมุ่งหน้าไปตลาด”
“ดีเลยเจ้าสามเช่นนั้นพวกเรารีบดำเนินการ เจ้าสอง เจ้ารีบตามไปดูว่าวันเข้าไปร้านไหนและซื้ออะไรไปบ้าง”
“ได้เลยพี่ใหญ่รับรองข้าจะไม่ทำให้พวกท่านผิดหวังอย่างแน่นอน”
บาเอลพาเฟยหลงไปยังร้านขายสมุนไพรที่มีเพียงแค่แห่งเดียวในตลาดดินแดนเผ่าเอลฟ์แห่งนี้
“ท่านลุงอามูพวกเราต้องการสมุนไพรพวกนี้ ท่านพอจะหาให้พวกเราได้หรือไม่” บาเอลเอ่ยก่อนที่อามูจะหันกลับมามอง และจ้องไปยังตัวของเฟยหลงในทันที
“ไม่มี”อามูตอบโดยไม่ได้ดูใบรายการที่เฟยหลงเขียนและมอบให้กับบาเอลเลยด้วยซ้ำไป
บาเอลมองไปยังอามูพร้อมกับเอ่ยขึ้นมาในทันที
“ท่านลุงอามู เพื่อนของข้าเป็นแขกของท่านผู้อาวุโสสูงสุดหากท่านทำให้เขาไม่พอใจ ข้าเกรงว่าครั้งนี้ท่านจะไม่ตอบผู้อาวุโสสูงสุดเช่นไร”อามูดึงแผ่นกระดาษที่เขียนรายการต่าง ๆ จากมือของบาเอลไป พร้อมกับรีบจัดสมุนไพรที่มีอยู่ให้กับบาเอลไปทันที