บทที่ 23 สวัสดี ฉันชื่อหลิงอี้ ยินดีที่ได้รู้จัก
ฉินเจี้ยนเย่นั่งอยู่บนโซฟา มองอู๋เฉียนที่มาตัวเปล่าไม่ได้เอาอะไรมาด้วย เขาขมวดคิ้วอย่างควบคุมไม่ได้ - ไอ้แก่นี่มาขอคืนดีถึงบ้านแต่ไม่เอาของขวัญมาสักอย่าง?
ฮึ! ในเมื่อตระกูลหานของพวกคุณไม่มีความจริงใจขนาดนี้ ก็อย่าโทษว่าตระกูลฉินของฉันจะลงมือโดยไร้ความปราณี!
แต่พอเขาเห็นมือขวาที่พันผ้าพันแผลของอู๋เฉียน สีหน้าที่บึ้งตึงก็คลายลงไปไม่น้อย ดูเหมือนข่าวลือจะเป็ความจริง อู๋เฉียนได้รับาเ็จริง ๆ
ยมทูตผู้มีชีวิตที่ขึ้นชื่อว่าฝ่ามือเหล็กไร้พ่าย มือได้รับาเ็แบบนี้ แล้วจะมีพลังทำลายล้างได้อีกหรือ? ไม่แปลกใจเลยที่ตระกูลหานจะรีบมาขอคืนดีแบบนี้ ที่แท้ก็หมดหนทางแล้วนี่เอง
"อะไรหนอที่พัดพายมทูตแห่งเมืองเจียงโจวมาหาฉัน? ต้องขออภัยที่ไม่ได้ออกไปต้อนรับ หวังว่าคุณอู๋จะให้อภัย"
ถึงแม้คำพูดของฉินเจี้ยนเย่จะไพเราะ แต่น้ำเสียงกลับไม่มีความสุภาพเลยแม้แต่น้อย ซ้ำยังแฝงไปด้วยความหยิ่งยโส
อู๋เฉียนไม่ได้รู้สึกแปลกใจ ไม่รอให้เ้าบ้านเอ่ยปาก เขาก็เดินไปนั่งที่โซฟาด้วยตัวเอง แล้วยกขาพาดบนโต๊ะกาแฟ ไม่มีทีท่าว่าจะมาขอคืนดีเลยสักนิด
"วันนี้มาที่นี่ เพราะมีเื่จะแจ้งให้คุณทราบสักหน่อย" อู๋เฉียนพิงตัวอยู่บนโซฟา ท่าทางสบาย ๆ
ความสุภาพและระมัดระวังที่เขาแสดงต่อหน้าหลิงอี้นั้น ไม่เห็นแม้แต่น้อย
ก็ไม่แปลก เพราะเขาคือยมทูตแห่งเมืองเจียงโจวที่ไม่มีใครกล้าแตะต้อง!
"แจ้งให้ทราบ? อะไรกัน ไม่ใช่มาขอสงบศึกแทนตระกูลหานหรอกหรือ?" ฉินเจี้ยนเย่หัวเราะเยาะ
"ขอสงบศึก?" อู๋เฉียนหัวเราะ "น้องฉิน คุณคิดอะไรเพ้อเจ้อแบบนั้น? คิดว่าตระกูลฉินของคุณกลับมายิ่งใหญ่แล้วหรือ หรือคิดว่าไอ้แก่อย่างฉันถือมีดไม่ไหวแล้ว?"
"..." ฉินเจี้ยนเย่หรี่ตามองด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
ทำไมมันถึงได้แตกต่างจากที่เขาคิดไว้ขนาดนี้?
"แล้วตระกูลพวกเขามีหน้ามาท้าทายตระกูลฉินได้ยังไงกัน?"
"สามวัน!" อู๋เฉียนชูนิ้วขึ้นสามนิ้ว "ภายในสามวัน ตระกูลฉินต้องออกไปจากเมืองเจียงโจว ไม่งั้นต้องรับผิดชอบผลที่ตามมาเอง!"
"ฮ่า ๆ ๆ..." แม้ว่าฉินเจี้ยนเย่จะเป็คนที่มีความคิดลึกซึ้งแค่ไหน แต่เมื่อได้ยินคำพูดของอู๋เฉียน ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา "ขอโทษนะ เื่ตลกของคุณมันน่าขำมากจนฉันอดไม่ได้จริง ๆ"
อู๋เฉียนยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ เขาดึงขากลับมาแล้วลุกขึ้นยืน "ฉันส่งข้อความมาบอกแล้ว จะทำยังไงต่อก็แล้วแต่คุณ"
พูดจบ อู๋เฉียนก็หมุนตัวเดินจากไป
"ไอ้แก่อู๋ กลับไปบอกคนที่ใช้ให้นายมาส่งข้อความว่า อยากจะใช้วิธีไหนก็เชิญตามสบาย เมืองเจียงโจวนี้ ฉันต้องได้มาแน่นอน!"
ถึงตอนนี้ฉินเจี้ยนเย่ยังคงคิดว่าอู๋เฉียนเป็ตัวแทนของตระกูลหาน ซึ่งตระกูลหานนั้น เขาไม่เคยสนใจเลยสักนิด
"ฮ่ะ ๆ..." อู๋เฉียนหัวเราะเยาะเย้ย หันกลับไปมองฉินเจี้ยนเย่ด้วยสายตาเวทนา พลางส่ายหน้าพูดว่า "ฉินเจี้ยนเย่ ฉินเจี้ยนเย่ จนถึงตอนนี้นายก็ยังไม่รู้ตัวอีกหรือว่านายไปล่วงเกินใครเข้า"
"..." ฉินเจี้ยนเย่ขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ยังคงนิ่งเฉย
"ช่างเถอะ ๆ เห็นแก่ที่เป็คู่แข่งกันมาหลายปี ฉันจะเตือนนายอีกครั้ง ถ้ารู้จักประสาแล้วละก็ รีบออกไปจากเมืองเจียงโจวซะ ไม่งั้น... ฮึ พูดแค่นี้แหละ จะทำอะไรก็ตามใจ!"
อู๋เฉียนอยากจะอ้างชื่อของหลิงอี้มาข่มขู่ แต่เขาไม่กล้าใช้ชื่อของหลิงอี้มาอวดอ้างโดยพลการโดยไม่ได้รับคำสั่ง เพราะกลัวว่าจะทำให้อาจารย์หลิงไม่พอใจ แล้วจะต้องมารับผลกรรมในภายหลัง
อย่างไรก็ตาม คำพูดคลุมเครือของอู๋เฉียนในสายตาของฉินเจี้ยนเย่นั้นเป็เพียงการขู่ที่ไร้น้ำยาของตระกูลหาน ดังนั้นเขาจึงครุ่นคิดเพียงไม่กี่วินาทีก็โยนเื่นี้ทิ้งไปจากสมอง
เมื่ออู๋เฉียนเพิ่งจะเดินออกไป ฉินเจี้ยงกงก็เดินเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าร้อนรน และถามว่า "พี่ ไอ้แก่นั่นดูไม่เหมือนแกล้งทำนะ พวกเราจะทำยังไงดี?"
"แค่สุนัขจนตรอกที่กำลังแสร้งทำท่าเท่านั้น ไม่ต้องใส่ใจหรอก" ฉินเจี้ยนเย่พูดอย่างมั่นใจ "เขาไม่ได้คอยเฝ้าผู้หญิงต่ำช้านั่นอยู่ตลอดหรอกหรือ? ก็ปล่อยให้เขาเฝ้าต่อไป ส่วนที่อื่นรีบจัดการซะ สามวัน ฉันจะทำให้ธุรกิจใต้ดินของตระกูลหานทั้งหมดเปลี่ยนแซ่เป็ฉิน!"
ตระกูลหานของพวกแกให้เวลาฉันสามวันไม่ใช่หรือ? ได้! ฉันก็จะให้เวลาพวกแกสามวันเหมือนกัน!
ฉันอยากจะดูนักว่าสุดท้ายใครกันแน่ที่จะได้หัวเราะ และได้เป็เ้าของเมืองเจียงโจว!
เช้าวันรุ่งขึ้น หลังจากที่หลิงอี้เพิ่งฝึกฝนเสร็จก็ได้รับข้อความจากฉีซืออวิ๋น บอกว่าเธอลาหยุดได้แค่หนึ่งชั่วโมง ขอให้เขาอย่ามาสาย
แม้ในใจจะรู้สึกเสียดายนับหมื่นครั้ง แต่หลิงอี้ก็ตอบกลับไปเพียงคำว่า "ตกลง"
ที่เขายอมไปจดทะเบียนหย่า เพราะเขาเชื่อว่าถ้าตัวเองรักษาโรคร้ายเล็ก ๆ นี้หาย ฉีซืออวิ๋นจะต้องเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อเขาแน่นอน และการแต่งงานกันใหม่ก็เป็เพียงเื่ของเวลาเท่านั้น
หลิงอี้ลุกขึ้นยืน สะบัดเศษดินโคลนออกจากตัว แล้วเดินอย่างกระฉับกระเฉงไปยังสำนักงาน
เมื่อมาถึงหน้าสำนักงาน หลิงอี้ก็เห็นฉีซืออวิ๋นยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชนในทันที
เธอสวมชุดทำงาน รูปร่างสูงโปร่ง ขายาวเรียว ทำให้เหล่าว่าที่สามีที่มาจดทะเบียนสมรสต่างพากันแอบเหลียวมองเธอ
ฉีซืออวิ๋นสมกับเป็ดาวมหาวิทยาลัย แม้ว่าใน่หลายปีที่ผ่านมาจะถูกหลิงอี้ทำร้าย แต่พื้นฐานความงามยังคงอยู่ที่เดิม เพียงแค่แต่งตัวนิดหน่อยก็กลายเป็คนที่โดดเด่นที่สุดในฝูงชนได้
น่าเสียดายที่เขาทำผู้หญิงที่สมบูรณ์แบบขนาดนี้หลุดมือไปเสียแล้ว
แต่วางใจเถอะ ฉันจะต้องพาเธอกลับมาและทำให้เธอเป็ผู้หญิงที่มีความสุขที่สุดในโลก!
หลิงอี้ตัดสินใจแน่วแน่ สูดหายใจลึกหนึ่งครั้ง แล้วเดินไปหาฉีซืออวิ๋น
ฉีซืออวิ๋นยืนอยู่ที่หน้าประตู ใบหน้าเต็มไปด้วยความเศร้าและกังวล
เธอกังวลว่าหลิงอี้จะไม่มา ถ้าเป็เช่นนั้นความปลอดภัยของเสี่ยวเสี่ยวก็จะไม่มีการรับประกัน พวกทวงหนี้และพวกอันธพาลอาจจะบุกเข้ามาในบ้านของพวกเขาได้ทุกเมื่อ และใช้เสี่ยวเสี่ยวเป็เครื่องมือในการข่มขู่พวกเขา
ภาพที่จางข่ายทำร้ายเสี่ยวเสี่ยวยังคงชัดเจนอยู่ในความทรงจำ เธอไม่อยากให้เสี่ยวเสี่ยวต้องเจอกับความทรมานแบบนั้นอีก
ในขณะที่มองไปรอบ ๆ เธอก็เห็นหลิงอี้เดินมา เสื้อผ้าเรียบร้อย ท่าทางสง่างาม ทั่วทั้งร่างเต็มไปด้วยบุคลิกที่มั่นคงและหนักแน่นราวกับเป็คนละคน ทำให้เธอตาโตด้วยความประหลาดใจ!
เขาทำไมถึง...? ฉีซืออวิ๋นพูดไม่ออกชั่วขณะ ไม่รู้จะใช้คำไหนมาบรรยายถึงหลิงอี้
เขาแต่งตัวดูดีขนาดนี้ คงอยากให้ฉันเปลี่ยนใจสินะ?
น่าเสียดาย ที่ฉันผ่านวัยที่จะมาหลงรักคนหล่อ ๆ มานานแล้ว ฉันต้องคิดถึงอนาคตของเสี่ยวเสี่ยวก่อน
เธอถอนหายใจเฮือกหนึ่ง ฉีซืออวิ๋นหันสายตากลับมา น้ำตาคลอเบ้า หัวใจเ็ปราวกับถูกเข็มทิ่มแทง “ถ้าเขาไม่ได้เป็คนเลวร้ายขนาดนี้ก็คงจะดี…”
หลังจากพึมพำประโยคนั้นจบ ฉีซืออวิ๋นก็รวบรวมอารมณ์ความรู้สึก โยนความคิดฝันที่เป็ไปไม่ได้ทิ้งไป ส่งสายตาให้หลิงอี้หนึ่งที ก่อนจะเดินนำเข้าไปในห้องโถงสำนักงาน
เมื่อหลิงอี้และฉีซืออวิ๋นปรากฏตัวที่ประตูห้องโถงพร้อมกัน คู่บ่าวสาวที่กำลังจะแต่งงานทั้งหมดในห้องโถงต่างพากันตะลึง
"คู่นี้หล่อสวยเหมือนนางฟ้ากับเทพบุตรเลยนะ งดงามและหล่อเหลาเกินไปแล้ว"
"นี่แหละคืุ์ที่เทพธิดาหนี่ว่าสร้างขึ้นมาอย่างพิถีพิถัน ส่วนพวกเราคงเป็แค่มนุษย์ที่เทพธิดาใช้เท้าปั้นขึ้นมาแน่ ๆ!"
"ชายรูปงาม หญิงโฉมสะคราญ คู่แท้ที่์สร้างมา น่าอิจฉาจริง ๆ ที่พวกเขาได้มาอยู่ด้วยกัน"
แต่แล้ว เมื่อทั้งสองคนเดินไปที่แผนกหย่าร้างเพื่อรับบัตรคิว ทุกคนก็พากันเศร้าสลด
"แม้แต่คู่ที่์สร้างมายังหย่าร้างกันได้เหรอ? แล้วจะให้เชื่อความรักได้ยังไง?"
"ที่รัก เื่จดทะเบียนสมรส พวกเราลองคิดทบทวนกันอีกทีดีไหม?"
......
ที่เขตจดทะเบียนสมรสมีคนมากมาย แต่ที่เขตหย่าร้างกลับมีคนน้อยนิด หลิงอี้และฉีซืออวิ๋นเลยไม่ต้องรอนาน
หลังจากเ้าหน้าที่แน่ใจว่าทั้งสองคนสมัครใจหย่าร้าง ก็ถอนหายใจพลางดำเนินการออกใบหย่าให้ทั้งคู่
ในขณะที่ได้รับใบหย่า ฉีซืออวิ๋นร้องไห้จนพูดไม่ออก เธอใช้มือปิดหน้าร้องไห้วิ่งออกจากสำนักงาน แล้วโบกแท็กซี่จากไปอย่างรีบร้อน
หลิงอี้ยืนอยู่ที่หน้าสำนักงาน มองไปยังทิศทางที่แท็กซี่แล่นจากไปด้วยสีหน้าหม่นหมอง
แม้ว่าเขาจะมั่นใจว่าสามารถตามตัวฉีซืออวิ๋นกลับมาได้ แต่ใบหย่าในมือกลับเหมือนลูกธนูที่คอยทิ่มแทงหัวใจของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำให้เขารู้สึกเ็ปอย่างบอกไม่ถูก
ผ่านไปพักใหญ่ เขาจึงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา ส่งข้อความไปหาฉีซืออวิ๋น "ขอโทษนะ ที่ผ่านมาผมเป็คนเลวมาก ผมรู้ว่าคุณคงไม่เชื่อ แต่ผมได้ลงโทษตัวเองมาแสนปีแล้ว ผมไม่ได้หวังให้คุณให้อภัย แค่ขอโอกาสสักครั้ง ให้ผมที่เปลี่ยนแปลงไปแล้วได้รู้จักคุณใหม่อีกครั้ง
สวัสดีครับ ผมชื่อหลิงอี้ ยินดีที่ได้รู้จักครับ"
ฉีซืออวิ๋นที่อยู่บนแท็กซี่ เมื่อเห็นข้อความนี้แล้วก็ร้องไห้อย่างเ็ป...